Get Adobe Flash player
  • ยามฝนมาพาใจให้ยิ่งเศร้า
    พายุเจ้าพัดมาข้าห่วงหา
    ข้าคิดถึงดวงใจข้าจากมา
    ข้าห่วงหาเพียงเจ้าทุกวันคืน

    ความรักที่เคยให้ไป
    ไม่ได้หวังอะไรมากมาย
    แค่ขอเป็นคนมีความหมาย
    ในวันที่เดียวดายของเธอ
    นายยังอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป

    ในคืนที่ฟ้ามีแต่ดาว  เธอจะรู้บ้างไหม
    ว่ามีคนๆหนึ่ง  อยู่ที่ขอบฟ้าไกล
    ฝากความห่วงใยไปให้เธอ
    ผ่านดวงดาวนับร้อยพัน
    ผ่านคืนวันที่รอคอยเธอเสมอ
    กับใจดวงหนึ่งที่ยังคิดถึงแต่เธอ
    กับความผูกพันที่มีของสองเรา
    ในคืนที่ฟ้าไร้ดาว  เธอจะเป็นเหมือนฉันไหม
    เศร้า  เหงา  ระทม ในหัวใจ
    คิดถึงเธอ ทุกลมหายใจได้แต่รอ..

    ทำไมเศรษฐีต้องเเต่งตัวโก้
    ทำไมปีโป้ต้องมีหลายสี
    ทำไมนางวันทองต้องมีสามี
    ทำไมฉันคนนี้ต้องคิดถึงเธอ  

    ทำไมต้องรักเขา
    ทำไมต้องเศร้าเมื่อไม่เจอ
    ทำไมต้องหลงละเมอ
    ทำไมต้องรักเธอทุกวัน

    ทำไมผู้หญิง ผู้ชายต้องรักกัน?
    ทำไมต้องมี ผู้หญิง ผู้ชาย?
    ทำไมต้องมีคนอยากเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น?
    ทำไมความรักต้องมีความผิดหวัง ?
    ทำไมต้องให้คำว่าอกหักในเวลาที่ผิดหวังในความรัก?
    ทำไมความรักต้องมีการร้างลา?
    ทำไม เมื่อรู้ว่ารักแล้วต้องเสียใจ แล้วจะอยากมีกันไปทำไม?
    ทำไมโลกนี้ต้องมีความรัก?
    ทำไมรักแท้ถีงหาได้ยาก?

    ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความโลภของคนอื่นใช่มั้ย
    อยากจะมี อยากจะเป็น ในสิ่งต่างๆ
    ไม่รู้จักประมานตน
    ความทุกข์มันเลยไหลมาเทมา…

    ทำไมคนถึงต้องทำความเลว?

    ไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
    ถ้าไม่มีเธอข้างกายเช่นวันนี้
    ไม่รู้หรอกว่าจะรักเธออีกซักกี่ปี
    รู้แต่เพียงตอนนี้เธอคนดีคือลมหายใจ

    ตากน้ำค้าง    เดียวดาย    ใจเศร้าหมอง

    อยากมีใคร    มาปะคอง    ใจสักหน

    อกหักแล้ว      อกหักเล้า      สุดจะทน

    มีไหมหน่อ    ใครสักคน    ที่จริงใจ

    ” ครามรัก ”    คำที่ผู้คนต่างให้คำนิยามที่แต่ต่างกันไป
    บ้างก็นิยามไว้สวยหรู  บ้างก็นิยามไว้เศร้าหมอง  ก็แล้วแต่ว่าจะนิยามยังไง เพราะคนเราต่างเจอมาไม่
    เหมือนกัน  สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่จิงๆแล้ว การที่เราจะสุขหรือทุกข์ มันอยู่ที่ตัวเราเองและอยู่ที่อีกฝ่าย
    ว่าจะปรับตัวเข้าหากันได้ไหม ยอมรับฟังเหตุผลของกันและกันหรือเปล่า และที่สำคัญเค้าจะดีหรือไม่
    ดียังไง ก็ขอให้เค้ารักเรา ทำเพื่อเรา ไม่นอกใจเรา ไม่โกหกเรา  และเอาใจใส่บ้างเป็นบางเวลา  
    แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

    รักคนบ้านไกลไว้ใจยาก
    แฟนเขามากเราไม่รู้ดูไม่เห็น
    รักของเราเหมือนลมพัดในยามเย็น
    ยามไม่เห็นหน้าเราเขาคงลืม

    ปล่อยจิตลอยหัวใจ ล่องไป ตามสายธาร
    ใจคิดคำนึง ถึงนงคราญ คนเคยใกล้
    น้องน้อยของพี่ ตอนนี้ เป็นอย่างไร
    ยังคงสดชื่น แจ่มใส อยู่รึเปล่า

    ในค่ำคืนหนาว ใครกล่อม ให้เจ้านอน
    ยามอาวรณ์ ใครประครอง ให้คลายเหงา
    คราร่ำไห้ ใครซับน้ำตา แม่นงเยาว์
    ในใจเจ้า ตอนนี้ ใครแทนพี่…แล้วหรือยัง

    เผลอปล่อยใจพริ้วไปตามลม
    ใจซานซมขมกลืนกับความเหงา
    ครุ่นคิดใจหนอใจแม่นงเยาว์
    ขอใจเจ้ายามนี้ออย่าเปลี่ยนไป

    ค่ำเช่นนี้พี่เคยร้องเพลงกล่อม
    แม่พยอมพนอเคล้าเคลียไหล่
    ห่างพี่ยาป่านนี้คงร่ำไห้
    อีกไม่นานพี่จะไปเช็ดน้ำตา

    ฝากดาวเดือนเป็นเพื่อนยามเหงา
    ฝากลมพัดความเศร้าให้จางหาย
    ฝากเรไรกล่อมเธอให้หลับสบาย
    กระซิบรักส่งท้าย…รักเธอไม่จาง

    ห่างไกลกันอย่างนี้..คนดีจะรู้สึกไหม
    ว่าการห่างตาห่างใจกันเกินไป
    อาจทำให้ใจเธอหวั่นไหวเปลี่ยนแปลง
    แสดง..ได้ไหมว่าเธอยังรักฉันหมดใจเช่นเดิม

    ระลึกสาวคราวหนึ่งซึ่งเคยรัก.
    หากตระหนักคงอยู่ ณ สมัย.
    ระลึกที่วิถีทัศน์ยืนหยัดไกล
    ผิว์อาลัยรูปรอยแห่งอำลา…

    ยามเธอจากกันไปไกล
    ฉันฝากรักห่วงใยและคิดถึง
    ฝากลมผ่านกระซิบรักฉันยังคงตราตรึง
    แล้วรักของเธอเล่ายังซึ้งหรือเปล่าเธอ

    พี่อยู่ไกล…ห่างไกล..จากตัวเจ้า
    สุขหรือเศร้า…พี่ห่วง…พะวงหา
    ในคืนหนาว…พี่อัดอั้น…ตันอุรา
    ใจกังวล…เพ้อถึงเจ้า…ฝากลมไป

    ทุกข์โศก…โพยภัย…อย่ากลายกล้ำ
    เรื่องราว…บอบช้ำ…จงจางหาย
    เหลือไว้เพียง…แย้มยิ้ม…ผลิระบาย
    จะเช้าสาย…บ่ายเย็น…อย่าโศกตรม

    แม้บ้างครั้งที่เรา รู้สึกท้อกับเรื่องราวต่างที่เข้ามาทำให้ผิดหวัง…ไม่สมหวัง
    สิ่งเหล่านั้น คงจะเป็นตัวบั่นถอนกำลังใจ บั่นถอนความมั่นใจ ทำให้รู้สึกเศร้าไปในบางเวลา
    …ถึงแม้ว่าผืนผ้าของความรู้สึก จะไม่ได้ถูกแต่งแต้ม ด้วยความสุขเสมอไป…
    …ถึงแม้ว่ากำลังใจจะถูกบั่นถอน จากความผิดหวังก็ตาม…
    …แต่นั้นแหละ คือหนทางแห่งการเรียนรู้ที่จะยอมรับในสิ่งที่มี…
    …เพื่อที่เราจะได้ก้าว เดินต่อไปด้วยกำลังใจที่มั่นคง จากเรื่องที่ถ้อ ที่เคยผ่านมาในชีวิต…
    …กำลังใจมีเติมได้เสมอ ทุกเวลา ถ้าเราพร้อมที่จะยอมรับความจริงที่เป็นไป…
    …และพร้อมเปิดใจกับวันใหม่ ที่รอเราอยู่ข้างหน้า…ด้วยตัวเรา ด้วยใจเรา…

    อยากบอกเธอว่าฉันอยู่ตรงนี้
    ไม่เคยหนีไม่เคยห่างเธอไปไหน
    ทั้งวันที่เธอสุขทุกข์หรือวันใด
    วันไหนไหนฉันก็อยู่ดูแลเธอ
    แม้ว่าฉันอาจดูอยู่ห่างๆ
    รู้ไว้อย่างว่าเป็นห่วงอยู่เสมอ
    แม้ห่างไกลหรืออาจไม่พบเจอ
    ยังห่วงเธอห่วงเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
    หากวันใดที่เธอท้อแท้ใจ
    หรือวันใดที่เธอนั้นอ่อนแรง
    อย่าปล่อยให้ความเศร้าเข้าแทรกแซง
    ได้โปรดแบ่งบอกเรื่องราวให้ฉันฟัง
    สุดท้ายนี้อยากบอกเธอว่ายังห่วง
    แม้เวลาจะเลยล่วงมาแค่ไหน
    หรืออาจต้องแตกต่างหนทางไป
    ให้รู้ไว้ว่าใจฉันไม่ห่างตาม
    ฉันยังมีกำลังใจไว้ให้เธอ
    ให้เสมอทุกคราวที่เธอท้อแท้
    หากวันใดเธอต้องการคนดูแล
    คนที่แคร์เธอคนนี้จะรีบไป

    …ขอเพียงมีความเชื่อมั่น                      ขอเพียงมีความฝัน
    เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อทำในสิ่งเดียว                    จงก้าวเดินต่อไป       
    เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อทำในสิ่งที่มุ่งหวัง              ขอเพียงมีความหวัง
    ขอเพียงเชื่อมั่น                                                จะก้าวเดินต่อไป
    ไม่มีใครสายเกินไป                              คนที่หยุดนิ่งนิ่ง
    ในการเลือกทางเดินในเส้นทางสายใหม่          ทั้งที่ยังมีความหวัง
    ไม่มีใครพบสิ่งที่ดีที่สุดได้                                    ทั้งที่ยังมีความฝัน
    ถ้าไม่กล้าเปลี่ยนแปลง…..

    อันความหวัง ประดั่งเทียน เล่มน้อยน้อย
    ที่ล่องลอย ส่องแสง ทุกแห่งหน
    ต้านสายลม ข่มม่านฟ้า ที่พร่าหม่น
    นำใจคน ให้ก้าวเดิน เดินต่อไป

    ความหวัง…ยังเป็นสิ่งที่ทุกๆคนมีกันไม่ห่างกาย
    แม้จะไม่ได้สมหวัง…แม้อาจไม่เป็นตรงตามที่หัวใจเรียกร้องก็ตาม
    การที่เรากล้าที่จะเดินไปหา…ความคาดหวังที่เราต้องการนั้นละ
    เป็นสิ่งที่ควรทำ … ที่สำคัญต้องทำด้วยความจิงใจ
    แม้พลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่สวยหรูนัก
    แต่ให้รู้ไว้เถอะว่า…เรานะก็เป็นคนหนึ่งที่กล้า
    จะยอมรับความเป็นจริงที่เป็นไป
    เป็นกำลังใจให้…กับผู้ที่มีความหวัง

    มองไปเหนือท้องฟ้ายามคําคืน
    เห็นใหมอะไรอยู่บนฟ้า
    นั้นไงดวงดาววับวาวจับตา
    กับบทเพลงรักที่ขับขานจนจับใจ

    หยาดนําค้างไหลลู่ลงใบหญ้า
    ลมหนาวหวนมาอื้ออึงในใบหู
    ดาวดาวดวงนั้นเทอเห็นไหมอยากให้เทอดู
    แล้วเทอจะรู้รักเทอคนดี…

    พระอาทิตย์ทอแสง
    สีแดงทองสดใส
    บอกเราให้เดินต่อไป
    จงทะนงตนเอาไว้
    ให้ลอยเด่นดั่งตะวัน

    กิ่งหลิวพริ้วไหวในแดนหลิว
    แผ่วปลิวนิ่มนวลชวนหรรษา
    โน้มกายกิ่งใบได้งามตา
    สู่รากหญ้ามิลืมรากหยั่งสู่ดิน

    สายลมพัดพริ้วเป็นริ้วคลื่น
    แผ่นน้ำยังยั่งยืนมิหยุดสิ้น
    ผืนดินหยั่งหยัดยืนเป็นผืนดิน
    แต่ใจคนกลับผกผินเกินสิ่งใด

    อันว่าลมพัดคลั่งยังมีทิศ
    แต่ทิศใจนั้นสถิตที่ทิศไหน
    แม้นน้ำวนกราดเกรี้ยวเชี่ยวเจียนตาย
    แต่วังวนเเห่งใจเป็นอนันต์

    ยากจะหลุดโซ่ตรึงเเห่งความคิด
    หนึ่งชีวิตนั้นยาวนานหรือแสนสั้น
    ยังฝืนตนลืมตาในทุกวัน
    ธรรมชาติ…เท่านั้นคือเพื่อนตาย

    ยามเย็นมองเห็นหมู่เวิ้งฟ้า
    นั่งสดับรับนภาภาษาศิลป์
    โลกสวยงามครามชมพูภู่พรหมินทร์
    สุนทรินทร์แจ่มเเจ้งเเหล่งโลกา

    ยังนั่งเหม่อเพ้อมองจ้องเเมกไม้
    โปรยริมทางเรียงรายให้ใคร่หา
    ถูกเด็ดดมชมชวนล้วนหลุดมา
    ยังงดงามสูงค่าเเม้โรยริน

    ในสายน้ำยังอร่ามด้วยแสงฟ้า
    ปลายหยาดหญ้ายังโย้ยอดกอดกรวดหิน
    ลมรำเพยเจ้าเชยใจให้โผบิน
    ธุลีดินโชยกลิ่นคลุ้งฟุ้งสู่ใจ

    แผ่วปลิว พัดพริ้ว สู่ทิวเมฆ
    ดวงตะวัน วิเวก เริ่มหลับไหล
    ลาแรงอ่อนเเสงเเกล้งร้างไกล
    มุมมองผันได้เพียงบังตา

    จึ่งหลับตา หลับใจ ให้หยุดคิด
    ค้นจิต ค้นใจ ให้ค้นหา
    กลับตัว กลับใจ แล้วลืมตา
    สู่ความงาม ล้ำคุณค่า แห่งตัวตน

    เบิกแสงเทียนเปลี่ยนมุมมองของชีวิต
    เปลี่ยนความงามซึ่งสถิตทุกเเห่งหน
    คงมิงามหากไร้ซึ่งตาตน
    ไร้แขนขาผู้เยื้องยลสู่ความงาม

    สายลมพริ้วปลิวผ่านลานอโศก          พระอาทิตย์ทักทายโลกด้วยแสงใส
    หญ้ายอดน้อยผลิดอกรับอุทัย            ร้องเพลงรับวันใหม่คล้ายเงียบงัน
    มดหลงทางย่องย่างมาคว้างเคว้ง            แล้วหยุดพักฟังเพลงผะแผ่วนั่น
    ฟังอ้อนออดหรือแผ่วโหยโดยใดกัน          หรือดุจเพลงแห่งคนธรรพ์ได้บรรเลง…

    ณ แผ่นดินถิ่นไกลสุดปลายฟ้า
    ช่างอ้างว้างร้างคณานับตาสาย
    แต่ตรงเส้นสุดถิ่นแดนดินปลาย
    ก็มิคลายจากฟ้าพบบรรจบกัน

    นัยเดียวกับผืนฟ้าปลายตาสุด
    ตามนุษย์เห็นพิศและจิตสั่น
    ฟ้ากว้างไกล แต่ ณ จุดที่สุดนั้น
    ก็บรรจบพบกันกับแผ่นดิน

    ท้องทะเลกว้างใหญ่ไกลสุดกู่
    ทะเลดูเดี่ยวดุจมิสุดสิ้น
    แต่บนผืนทะเลทองผ่องใจจินต์
    ก็สถิตเกลียวคลื่นรินล้วนมิตรแม้น

    เมื่อสายฝนปรายโปรยโรยจากฟ้า
    ละอองพรั่งพรูมาเป็นห่าแสน
    หม่นและพร่าทั่วถิ่นทั้งดินแดน
    แต่อีกเดี๋ยวสว่างแว่นฯ ซึ่งสายฟ้า

    สรรพสิ่งหากมองในมุมหนึ่ง
    ก็อาจจึ่งรู้รับสดับค่า
    เพียงมุมเดียว เพียงมุมหนึ่งซึ้งสายตา
    เปล่าราคา เปล่าสัจ เปล่าชีวิต

    ในสิ่งหนึ่งย่อมดำรงคงอีกหนึ่ง
    ที่อาจซึ่งต่างแตกและแปลกผิด
    หากเปิดตา ใจตรอง ลองพินิจ
    ก็อาจพิศ อาจเห็นที่เป็นไป

    เมื่อความนิ่งเงียบงันกลั่นตัวริน
    เคลือบแผ่นดิน แผ่นฟ้า อสงไขย
    นัยน์ตาหนึ่งอาจยินดีปรีดาใจ
    นัยน์ตาหนึ่งอาจเห็นไฟในสายฟ้า

    เมื่อสายฝนปรายโปรยโรยจากฟ้า
    ดั่งน้ำตาข้าไหลใจหลุดหลอน
    น้ำตาฟ้าเปรียบดั่งเหมือนฟ้าร้าวรอน
    น้ำตาข้าสิอาวรณ์ถึงใครกัน

    ฟ้ามืดฝนหล่นโปรยระบายพื้น
    ฟ้าสะอื้นขืนขมเรื่องใดหรือ
    มีสายฟ้าฟาดฟ้าเป็นลูกมือ
    ฤาฟ้าสุขสนุกในเรื่องใด

    ในห่าฝนหล่นปรายมีสายฟ้า
    ดุจแส้ม้าเป็นเกลียวเมื่อเหลียวเห็น
    เหมือนจะฟาดกลางใจให้กระเด็น
    เหมือนจะเป็นแหล่งประหารบนลานใจ.

    ฟ้าจะเป็นเช่นไรก็เรื่องฟ้า
    ฝนจะห่าเช่นไรแค่ห่าฝน
    คนจะบ้าเช่นไรก็ช่างคน
    ตัวอัตตาตัวตนไม่พ้นตัว

    ความรวยกับความจนคือ ความสมถะกับความโลภ
    บางที..คนจนติดดิน อาจจะรวยล้นฟ้า  เพาระความสมถะ รู้จักพอ
    และบางที..คนรวยมั่งมี อาจจะจนสิ้นไร้ เพาระความโลภ ไม่รู้จักพอ
    รวย-จน ใช่อยู่ที่ทรัพย์สิน แต่อยู่ที่ความพอใจในทรัพย์สินที่มีข้อความ 

    วิศวะ…ใช่อารมณ์…ผสมศิลป์
    ศิลปิน…ใช่อารมณ์..ผสมเสียง
    นักร้อง…ใช่อารมณ์…ผสมสำเนียง
    อยู่บนเตียง…ใช่อารมณ์…ผสมพันธุ์

    จิตรกรใช้อารามณ์ผสมสี
    นักดนตรีใช้อารมณ์ผสมเสียง
    นักพากษ์ใช้อารมณ์ผสมสำเนียง
    อยู่บนเตียงใช้อารมณ์ผสมพันธุ์

    อยากให้อ่านแก้เครียดน่ะ อย่าคิกมาก อยากให้ทุกคนหัวเราะน่ะค่ะ
    คำถาม รอบสุดท้ายสำหรับการประกวด มิสยูนิเวอร์ส

    ———————————————————–

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส อเมริกา ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส อเมริกา : ในบ้านของไอ เราเรียกมันว่า สุภาพบุรุษ

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส อเมริกา: เพราะว่ามันลุกขึ้นทุกครั้ง ที่เห็นสุภาพสตรี
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ!)
    …………………………………………………………..
    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส สเปน ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส สเปน : ***นั่นของผู้ชาย ในประเทศของเรา เหมือนกับ วัวกระทิง ที่เราใช้ในการเหอะๆง การสู้วัวกระทิง

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส สเปน : เพราะว่า มันพุ่งเข้าหาทุกครั้ง ที่เห็นช่องเปิด
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ!)
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส ฟิลิปปินส์ ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส ฟิลิปปินส์ : ฉันพูดได้เลยว่า ***นั่นของผู้ชายในบ้านดิฉัน เหมือนกับ ข่าวซุบซิบ และ ข่าวลือ

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส ฟิลิปปินส์ : เพราะว่า มันผ่านจากปากนึง สู่อีกปากนึงต่อๆกัน
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! พร้อมทั้งลุกขึ้นโห่กรี๊ดลั่น ต่อด้วยเสียงปรบมือยาว )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส อิหร่าน ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส อิหร่าน : โอ้ ในบ้านชั้น เราว่า ***นั่น ของผู้ชายมันเหมือนกับ ขโมย

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส อิหร่าน : เพราะว่า พวกมันชอบเข้า ทางประตูหลัง
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ยาว ต่อด้วยเสียงปรบมือยาว )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส อินเดีย ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส อินเดีย : อืมมม ในประเทศ ของฉานๆๆ เรา ว่า***นั่น ของผู้ชาย มันคล้ายกับ กรรมกร

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส อินเดีย : เพราะว่าพวกมันต้องทำงานหนัก ทั้งกลางวัน และกลางคืนน่ะสิ
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! แปะๆ! แปะๆ!แปะๆ! แปะๆ!แปะๆ! แปะๆ! ติดต่อกันยาวนาน )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส มาเลเซีย ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส มาเลเซีย : อ้อ ในมาเลเซีย เราคิดว่า***นั่นของผู้ชายเหมือนรถ โปรตอน รถแห่งชาติ ของเรานี่แหละ

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส มาเลเซีย : เพราะว่า แม้ว่ามันจะดูบึกบึน แต่ความจริงแล้ว มัน อ่อน มากๆๆ
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ยาว ต่อด้วยเสียงปรบมือยาว )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส สิงค์โปร์ ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส สิงค์โปร์ : ในสิงค์โปร์ เราเรียก***นั่นของผู้ชาย ว่าพวก Kia-Su ( พวกกลัวพลาด)

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส สิงค์โปร์ : เพราะพวกมันชอบที่จะพรวดพราดเข้าไปอย่างรวดเร็วแล้ว ก็รีบออกมา 15นาที ก่อนการเหอะๆงจะจบทุกที
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! แปะๆ! แปะๆ!แปะๆ! แปะๆ!แปะๆ! แปะๆ! ติดต่อกันยาวนาน )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิส ไชน่า ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส ไชน่า : ในจีนพวกเราว่า***นั่นของผู้ชายคล้ายกับท่านผู้นำ Deng Siu Ping.

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส ไชน่า : คือว่า แม้มัน สั้น(เตี้ย) และ ต้องตรากตรำ งานหนัก แต่ว่ามันก็ยัง ทำงานได้จนถึงอายุ 90 ปี
    (เสียงปรบมือ แปะๆ! แปะๆ! พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่น ยาว ต่อด้วยเสียงปรบมือยาว )
    …………………………………………………………..

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : มิสไทยแลนด์ ไม่ทราบว่า ในประเทศของคุณ คุณให้คำจำกัดความของ อวัยวะของผู้ชาย(***นั่น) ว่า อย่างไร ?

    มิส มิสไทยแลนด์ : ในประเทศของเรา เราเปรียบ***นั่นเหมือนกับ นักการเมือง

    พิธีกรผู้ตั้งคำถาม : ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ?

    มิส มิสไทยแลนด์ : อ๋อ เพราะว่า พวกมันวันๆ งานการไม่ทำ ได้แต่เดินแกว่งไป แกว่งมา แล้วก็ถุย!!!ไปวันๆ เท่านั้น
    ( ตรงนี้ช่วยคิดหน่อย ว่า จะ ปรบมือ หัวเราะ เป่าปาก กระทืบเท้า หรือ ว่าก้มหน้าร้องไห้ดี )

    ในหุบเหวห้วงหาวที่ร้าวลึก
    ใครจะนึกว่ามีคนดีอยู่
    ข้าห้อยโหนนานเท่าใดข้าไม่รู้
    ที่เป็นอยู่คือสิ้นหวัง,กำลังใจ
    ผาสูงชันข้านั้นอยู่โดดเดี่ยว
    มือทั้งสองเกาะเกี่ยวเถาวัลย์ไว้
    ร้องขอความช่วยเหลือแทบสิ้นใจ
    จู่จู่ใครโยนเชือกช่วยชีวิต
    แต่ชะตาข้าน้อยช่างน่าเศร้า
    เชือกที่เขาโยนลงมามันคล้องผิด
    เพราะเชือกคล้องที่คอข้ามิดชิด
    ข้าขยับเพียงนิดเขาก็ดึง

    หมอกรินลอยหล่นคว้าง      ดอมดิน
    หญ้าแผ่ยอดดื่มกิน                  หมอกคว้าง
    หนึ่งนกป่าโบยบิน                  บ่งบอก
    ฟ้าหม่นยังอีกกว้าง                สุขแท้ยังมี

    เชือกที่คล้องพอดีที่คอข้า
    เจ้าอุตส่าห์เมตตาข้าก็ซึ้ง
    แต่ได้โปรดผู้เมตตาอย่าเพิ่งดึง
    ยังไม่ทันเอ่ยถึงก็ดึงแล้ว

    รักเพื่อนต้องเอาใจ มันชอบใคร เราชอบด้วย
    แม้หน้ามันสุดซวย ต้องว่าหล่อ ต้องว่าสวย ช่วย ยอ มัน
    รักเพื่อนต้องให้ลอกการบ้าน อย่ารำคาญ ก็มันไม่เก่ง
    ยามมันนั่งร้องเพลง ต้องว่ามันเจ๋ง เดี๋ยวมันงอน
    รักเพื่อนต้องหมั่นโทร เซย์ฮัลโหล รายงานตัว
    นินทาเขาไปทั่ว จริงๆ มั่วๆ มันชอบฟัง
    รักเพื่อนต้องให้ยืมตังค์ มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ห้ามทวง
    กางเกงตัวสุดหวง ถ้าเพื่อนยืม ต้องให้มัน
    รักเพื่อนอย่าขัดใจ มันอยากไปไหน ต้องไปที่นั่น
    ถ้าเผลอขัดใจมัน เงินเคยให้ยืมนั้น เดี๋ยวมันอม
    รักเพื่อนต้องบูชา วันละ 2 เวลา ต้องกราบไหว้
    รูปมันเอาไปขยายใหญ่ แล้วตัดไว้ ใกล้หัวนอน

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)