Get Adobe Flash player

001

ปีแล้ว ปีเล่า ที่คอยเฝ้าดู เฝ้าสังเกต ติดตาม กับการรอคอยและความหวัง ให้ทางหน่วยงานราชการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้หันมาใส่ใจดูแลทุกข์สุขของประชาชนบ้าง เหมือนกับตอนที่ท่านหาเสียง เพื่อเข้าไปในสภาอันทรงเกียรติ เพื่อเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้าน ตาสีตาสา ยายมี ตามา ที่ก้มหน้าเอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เป็นกระดูกสันหลังของชาตินั้น บัดนี้ เวลาก็ได้ล่วงเลยและย่างเข้าสู้ปีที่ 27 แล้ว นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2526 กับการเรียกร้องและนำเสนอโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำญวน ไปยังหน่วยงานทางราชการ โดยได้เริ่มต้นตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ผ่านทางอำเภอ เข้าสู่หน่วยงานของจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทาน เพื่อให้ศึกษาข้อมูลความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม จากการยื่นเรื่องไป ทำให้ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่ได้ทำการศึกษา สำรวจพื้นได้ให้ข้อมูลคร่าวๆดังนี้

ในฤดูน้ำหลาก หรือ ประมาณเดือน กรกฎาคม – เดือนตุลาคมของทุกๆปี น้ำในแม่น้ำญวน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ที่เกิดจากการไหลรวมตัวของลำห้วยต่างๆทั้ง 21 สายได้ไหลมารวมตัวกันเป็นแม่น้ำญวนนั้น จะเอ่อล้นขึ้นสูงแล้วไหลผ่าน อ.เชียงคำ จ.พะเยา และในบางปี ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในหลายๆปีติดต่อกัน แต่ขณะที่ในฤดูแล้งนั้น สายน้ำดังกล่าว กลับแห้งขอดไม่มีน้ำเพียงพอต่อการเกษตรในบางพื้นที่ การการศึกษาพบว่า แม่น้ำญวน อยู่ในเขตป่า อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ น้ำเปื๋อย น้ำหย่วน น้ำลาว เนื้อที่ประมาณ 1,385 ไร่ และมีพื้นที่บางส่วนซ้อนทับพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูซาง 342 ไร่ อยู่ในเขต ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ข้อมูลจากกรมชลประทาน รายงานว่า ลำน้ำญวนเป็นลำน้ำขนาดกลาง ยาวประมาณ 36.5 กิโลเมตร เนื่องจากหัวงานอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ และอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 เอ และ 1 บี จึงต้องให้มีรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อประกอบในการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่จะดำเนินโครงการ และมีพื้นที่น้ำท่วมบ้านเรือนของราษฎรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ความคืบหน้าของโครงการจึงเป็นไปอย่างล่าช้า แต่ถ้าหากโครงการดังกล่าวสำเร็จขึ้นจริง จะทำให้สามารถส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรของประชาชน ประมาณ 20,000 ไร่ และในฤดูแล้ง 8,000 ไร่ และเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของราษฎรและการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่โครงการและ ใกล้เคียง ตลอดจนการลดอุทกภัยน้ำท่วม และใช้เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาการทำประมง รวมทั้งมีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ด้วย ซึ่งตามแผนงานนั้นโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จะประกอบไปด้วย อ่างเก็บน้ำ ที่เขื่อนและอาคารประกอบ รวมถึงระบบส่งน้ำ ซึ่งมีความสามารถเก็บกักน้ำ ที่ 36 ล้าน ลบ.เมตร ความยาวของสันเขื่อนประมาณ 526 เมตร กินพื้นที่ 1,575 ไร่ มีระดับน้ำนองสูงสุดที่ 471 ม.รทก. โดยกำหนดส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำฝั่งซ้ายของแม่น้ำญวน ด้านบ้านร่องส้าน และฝั่งขวาของแม่น้ำลาว ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

รายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1. ทรัพยากรป่าไม้ พื้นที่ หัวงานและโครงการฯมีขนาดพื้นที่ 1,685 ไร่ เป็นป่าอนุรักษ์ 1,358 ไร่ ป่าทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติภูซาง 342 ไร่ และอยู่ในลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ประมาณ 22 ไร่ ซึ่งทั้งหมดมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ประมาณ 442 ไร่ ซึ่งหากมีการก่อสร้าง จะต้องตัดฟันและชักลากไม้ดังกล่าวออกจากพื้นที่

2. ธรณีวิทยาและแผ่นดินไหว อิทธิพล จากแผ่นดินไหว จากสถิติไม่พบการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่โครงการ และการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยพบในระดับไม่เกิน 6 ริกเตอร์ ในส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม หากมีปริมาณฝนมากกว่า 200 และ 300 มิลลิเมตร/วัน ก็อาจเกิดดินถล่มได้

3. ครัวเรือนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่วน ใหญ่เป็นราษฎรบ้านญวนพัฒนา(บ้านปางบอป) หมู่ที่ 19 ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา จำนวน 33 ครัวเรือน ที่ดินทำกิน 76 ครัวเรือน 931 ไร่

ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ

โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 10 ปีจึงแล้วเสร็จ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 405.74 ล้านบาท

จน กระทั่ง ปี พ.ศ. 2546 ครม.ของ พณฯ ท่าน พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีท่านอดีตรัฐมนตรี นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงมาสำรวจพื้นที่ที่จะทำการสร้างอ่างเก็บน้ำญวน ได้มาสำรวจสถานที่จริง ในคราวที่จัดให้มีคณะรัฐมนตรีสัญจรมาที่จังหวัดพะเยา หลังจาก ท่านเดินทางกลับไปแล้ว ทางคณะรัฐมนตรี ก็มติให้สามารถก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตป่าชั้น 1 เอได้ ทำให้ฝ่ายการเมืองและท้องถิ่นร่วมกันผลักดันโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยกรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาฯ ทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวนแล้วส่งไปที่ กรมชลประทาน แต่แล้วเรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และทำให้เรื่องดังกล่าวเงียบหายไปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

จากข้อมูล ดังกล่าว ทำให้พวกเรา อาจจะต้องรอคอยความหวัง แบบลมๆแล้ง กันอีกต่อไปอีกยาวนาน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะลงตัวสักที จะสร้างหรือไม่สร้าง ก็ขอให้รีบแจ้งประชาชนให้ทราบด้วย เนื่องจาก ในกรณีที่มีการศึกษาสำรวจข้อมูล ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสำรวจในการศึกษา ได้ไปบอกกับชาวบ้านว่าจะมีการสร้างเขื่อนขึ้นจริงๆ แล้วจะมีการเวนคืนที่ดิน แล้วได้ทำการรางวัดเส้นทางที่จะมีน้ำที่ส่งมาจากเขื่อนไหลผ่านในพื้นที่ทำ กินของชาวบ้าน และได้ทำการปักเสาปูนไว้ในสถานที่เหล่านั้น ซึ่งเสาปูนเหล่านั้นก็เป็นงบประมาณของแผ่นดิน ที่ผ่านมายังโครงการสำรวจ จนทำให้ชาวบ้านพากันหวาดระแวง ไม่กล้าที่จะปลูกพืชผลทางการเกษตร เพราะเกรงว่า หากโครงการดำเนินงานจริงๆ พืชผลที่ปลูกไว้ ก็คงได้รื้อถอนทิ้งทั้งหมด ก็คงจะเสียเวลาเปล่าในการปลูก ซึ่งทางหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่ทำการสำรวจ ได้แจ้งกับชาวบ้านว่า คลองส่งน้ำจะมีความกว้างถึง 25 เมตร แล้วมีถนนเลียบคลองทั้งสองฝั่งด้วย ซึ่งหากคิดและจินตนาการภาพแล้ว คงจะกว้างน่าดูตั้ง 25 เมตร แต่นี่ก็เวลาก็ได้ผ่านไปปีแล้วปีเล่า ที่เฝ้ารอคอย ถ้าปลูกพืชยืนต้น เช่น ลำไย ลิ้นจี่ ยางพารา คงได้ผลผลิตนำไปขายได้ราคา ได้เงินเยอะแล้ว แต่นี่ต้องรอโครงการ มองหมุดเสาที่ปักไว้ตรงกลางสวน กลางไร่ กลางนาของชาวบ้านแล้วสะท้อนใจ จนชาวบ้านพากันเจ็บใจ นำหมุดไปเป็นไม้คำต้นลำไยซะหลายต้น เสาปูนบางต้นปลวกอาจจะกัดกินหมดแล้วก็เป็นไปได้

คราวนี้มาย้อนดูสภาพ ของอ่างเก็บน้ำญวนกันก่อนแล้วกันว่า ทำไม? ชาวบ้านจึงพากันเรียกร้องให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำกัน ดังที่ได้กล่าวข้างต้นแล้วว่า ในฤดูกาลน้ำหลาก เรามีน้ำมากมายเหลือใช้ แต่เราก็ปล่อยให้ไหลลงไปสู่ที่ลุ่ม ตามกฎหลักธรรมชาติ กฎแห่งแรงโน้มถ่วงอะไรก็ว่ากันไป บางทีก็ได้ไหลไปท่วมพื้นที่ของชาวบ้าน ท่วมบ้านเรือน ทำความเสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เขียนได้สังเกตเหตุการณ์นี้มาหลายปีแล้ว และได้เคยอ่านบทความเรื่องน้ำท่วมอีกแล้ว ของ หนังสือพิมพ์พะเยารัฐ ผ่านทางเว็ปไซต์ โดยผู้เขียนได้บอกไว้ว่า จริงๆแล้วน้ำมันก็ท่วมเป็นปกติ เป็นธรรมดาของมันทุกปี แต่มนุษย์เรา ไปสร้างถนนสร้างบ้านที่อยู่อาศัยขวางทางน้ำเอง ซึ่งในความเป็นจริง ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ในเมื่อมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ เป็นผู้มีจิตใจสูง สามารถที่จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงธรรมชาติได้บ้าง ถึงจะไม่ได้ทั้งหมด แต่เพื่อความอยู่ดีกินดีของชาวบ้าน เพื่อความอยู่รอด เราก็ควรมีการพัฒนามีการเปลี่ยนแปลงมิใช่หรือ? ซึ่งจากบทความดังกล่าวที่ได้กล่าวไว้ว่า เราได้สร้างสิ่งปลูกสร้าง สร้างถนนกีดขวางทางเดินของน้ำเอง ทำให้ผู้เขียนได้ย้อนระลึกไปถึงอดีตลำน้ำญวนของเรา ที่มีให้ใช้อย่างเพียงพอ มีน้ำที่ใสสะอาด จะว่าไปแล้ว แม้ปัจจุบันสายน้ำดังกล่าวก็ยังคงใสสะอาดและมีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยช้ำ ไป เนื่องด้วยป่าไม้ก็อุดมสมบูรณ์ ไม่ได้ถูกทำลายเหมือนในสมัยก่อนๆ ที่มีการทำไร่เลื่อนลอย ปลูกสิ่งเสพติด ปลูกข้าวโพด ซึ่งปัจจุบันได้ลดลงจำนวนมาก ทำให้ป่าไม้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม และทำหน้าที่ดูดซับน้ำและปล่อยออกมา ตามลำห้วยต่างๆกลายเป็นสายน้ำใหญ่ให้เราได้ใช้สอยกันจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เพียงแต่เราไม่มีสถานที่เก็บกับไว้เพียงพอแค่นั้นเอง

ยังอยู่ในความ ทรงจำ และรำลึกถึงเสมอ ว่าในอดีตตอนสมัยผู้เขียนมีอายุได้ประมาณ 6-7 ขวบ ก็มักจะมาเที่ยวงานสงกรานต์ที่ฝายโป่งจี้ประจำ (ลืมบอกไปว่า ตรงที่เก็บน้ำญวนปัจจุบัน ได้กั้นลำน้ำด้วยฝายขนาดเล็ก ด้วยคอนกรีตกว้างประมาณ 50 เมตร เพื่อกักเก็บน้ำญวน และแบ่งไปตามลำเหมืองสายต่างๆ ซึ่งเป็นฝายเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับลำน้ำญวน แต่ก็ต้องจำยอม เนื่องด้วยติดที่งบประมาณ และเรียกฝายแห่งนี้ว่าฝายโป่งจี้) โดยที่ทางชุมชน จะมีประเพณีและกิจกรรมการละเล่นริมน้ำใต้ต้นมะเดื่อป่องยักษ์ เป็นต้นมะเดื่อขนาดใหญ่มาก มีร่มเงาบังแดดได้เป็นอย่างดี ก็จะมีรำวงมาตรฐานมาแสดงและให้แล้วได้ร่วมร้องรำตามประเพณี มีชิงช้าสวรรค์ มีร้านขายของเยอะแยะเต็มไปหมด ดูแล้วเป็นกิจกรรมที่สร้างความสมัครสมานสามัคคีเป็นอย่างดี ส่วนบริเวณด้านบนฝายอันเป็นที่กักเก็บน้ำ น้ำจะลึกมาก หลายท่วมเลยก็ว่าได้ ก็จะมีผู้คนได้มาเที่ยวเล่นน้ำกัน ทั้งได้นำห่วงยางและอุปกรณ์เล่นน้ำต่างๆมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งอำเภอเลยก็ว่าได้ และในช่วงที่ไม่มีกิจกรรมหรือยังไม่มีงาน แถวบริเวณหน้าฝายโป่งจี้ ก็จะมีน้ำตกหรือล้นลงมา ทำให้ชาวบ้านได้ทำการประมง การทำสะล่อดักปลา การทำซุ้มจับปลา เป็นต้น และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็มาถึง เมื่อปี พ.ศ. 2538 เกิดฝนตกหนักและน้ำไหลหลาก ได้พัดพาเอาซากหิน ดิน ทราย โคลน ซากต้นไม้ ลงมาทับถมบริเวณฝายโป่งจี้ และล้นลงมาถึงข้างล่างฝาย ทำให้เกิดเป็นดอนสูงขึ้น มีหญ้ามีหนาม และกิ่งไม้เป็นจำนวนมาก ลงมาทับถมกันอยู่เป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้น้ำตื้นเขิน สามารถเดินลุยน้ำได้เลย แม้แต่บริเวณฝายที่กักเก็บน้ำ ก็เต็มไปด้วยเศษดินโคลนที่ทับถมกัน จนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เหมือนเดิม หลายครั้ง ที่ทางชุมชนและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้นำรถแบ็คโฮมาขุดลอกขี้โคลนออก แต่ก็ทำเหมือนแค่ให้ทำผ่านๆมือไปเท่านั้นเอง แม่น้ำก็ยังคงแห้งขอดเป็นสันเป็นดอนในทุกๆปี ซึ่งเป็นวิธีแก้ไขกันเพื่อให้พ้นไปเป็นปีๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำชุมชนใน อ.เชียงคำ จึงร้องขอให้กรมชลประทานทบทวนโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ ที่เคยได้ร้องขอและส่งเรื่องไปนานหลายปีแล้ว เพื่อที่จะได้ทำการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในทุกฤดู ไม่ให้ไหลผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

เมื่อฤดูแล้งมาถึง เรากลับไม่มีน้ำใช้ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งขอด ไร้น้ำทำการเกษตรกรรม เนื่องด้วย พื้นที่ในเขตอำเภอเชียงคำส่วนใหญ่ ชาวบ้านจำทำการเกษตรบนผืนที่ดิน เช่น ท้องนา เป็นต้น คนแถวบ้านผมเขาเรียนทุ่งนาเหล่านี้ว่า “ทุ่งนาร้องไห้” เนื่องด้วย ผืนที่นาไม่เคยว่างเว้นจากการทำการเกษตรกรรมเลย ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆกันเลยดีกว่า เพื่อที่จะโยงเข้ากับข้อเรียกร้องว่า ทำไม ? ชาวบ้าน จึงเรียกร้องให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ในแต่ละปีนั้น ชาวบ้านจะเริ่มทำนาปีกันในเดือน กรกฎาคม รอจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน เมื่อน้ำข้าวออกจากทุ่งนาเสร็จแล้ว ไม่กี่วัน ชาวบ้านก็จะตัดตอฟาง ซึ่งในสมัยก่อนในแวกหรือพร้า แต่ปัจจุบันใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและรวดเร็ว ด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ้าง เครื่องลากบ้าง ทำให้เสร็จไว จากนั้นก็จะใช้รถไถ ทำการไถพรวนดินพร้อมขึ้นแปลงปลูกกระเทียมและหอมแดงต่อไป จากนั้นก็ดูแล จนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เมื่อขายผลผลิตหรือนำผลผลิตออกจากท้องนาแล้ว ชาวบ้านก็จะปลูกข้าวโพด บ้างก็ปลูกถั่วลิสง มันเทศบ้าง พืชผักทางการเกษตร เช่น แตงกวา บวบ มะนอย พริกบ้าง ก็จะเวียนไปจบครบฤดูทำนาปีต่อไปพอดี ทำอย่างนี้ทุกปี จนพื้นที่ดินไม่เคยว่างเลย นี่แหล่ะจึงเป็นเหตุผลและที่มีของชื่อทุ่งนาร้องไห้ เพราะไม่เคยได้พักเลย ดังนั้น ปัญหาที่ตามมาคือ แหล่งน้ำที่จะนำมาใส่หรือรดพืชผักอันเป็นผลิตทางการเกษตรนั้น ก็จำเป็นต้องมี ต่างคนต่างมีเหตุผล เนื่องด้วยพืชผลของตนเอง ถ้าไม่ได้น้ำ ก็ไม่มีทางเจริญเติบโต และทำให้ผลผลิตเสียหาย ขาดทุนไปเลยก็ได้

อนิจจา ! หลายครั้งหลายหน ที่ผู้เขียน ได้เห็นการทะเลาะวิวาท ทั้งด้วยวาจาที่ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล อาจจะว่าเป็นความเห็นแก่ตัว ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เนื่องด้วยมันเป็นความจำเป็นจริงๆ ต่อพืชผลทางการเกษตรของเขา ที่มีสาเหตุมาจากการแย่งน้ำเข้าพื้นที่ทางการเกษตรของตนเอง เนื่องด้วยบ้านผู้เขียนเอง ถือว่าอาจจะได้เปรียบหน่อย เนื่องด้วยด้วยติดกับเขื่อน เป็นหมู่บ้านแรก นั่นคือ บ้านเกษตรสมบูรณ์ ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา ดังนั้น จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำเท่าไหร่ แต่ปัญหาเหล่านี้ มักจะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านและชุมชนถัดๆไป เช่น ชุมชนบ้านใหม่เจริญสุข ชุมชนบ้านร้อง ชุมชนบ้านโจ้โก้ ชุมชนบ้านสบสา ชุมชนบ้านหนอง ต.ร่มเย็น และในเขต ชุมชน บ้านร่องค้อม บ้านอัมพร บ้านปีน บ้านกว้าน บ้านบุญยืนบ้านกว๊าน บ้านปุ๊ ของ ต.เจดีย์คำ เป็นต้น ซึ่งชุมชนเหล่านี้นั้น ล้วนแล้วแต่อยู่ท้ายเขื่อนไปอีกหลายกิโลเมตร ทำให้มีน้ำส่งไปถึงไม่เพียงพอ ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ในเรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องการแย่งน้ำ ขอยกเอาตัวอย่าง ในชุมชนละแวกใกล้เคียงหมู่บ้านของผู้เขียนแล้วกัน โดยปกติแล้ว ในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้ง จะแบ่งกันใช้น้ำ โดยให้ผู้ที่มีที่นาอยู่เหนือถนนดำ (ที่หมู่บ้านมีถนนทางหลวงหรือลาดยาง โดยที่ชาวบ้านเรียกว่าถนนดำ) ให้ใช้น้ำในเวลากลางวัน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่นาของชาวบ้านเกษตรสมบูรณ์และบ้านโจ้โก้ แต่ในตอนกลางคืน ก็ให้ผู้ที่มีที่นาที่อยู่ด้านล่างถนนดำเป็นต้นไป ได้ใช้น้ำจากลำเหมืองที่เชื่อมมาจากฝายโป่งจี้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่นาของชาวบ้านใหม่เจริญสุข บ้านโจ้โก้ บ้านร้อง และของบ้านร่องค้อม บ้านอัมพร ในเขตตำบลเจดีย์คำ ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน แต่ด้วยลำเหมืองที่เล็กและน้ำไหลมาน้อย บางทีทั้งวัน ชาวบ้านที่อยู่ฝั่งด้านเหนือถนนดำ ก็นำน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรของตนเองไม่เพียงพอ บางทีก็ได้แค่พื้นที่นาของเจ้าของนาเพียงสองสามคนเท่านั้น ที่เหลือในวันนั้นก็แปลว่าอด ไม่มีน้ำเข้าที่นาของตน เป็นเหตุให้มีการขโมยหรือแอบกั้นน้ำในเวลากลางคืน พอตกกลางคืน น้ำไม่ไหลไปสู่ด้านล่างถนนดำ เจ้าของที่นาก็พากันรวมกัน นำจอบนำเสียม เพื่อไปไล่ทำลายที่กั้นน้ำของเจ้าของที่แอบกั้นน้ำไปในที่ของตนเองในเวลา กลางคืน บางครั้งไปเจอ ก็ถึงกับทะเลาะกันด้วยวาจา บางครั้งก็เกือบมีการลงไม้ลงมือกัน ซึ่งบางครั้งแม้แต่เป็นญาติๆกันก็ยังทะเลาะด้วยเรื่องการแย่งน้ำเข้านากัน เลย

มานึกถึงเรื่องราวในพระพุทธศาสนา ในตอนที่ว่าด้วย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ก็ยังเคยเสด็จไปห้ามทับฝ่ายบิดาและฝ่ายมารดา ที่ต่างก็แย่งน้ำเข้าที่นาของตนเอง ผู้เขียนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมาอีกเลย ไม่อยากให้พี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง ต้องมาแย่งน้ำ ทะเลาะเบาะแว้ง ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เป็นข่าวอึกทึกคึกโครม เพราะเข้าใจดีว่า ต่างคนก็ต่างมีเหตุผล ไม่อยากอดตาย ไม่อยากขาดทุน ไม่รู้ว่าเรื่องเหล่านี้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน จะมองเห็นปัญหากันหรือไม่ หรือมองปัญหาออกแต่ไม่รู้ว่าจะแก้กันอย่างไร?

จริงๆแล้ว สาเหตุหรือต้นเหตุมาจากเรื่องน้ำ หลายคนอาจจะพูดว่า แล้วทำไม? ไม่ลดเรื่องการทำการเกษตรลงบ้างหล่ะ ต้องถามกลับว่า แล้วจะให้ชาวบ้านทำอะไรกิน? ใครจะมาดูแล เมื่อเขามีพื้นที่ เขาเป็นคนขยัน ก็น่าจะให้การสนับสนุนเขา ถ้าไม่มีสายน้ำเลยก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เรามีทรัพยากรน้ำ คิดว่า เพียงพอ แต่เราไม่มีที่จัดเก็บ พอถึงหน้าแล้งน้ำก็น้อยเป็นธรรมดา แต่เราไม่สามารถแบ่งให้ทุกคนได้อย่างทั่วถึง มันจึงเกิดเป็นปัญหาบานปลาย เมื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ทราบถึงสาเหตุแล้ว ก็ควรจะมานั่งปรึกษาหารือ หาแนวทาง หาทางบริหารจัดการน้ำ ให้เกิดเป็นสัดเป็นส่วนมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้

ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ติดตามโครงสร้างอ่างฯ สำนักข่าว
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆ ที่คอยติดตาม จากผู้เขียน

ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1      

หรือ หากท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)