Get Adobe Flash player

เศรษฐกิจพอเพียง การขุดบ่อเลี้ยงปลา

PDFพิมพ์อีเมล


หลักการเพาะเลี้ยงปลา

คุณสมบัติของดินที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
คุณสมบัติของดินที่เหมาะในการเลี้ยงปลา หมายถึง สภาพของดินที่สามารถเก็บกักน้ำเพื่อเลี้ยงปลาได้และทำให้ปลาที่เลี้ยงมีการ เจริญเติบโตดี คุณสมบัติของดินที่เหมาะสม
– เป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย
– สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินอยู่ระหว่าง 6.5-8.5
ดินเปรี้ยวสามารถแก้ไข
– ก่อนเลี้ยงปลาในบ่อที่มีการขุดใหม่ให้ระบายน้ำเข้า-ออกจากบ่อปลาบ่อย ๆ ความเป็นกรดของดินจะค่อย ๆ ลดลง
– ใช้ปูนขาวใส่ลงในดินตามอัตรา ดังตาราง
อัตราการใช้ปูนขาว
อัตราการใช้ปูนขาว เพื่อปรับ pH ของดินให้เหมาะสมในการเลี้ยงปลา

คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ความขุ่นใส (Transparency)
– ความขุ่นของน้ำแสดงให้เห็นว่าน้ำมีสารแขวนลอย (suspended matter) ได้แก่ อนุภาคดิน ทราย แพลงค์ตอน แบคทีเรีย ตลอดจนแร่ธาตุต่าง ๆ อยู่มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะจำกัดปริมาณแสงให้ส่องลงไปในน้ำได้น้อยลงโดยสารดังกล่าวจะดูดซับแสง ไว้
– ความขุ่นของน้ำมีผลต่อคุณภาพน้ำ กล่าวว่าความขุ่นของน้ำที่เกิดจากปริมาณแพลงค์ตอน โดยปกติเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เพราะจะทำให้มีอาหารธรรมชาติสำหรับสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ ส่วนความขุ่นที่เกิดจากตะกอนจะมีผลต่อสัตว์น้ำและพืชน้ำโดยตะกอนจะเข้าไปอุด ช่องเหงือกของปลาทำให้การแลกเปลี่ยนแก๊สไม่สะดวก
คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ค่าความขุ่นใสของน้ำสามารถควบคุมได้
ความขุ่นเกิดจากตะกอนดินให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ใส่ลงในบ่อจะทำให้ตะกอนดินที่แขวนลอยอยู่ตกตะกอน
ความขุ่นของน้ำที่เกิดจากแพลงค์ตอน ใช้วิธีระบายน้ำออก เพื่อเอาน้ำใหม่เข้ามา
ถ้าน้ำมีค่าความขุ่นใสมาก แสดงว่าแพลงค์ตอนในน้ำมีปริมาณน้อย ต้องเติมปุ๋ยลงไปในน้ำเพื่อให้แพลงค์ตอนเจริญขึ้นมาและวัดค่าความขุ่นใสให้ อยู่ในระดับ 30-60 ซม.
คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
อุณหภูมิ (Temperature)
– อุณหภูมิของน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำทั้งทางตรงและทาง อ้อม ทางตรงคือเมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำรงชีวิต (เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ การกินและการย่อยอาหาร เป็นต้น) ก็สูงขึ้น และเมื่ออุณหภูมิของน้ำลดลงกิจกรรมเหล่านั้นก็จะลดลง โดยปกติปลาในเขตร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมควรมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 25-32 องศาเซลเซียส

คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen)
ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ โดยสิ่งมีชีวิตในน้ำจะน้ำเอาออกซิเจนไปใช้ในขบวนการหายใจและขบวนการย่อยสลาย อินทรีวัตถุ

คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH)
– ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำหรือเรียกย่อ ๆ ว่า พีเอส (pH) เป็นการวัดปริมาณของไฮโดรเจนอิออนที่มีอยู่ในน้ำ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้เราทราบว่า น้ำนั้นเป็นกรดหรือเป็นด่าง ค่า pH มีค่าอยู่ระหว่าง 0-14 โดยมี pH 7 เป็นจุดกลาง หรือมีค่าเป็นกลาง pH ต่ำกว่า 7 มีค่าเป็นกรด และ pH สูงกว่า 7 มีค่าเป็นด่าง การวัดค่า pH ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า pH meter หรือใช้กระดาษ pH ก็ได้ แต่ค่าที่ได้ไม่ละเอียดเท่าที่ควร

คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ค่าความเป็นด่าง ( Alkalinity)
– ความเป็นด่างของน้ำ หมายถึง ความเข้มข้นของด่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นไอออนของคาร์บอเนต ( CO3 – ) ไบคาร์บอเนต ( HCO3 – ) และ (OH – ) น้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลาควรมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 100 – 120 มิลลิกรัม/ลิตร
คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลา
ความกระด้าง (Hardness)
ความกระด้างของน้ำ หมายถึง ความเข้มข้นของไอออนของแคลเซียม (Ca2+) และ แมกนีเซียม (Mg2+) ที่ละลายอยู่ในน้ำ

ลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาน้ำจืด
พื้นที่ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาน้ำจืด ควรพิจารณาถึงสิ่งต่อไปนี้
สภาพพื้นที่ เป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมไม่ถึง
ลักษณะของดิน ควรเป็นดินเหนียว หรือ ดินเหนียวปนทราย เพราะดินเหนียวจะเก็บกักน้ำได้ดี เกิดการพังทลายของคันบ่อน้อยกว่าดินทราย
แหล่งน้ำ น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลา ควรเป็นน้ำจืด ส่วนใหญ่ได้มาจาก 2 แหล่ง คือ
แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน ที่มีระบบชลประทานเพื่อการเกษตร
แหล่งน้ำใต้ดิน ได้แก่ น้ำบ่อ น้ำบาดาล และจะต้องเป็นน้ำจืด มีปริมาณเพียง พอตลอดการดำเนินกิจการ เพราะแหล่งน้ำดังกล่าว จะขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง
สิ่งอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึงในการเลือกพื้นที่
– การคมนาคมสะดวก สามารถติดต่อกับชุมชนอื่น ๆ ได้
– อยู่ห่างจากชุมชนเมืองพอสมควร เพื่อเลี่ยงปัญหาน้ำเสีย จากแหล่งชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรม
– ราคาที่ดิน ต้องคุ้มค่ากับการลงทุน
– อยู่ใกล้แหล่งอาหารและแหล่งพันธุ์ปลา
ประเภทของการเลี้ยงปลา
การเลี้ยงปลาตามลักษณะการให้อาหาร
– การเลี้ยงแบบธรรมชาติ คือ การเลี้ยงปลาโดยไม่ต้องให้อาหารปลาจะได้รับอาหารจากธรรมชาติเท่านั้น ฉะนั้นสภาพที่เลี้ยงจะต้องมีอาหารธรรมชาติพวกสัตว์น้ำและพืชน้ำที่ปลาใช้ เป็นอาหารได้ มีอย่างสมบูรณ์ การเลี้ยงแบบนี้ ไม่สามารถควบคุมผลผลิตได้
– การเลี้ยงแบบกึ่งพัฒนา คือการเลี้ยงปลาโดยเพิ่มปริมาณอาหารธรรมชาติควบคู่กับการให้อาหารสมทบ เช่น การเลี้ยงปลาสลิดโดยใช้ปุ๋ยคอก เป็นการเพิ่มปริมาณอาหารธรรมชาติควบคู่กับการให้อาหารผสม วันละมื้อ โดยจะใส่ปุ๋ยคอกเดือนละครั้งตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง
การเลี้ยงปลาแบบพัฒนา คือ การเลี้ยงปลาโดยให้อาหารสมทบเท่านั้น ซึ่งปลาจะได้รับอาหารเพียงพอทั้งปริมาณ และคุณค่า การเลี้ยงปลาแบบนี้สามารถควบคุมผลผลิตได้
การเลี้ยงปลาตามลักษณะการจัดการ
– การเลี้ยงปลาชนิดเดียว คือ การเลี้ยงปลาเพียงชนิดเดียว ในหนึ่งบ่อ เช่น บ่อที่ 1 เลี้ยงปลาดุก บ่อที่2 เลี้ยงปลาไน เป็นต้น

– การเลี้ยงปลาแบบรวม คือ การเลี้ยงปลามากกว่าหนึ่งชนิดในหนึ่งบ่อ การเลี้ยงแบบนี้จะใช้กับปลากินพืช เพราะจะไม่มีปัญหาปลากินกันเอง เช่น การเลี้ยงปลาซ่ง ปลาลิ่น ปลาเฉา รวมในบ่อเดียวกัน แต่ในบางกรณี จะเลี้ยงปลากินพืชรวมกับปลากินเนื้อ โดยใช้ปลากินเนื้อเป็นตัวควบคุมปริมาณปลาในบ่อ เพราะปลากินเนื้อจะกินลูกปลาที่เกิดใหม่ในบ่อเป็นอาหาร เช่น การเลี้ยงปลานิลร่วมกับปลาช่อน
– การเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน คือ การเลี้ยงปลาควบคู่กับการทำเกษตรกรอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงสุกรหรือไก่ การเลี้ยงปลาร่วมกับการปลูกพืช
การเลี้ยงปลาตามลักษณะสภาพที่เลี้ยง
การเลี้ยงปลาในบ่อ บ่อที่ใช้เลี้ยงปลามี 2 ชนิด ได้แก่
– บ่อดิน เป็นบ่อที่ขุดสร้างขึ้น โดยใช้ดินเป็นคันบ่อและพื้นก้นบ่อ ใช้ในการเลี้ยงและ การอนุบาลปลา
– คอนกรีต เป็นบ่อที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลาทีมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ปลาดุก ปลาคาร์พ
การเลี้ยงปลาในกระชัง คือ การเลี้ยงปลาในภาชนะที่ทำขึ้นเป็นรูปร่าง และขนาดจำกัด แขวนลอยในแหล่งน้ำ
– กระชังไม้ไผ่ กระชังไม้เนื้อจริง
– กระชังไนลอน
การเตรียมบ่อเลี้ยงปลา
– การเตรียมบ่อเลี้ยงปลา หมายถึง การปรับสภาพแวดล้อม เช่น ความเป็นกรดเป็นด่าง ความสะอาดของก้นบ่อ ภายในบ่อเลี้ยงปลาก่อนการเลี้ยงปลาให้สามารถใช้เลี้ยงปลาได้โดยมีผลผลิตตอบ แทนสูงสุดต่อหน่วยพื้นที่บ่อ
ประโยชน์การเตรียมบ่อเลี้ยงปลา
– พื้นก้นบ่อมีโอกาสได้รับแสงแดดและออกซิเจน ทำให้อินทรีย์วัตถุที่หมักหมม
อยู่ในบ่อมีการย่อยสลายตัวได้ดีทำให้อัตราการเจริญเติบโตของปลาดีขึ้น
– เพิ่มเนื้อที่ของน้ำในบ่อให้มากขึ้น จากการลอกก้นบ่อและกำจัดวัชพืชต่าง ๆ ทำให้ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้มากขึ้น

– ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ในบ่อปลาให้น้อยลง ทำให้อัตราการรอดตายของปลาเพิ่มมากขึ้น
– กำจัดศัตรูปลาต่างๆ เช่น ปลากินเนื้อ ได้แก่ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาบู่ ทำให้อัตราการรอดตายของปลาเพิ่มขึ้น
– การปรับปรุงคันบ่อในขณะเตรียมบ่อทำได้ง่ายขึ้น
วิธีการเตรียมบ่อก่อนการเลี้ยงปลา
– สำหรับบ่อเก่า ควรระบายน้ำออกแล้ว ปรับปรุงบ่อ โดยการถอนวัชพืชบริเวณก้นบ่อ ขอบบ่อ และคันบ่อออก ลอกเลนที่มีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นออก
– ใส่ปูนขาวโดยโรยให้ทั่วพื้นบ่อและขอบบ่อ
– ตากบ่อทิ้งไว้ 2-3 วัน
– กำจัดศัตรูปลาในกรณี ที่เป็นบ่อเก่าสูบน้ำให้แห้ง จะต้องทำการสูบน้ำในบ่อให้เหลือ 10-20 ซม. กำจัดวัชพืชต่าง ๆ ออกให้หมดแล้วกำจัดศัตรูปลาโดยใช้ยาเบื่อเมา
– ปล่อยน้ำเข้าให้มีระดับความลึก 30-50 ซม. เพื่อกระตุ้นให้เกิดอาหารธรรมชาติ เช่น แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ เป็นต้น
– ใส่ปุ๋ยคอกโดยหว่านให้ทั่วบ่อบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงทิ้งไว้ 5-7 วัน
ปูนขาว
– ปูนขาวเป็นสารที่ช่วยในการปรับปรุงสภาพของบ่อให้เหมาะสมกับการเลี้ยงปลา ช่วยเสริมสร้างและรักษาสุขภาพของปลาทำให้ผลผลิตสูงขึ้น
ประโยชน์ของปูนขาว
– ปูนขาวจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลา (pH 6.5-8.5) และการแพร่ขยายพันธุ์ของพืชเล็ก ๆ ในน้ำซึ่งเป็นอาหารของปลาที่เลี้ยง
– ปูนขาวช่วยลดปัญหาการขาดแคลนออกซิเจนในน้ำ
– ช่วยแก้ปัญหาน้ำขุ่น โดยทำให้สารที่ปะปนอยู่ในน้ำเช่น อินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ตกตะกอนได้เร็วขึ้น
– ช่วยลดอันตรายจากสารพิษบางชนิดที่เป็นอันตรายโดยตรงต่อปลา ทำให้สารพิษเหล่านั้นตกตะกอนและไม่ละลายน้ำ เช่นแอมโมเนียม
ยาเบื่อปลาที่นิยมใช้ในการกำจัดศัตรูปลา
โล่ติ๊น
เป็นพืชที่มีสารโรทิโนน (rotenone) สารโรทิโนนนี้จะขัดขวางการรับออกซิเจนของเหงือก จึงสามารถฆ่าปลาที่เป็นศัตรูในบ่อได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อคน อัตราการใช้ที่ได้ผลดีที่สุด คือ 1.5 กรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยนำรากโล่ติ๊นมาทุบแล้วแช่น้ำไว้ 1 คืน เมื่อจะใช้ก็ขยำจนน้ำสีขาว ๆ ออกมาจนหมด จากนั้นนำน้ำไปสาดให้ทั่วบ่อ พิษของโล่ติ๊นจะสลายตัวได้เร็วเมื่ออากาศร้อน หากลักษณะอากาศเย็นต้องใช้เวลานาน 7 วัน จึงจะหมดพิษ
ยาเบื่อปลาที่นิยมใช้ในการกำจัดศัตรูปลา
กากชา
เป็นกากที่เหลือจากการบีบน้ำมันจากเมล็ดชา ในกากเมล็ดชามีสารซาโปนิน (saponin) ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถทำลายเม็ดเลือดแดง ใช้ในอัตรา 68 กรัม/ลูกบาศก์เมตร ฤทธิ์ของซาโปนินจะสลายหมดภายใน 5-10 วัน โดยขึ้นอยู่กับ อุณหภหูมิเช่นเดียวกับโล่ติ๊น
โซเดียมไชยาไนด์ (NaCN)
ลักษณะเป็นก้อนสีขาวไม่มีกลิ่นเมื่อแห้งสนิท เมื่อละลายน้ำจะให้กรดไฮโดรไซยานิค (hydrocyanic acid) ซึ่งเป็นพิษโดยจะยับยั้งการรับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ใช้ในอัตรา 1.5-2 กรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยใส่ในสวิงด้ามยาวแล้วแกว่งในน้ำโดยผู้ใช้เดินอยู่บนบก พิษจะสลายภายใน 1-2 วัน จะสลายตัวได้เร็วขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากโซเดียมไซยาไนด์ มีพิษรุนแรงมากผู้ใช้ควรใช้อย่างระมัดระวังโดยสวมถุงมือทุกครั้ง ควรเก็บไว้ในที่มิดชิดและไม่สูดดมอากาศบริเวณที่มีโซเดียมไชยาไนด์อยู่

การใช้ปุ๋ยในการเตรียมบ่อ
วิธีการใช้และอัตราการใช้ปุ๋ยในบ่อเลี้ยงปลา
การใช้ปุ๋ยในการเตรียมบ่อ
– ปุ๋ยเป็นสารที่ช่วยในการเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืชน้ำขนาดเล็ก (Phytoplankton) ใช้เป็นอาหารของปลาในบ่อโดยตรง หรือเป็นอาหารของสัตว์น้ำขนาดเล็ก (Zooplankton) ซึ่งเป็นอาหารของปลาในบ่อเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ปุ๋ยบางชนิดยังเป็นอาหารของปลาโดยตรงอีกด้วย เช่น ปุ๋ยหมัก เป็นต้น
วิธีการใช้และอัตราการใช้ปุ๋ยในบ่อเลี้ยงปลา
– ปุ๋ยคอก ได้แก่ มูลสัตว์ต่าง ๆ ใช้โดยการกองไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ่อที่น้ำท่วมถึง หรือหว่านให้ทั่วพื้นบ่อในกรณีที่บ่อเก็บน้ำไม่ดีควรใช้อัตราไม่เกิน 200-250 กก./ไร่/เดือน
– ปุ๋ยพืชสด ได้แก่ ส่วนของพืชผักวัชพืชต่าง ๆ ควรใส่โดยการกองไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ่อที่น้ำท่วมถึงเพื่อสะดวกในการควบคุม ทำความสะอาดบ่อ ควรใช้อัตราไม่เกิน 1,200-1,500 กก./ไร่/เดือน
– ปุ๋ยหมัก ได้แก่ ปุ๋ยที่เกิดจากการหมักหมมของเศษพืช มูลสัตว์ผสมกับแบคทีเรีย ควรใส่ไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ่อที่น้ำท่วมถึง ควรใช้อัตราไม่เกิน 600-700 กก./ไร่/เดือน
– ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ปุ๋ยที่มีการสังเคราะห์ขึ้นจากสารเคมี ประกอบไปด้วยธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ใช้อัตราไม่เกิน 5 กก./ไร่/เดือน
ข้อสังเกตในการใส่ปุ๋ย
– น้ำมีสีน้ำตาลเข้มแสดงว่าใส่ปุ๋ยคอกมากเกินไป เกิดการเน่าสลายอย่างรุนแรงควรเติมน้ำลงไป
– น้ำมีสีเขียวเข้มมากเกินไป โดยใช้มือจุ่มลงไปในน้ำประมาณถึงข้อศอก มองไม่เห็นฝ่ามือแสดงว่าน้ำเข้มเกินไปควรเจือจางโดยเติมน้ำ ถ้ามองเห็นฝ่ามือแสดงว่าน้ำมีระดับปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสม
ตอนเช้ามืดปลาลอยหัวขึ้นมาฮุบอากาศแสดงว่าน้ำมีออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจเกิดแพลงค์ตอนพืชในปริมาณมากเกินไป

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของปลา
ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของปลามีผลต่อการเลี้ยงปลาให้ประสบความสำเร็จ มีกำไร หรือประสบความล้มเหลว ขาดทุนได้ ถ้าหากไม่มีการควบคุมดูแลที่ถูกต้อง ปลาที่เลี้ยงจะเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
– ปัจจัยที่เกิดจากการจัดการ
– ปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อม
– ปัจจัยที่เกิดจากความสมบูรณ์ของบ่อเลี้ยงปลา
– ปัจจัยที่เกิดจากตัวปลาที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลาแตกต่างกันตามชนิดของปลา
– ปัจจัยที่เกิดจากอาหาร
– ปัจจัยที่เกิดจากโรคปลาและศัตรูปลา
ปัจจัยที่เกิดจากการจัดการ
อัตราการปล่อยปลาลงเลี้ยง
อัตราการปล่อยปลาสวายในบ่อเลี้ยงเพื่อเป็นปลาเนื้อใช้อัตรา 1 ตัวต่อพื้นที่ผิวน้ำ 1 ตารางเมตร ถ้าหากปล่อยมากกว่านี้จะทำให้ปลาแน่นเกินไป ทำให้โตช้า ปล่อยปลาตะเพียนลงเลี้ยงในบ่อเลี้ยงเพื่อเป็นปลาเนื้อใช้อัตรา 5-10 ตัวต่อพื้นที่ผิวน้ำ 1 ตารางเมตร
ขนาดของปลาที่ปล่อยลงเลี้ยง
ควรเป็นปลาที่มีขนาดและน้ำหนักที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดลงเลี้ยงในบ่อเดียวกัน
พันธุ์ปลาที่ปล่อยลงเลี้ยง
พันธุ์ปลาที่เลี้ยงควรศึกษาดูว่าชนิดปลาที่ปล่อยเป็นปลาที่กินอาหารชนิดใด ไม่ควรเอาปลากินพืชและปลากินเนื้อมาเลี้ยงรวมกัน เพราะปลากินเนื้อจะกินปลากินพืช
ปัจจัยที่เกิดจากความสมบูรณ์ของบ่อเลี้ยงปลา
ปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อม
สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ (pH) ออกซิเจน (O2) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แอมโมเนีย (NH3) สารพิษต่าง ๆ ในน้ำ อุณหภูมิ และความเค็มของน้ำ ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ในน้ำ เหล่านี้ มีผลต่อการดำรงชีวิตของปลา

ปัจจัยที่เกิดจากความสมบูรณ์ของบ่อเลี้ยงปลา
แพลงค์ตอนพืช (Phytoplankton) เป็นพืชชั้นต่ำขนาดเล็ก เคลื่อนไหวไปมาได้โดยอาศัยลมและกระแสน้ำ อาศัยแสงแดดในการสังเคราะห์เช่นเดียวกับพืชทั่ว ๆ ไป ได้แก่สาหร่ายสีเขียว (Green algae) เช่นสาหร่าย คลอเรลล่า (Chlorella) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
– แพลงค์ตอนสัตว์ (Zooplankton) เป็นสัตว์ชั้นต่ำขนาดเล็ก เคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง อาศัยกินแพลงก์ตอนพืช และแบคทีเรียเป็นอาหาร ได้แก่ตัวอ่อนของกุ้ง ไรน้ำชนิดต่าง ๆ เช่น ไรแดง ไรสีน้ำตาล โรติเฟอร์
ปัจจัยที่เกิดจากตัวปลาที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลาแตกต่างกันไปตามชนิดของปลา
– เพศ ปลาบางชนิด เช่น ปลานิลเพศผู้จะเจริญเติบโตได้ดีและเร็วกว่าเพศเมีย จึงทำให้มีการแปลงเพศลูกปลานิลเพศเมียให้กลายเป็นเพศผู้ เพื่อให้การเจริญเติบโตดี
– อายุ ปลาที่อายุต่าง ๆ จะมีการเจริญเติบโตเร็วหรือช้าแตกต่างกันไป
– พันธุกรรม ได้แก่ลักษณะการเจริญเติบโตของปลาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ในปลาชนิดเดียวกัน วัยเดียวกัน กินอาหารและอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน อาจจะมีการเจริญเติบโตที่ไม่เท่ากันได้ เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน
ปัจจัยที่เกิดจากอาหาร
– อาหารธรรมชาติ ได้แก่ อาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยอาศัยความสมบูรณ์ของบ่อ โดยการเตรียมบ่อ หรือใส่ปุ๋ย อาหารธรรมชาติในบ่อ ซึ่งได้แก่ แพลงค์ตอนชนิดต่าง ๆ พืชน้ำบางชนิด ไรน้ำ ฯลฯ
– อาหารสมทบ ได้แก่อาหารที่ผู้เลี้ยงนำมาให้ปลากินเป็นอาหาร เช่น รำ เศษผัก อาหารผสมสูตรต่างๆ ปลาป่น เนื้อปลาสด ฯลฯ
การให้อาหารปลา
– ลักษณะของอาหาร ตรงกับความต้องการ เช่น ปลากินพืชต้องการโปรตีน 16-25% ปลากินเนื้อต้องการโปรตีน 30% ขึ้นไป ลูกปลาขนาดเล็กต้องการอาหารผง ปลาขนาดใหญ่ต้องการอาหารเม็ด ฯลฯ
– ปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของปลา ถ้าให้มากเกินไปปลากินไม่หมดทำให้น้ำเน่าเสียได้ น้อยเกินไปปลากินไม่พอไม่เจริญเติบโต
มีคุณภาพดี ไม่เป็นอาหารที่บูดเสีย หรือเสื่อมคุณภาพ เพราะจะทำให้มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลา
ปัจจัยที่เกิดจากโรคปลาและศัตรูปลา
มีผลทำให้การเจริญเติบโตของปลาไม่ดี หรือ อาจทำให้ปลาตายได้ ได้แก่
– โรคที่เกิดจากแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ เช่น โรคหนวดกุด ท้องบวมในปลาดุก
– โรคที่เกิดจากพยาธิ เช่น โรคจุดขาว ปลิงใส เห็บ
– โรคที่เกิดจากตัวเบียฬภายนอก ได้แก่ เห็บปลา เหาปลา
– ศัตรูปลาชนิดต่าง ๆ เช่น งู กบ นก ฯลฯ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)