Get Adobe Flash player

การจัดงานศพแบบล้านนา

PDFพิมพ์อีเมล


ประเพณีเกี่ยวกับการตาย/การลากศพ/เสียศพ

เมื่อมนุษย์ดำเนินชีวิตมาตั้งแต่ปฏิสนธิแล้วเรื่อยตลอดมา สังขารที่ดวงจิตสถิตอยู่นั้น ก็ย่อมชราโรยแรงและหมดสภาพลงตามลำดับ   ร่างกายที่เคยยืนตรงก็เริ่มโค้งค้อมลงด้วยความชรา  ความแข็งแรงก็เริ่มถูกความอ่อนล้ามาทดแทน ความสวยที่มีอยู่ก็ถูกความโทรมเข้ากลืนกิน ทั้งหมดนี้จะดำเนินมาจนถึงวาระที่สังขารไม่อาจดำรงอยู่ได้แล้ว  จิตก็จะละจากสังขารนั้ไป  สังขารเมื่อไม่มีจิตคอยควบคุมอยู่ก็จะหยุดนิ่ง  กระด้าง  และไร้ลมปราณที่เข้าออก นั้นก็คือการเข้าสู่สภาพของความตายโดยสมบูรณ์
เมื่อถึงวันหมดอายุมาถึง คนเฒ่าสมัยก่อนมักจะตายในวงล้อมของลูกหลาน  ถึงจะมีการแก่ตายตามธรรมดาของสัตว์โลก  ในสมัยโบราณลูกหลานก็ยังจะแสดง ความเศร้าโศกเสียใจทั้งร้องไห้และรำพันคร่ำครวญดังระงม เสียงดังกล่าวเรียกว่าหุย ชาวบ้านเมื่อได้ยินเสียงหุยเป็นสัญญาณก็รู้ได้ว่ามีการตายเกิดขึ้นแล้ว ก็จะมาช่วยกันจัดการทุกอย่าง  ตั้งแต่การห้างลอยหรืออาบน้ำศพ จัดสถานที่ ช่วยกันทำไม้คือทำโลงศพ จนถึงการนำไป ฝังหรือเผาตามประเพณี
ในสมัยแรก ศพของคนธรรมดาคงมีการฝังอย่างเดียว ไม่มีการเผา การเผาศพมีเฉพาะในกรณีพระสงฆ์ กษัตริย์ และเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น  ที่ฝังนั้นอาจเพราะยังเชื่อตามความเชื่อเดิมว่า ต้องรักษาร่างกายไว้ในหลุมเพื่อเกิดมาในชาติต่อไป จะได้ใช้ร่างกายนั้นเป็นร่างกายใหม่ต่อไป  ถ้าทำให้ศพตาบอดก่อนฝังเชื่อว่าชาติต่อไปเมื่อเกิดมาตาจะบอดดังร่างกายที่ เป็นศพ   ถ้าตายทั้งกลมก็จะต้องเอาลูกออกจากท้องแม่ก่อนแล้วจึงฝัง  เชื่อว่าถ้าฝังไว้โดยไม่ได้เอาลูกออก ชาติต่อไปเมื่อเกิดมายังไม่ทันมีสามี  หญิงนั้นก็จะตั้งครรภ์ขึ้นเอง  เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๓๐ สมัยที่มิชชันนารีเดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนา ได้มีข้อบันทึกว่าเมื่อตายได้นำศพไปฝัง  บนหลุมฝังศพสร้างเรือนจำลองตั้งไว้ที่บนหลุมฝังศพด้วย ดังนั้นชาวบ้านธรรมดาใช้การเผาศพในสมัยหลังนี่เอง
ตามหลักความเชื่อก็ ดี  ตามหลักศาสนาก็ดี  ชีวิตคนเราหาจบสิ้นไปแค่การตายเท่านั้น ยังจะต้องดำเนินชีวิตวิญญาณต่อไปในภูมิ  ในภพ  ในโลกอีกโลกนึ่ง  ที่เรียกว่า “เมืองผี” เมื่อคนเราตายลง วิญญาณที่รู้กันว่าเป็นผีจะล่องลอยเวียนวนอยู่ในโลกมนุษย์ก่อน  พูดกันว่าหลังที่ตายไปแล้วภายใน ๓ วัน ๗ วัน  วิญญาณจะกลับมาที่เคยอยู่เคยกิน เพื่อมาเก็บรอยตีนรอยมือของตัวเอง ดังนั้นญาติพี่น้องจะกลัวผีคนที่ตายไปในวันที่  ๓  และที่  ๗ คืนก่อนวันที่ ๓ หรือวันที่ ๗ นี้จะเป็นวันแต่งดาเพื่อทำบุญกระดูกของผู้ตาย ทางญาติที่อยากรู้อยากทดลองจะร่อนเอาขี้เถ้าใส่กระด้งตั้งไว้ในครัวไฟ  เมื่อถึงตอนเช้าจะพากันไปดูว่าบนขี้เถ้ามีรอยใดบ้าง  ถ้าปรากฏมีรอยมือรอยเท้าคนก็ดี รอยเท้าของสัตว์ก็ดี เชื่อว่าวิญญาณผู้ตายได้เดินทางมารับเครื่องไทยทานที่ญาติเตรียมไว้นั้น แล้ว  มีคนเล่าถึงความเชื่อเรื่องวิญญาณหลังที่ตายลงของคนจีนว่า คนเราเมื่อตายลงวิญญาณจะอยู่ในโลกมนุษย์ได้ ๔๙ วัน จากนั้นก็จะไปสู่อีกโลกหนึ่ง สำหรับคนล้านนานั้น ไม่มีกำหนดวันที่วิญญาณจะอยู่ในโลกมนุษย์กี่วัน เมื่อญาติของผู้ตายอยากรู้ว่าวิญญาณของคนตายจะไปอยู่ที่ใดหรือมีความสุขความ ทุกข์ประการใด
เมื่อตายพ้น ๗ วันไปแล้วจะมีพิธีเรียกวิญญาณที่เรียกกันว่าขอนกระด้าง โดยนำเอาเสื้อผ้าเก่าของผู้ตายและอาหารที่ผู้ตายเคยชอบกินไปหาเจ้าทรง เพื่อขอให้ผีที่เป็นเจ้าทรง ที่ถือว่าเป็นผีที่มีอำนาจพอสมควร  ไปตามเอาวิญญาณของคนใดคนหนึ่งมาพบกับญาติ โดยสื่อผ่านทางร่างของเจ้าทรง เมื่อวิญญาณเข้ามาที่ร่างของคนทรงแล้ว ทางญาติจะถามสารทุกข์สุกดิบ ถามถึงความต้องการว่าต้องการสิ่งใด  และจะให้ญาติทำบุญหรือทำสิ่งใดฝากไปให้   แล้วญาติจึงนำเอาอาหารที่ผู้ตายชอบ เมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้กิน  แล้วจะนำเอาเสื้อผ้าของผู้ตายที่เอาปะปนกับเสื้อผ้าของญาติ  ให้ทางวิญญาณ ของผู้ตายเลือกเอา  ถ้าเลือกถูกก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ตายที่เป็นญาติมาเข้าทรงจริง ญาติที่ทนไม่ได้ก็จะพากันร้องไห้เมื่อวิญญาณได้เล่าถึงความยากลำบากหลังจาก ที่ตายไปแล้ว   เมื่อได้เวลาพอสมควรวิญญาณก็จะขอลาเพราะว่าหมดเวลาที่เขาให้มาแค่นี้ เมื่อญาติกลับไปก็จะไปทำบุญหรือทำสิ่งที่ผู้ตายได้ขอร้องไว้
การตายแยก ออกเป็น ๒ อย่างคือ ตายโดยหมดอายุขัย และตายโดยกระทันหัน เช่นการเกิดอุบัติเหตุถือว่าเป็นการตายที่ยังไม่หมดอายุ   ตายประการหลังนี้เชื่อว่าวิญญาณจะกลับมาเกิดได้เร็ว  ยิ่งตายเมื่ออายุยังน้อย  บางรายตายตั้งแต่อายุยังไม่ถึง  ๑ ขวบ พ่อแม่ใช้มินหม้อทาที่ตะโพกแล้ว ขอให้กลับมาเกิดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงนำศพไปฝัง เมื่อตั้งท้องและคลอดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าทารกที่คลอดมามีปานดำที่ตะโพก ก็เชื่อว่าลูกคนเก่าที่ตายไปได้กลับมาเกิดใหม่
เชื่อกันว่าคนเราเมื่อ ตายไปแล้ววิญญาณจะล่องลอยอยู่ในโลกมนุษย์อยู่  เพียงแต่ว่าจะสื่อสารกับคนโดยตรงไม่ได้เท่านั้น ต้องผ่านทางเจ้าทรง  หลังจากนั้นวิญญาณอาจจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิญญาณที่สูงหรือต่ำ เรียกว่าการเกิดของวิญญาณอีกทีหนึ่ง  ก็แล้วแต่กรรมดีกรรมชั่วมีมากน้อยขนาดไหน ถ้าตายโดยไม่หมดเวรกรรมคือไม่ถึงอายุขัย ก็อาจจะกลับมาเกิดในโลกมนุษย์เลยโดยไม่ต้องไปที่อื่น ถ้าทำความดีไว้มากวิญญาณจะแปรสภาพ หรือเกิดเป็นผีชั้นสูง เช่น เป็นผีรักษาหมู่บ้านที่เรียกว่าเสื้อบ้าน  ผีอารักษ์รักษาเมืองบางทีก็เรียกเสื้อเมือง เป็นผีรักษาต้นน้ำลำธารเรียกว่าผีขุนน้ำ เป็นต้น ผีชั้นดีจะไม่ค่อยอดอยากเพราะจะมีผู้คนเซ่นไหว้อยู่เสมอ   ผีที่มีกรรมชั่วมากวิญญาณก็จะเกิดเป็นเปรตเที่ยวหลอกหลอนหากินด้วยความหิว กระหาย   ถ้าไม่ได้เกิดเป็นเปรตก็จะได้เป็นผีชั้นเลวซึ่งอดอยาก ต้องเที่ยวหากินด้วยการทำร้ายมนุษย์  ไม่มีที่อยู่แน่นอนอย่างที่เรียกกันว่าเจ้าไม่มีศาล  อย่างพระที่เป็นเจ้าอาวาส  ถ้าไม่ประพฤติตามพระวินัยคือมีความโลภ โกรธ หลง เป็นเครื่องร้อยรัดอยู่ เมื่อตายไปแล้ววิญญาณจะเกิดเป็นผีกละยักษ์ อาศัยอยู่ตามวัดร้าง  เป็นผีที่ร้ายและน่ากลัวถ้าทำร้ายคนแล้วมักจะไม่รอด และปราบยากกว่าผีทั่วไป เพราะคาถาอาคมต่าง ๆ  ผีที่เคยเป็นเจ้าอาวาสมาก่อนได้เรียนรู้เสียหมด  เมื่อวิญญาณไม่ได้เกิดเป็นเทวดาอารักษ์  ไม่ได้เกิดเป็นเปรต ไม่ได้เกิดเป็นผีชั้นดี ถ้าได้ทำกรรมชั่วไว้มากก็จะเดินทางไปเกิดในนรกขุมใดขุมหนึ่งตามกรรม 
ถ้า วิญญาณทำความดีไว้ แต่ไม่มากพอก็จะไปสู่เมืองผี ที่ไม่ใช่โลกของมนุษย์ เมืองผีจะมีชีวิตความเป็นอยู่คล้ายกับมนุษย์ ต้องมีที่อยู่อาศัย ต้องมีอาหาร มีเงินทองใช้จ่าย ดังนั้นเมื่อทางญาติพี่น้องที่อยู่เมืองคนไม่ได้ทำบุญไปหา วิญญาณที่อยู่เมืองผีก็จะลำบาก  ดังนั้นจึงผีจึงต้องขออนุญาติเจ้าเมืองผีมาส่งข่าวให้ญาติพี่น้องรู้ด้วยการ ให้เกิดนิมิตฝัน เมื่อพี่น้องญาติมิตรได้รู้ก็จะสร้างหรือทำบุญฝากไปหา อย่างถ้าขาดบ้านที่อยู่รวมทั้งเครื่องเรือน ญาติก็จะสร้างเรือนและเครื่องเรือนถวายฝากไปให้ เมื่อก่อนนี้ตามวัดจะมีเรือนจำลอง ตั้งไว้ในบริเวณวัดอยู่ทั่วไปจนกว่าจะผุพังไป หรือตอนที่ก่อนจะตายญาติจะเอาเงินใส่กระเป๋าให้ พร้อมกับ บอกผู้ใกล้ตายให้ทราบ เพื่อ ผู้ตายจะได้นำไปใช้ที่เมืองผี
เมื่อเป็นผี อยู่เมืองผีตามกำหนดเวลา   หรือตามความดีที่สร้างไว้เมื่อเป็นคน หรือตอนที่เป็นผี ผีก็จะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปสู่อีกสถานที่หนึ่งที่ดีกว่าและประเสริฐกว่า เมืองผี   แต่การเดินทางไปยังสถานที่นี้จะต้องใช้เวลาในการเดินทางอีกนานและยาวไกล ต้องเดินผ่านป่าที่มืด เมื่อพ้นจากป่าก็จะถึงฝั่งแม่น้ำ  ต่อจากนั้นก็จะลงเรือข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง  ดังนั้นเมื่อยังมีชีวิตอยู่ท่านสอนให้สร้างความดี  สร้างบุญ ให้มาก  จะได้เป็นไฟส่องหนทาง เป็นเสบียงในการเดินทาง เป็นเรือเป็นสำเภาสำหรับข้ามมหาสมุทร เมืองที่อยู่ฝั่งโน้นดูเหมือนว่าจะเป็นอันเดียวกับเมืองแถน   คือเมืองที่รวมวิญญาณชั้นดี  ที่ตายจากเทวดา ตายจากพรหม ตายจากนรก ตายจากเปรต ตายจากผี เพื่อรอการที่จะมีการเกิดอีกต่อไป
เมื่อมีการตาย  ญาติพี่น้องก็จะจัดพิธีตั้งศพบำเพ็ญกุศล ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดที่บ้าน นิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีสวดทุกคืน  และเมื่อถึงวันกำหนดเสียศพคือนำศพไปเผาที่ป่าช้าเรียกว่า ลากศพ คือวิธีการเคลื่อนศพไปโดยอาศัยล้อหรือเลื่อน ซึ่งโบราณถือว่าเป็นวิธีการเคลื่อนศพของเจ้านาย พระเถระ หรือผู้ดีมีทรัพย์  โดยที่ประชาชนทั่วไปจะเคลื่อนศพไปสู่ป่าช้า เดิมทีพบว่ามีการทำแคร่หามศพและทำแมวฅวบคือเครื่องจักสานที่มีลักษณะอย่าง ฝาชีมาครอบศพ มีการตกแต่งให้งามด้วยดอกไม้และลวดลายพอสมควร เมื่อตรวจดูกำหนดวันเก้ากองได้เวลาเหมาะแล้วก็จะหามศพนั้นไปฝังในป่าเรี่ยว หรือป่าช้า(อ่าน”ป่าจ๊า”)  ทั้งนี้  การทำศพแบบโบราณจะใช้ฝังเท่านั้นและคำว่าเรี่ยว ดังกล่าวก็เป็นภาษาเก่ามากที่แปลว่าฝังหรือฝังศพ
ในกรณีที่บางท่านพอมี ฐานะก็จะตั้งขันหรือเชิญให้สล่าคือช่างทำร้านม้าหรือฐานที่วางศพ แล้วจัดทำทำไม้หรือเมรุเป็นรูปต่าง ๆ เช่น ปราสาทหลังกลาย (อ่าน”ผาสาทหลังก๋าย”) เพื่อบรรจุศพแล้วหามไปสู่ป่าช้า แต่ต่อมามีการนำปราสาทดังกล่าววางบนโครงเกวียนซึ่งอาจใช้เกวียนสองเล่มต่อ กันแล้วลากไปสู้ป่าช้า และเมื่อมีการนำโครงรถยนต์มาแต่งเป็นรถบรรทุกศพก็ใช้วิธีอย่างเดียวกัน ในการเคลื่อนศพโดยการลากศพที่ตั้งบนรถบรรทุกศพนั้น ถ้าทำพิธีการต่างๆ เกี่ยวกับการศพในตอนเช้า การเคลื่อนศพจะอยู่ในราว ๑๓.๐๐ น.แต่ถ้าทำพิธีในตอนบ่าย การเคลื่อนศพจะตกในราวเวลา๑๕.๐๐ น. ชาวบ้านคนหนุ่มคนสาวจะช่วยกันเตรียมเก็บผ้าร่มที่ใช้มุงไม้ศพออก  เก็บไฟที่ประดับโลงและไม้ศพคือเมรุ  นำเชือกที่จะให้คนลากศพมาผูกเข้ากับล้อเลื่อนบรรจุศพทำเป็น ๒ สายทั้งด้านซ้ายและขวาญาติพี่น้องลูกหลานจะทำการถ่ายรูปที่หน้าปราสาทไม้ศพ กันในช่วงนี้  หมู่แห่หรือนักดนตรีจะยกเครื่องดนตรีขึ้นรถ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็จะเคลื่อนศพ สามเณรและเณรที่บวชจูงถือฝ้ายจูงผีอยู่ด้าน ในระหว่างเชือกที่ชาวบ้านชักลากทั้ง ๒ เส้น บางแห่งหน้าขบวนจะเป็นรถใส่ธรรมมาสน์ให้พระนั่งเทศน์หรืออ่านคัมภีร์ไปตลอด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.lannaworld.com/

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)