Get Adobe Flash player
  • อัศสุชล: tou_lek@hotmail.com
    ๐๒.๒๕ น.

    สะดุ้งตื่นจากความฝัน
    ฝันที่ฉันวิ่งหนีใครสักคนท่ามกลางความมืด
    เหนื่อยแทบขาดใจ
    ไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไป ณ ที่แห่งใด
    แต่ในฝันนั้นฉันรู้เพียงว่าฉันต้องไป
    ตื่นลืมตา…
    ความหวาดกลัวเมื่อครู่ยังไม่ได้จางหนี
    เหลียวมองรอบตัว..
    ไม่มีใคร ไม่เหลือใคร
    ฉันลำพัง ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ
    ในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาล

    ศรีษะหนักอึ้ง เจ็บร้าวไปทั่ว ปานว่าจะแตกเป็นเสี่ยง
    เหงื่อโทรมตัว
    แม้ห้องพักจะเย็นเฉียบภายใต้แอร์คอนดิชั่น
    อาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวกยังทรงอยู่
    สายออกซิเจนสีเขียวยังคงพาดผ่านจมูก
    ยิ้มเยาะกับตัวเอง..
    น่าขันสิ้นดี นี่แม้แต่การหายใจ
    ฉันยังต้องอาศัยสิ่งอื่นช่วยเช่นนั้นหรือ

    ยกแขนซ้ายขึ้นมาสำรวจความเจ็บปวดของตัวเอง
    บริเวณที่ถูกเข็มน้ำเกลือทิ่มแทงบวมเบ่ง
    เลือดสีสดไหลย้อนขึ้นมาตามสายน้ำเกลือคะเนได้ยาวเกือบจะหนึ่งคืบ
    ฉันค่อย ๆ จัดสายน้ำเกลือให้เข้าที่เข้าทาง
    หวังให้น้ำเกลือเข้าแทนที่เลือดสีสดนั่น
    แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล
    สีแดงสดของเลือดในสายน้ำเกลือไม่มีท่าทีว่าจะลดลง
    ฉันมองมันนิ่ง ๆ นึกเย้ยหยันตัวเอง
    นี่ฉันควบคุมสิ่งใดภายในตัวฉันได้บ้าง
    ความรู้สึก จิตใจ หรือสิ่งใด ๆ
    ฉันก็มักปล่อยให้มันเป็นไปตามครรลองของมัน
    เพราะเมื่อมันถึงที่สุดแล้ว
    มันก็คงจะหยุดนิ่ง หรือ สลายไปเอง
    และครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันยังคงปล่อยให้เลือดมันไหลย้อนอยู่เช่นนั้น
    วางมือข้างนั้นลงข้างตัว อย่างไม่ได้ให้ความสนใจมันอีก

    มองดูน้ำเกลือหยดจากกระปุก
    ทีละหยด ทีละหยด
    ช่วงเวลาในการหยดแต่ละครั้ง
    ทำไมช่างเนิ่นนาน
    เมื่อใดหนอจะจบสิ้น
    แขนฉันมันเจ็บร้าว และล้าเต็มทีแล้ว

    ภายในห้องเงียบนิ่ง
    ได้ยินแม้เสียงเดินของเข็มวินาที
    ของนาฬิกาแขวนเรือนเดียวในห้อง
    ก่อนหน้าฉันมักรู้สึกเสมอว่า
    เวลาในแต่ละวันของฉันทำไมมันช่างรวดเร็วนัก
    แต่กับค่ำคืนนี้ …
    แต่ละวินาทีมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
    ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ….
    เข็มวินาทีมันทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์
    ใจฉันต่างหาก ที่มันพยายามจะหลีกหนีความเปล่าดายในเวลานี้

    ฝนกำลังตกอยู่นอกกระจกบานใหญ่ด้านหนึ่งของห้อง
    ฉันมองเห็นผ่านผ้าม่านที่เปิดทิ้งไว้บางส่วน
    ฟ้ากำลังคะนอง
    เสียงครืน ครืน ของฟ้านั่นมักทำให้ฉันยกมือขึ้นอุดหูเสมอ
    ฉันเกลียดเสียงฟ้าคำรามนั่น
    ฉันหวาดกลัวกับเสียงนั้น
    แต่ครั้งนี้ ฉันกลับนิ่งเฉย
    คงเป็นเพราะฉันอยู่ในห้องที่ปิดสนิท
    เสียงที่ฉันได้ยินนั่นจึงไม่น่าหวาดกลัวนัก…
    แต่นั่นเอง
    ฉันยังหวาดกลัวกับแสงวาบ วาบ จากฟ้าไกล ๆ นั่นอยู่ดี
    ฉันหลับตาลงทุกครั้งที่มองเห็น เหมือนเป็นปฏิกริยาป้องกันตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
    น่าขันสิ้นดี
    ฉันผู้หลงไหลกับสายฝนพรำ
    แต่กลับหวาดกลัวกับสายฟ้าและเสียงคำรามจากฟ้านั่น
    เจ้าปรากฏการธรรมขาติที่มักมาพร้อมกับสายฝน
    ฉันจำได้ว่า ..
    ครั้งหนึ่งฉันเคยถูกพ่อตี
    เพียงเพราะความกลัวไม่เป็นเรื่องเรื่องนี้
    วันนั้นฉันร้องไห้อย่างบ้าบอ
    หมกตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า เพื่อหลบหนีจากสายฟ้าและเสียงคำรามนั้น
    ใช่ฉันกลัว … ฉันกลัวอย่างไม่น่าที่จะกลัวได้ …
    กับสิ่งที่ฉันทำ   กับสิ่งที่พ่อมองเห็น
    ทำให้พ่อโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
    “ฉันไม่เคยสอนให้กลัวในสิ่งที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล” พ่อบอกอย่างนั้น
    วันนั้นไม่เพียงรอยไม้เรียวที่ฉันได้รับ
    ฉันยังโดนจับให้ยืนกลางฝน
    ร้องไห้อย่างหวาดกลัว   ท่ามกลางฟ้าคะนองนั้น

    และวันนั้น..
    ฉันรู้สึกได้ว่าอ้อมกอดของแม่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุด
    แม่ช่วยฉันจากไม้เรียวของพ่อ
    ช่วยฉันจากความหวาดกลัวกลางฟ้ากลางฝนนั้น
    ตอนนั้นฉันยังเด็กนัก
    ฉันยังมีอ้อมกอดของแม่คอยปลอบประโลม
    แต่เมื่อฉันโตขึ้น
    ฉันกลับขลาด-อายที่จะบอกใครถึงความหวาดกลัวในเรื่องนี้
    บ่อยครั้งที่ฉันร้องไห้เพียงลำพังเมื่อตกอยู่ในภาวะนั้น
    แม้ฉันจะหวาดกลัวปานใด
    ร้องไห้เช่นไร  ก็มีเพียงฉัน
    ฉันเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีใคร

    หรือว่าครั้งหนึ่ง ฉันเคยมี ??
    ใช่ ฉันเคยมี…
    ฉันเคยมีใครคนหนึ่ง
    ใครสักคน ที่รับรู้ถึงความหวาดกลัวในใจฉัน
    ขณะที่อยู่ลำพังในวัน ฟ้าฝนคะนอง
    เขามักโทรศัพท์มาหา มาบอกกล่าวความห่วงใย
    ไม่ให้ฉันหวาดกลัวอย่างเดียวดายนัก
    ฉันอุ่นใจเสมอเมื่อยินเสียง
    แต่นั่นแหละ
    เขาคนนั้น ก็เป็นแค่ใครสักคนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
    เราต่างไม่ใช่คนของกัน
    ต่างไม่ใช่ใครที่อีกคนกำลังตามหา
    ต่างมีวิถีที่เราต่างเลือกที่จะก้าวไป
    สุดท้าย ฉันก็แค่เคยมี….

    ค่ำคืนนี้ …
    ฉันจะลองต่อสู้กับความหวาดกลัวในใจตัวเองดูสักครั้ง
    ฉันมักเข้มแข็งกว่าที่ใคร ๆ คิดเสมอไม่ใช่หรือ..
    ฉันลุกลงจากเตียง   ถอดเอาสายออกซิเจนออกจากจมูก
    ลากเอาเสาที่แขวนกระปุกน้ำเกลือเดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ฝั่งหนึ่งของห้อง
    เปิดผ้าม่านออกจนหมดมองดูสายฝนตรงหน้า
    และบัดนั้นเอง
    สายฟ้าพาดผ่านฟ้าไกล
    ฉันหลับตานิ่ง
    ยินเสียงฟ้าคำรามอย่างตื่นกลัว…

    ฉันปิดผ้าม่าน
    ฉันมองไม่เห็นฟ้าไกลนั่นอีกแล้ว

    สุดท้ายฉันก็ยังคือฉัน
    ที่แม้จะหลงไหลในสายฝนพรำเพียงใด
    ในใจก็ยังหวาดกลัวกับแสงแวบวาบพาดฟ้า และ เสียงคำรามที่ดังกึกก้องนั่นอยู่ดี

    เขลางค์-นคร ราม
    ———————————————
    ๒๙.๐๓.๒๕๔๖

    เมื่อไรที่ฟ้าแคบลง   เราคงได้พบกันอีกครั้งใช่ไหม
    อัศสุชล: tou_lek@hotmail.com
    คิดถึง

    คำพูดจากผู้ชายเงียบเฉย
    ที่มีรอยยิ้มแต่งเติมอยู่บนใบหน้าเสมอ
    แม้น้อยครั้งที่จะยินเสียงหัวเราะ
    แต่เธอมีแววตาคู่สวยนั้นก็ทำหน้าที่แทนอยู่เกือบตลอดเวลา

    ตาของเธอยิ้มได้ ฉันเคยบอกกล่าวเธอเช่นนั้น
    เธอยิ้ม  ย้อนถามกลับมาว่า
    ฉันเห็นอะไรบ้างในดวงตาคู่นั้นของเธอ

    ฉันเห็นอะไรมากมายในดวงตาเธอ
    เห็นเงาของใครอีกคนอยู่ในนั้น
    มันยังคงชัดเจนอย่างที่เคยเป็นมา
    ฉันหลบตา
    ไม่อยากมองหาอะไรแววตาคู่สวยนั้นอีก
    ไม่มีเลยสักครั้งที่ฉันจะเห็นเงาของตัวเองอยู่ในนั้น

    คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะวางอีกคนไว้ที่ความเป็นเพื่อน
    เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกคนวางใครอีกคนไว้ในใจ

    คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะเลือกนึกถึงอีกคนเมื่อสุขใจ
    เผื่อว่าอีกคนจะยิ้ม จะหัวเราะ และรู้สึกอิ่มเอมใจไปด้วยกัน

    คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะหลีกหนีอีกคนเมื่อทนทุกข์
    กลัวว่าอีกคนจะซึมซับเอาความทุกข์นั้นเก็บไว้ด้วย

    คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะร้องไห้เพียงลำพัง
    เพราะความรู้สึกที่อีกคนไม่เคยบอกให้อีกคนได้รับรู้

    คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะอยู่ห่าง ๆ อย่างเข้าใจ
    เพราะรู้ดีว่าไม่มีวันเข้าใกล้กันได้มากไปกว่านี้

    คนหนึ่งเลือกที่จะนิ่งเงียบ และจากไป
    โดยที่อีกคนไม่ได้มีโอกาสแม้ร่ำลา

    เนิ่นนานของเวลา
    เราต่างทำกันและกันหล่นหาย
    ไม่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของฉันให้เธอได้เห็น   หรือยินเสียง
    ไม่มีแววตาคู่สวยคู่นั้นให้ฉันได้มองเห็น

    เราต่างดุ่มเดินไปตามทางฝัน

    ต่างไม่มีกัน

    ไม่มีแม้คำมั่น ไม่มีแม้คำสัญญาใด ๆ

    วันนี้เธอมาหาฉัน
    พร้อมกับคำพูดสั้น ๆ ว่า “คิดถึง”
    ดวงตาคุ้นเคยคู่นั้นยังคงยิ้ม

    เธอบอกเล่าถึงการเดินทางที่ยาวไกลของเธอ
    บอกกล่าวถึงการสานต่อความฝันที่เธอมี
    เธอยิ้ม…..เธออิ่มเอมใจไปกับมัน
    ฉันยิ้ม….. ฉันยินดีกับไปเธอ

    ฉันบอกเล่าถึง ทุ่งหญ้า-ฟาร์มฝัน ของฉัน
    บอกกล่าวถึงภาพฝันในความจริงที่ฉันมี
    เธอยิ้มและตอกย้ำกับฉันถึงถ้อยคำที่เคยบอก
    คนศรัทธาในความหวัง-ความฝันเช่นฉัน ต้องทำมันได้ในสักวัน

    จากวันนั้น…..
    ถ้อยคำของเธอนำพามาซึ่งศรัทธาในตัวเองของฉันเสมอ
    เธอยังเชื่อในความฝันของฉัน
    แล้วเหตุใดเล่าที่ฉันต้องทำลายความศรัทธาในฝันของตัวเอง
    ฉันสานสร้างมันจากความว่างเปล่า
    จนวันนี้…..
    ฉันบอกใครต่อใครได้เต็มปากว่านั่นคือผลิตผลจากต้นความฝันของฉันเอง

    ดวงตาคู่เดิมซึมเศร้าไปชั่วขณะ
    นิ่งเงียบกับคำถามที่ฉันเอื้อนเอ่ย
    ใครที่เคยเคียงข้างเธอเป็นเช่นไรบ้าง
    แต่เพียงเสี้ยวของเวลา
    ดวงตาสดใสคืนกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม

    เขาจากเธอไปแล้ว   
    ทั้งเธอและเขาต่างปลดปล่อยพันธนาการที่ต่างมัดเกี่ยวกันไว้เนิ่นนานแล้ว

    ฉันขอโทษที่เอ่ยถามในสิ่งที่ไม่ควรกล่าวถึง
    เธอยังคงยิ้ม  
    บอกกับฉันว่า   เธอมิได้เสียใจกับการลาจากในครั้งนั้น
    สักวันฉันอาจจะเข้าใจ
    บางทีการใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคน
    มันมีตัวแปรมากมายมากกว่าคำว่า “รัก” เพียงคำเดียว
    ยากที่จะหาใครสักคนซึ่งเข้าใจกันได้โดยธรรมชาติ
    บางทีความรัก ก็ไม่อาจสมานความแตกต่างได้เสมอไป
    มันเพียงช่วยให้เราอดทนและมองข้ามความต่างนั้นได้นานขึ้นเท่านั้น

    “ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่มิได้ครองชีวิตกัน”

    เธอย้ำถามว่าฉันยังจำประโยคนี้ของฉันเองได้ไหม
    ฉันยิ้ม และบอกเธอไปว่า
    มันเป็นข้อความที่ฉันอ่านเจอจากหนังสือเล่มใดสักเล่ม
    ชอบในความหมาย
    เพราะนั่นมันคือคำว่า “เรา” ในแบบของฉัน

    เธอบอก นั่นคือ “เรา” ในแบบของเธอเช่นกัน

    ฉันและเธอ ต่างยิ้ม ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อยเอ่ยจากนั้น
    คงเพราะความห่างของกาล
    ที่ทำให้เราต่างไม่รู้จะบอกเล่าความเป็นไปของเราเช่นไร

    สมุดบันทึกสีน้ำเงิน
    ถูกหยิบยื่นส่งให้ฉัน
    สมุดบันทึกที่ทำขึ้นด้วยมือ
    สอดใส่ไว้ด้วยภาพสีน้ำ ภาพของฟ้าครามและความงดงามทะเล
    เธอบอก เธอวาดภาพเหล่านั้นเอง
    และเธอตั้งใจที่จะทำมันเพื่อฉัน
    แทนถ้อยคำว่าคิดถึงกันขณะที่ห่างหาย
    แม้ไม่มีกันอยู่ตรงหน้า
    แต่ว่า เธอมีฉันอยู่ใกล้ในความห่างไกลนั่นเสมอ

    “ขอให้เธอดำรงชีวิตอยู่ได้ ภายใต้ความศรัทธาในตัวเอง”

    ข้อความคุ้นตาที่ปรากฏบนหน้าปกของสมุดบันทึก
    ข้อความที่ฉันเคยเขียนให้เธอเมื่อเนิ่นนานในค่ำคืนหนึ่ง

    ค่ำคืนฝนพรำ
    มีเพียง เธอ-ฉัน ติดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ชานเมือง   
    คนหนึ่งนั่งเล่นกีต้าร์   คนหนึ่งนั่งเขียนหนังสือ
    ดุจว่า ณ ที่แห่งนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา
    หนึ่งคนเหงา  กับหนึ่งคนฝัน
    กับความเป็นเรา ที่ไม่เคยมีอยู่จริง

    ความมืดของค่ำคืน กับ ฝนโปรยสาย
    เสียงเพลงจากคนเหงา
    กับหนึ่งความฝันที่เริงร่าอยู่บนหน้ากระดาษ
    ฉันเห็นรอยยิ้มในดวงตาคู่สวยของเธอ
    เธอเห็นรอยยิ้ม และยินในเสียงหัวเราะของฉัน
    คนหนึ่งหยุดเล่นกีต้าร์
    ยื้อยุดสมุดบันทึกจากอีกคนมาอ่าน
    เรื่องราวของความฝันถูกบอกเล่าอยู่ในนั้น

    “ขอให้เธอดำรงชีวิตอยู่ได้ ภายใต้ความศรัทธาในตัวเอง”

    ฉันเขียนข้อความนี้ท่ามกลางเรื่องราวของความฝันของเธอ
    เธอยิ้ม   มิได้ว่ากล่าวใดๆ
    สมุดบันทึกแสนรักของเธอเลอะเทอะด้วยถ้อยคำเพ้อฝันของฉัน

    “เพียงศรัทธาในใจยังคงอยู่ เราจะรู้ว่าความฝันและโลกข้างหน้านั่นงดงามเพียงใด”

    เธอเขียนต่อท้ายข้อความของฉัน
    เราต่างแลกเปลี่ยนเพื่อลงชื่อกำกับข้อความของกัน

    เธอยิ้ม  ฉันยิ้ม   กับความสุขเล็กๆ ที่สัมผัสได้

    ฝนหยุดตก
    สมุดบันทึกถูกปิดลง
    หนึ่งคนกับกีต้าร์คู่ใจ เดินทางหายไปกับค่ำคืน
    อีกคนหนึ่งแยกจากไปตามเส้นทางที่ต้องไป

    เหตุการณ์เกิดขึ้นเนิ่นนาน
    แต่กลับแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึกตอนนี้

    ความเงียบยังคงอยู่กับเราสองคน
    ไม่มีแม้คำพูดใด
    มีเพียงรอยยิ้มในดวงตาของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย
    รอยยิ้มคุ้นเคย ของผู้ชายตาสวย ที่เคยผูกพันธ์

    เวลามิได้หยุดนิ่ง
    หนึ่งนาที สองนาที
    นับเนื่องต่อไปเรื่อย ๆ
    ….
    ….
    และแล้วเวลาสุดท้ายก็มาถึง
    เธอบอกกล่าวว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องจากไปแล้ว
    เพื่อฉันจะได้นอนหลับและพักผ่อน
    เธอนิ่งเงียบ มองหน้าฉันชั่วครู่
    ดวงตาคู่สวยนั้นยังคงยิ้ม
    ไม่มีคำพูดใดจากฉัน
    ไม่มีแม้คำเหนี่ยวรั้งใด เพราะรู้ดียังไงแล้วเธอก็ต้องจากไป

    หลับตาเถอะ
    เธอจะอยู่จนกว่าฉันจะหลับฝัน
    เธอบอกเช่นนั้น
    เมื่อฉันหลับแล้วเธอจะไปอย่างเงียบๆ
    แล้วเธอจะกลับมาในวันพรุ่ง

    ฉันยิ้ม ขอบคุณการมาของเธอ
    ฉันหลับตาลงด้วยความอ่อนล้าของร่างกาย
    สักพักฉันคงหลับไหล
    แล้วเธอก็คงจะจากไป เพื่อจะกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น

    ฉันจะรอคอย    รอคอยการมาของเธอ
    รอคอยแม้รู้ว่าวันพรุ่งนี้ของเราไม่เคยมาถึง
    จากนี้ไปเธอจะห่างหายไปแสนนาน
    นานเท่าไรนั้น ฉันไม่มีวันรู้ได้เลย

    ลาก่อน … คนดีในความฝันของฉัน

    ผู้ชายตาสวยที่เคยผูกพันธ์
    เมื่อไรที่ฟ้าแคบลง   เราคงได้พบกันอีกครั้งใช่ไหม

    ผิด – ถูก –  มนุษยธรรม – อกตัญญู
    อัศสุชล: tou_lek@hotmail.com
    เด็กน้อย ซึมเศร้า
    เหม่อลอย
    ตัดตัวเองออกจากสังคมรอบข้าง
    ร้องไห้ลำพัง
    ร่ำร้องหาความเป็นพ่อจากคนที่รักยิ่ง
    โทษตัวเอง ว่าแท้แล้ว
    ตนคือผู้ทำร้ายบุพการี
    โหยหา “ความตาย”
    ทำร้ายตัวเอง
    หวังเพียงเพื่อยุติความขัดแย้งในใจตน

    เด็กน้อย ก้มลงกราบเท้าพ่อผู้ให้กำเนิด
    ในวันที่ได้รับการช่วยเหลือ
    ให้หลุดพ้นจากบิดาในคราบซาตาน
    หลบหนีจากเรื่องเลวร้ายที่ต้องผจญมา 4 ปีเต็ม
    4 ปีที่ถูกผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาล่วงละเมิดทางเพศ

    12 ปีของชีวิตน้อย ๆ
    ยังเดียงสาต่อสังคมฟอนเฟะนี้นัก
    12 ขวบปีของชีวิต
    ทำไมหนอ รอยยับยู่ ในชีวิตช่างมากมายนัก
    ผ้าขาวผืนนี้ ไยช่าง ขมุกขมัว หมองหม่น
    บาดแผลในใจเธอ ลึก-กว้าง
    เรื้อรัง บอบช้ำ จนยากจะเยี่ยวยารักษา

    ผู้เป็น “พ่อ” ถูกจับและต้องโทษตามกฎหมาย
    เด็กน้อยหลุดจากวงกรรมนั้น
    ได้รับการช่วยเหลือเข้าบำบัดฟื้นฟูจิตใจ

    เด็กน้อย
    ขังตัวเองอยู่กับความหม่นเศร้า
    เธอเฝ้าโทษตัวเอง
    เธอคือสาเหตุของการติดคุกติดตารางของผู้เป็นพ่อ
    ทั้งที่แท้จริง ๆ แล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องการ
    คือการหยุดพฤติกรรมเลวร้ายนั่น เท่านั้น เท่านั้นจริง ๆ
    เธอยังคงรักผู้เป็นพ่อ เธอไม่มีแม่ ไม่มีญาติ ไม่มีพี่น้อง
    พ่อเป็นคน ๆ เดียวที่เธอเหลืออยู่ในชีวิต
    เธอมิได้ต้องการให้เรื่องราวมันจบเยี่ยงนี้
    นี่คือ “ผิด” หรือ นี่คือ “ถูก”
    คำถามที่วนเวียนอยู่กับเธอตลอดเวลา
    “มนุษยธรรม” กับ  “อกตัญญู”
    เธอยืนอยู่ข้างฝ่ายคำไหนกัน

    หยดน้ำตาของเด็กน้อยบนฝ่าเท้าของบิดา
    ทดแทนบุญคุณท่วมหัวของผู้ให้กำเนิด

    โกหกทั้งเพ
    อัศสุชล: tou_lek@hotmail.com
    เคยโกหกไหม ??
    คำถามที่ดูเหมือนไม่ได้จริงจังที่จะได้รับคำตอบนัก
    คนถูกถามนิ่งเงียบแทนคำตอบ
    นั่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ
    สุดท้ายก็ยอมรับกับความจริง
    เคยสิ
    เพื่อความสบายใจของอีกคน บางครั้งฉันก็เลือกที่จะโกหก
    เลือกที่จะเก็บงันความจริงบางอย่างไว้
    เลือกที่จะบอกกล่าวเพียงเรื่องราวบางส่วนของความจริง

    ฉันกำลังหาคำตอบให้ตัวเองเหมือนกัน
    มีความจำเป็นแค่ไหนกันที่ฉันต้องโกหก
    โกหกคนอื่น  หรือ แม้แต่โกหกตัวเอง
    จำเป็นแค่ไหนกันที่ฉันต้องบดบังความจริง
    ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
    แล้วฉันจะเชื่อในใครได้อีก
    ตัวฉัน ความรู้สึกฉัน ฉันยังโกหกมัน

    ฉันโกหกตัวเอง
    เพียงเพื่อให้บางสิ่งอยู่ในมุมที่ฉันอยากให้เป็น
    ทรมานตัวเองด้วยความรู้สึกตัวเอง
    เจ็บปวดดีพิลึก…
    รอยยิ้มของอีกคนกลับมีค่า
    มันบ้าไหม  
    ใจของตัวเองกลับไม่รัก
    จมปลักอยู่กับความรู้สึกของคนอื่น
    เจ็บปวดอยู่ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ กับการโกหกตัวเอง
    ตอกย้ำความเจ็บช้ำด้วยการโกหกคนที่อยู่ตรงหน้า

    นี่แหละคนบ้า ที่หลายคนว่ามันไม่มีหัวใจ
    มันเคยรักใครเป็นที่ไหน

    รัก รัก รัก รัก
    มันรู้สึกอยู่ตลอดเวลา แต่มันพูดไม่ออก บอกไม่ได้
    มันไม่อยากทำร้ายใคร   มันทำร้ายคนที่มันรักไม่ได้
    มันเลยเลือกที่จะปฏิเสธ เลือกที่จะโกหก

    หลายคนคิดว่ามันโง่
    ถ้านั่นคือโง่   แล้วความฉลาดคือสิ่งใดกัน
    ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาคือความฉลาดอย่างนั้นหรือ
    ไม่สนใจว่าใครจะปวดร้าวอย่างนั้นใช่ไหม
    นั่นมันไม่ใช่ฉัน
    ฉันยอมเป็นคนโง่ ยอมที่จะโกหกมันร่ำไปเช่นนี้ดีกว่า
    ตัวเองเจ็บ ดีกว่าอีกคนเจ็บ
    นี่ไง คนโง่ คนบ้า ในสายตาของอีกหลายคน

    บางที ฉันก็เลือกที่จะบดบังบางสิ่งไว้กับตัวเอง
    สิ่งที่ใครอีกคนรู้ มันอาจไม่ใช่ทั้งหมดความจริง
    ก็มันไม่เห็นประโยชน์ใดใดที่จะเอ่ย

    ฉันจริงใจ   ( แต่ไม่ได้หมายถึงเธอคนเดียว )
    ฉันรักเธอ ( แต่อีกคนฉันก็รัก)
    ฉันไม่ได้คิดอะไร (ทั้งที่ในใจมันวุ่นวายอยู่กับเรื่องเธอ)
    เชื่อเถอะ ไม่มีอะไร ( จริง ๆ มันมีแต่ฉันไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกแย่ไปด้วยกัน)
    ปล่อยมันไปเถอะ ไม่ได้มีความหมาย ( ฉันคงปล่อยไปนานแล้ว ถ้ามันไม่ได้มีความหมายจริง ๆ)
    ฉันไม่ได้รักเธอ ( เพราะรู้ว่าอยู่แก่ใจว่าเธอภักดีอยู่กับเขา )
    ฉันเกลียดเธอ ( ถ้าความหมายเป็นตามนี้ ฉันคงไม่ต้องมาบอกกล่าวเธอหรอก )
    ลาก่อน ขอให้โชคดี (สักคำจะมีบ้างไหมที่จะเหนี่ยวรั้งกันไว้)

    มันก็แค่ความต่างของคำพูดกับความรู้สึก
    สิ่งที่พูดมันไม่ใช่ทั้งหมดของความจริง
    หลายครั้งที่อีกฝั่งของการสนทนา
    ไม่ได้ให้คุณค่ากับข้อความหลังวงเล็บ
    เพราะมันไม่ได้ถูกเอื้อนเอ่ย
    ฉะนั้นแล้ว ความจริงในบางอย่างจึงถูกละเลยไปเสมอ

    ฉันก็เช่นกัน
    วันนี้เธอไม่เคยมองเห็น
    ฉันไม่เคยพร่ำบอก เพราะเพียงต้องการให้เธอเอาความรู้สึกวัดใจ
    แต่เธอไม่เคยมองเห็นใครนอกจากอีกคน
    แม้ฉันจะอยู่ตรงหน้า แต่ไม่เคยมีค่ามีความหมายอะไรในใจเธอเลย
    เป็นแค่ผู้หญิงบ้า ๆ ที่แม้ไม่เคยพร่ำบอกอะไร
    แต่สิ่งที่เธอมองเห็นได้จากมันเสมอก็คือ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
    นั่นคือสิ่งที่เธอมองเห็น
    แต่ความจริงของความรู้สึกในใจของฉัน   เธอไม่เคยหันกลับมาดู หรือรับรู้มัน

    วันนี้ มันเลือกที่จะนิ่งเงียบ
    หยุดการบอกกล่าวใด ๆ แล้ว
    ไม่ว่าความจริง หรือ เรื่องโกหก
    มันไม่มีประโยชน์   ฉันคิดอย่างนั้น
    คงปล่อยให้เรื่องราวดำเนินต่อไปตามครรลอง
    ฉันไม่ได้โกหก แต่ฉันไม่ได้บอกเล่าถึงความจริง
    การนิ่งเงียบคือความจริงที่เรียบเฉย
    ความเข้าใจของอีกฝ่ายนั่นคือการคาดเดา
    ฉันไม่ได้ปั้นน้ำเป็นถ้อยคำ
    แต่ฉันแค่อยากให้เธอรับรู้และสัมผัสมันด้วยใจของเธอ
    ก็เท่านั้น ..

    จะเอากับคนเช่นฉัน
    คนบ้า…
    คนอย่างฉันจะรักใครเป็น
    ตัวมันเอง ยังไม่รัก ยังทำร้ายตัวเองด้วยความรู้สึกเรื่อยมา
    ฉันบ้าไหม …         ??

    จีบผู้หญิง….
    จีบผู้หญิงเปรี้ยวๆต้องเกี้ยวคล่อง !!!
    จีบผู้หญิงจองหองต้องขยัน !!
    จีบผู้หญิงลวดลายต้องไล่ทัน !!
    จีบผู้หญิงกลัดมันต้องผันผ่อน !!
    จีบผู้หญิงสมัยใหม่ต้องใจกล้า !!
    จีบผู้หญิงมายาอย่าใจร้อน !!
    จีบผู้หญิงไก่แก่ต้องแง่งอน !!!!
    จีบผู้หญิงใจอ่อนต้องผ่อนตาม !
    จีบผู้หญิงช่างพูดอย่าพูดมาก !!
    จีบผู้หญิงหุบปากต้องมั่นถาม !
    จีบผู้หญิงนุ่มนิ่มอย่าลวนลาม !!
    จีบผู้หญิงรูปงามอย่าวางโต !!
    จีบผู้หญิงคนชั่วต้องสอนสั่ง !
    จีบผู้หญิงรวยสตางค์ต้องวางโก้ !
    จีบผู้หญิงนักศึกษาอย่าคุยโม้ !!
    จีบผู้หญิงยโสอย่าขัดใจ !!
    จีบผู้หญิงรูปชั่วต้องยกยอ !!
    จีบผู้หญิงของตกต้องเก็บให้ !
    จีบผู้หญิงใจร้อนอย่ามือไว !
    จีบผู้หญิงบ้านไกลต้องหมั่นเยือน !
    จีบผู้หญิงนักเดินทางต้องเงินหนัก !!!
    จีบผู้หญิงอกหักต้องเป็นเพื่อน !
    จีบผู้หญิงรุ่นน้องต้องคอยเตือน !!
    จีบผู้หญิงเป็นเพื่อนต้องใจเย็น !!

    นางมารร้าย
    อันกุหลาบมีหนามที่แหลมคม
    เพื่อให้คนดอมดมต้องเจ็บช้ำ
    ฉันทำตัวเฉกเช่นกุหลาบดำ
    ยั่วให้รักแล้วย้ำด้วยการจากลา

    กลอนเฮๆฮาๆ
    ฉันเหมือนแมงกุ๊ดจี่
    ซ่อนตัวที่ในขี้ควาย
    ไม่มีค่ามากมาย
    ไร้ความหมายสำหรับเธอ
    เธอเปรียบดั่งดอกฟ้า
    อยู่สูงกว่าจะพบเจอ
    ฉันได้แต่ละเมอ
    เฝ้ามองเธอบนฟ้าไกล

    มันก็เรื่องของเธอที่ชอบแมนยู
    แต่ฉันน่ะชอบลิเวอร์พูลจะบอกให้
    เรานั้นเป็นอริกันฉันเข้าใจ
    ไม่ต้องมาสาธยายพูดแดกดัน
    ของอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้
    ฉันก็มีสิทธิ์มีความใฝ่ฝัน
    อย่ามาเอาแบคแฮมเป็นเดิมพัน
    เพราะโอเว่นหล่อเหมือนกันคงเข้าใจ
    เธออย่าคิดว่าผีนั้นดีกว่า
    เธอยิ่งว่าตัวเองเข้าใจไหม
    ผีจะดีกว่าหงส์ได้อย่างไร
    เธออาจต้องทำใจ
    และมองว่าแบคแฮมเป็นอะไรกับวิคตอเรีย

    ไปกินนมก่อนน้อง
    แล้วไอ้เรื่องที่พี่จะมองไม่มองน่ะที่หลัง
    น้องอ่อนกว่าตั้งปี พี่ว่ามันห่างกันจัง
    น้องอย่าเพิ่ง ตั้งความหวังอะไร
    พี่เรียนเกินน้องมา 1 ชั้น
    น้องก็ว่าไม่สำคัญ รักกันได้
    โถ…อย่าดื้อซิจ๊ะคนดี พี่กำลังตัดสินใจ
    ว่าจะไปรักผู้ใหญ่ หรือจะตกลงใจ
    …..คอยชงนม…

    ม.เมียนั้นหายาก
    ต้องลำบากไปจีบมา
    ฝ่าตะพดของพ่อตา
    อีกคำด่าของแม่ยาย
    สินสอดและทองหมั้น
    เงินทั้งนั้นที่เสียไป
    ห้าทุ่มรีบดับไฟ
    คืนกำไรให้ตัวเอง

    สายหยุด หยุดความคิด
    หยุดชีวิตพี่ไม่ได้
    สายหยุด หยุดหัวใจ
    หยุดความนัย อย่าได้เจอ
    สายหยุด หยุดความรัก
    หยุดยากนัก จริงนะเออ
    สายหยุด หยุดรักเธอ
    หยุดเพราะเบลอ เผลอหลับไป

    พ่อรับซ่อมทั้งทีวีและวิทยุ
    พี่ปะผุซ่อมตัวถังรถทั้งหลาย
    แม่รับซ่อมเย็บเสื้อผ้ามีมากมาย
    ผมไว้ลายเลยสอบซ่อมทุกวิชา

    เกรด A นั้นหายาก
    ต้องลำบากจดโพยไป
    นั่งลอกบานตะไท
    ใช้ทั้งหมึกเปลืองปากกา
    ต้องเก็บวางให้ไว
    ซ่อนเอาไว้ที่ลับตา
    เก็บไม่มิด F ลอยมา
    โอ้เธอจ๋าจำจงดี

    มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท
    อย่าให้ขาดหายไปสักสลึง
    มีน้อยไปเป็นกรรมควรคำนึง
    สามสลึงต้องอยู่ที่ศรีธัญญา

    เมื่อคืนฝันสยองตีสองกว่า
    ฝันไปว่านอนซบกับศพผี
    นอนขึ้นอืดค้างตายมาหลายปี
    เหมือนปิศาจอเวจีที่น่ากลัว
    เหม็นซากศพ อบอวลไปทั่วห้อง
    ไม่กล้ามองต้องคู้คด นอนหดหัว
    ตกใจตื่นขนลุกซู่ ดูรอบตัว
    เห็นชัวร์ ๆ เมียนอนตด สลดใจ

    ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยปานนางฟ้า
    ก็ไม่วายแก้ผ้าให้ชายfun

    เขาจากไปแล้วนะเรา
    จะมัวนั่งเศร้าอยู่ทำไม
    เขาคงชอบลีลาใหม่
    ที่ไม่ใช่หนุมาน ขย่มตอ

    หัวใจถามหัวใจหลายตลบ
    ว่าไปพบเขาคืนนี้จะดีไหม
    ถ้าไม่ไปพบเขา เราเสียใจ
    แต่ถ้าไปพบเขา เราเสียตัว

    คนไม่ถึงคราวตาย วายชีวาตม์
    ใครพิฆาต เข่นฆ่า ไม่อาสัญ
    คนจะถึงคราวตาย วายชีวัน
    ไม้จิ้มฟัน แทงเหงือก ยังเสือกตาย

    ถ้าเลิกตอแหล
    จะให้แม่ไปขอ

    พอหน้าท้อง ของแม่ เริ่มป่องออก
    พ่อก็บอก อยากให้ลูก เป็นดอกเตอร์
    ย่าก็อยาก ให้หลานเป็น นายอำเภอ
    แต่ต้องเก้อ หมอบอกแม่ แค่ลงพุง

    ร้อยวจีเจิดจรัสประภัสสร
    รัอยคำพรเป็นมาลัยให้สุขศรี
    ร้อยคำรักมอบให้เจ้าคนดี
    ที่ให้ยืมร้อยนี้พี่ขอบคุณ

    โอ้ความรักทำไมต้องอกหัก
    ถึงจะรักยังไงได้แค่ฝัน
    ถ้าอยากได้รักจริงต้องหวังฟัน
    รีบละกันมึงจะมันอย่าบอกใคร

    คนอะไรไม่รู้ดูสวยเริ่ด
    เทพธิดามาเกิดเชียวหรือนี่
    อกเอวองค์สามส่วนล้วนเข้าที
    งามอย่างนี้ใครได้เห็นเป็นต้องตา
    ดวงเนตรคมผมสลวยรวยรอยยิ้ม
    ปากเอิบอิ่มรูปกระจับรับใบหน้า
    อยากจีบเธอเป็นคู่ชมสมอุรา
    พอรู้ว่าเธอเป็นตุ๊ดสุดเศร้าใจ

    เธอทั้งหอมทั้งหวานผสานผสม
    เธอทั้งกลมทั้งกลึงทุกส่วนสัด
    เธอนั้นมีรูปพรรณที่น่าฟัด
    ฉันเลยสั่งข้าวต้มมัดมาทันที

    สอบได้เป็นเรื่องตลก
    สอบตกเป็นเรื่องธรรมดา
    เสาร์อาทิตย์คือสวรรค์
    วันจันทร์คือนรก
    รับสมุดพกคือวันตาย

    นังเตี้ยมันนั้นเตี้ยสมชื่อ
    ยังกับกระบือคือภัยมหันต์
    ใครต่อล้อต่อเถียงต้องเสร็จมัน
    เพราะมัน..มัน..มัน..คือไอ้เตี้ยเอย

    อันนินทากาเลเหมือนเทแกลบ
    มันไม่แสบเหมือนเอาตูดไปครูดหิน
    ใครชอบนินทาเป็นอาจิณ
    เกิดชาติหน้าลิ้นจะยาวเป็นลิ้นตะกวดเอย

    เขายิ้มให้ทุกครั้งที่เจอหน้า
    พร้อมทั้งส่งสายตาน่าหมันไส้
    ทำเอาใจของฉันนั้นเผลอไป
    คิดไปไกลว่ารักคงมีทาง
    แอบเก็บเอาไปเพ้อละเมอฝัน
    ให้ถึงวันที่มีเขาเคียงข้าง
    ฝันแล้วตื่น ตื่นและฝันจนตาฟาง
    สุดจืดจางเขายังไม่มาดู
    เป็นเพราะตื่นตื่นแล้วนอนนอนแล้วฝัน
    ทำให้ฉันนั้นต้องกลายเป็นหมู
    ทำให้เขาเลิกคิดผิดเป็นครู
    ตูนะตูไม่น่ากินแล้วนอน

    วันนี้ทำข้อสอบไม่ได้สักวิชา
    ก็ตำหรับตำราไม่เคยอ่าน
    หมู่นี้ฉันชักทำตัวเป็นเด็กอันธพาล
    การเรียนไม่ค่อยจะเอาถ่านกับเขาสักที
    วันนี้หน้ามืดตามัว
    กาข้อสอบมั่วซั่ว ด้วยความหวังที่ริบหรี่
    จะโทษใครก็ไม่ได้หรอกงานนี้
    ก็เพราะหลีสาว ๆ เพลินจนลืมการเรียน

    ค่อย ๆ พี่ยกเบา ๆ เขาจะตื่น
    เดี๋ยวห้องอื่นได้ยินจะสิ้นหวัง
    ค่อยเอาเข้าเบาหน่อยนะพี่ระวัง
    เสียงเตียงดังลูกตื่นอดพอดี
    ระทึกใจใครวะเสียงน่าลุ้น
    ทำว้าวุ่นดื่นดึกคึกเต็มที่
    แท้ข้างห้องเก็บของยกทีวี
    แอบย้ายหนีค่าเช่าเท่านั้นเอง

    รักเพื่อลอง ควงเพื่อโก้
    รักเกินโหล โก้จะตาย

    เห็นแววตาของเธอที่บ้องแบ๊ว
    เห็นดวงแก้วกลมใสข้างในนั่น
    เห็นดวงตาของเธอดั่งพระจันทร์
    เห็นขี้ตาก้อนนั้นดั่งดวงดาว

    คิดถึงเธอทำสิ่งใดก็เห็นหน้า
    มองดูฟ้าเห็นหน้าเธอไม่ห่างหาย
    มองดูหมาก็เป็นเธออยู่มิวาย
    แม้แต่ควายที่ท้องนาก็หน้าเธอ

    มีเมียเหมือนมีมาร……ดา

    เมื่อนั้น….
    ทศกัณฐ์จอมโหดพิโรธใหญ่
    ยกทัพออกกรุงลงกาในทันใด
    เพื่อจะไปทำศึกกับองค์ราม
    ทั้งรถถังยานเกราะเหาะข้ามฟ้า
    เอฟสิบห้าเอฟสิบหกอีกพันสาม
    มีทหารอีกเจ็ดหมื่นคอยติดตาม
    น่าเกรงขามเสียงกึกก้องท้องธานี
    ผ่านปราสาทบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า
    ที่นามว่าโอลิมปัสรัฐกรุงศรี
    ทันใดนั้นเทพซีอุสทรงฤทธี
    เหาะตามจะราวีหรืออย่างไร
    จนมาทันพลันพุ่งเข้ามาหา
    หยุดตรงหน้าทศกัณฐ์พลันสงสัย
    กระเป๋าตังค์ของท่านทำตกไว้
    ทศกัณฐ์กล่าวขอบใจด้วยไมตรี

    สามสิบหกคืออกอันเซ็กซี่
    ยี่สิบสี่คือเอวองค์โฉมเฉลา
    สามสิบห้าคือบั้นท้ายร้ายไม่เบา
    รวมกันเข้าเก้าสิบหกอายุเธอ

    ตดดี ๆ มีศิลป์กลิ่นไม่เหม็น
    ตดไม่เป็นดังป๊าดสาดเป็นฝอย
    ตดอุบาทว์กากกระเซ็นเหม็นทั่วซอย
    ตดอร่อยตดเป็นเพลงบรรเลงเพลิน

    คับ A คับ B คับ C
    แล้วเธอคนดีคับอะไร
    ส่วนฉันคับอกคับใจ
    ทำอะไรคิดถึงแต่เธอ

    มือขยับจับบรรจงตรงที่หมาย
    น้องว่าอายกลัวเจ็บจึงขัดขืน
    น้องไม่เคยพี่ยังทำสุดกล้ำกลืน
    น้องยังตื่นบอกพี่เบาเขายังกลัว
    พุ่งกระฉูดน่าสยองนองด้วยเลือด
    ช่างดุเดือดเสียงครางดังไปทั่ว
    โธ่น้องเจ็บน้องปวดไปทั้งตัว
    มาบีบมั่วสิวหัวช้างข้างแก้มเรา

    !!! ใครว่า เป็นผู้ชายนี้แสนสบาย ???

    เกิดเป็นชาย ชาตรี นี้ลำบาก
    หารูยาก ที่พอเหมาะ ไว้เจาะแหย่
    เจอรูหลวม ก็กลัวหลุด ระวังแจ
    เจอรูคับ ลำบากแย่ แหย่ยากจัง

    แหย่รูเล็ก มันคับไป แหย่ไม่คล่อง
    แหย่รูสอง ยังแน่นไป ในแทบคลั่ง
    แหย่รูสาม ก็น่าเบื่อ เหลือกำลัง
    แหย่รูสี่ ผิดหวัง หลวมเกินไป

    รูหนึ่งสอง คับเกินไป ไม่ได้ที่
    รูสามสี่ ก็ยิ่งหลวม ยามสวมใส่
    ลองหลายรู ไม่เคยมัน ชักหวั่นใจ
    ต้องซื้อใหม่ เข็มขัดที่… พอดีเอว

    แตกต่าง…แต่เติมเต็ม (The Balance Of U & ME)
    แปลกมั๊ย..ใครๆ ก็คิดว่า เวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
    จิง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

    เวลา… เดินไปข้างหน้า
    นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

    เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
    นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

    เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
    นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

    เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
    นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

    แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
    แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

    หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
    ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
    ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว

    ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
    ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
    ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
    ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
    ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า

    หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง
    เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
    ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

    ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
    ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
    เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
    เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

    แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ
    ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
    แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
    ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

    ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
    และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..
    ** กันและกัน **
    เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป

    15 สิ่งที่คุณไม่อาจรู้หรือคิดถึงมัน
    15 Things You Probably Never Knew or Thought About
    15 สิ่งที่คุณอาจจะไม่เคยรู้หรือคิดถึงมัน

    1.มีอย่างน้อย 5 คนบนโลกใบนี้ที่รักคุณมาก และเค้าสามารถยอมตายเพื่อคุณ

    2.มีอย่างน้อย 15 คนบนโลกนี้ที่รักคุณในแบบที่คุณเป็น

    3.เหตุผลเพียงข้อเดียวที่ใครบางคนจะเกลียดคุณในแบบที่คุณเป็น เพราะว่าเค้าต้องการที่จะเป็นแบบที่คุณเป็น

    4.รอยยิ้มจากคุณ สามารถนำพาความสุขมาสู่ใครบางคน แม้ว่าคนๆนั้นไม่ชอบคุณ

    5.ทุกค่ำคืน มีใครบางคนกำลังคิดถึงคุณก่อนที่พวกเค้าหลับตา

    6.คุณมีความหมายสำหรับใครบางคนบนโลกใบนี้

    7.ถ้าไม่ใช่คุณ ใครบางคนอาจจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

    8.คุณเป็นคนที่พิเศษและไม่เหมือนใคร

    9.ใครบางคนไม่ได้รับรู้ว่าคุณยังคงรักพวกเค้าอยู่

    10.เมื่อคุณได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ อาจมีสิ่งที่ดีๆกำลังเข้ามาหาคุณ

    11.เมื่อคุณคิดว่าโลกใบนี้จะหมุนกลับมาหาคุณ ตั้งตาคอย จะเหมือนว่าคุณได้หมุนตัวเองกลับไปบนโลกใบนี้

    12.เมื่อคุณคิดว่าคุณไม่มีโอกาสที่จะได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ
    คุณอาจจะไม่ได้รับมัน แต่ถ้าคุณเชื่อในตัวคุณเอง
    บางที ในเร็วๆนี้หรือหลังจากนี้ คุณอาจจะได้รับมัน

    13.จงจำคำตำหนิที่มีคนบอกคุณไว้เสมอ จงลืมในสิ่งที่หยาบคาย

    14.บอกพวกเค้าเสมอว่าคุณรู้สึกกับเค้าอย่างไร คุณจะรู้สึกดีมากกว่าที่พวกเค้าได้รับรู้

    15.ถ้าคุณมีเพื่อนที่ดี ให้เวลาพวกเค้าและบอกให้เค้ารู้ว่าเค้าดีแค่ไหน

    ใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อค้นหาคนพิเศษบางคน
    ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อค้นหาถึงความซาบซึ้งของพวกเค้า
    ใช้เวลาไม่กี่วันเพื่อค้นหาว่ารักพวกเค้า
    แต่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อที่จะลืมพวกเค้า

    คุณกล้าที่จะเสี่ยงไหม
    การหัวเราะ คือ การเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นคนโง่
    To laugh is to risk appearing a fool

    การร้องไห้ คือ การเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นคนที่อ่อนไหว

    To weep is to risk appearing sentimental

    การเข้าไปหาผู้อื่น คือ
    การเสี่ยงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้อื่น
    To reach out for another is to risk involvement

    การแสดงความรู้สึกให้ผู้อื่นรับรู้ คือ
    การเสี่ยงที่จะได้รับคำปฏิเสธ
    To expose feeling is to risk rejection

    การตั้งเป้าหมายต่อหน้าผู้อื่น คือ
    การเสี่ยงที่จะถูกหัวเราะเยาะ
    To place your dreams before the crowd is to risk
    ridicule

    การรักใครสักคน คือ
    การเสี่ยงที่จะไม่ได้รับความรักตอบแทน
    To love is to risk not being loved in return

    การก้าวเดินไปหนทางข้างหน้าที่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ๆ คือ
    การเสี่ยงที่ต่อความผิดพลาด
    To go forward in the face of overwhelming odds is to
    risk failure

    แต่เราก็ควรที่จะเสี่ยงในสิ่งต่างๆเหล่านี้
    เนื่องจากว่าอันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตคือการที่ไม่ยอมเสี่ยงสิ่งใดเลย

    But risks must be taken, because the greatest hazard
    in life is to risk nothing

    บุคคลที่ไม่เสี่ยงสิ่งใดเลย, จะไม่ได้ทำสิ่งใดเลย,
    จะไม่มีสิ่งใดเลย และ จะไม่ได้เป็นอะไรเลย
    The person who risks nothing does nothing, has
    nothing, is nothing

    เขาอาจจะหลีกหนีจากความทุกข์ยากและความเศร้าโศกได้
    หากแต่ว่าเขาจะไม่ได้เรียนรู้, ไม่ได้รู้สึก,
    ไม่ได้เปลี่ยนแปลง, ไม่ได้เติบโต
    และไม่ได้รู้จักความรักเลย
    He may avoid suffering and sorrow, but he cannot
    learn, feel, change, grow or love

    เขาจะถูกล่ามโซ่ไว้
    เขาจะกลายเป็นทาสให้กับสิ่งที่เขากังวลไม่กล้าเสี่ยงนั้น

    Chained by his certitudes, he is a slave

    จะมีเพียงแต่บุคคลที่กล้าเสี่ยงเท่านั้น
    ที่จะมีอิสระทำสิ่งต่างๆได้
    Only a person who takes risks is free

    เพื่อนทั่วไป กับ เพื่อนแท้ (ลองดูว่าคุณเป็นเพื่อนแบบไหน)
    เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้
    เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ

    เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
    เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา

    เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
    เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน

    เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
    เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป

    เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
    เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้

    เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
    เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง

    เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
    เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพ จนกว่าคุณได้เคยทะเลาะวิวาทกัน

    เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
    เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป

    เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนถังขยะ
    เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไปจนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ

    ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
    หากคุณได้รับมันกลับมา นั่นหมายความว่าคุณได้พบ
    เพื่อนแท้แล้ว

    “เพื่อนรัก” กับ “เพื่อนพิเศษ”
    คงจะไม่ปฏิเสธว่า “เพื่อนรัก”
    ยากนักที่จะหาพบเจอได้

    มิควรหรือที่เราจะ รักษา แต่ไม่ ครอบครอง
    มิควรหรือที่เราจะ ใส่ใจ แต่ไม่ สอดรู้
    มิควรหรือที่เราจะ ห่วงใย แต่ไม่ หวังผล
    มิควรหรือที่เราจะ ให้เกียรติ แต่ไม่ ระแวง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)