Get Adobe Flash player

ชนชาติพันธุ์ล้านนา ม้ง

PDFพิมพ์อีเมล

ดูภาพและข้อมูลเพิ่มเติมในเฟรชบุ้ค คลิ๊กที่นี่

ประวัติความเป็นมา


ม้ง เรียกตนเองว่า “ม้ง” หรือ “ฮม้ง” แปลว่า อิสรชน อพยพมาจากทางเหนือลงทางใต้ของจีน ชนกลุ่มม้งทำการต่อสู้กับการรุกรานของชาวจีนเรื่อยมา กลุ่มหนึ่งยอมสวามิภักดิ์เข้ากับฝ่ายจีน ยอมรับและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมประเพณีของจีน แต่อีกกลุ่มหนึ่งอพยพถอยร่นลงมาทางใต้ ถึงคาบสมุทรอินโดจีน เข้าสู่เวียดนาม ลาว พม่า และไทย ม้งในประเทศไทยส่วนใหญ่อพยพมาจากประเทศลาว เข้ามาทาง จังหวัดเชียงราย น่าน และเลย

ลุ่มย่อย

ม้งในประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มย่อยคือ

  1. ม้งน้ำเงินหรือ ม้งจั๊ว และยังมีชื่อเรียกจากชนกลุ่มอื่นแตกต่างไปอีกหลายชื่อ เช่น ม้งเขียว ม้งลาย ม้งดอก ม้งดำ
  2. ม้งขาว เรียกตนเองว่า ม้งเด๊อว์
  3. ม้งกั่วบั้ง หมายถึง ม้งที่สวมเสื้อแบบมีแขนเป็นปล้องๆ มีจำนวนน้อย อาศัยอยู่ในเขต จังหวัดน่าน ส่วนใหญ่ผสมกลมกลืนไปกับม้งน้ำเงินและม้งขาวแล้ว


การแต่งกาย


ในเทศกาลสำคัญม้งนิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีเครื่องประดับเงิน ทำเป็นกำไลข้อมือหรือห่วงใส่คอ ผู้ชายม้งขาว นุ่งกางเกงจีบขาบานสีดำ หรือสีน้ำเงิน ผู้หญิงม้งขาว นุ่งกางเกงสีดำหรือน้ำเงิน เป้าไม่ยาน แต่ในพิธีปีใหม่ นุ่งกางเกงสีขาว ไม่ปักลวดลาย ผู้ชายม้งน้ำเงิน นุ่งกางเกงสีดำ มีเป้ายานถึงน่อง ปลายขากางเกงแคบ ส่วนผู้หญิงม้งน้ำเงิน นุ่งกระโปรงจีบ ปักลวดลายสีดำปนน้ำเงิน ขาว และแดง ยาวประมาณถึงเข่า


ความเชื่อ

ความเชื่อของม้ง คล้ายกับชนกลุ่มอื่นคือ เชื่อและนับถือผี ซึ่งมีทั้งผีฝ่ายดีที่ให้คุณแก่มนุษย์ และผีฝ่ายร้ายที่คอยให้โทษ ม้งมีความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติ 3 อย่างคือ

  1. โซ้ว ได้แก่ เชื่อในอำนาจของเทพเจ้า หรือเทวดาผู้สร้างโลกและเทพต่างๆ
  2. เน้ง ได้แก่ เชื่อในอำนาจผีดีที่คอยพิทักษ์รักษา
  3. ด๊า ได้แก่ เชื่อในอำนาจของผีที่มีทั้งคุณและโทษ รวมทั้งผีบรรพบุรุษ ม้งเชื่อว่า เมื่อตายไปแล้วจะกลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ และขวัญของผู้ตายจะไปเกิดในท้องของหญิงมีครรภ์ และจะเกิดเป็นเพศตรงข้าม


พิธีกรรมสำคัญ

ม้งมีพิธีกรรมสำคัญๆในรอบหนึ่งปี ดังนี้

  1. พิธีวันขึ้นปีใหม่ จัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 หรือ เดือน 2 (ทางจันทรคติ ซึ่งตรงกับประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม) เป็นเวลา 5-7 วัน จะมีการเซ่นไหว้ผีและวิญญาณบรรพบุรุษ ผีเตาไฟเล็ก ผีเตาไฟใหญ่ มีการละเล่นรื่นเริงตามประเพณีนิยม เช่น การเล่นลูกช่วง การเล่นลูกข่าง สมาชิกของแซ่สกุลและครอบครัวต่างมาร่วมพิธีกันอย่างพร้อมหน้า
  2. พิธีกรรม “ตู่ซู้” เป็นพิธีเก่าแก่ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และช่วงเทศกาลวันปีใหม่ เป็นพิธีกรรมเพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้เข้มแข็ง และมีชีวิตที่เป็นปกติสุข
  3. พิธีแต่งงาน โดยมากจะเป็นหลังช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและหลังเทศกาลปีใหม่ ญาติพี่น้องของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จะได้รับเชิญมาร่วมเป็นสักขีพยานในการสร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติผ่านการ แต่งงานกัน
  4. พิธีงานศพ เป็นงานยิ่งใหญ่งานหนึ่ง นิยมเก็บศพไว้หลายวัน เพื่อรอให้ญาติจากที่ไกลได้มาร่วมพิธี


ข้อควรปฏิบัติ
  1. ห้ามเข้าไปในบ้านที่ปิดประตู หรือมีกิ่งไม้ ตะเหลวติดอยู่หน้าบ้าน เพราะเป็นเวลาที่เจ้าของบ้านกำลังอยู่กรรม 1-5 วัน หรือมารดาเด็กอยู่เดือนเป็นเวลา 30 วัน
  2. ห้ามเหยียบธรณีประตู จะทำให้ผีไม่พอใจ และเกิดเจ็บป่วยได้
  3. ห้ามนอนขนานกับหิ้งผี ซึ่งเป็นบริเวณทำพิธีกรรม เชื่อว่าจะนำเหตุร้ายมาสู่เจ้าของบ้าน

ห้ามตีกลอง ยิงปืนเล่นในหมู่บ้านในเวลาปกติ เนื่องจากเป็นสัญญาณบอกว่ามีคนในหมู่บ้านตาย

ภาษาม้งอยู่ในตระกูลม้งหรือแม้ว

ใช้กันในชาวม้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ บางส่วนของจีนจัดเป็นภาษาคำโดด โดยหนึ่งคำมีเสียงพยัญชนะต้น สระ และวรรณยุกต์ ไม่มีเสียงตัวสะกด มีวรรณยุกต์สนธิหรือการผสมกันของเสียงวรรณยุกต์เมื่อนำคำ มาเรียงต่อกันเป็นประโยค ในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ ภาษาม้งเขียว หรือ ม้งจั๊ว (Hmong Njua) ภาษาม้งขาว หรือ ม้งเด๊อว (Hmong Daw) เนื้อหา 1 ไวยากรณ์ 2 ระบบการเขียน 2.1 พยัญชนะ 2.2 วรรณยุกต์ 2.3 สระ 3 อ้างอิง ไวยากรณ์ การเรียงคำเป็นแบบประธาน-กริยา-กรรม เช่น เด๋เตาะหมี (หมากัดแมว) ไม่มีการเปลี่ยนรูปคำเพื่อแสดงกาล แต่ใช้การเติมคำบอกกาลเช่นเดียวกับภาษาไทย อดีตเติมคำว่าเหลอะไว้ท้ายประโยค เช่น เด๋เตาะหมีเหลอะ (หมากัดแมวแล้ว) อนาคตใช้คำว่าหยัววางไว้หน้ากริ ยา เช่น เด๋หยัวเตาะหมี (หมาจะกัดแมว) ประโยคปฏิเสธเติมคำว่าไม่ (จี่ หรือ ทจี่) หน้าคำกริยา เช่น เด๋ทจี่เตาะหมี (หมาไม่กัดแมว) ประโยคคำถามเติมคำว่าปั่วหรือหลอเข้าในประโยค คำว่าหลอนิยมวางไว้ท้ายประโยค ส่วนคำว่าปั่วนิยมวางไว้หน้ากริยา เช่น เด๋เตาะหมีหลอ หรือ เด๋ปั่วเตาะหมี (หมากัดแมวหรือ) ภาษาม้งมีการใช้คำลักษณนามโดยจะ เรียงคำแบบ จำนวนนับ-ลักษณนาม-นาม เช่น อ๊อตู่แหน่ง (สอง-ตัว-ม้า) คำลักษณนามที่สำคัญคือ ตู่ใช้กับสิ่งมีชีวิตทั้ง สัตว์และต้นไม้ ส่วนคนนั้นใช้ เล่ง เช่น อ๊อเล่ง (คนสองคน) ตร๊า ใช้กับเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ ได่ ใช้กับสิ่งที่มีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ แส้ฮ ใช้กับสิ่งที่เป็นเส้นยาวหรือเวลานานๆ ลู้ใช้กับคำนามทั่วไป จ๋อใช้กับคำนามที่มีมากกว่าหนึ่ง เช่น จ๋อแหน่ง (ม้าหลายตัว) ระบบการเขียน ไม่มีอักษรเป็นของตนเอง มีผู้สนใจภาษาม้งพยายามประดิษฐ์อักษรขึ้นใช้เขียน เช่น อักษรม้ง อักษรพอลลาร์ด เมียว ที่เป็นที่นิยมแพร่หลายคืออักษรละติน ในประเทศไทยบางครั้งเขียนด้วยอักษรไทย สำหรับการเขียนด้วยอักษรละตินมี พยัญชนะที่ใช้ทั้งหมด 26 ตัว วรรณยุกต์ มี 8 และสระมี 14 ตัว ได้แก่ พยัญชนะ ในภาษาม้งมีทั้งหมด 57 ตัวแยกเป็น พยัญชนะตัวเดียว พยัญชนะควบกล้ำ 2 ตัว พยัญชนะควบกล้ำ 3 ตัว และพยัญชนะควบกล้ำ 4 ตัว ดังต่อไปนี้คือ พยัญชนะตัวเดียว มีทั้งหมด 18 ตัว t k p s x l n h m g q v r z y c f พยัญชนะควบกล้ำ 2 ตัว มีทั้งหมด 22 ตัว kh qh ch ts ny hn th nt np ph tx xy hl nk nq nr dh rh nc pl hm mlหรือnl พยัญชนะควบกล้ำ 3 ตัว มีทั้งหมด 14 ตัว tsh nth txh nts nph nrh hmlหรือhnl nkh nqh nch ntx npl plh hny พยัญชนะควบกล้ำ 4 ตัว มีทั้งหมด 3 ตัว ntsh ntxh nplh วรรณยุกต์ วรรณยุกต์ของม้งมีทั้งหมด 7 รูป 8 เสียงดังต่อไปนี้คือ สั๊วบัว(suab npua) เสียงสามัญไม่มีพยัญชนะกำกับ เช่น qhia tsua ya zoo qee ntshua xyoo สั๊วนือ (suab nws) ใช้ตัว s เช่น ntuas tsoos nplias moos ntses qhuas สั๊วก้อ (suab koj) ใช้ตัว j เช่น yeej tshaj khauj noj nroj yaj phuaj phwj สั๊วเป๊ (suab peb) ใช้ตัว b เช่น neb coob qaub iab suab wb nyab cob สั๊วกู๋ (suab kuv) ใช้ตัว v เช่น qhiav ntxoov qhauv ntsev ntuav xav สั๊วป่อ (suab pom) ใช้ตัว m เช่น niam nyiam yuam twm nyem cuam kam สั๊วยอห์ (suab yog) ใช้ตัว g เช่น tog loog taug neeg lwg nag tseg yiag สั๊วเต๋อ (suab ntawd) ใช้ตัว d ใช้ในกรณีของการบอกทิศทางเท่านั้น เช่น ntawd tod saud haud nrad ped tid สระ ได้แก่ สระอา (a) สระอี (i) สระ เอ (e) สระอื (w) สระอู (u) สระออ (o) สระโอง (oo) สระอาง (aa) สระเอง (ee) สระเออ (aw) สระเอีย (ia) สระเอา (au) สระอัว ( ua) สระ ไอ (ai) อ้างอิง วิกิมีเดีย อินคิวเบเตอร์ วิกิมีเดีย อินคิวเบเตอร์ มีการทดสอบโครงการ: วิกิพีเดียในภาษาม้ง ↑ http://hmongstudies.org/LemoineHSJ6.pdf Lemoine, Jacques. “What is the actual number of the (H) mong in the World.” Hmong Studies Journal, Vol 6, 2005. สุริยา รัตนกุล. พจนานุกรมภาษาไทย-ม้ง. กทม. โรงพิมพ์เกษมสัมพันธ์การพิมพ์. 2515 สุจริตลักษณ์ ดีผดุง. สารานุกรมกลุ่มชาติพันธ์: ม้ง. กทม. สถาบันวิจัยวัมนธรรมและภาษาเพื่อการพัฒนาชนบท. 2538 ศัพทานุกรมไทย-คำเมือง-ม้งขาว-กะเหรี่ยงสะกอ-มูเซอดำสำหรับแพทย์ ทันตแพทย์และสัตวแพทย์เพื่อการพัฒนุณภาพชีวิตของชาวชนบท. กทม. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2530 สุนิสา เจริญธรรมอักษร ชาวม้งเขียว บ้านแม่แรม ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ ขอบคุณข้อมูลจาก วิกีพีเดีย

อีกที่มาหนึ่ง

ประวัติและความเป็นมา (History of the Hmong people)

      ยังไม่มีผู้ใดสามารถสรุปได้ว่าชนชาติม้งมาจากที่ไหน แต่สันนิษฐานกันว่าม้งคงจะอพยพมาจากที่ราบสูงธิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลีย เข้าสู่ประเทศจีน และตั้งหลักแหล่งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง (แม่น้ำฮวงโห) เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ซึ่งชาวเขาเผ่าม้งจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลไกวเจา ฮุนหนำ กวางสี และมณฑลยูนาน ม้งอาศัยอยู่ในประเทศจีนมาหลายศตรรษ จนกระทั่ง ประมาณคริสตศตวรรษที่ 17 ราชวงค์แมนจู (เหม็ง) มีอำนาจในประเทศจีน กษัตริย์จีนในราชวงค์เหม็งได้เปลี่ยนนโยบายเป็นการปราบปราม เพราะเห็นว่าม้งที่เป็นผู้ชายส่วนใหญ่แล้วรูปร่างหน้าตาคล้ายกับคนรัสเซีย ทำให้คนจีนคิดว่า ม้งเป็นคนรัสเซีย จึงเป็นเหตุให้มีการปราบปรามม้งเกิดขึ้น โดยให้ชาวม้งยอมจำนน และยอมรับวัฒนธรรมของจีน และอีกประการหนึ่งคือเห็นว่า ม้งเป็นพวกอนารยชนแห่งขุนเขา (คนป่าเถื่อน) จึงได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหลายแห่ง เช่น ในเมืองพังหยุนในปี พ.ศ.2009 และการต่อสู้ในมณฑลไกวเจาในระหว่าง พ.ศ. 2276 – 2278 และการต่อสู้ในมณฑลเสฉวนในระหว่าง พ.ศ. 2306 – 2318

      ในที่สุด ชาวม้งประสบกับความพ่ายแพ้ สูญเสียพลรบ และประชากรเป็นจำนวนมาก ในที่สุดม้งก็เริ่มอพยพถอยร่นสู่ ทางใต้ และกระจายเป็น
กลุ่มย่อย ๆ กลับขึ้นอยู่บนที่สูงป่าเขาในแคว้นสิบสองจุไทย สิบสองปันนา และอีกกลุ่มได้อพยพไปตามทิศตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรลาว
บริเวณทุ่งไหหินเดียนเบียนฟู โดยมีหัวหน้าม้งคนหนึ่ง คือ นายพลวังปอ ได้ราบรวมม้ง และอพยพเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 เศษ เป็นต้นมา

      ปัจจุบันชาวม้งส่วนใหญ่ในประเทศไทย ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามภูเขาสูง หรือที่ราบเชิงเขาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร เลย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก มีจำนวนประชากรทั้งสิ้นประมาณ 151,080 คน


ม้งลาย หรือม้งกั๊วมะบา

เข้าพิพิธภัณฑ์ : เกี่ยวกับโครงการ : กระดานข่าว : สมุดเยี่ยม : ติดต่อเรา : English Version

ม้ง (แม้ว)Hmong (Meo)

ม้ง (แม้ว) Hmong (Meo) ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน หรือ แม้ว-เย้า (Hmong-Mien or Meo-Yao Language Family)
Synonyms : Synonyms : H’moong, Meau, Mong, Miao
การแต่งกายของชายหญิงชาวม้งประจำเผ่า
หาฟืน
สภาพหมู่บ้านม้ง

ชาวม้ง เป็นสาขาหนึ่งของชนชาติจีนเป็นกลุ่มจีนเก่ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า แม้ว แต่พวกนี้เรียกตนเองว่า ม้ง บรรพบุรุษของชาวม้งเคยอาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำเหลือง แถบมณฑลยูนนาน กวางสี กวางเจาในประเทศจีน เมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาลสมัยนั้นม้งเคยต่อต้านการขยายตัวของจีน ในที่สุดก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้และถูกบังคับให้ยอมรับ วัฒนธรรมจีน แต่ ่ก็ได้มีม้งจำนวนมากถอยร่นเข้าไปอยู่ในพื้นที่ ี่ที่ยากแก่การเข้าถึง

ในสมัย 1,000 ปีต่อมา ยุคของขงจื้อเอกสารจีนเล่มหนึ่งได้กล่าวถึงชนพวกนี้ว่า เป็น “พวกอนารยชนแห่งขุนเขา” และเป็นพวกกบฎที่พึงรังเกียจของจีนในระยะแรกของการรวมเป็นเผ่าพันธุ์ชาวม้ง ได้สร้างวัฒนธรรมประจำเผ่า ของตนเองไว้อย่างมั่นคง แล้ว ซึ่งยังคงปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ (ขจัดภัย 2538,น.22)

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23 และ 24 ชาวม้งได้อพยพมาทางตอนใต้ เข้า ้เข้าสู่ตังเกี๋ยและ ประเทศญวน ได้มีการสู้รบ กับพวกญวน แต่ต่อมา พวกม้งก็ได้ถอนตัวออกจากที่ราบ ซึ่งมี อากาศชื้นด้วยความสมัครใจ ของพวกเขาเอง ค่อย ๆ ถอยกลับขึ้น สู่ภูเขา และได้อยู่ต่อมาจนปัจจุบัน นอกจากนี้ก็มีม้งอีกพวกหนึ่ง อพยพเข้าสู่พม่าและตั้งถิ่นฐานอยู่ บริเวณภูเขาเช่น เดียวกัน

มีชาวม้งบางส่วนได้อพยพจากประเทศลาวและพม่าเข้าสู่ประเทศไทยมาอาศัยอยู่ทาง เหนือของประเทศไทย ม้งใน ประเทศไทยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ม้งนำเงิน(ม้งลาย ม้งดำ ม้ง ดอก) และม้งขาว การแบ่งม้งเป็น 2 สาขาดังกล่าวนี้ ก็โดยอาศัยความแตกต่าง ทางภาษา เครื่องแต่งกาย และชื่อที่พวกเขาเรียกตัวเอง

ม้งในประเทศไทยอาศัยกระจัดกระจายกันอยู่ในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือ เช่น ในจังหวัดน่าน เชียงราย เชียงใหม่ และยังพบหมู่บ้านม้งตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดตาก แพร่ เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก ชาวม้งในประเทศไทยมีสาย สัมพันธ์กับพวกม้งขาว ในประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นพวกที่อพยพมากที่สุดในช่วงปลายศตวรรษ ที่ 19 (Lebar and others 1964, p.77) ม้งในประเทศไทยพูดภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับภาษาที่ใช้อยู่ทางตอนใต้ของ ประเทศจีน ภาษาพูดของม้งกลุ่มย่อยต่าง ๆ ในประเทศไทย สามารถจะใช้ ติดต่อกัน ได้แม้ว่าจะมีความแตกต่างกัน

การตั้งถิ่นฐานของชาวม้ง จะตั้งบ้านเรือนบนภูเขาสูงห่างไกลจากชาวเขาเผ่าอื่น ๆ บ้านเรือนปลูกเป็นโรงติดกับพื้นดิน ฝาเรือนทำจากไม้ฟากตั้ง คนมีฐานะจะใช้ไม้ กระดาน ตั้งเรียง กันขนาบด้วย ไม้ไผ่ หลังคาใช้ไม้ไผ่ผ่าครึ่งตามทางยาว บางหมู่บ้าน มุงหลังคาด้วยใบคาหรือใบก้อ ภายในบ้านมีเตาไฟ โดยใช ้ดินก่อสำหรับวางภาชนะ ครกตำข้าวอยู่ในบ้านทาง ด้านหน้า ข้างๆ ครกมีร้านยกสูง 1 ศอก ใช้เป็นที่เก็บข้าวไร่ ข้าวโพด เครื่องมือเพาะปลูก ประตูหลังมีแท่นบูชาวิญญาณบรรพบุรุษ หรือผีเรือน ติดกับตัวบ้านเป็นโรงม้า คอกหมู เล้าไก่ สร้างด้วยไม้ไผ่ ไม่มีรั้วบ้านหรือรั้วหมู่บ้าน เหมือนชาวอาข่า (ก้อ) (ดูเพิ่มเติม บุญช่วย 2506, น.572-574 และ ขจัดภัย 2538, น.30-32)

ระบบเครือญาติของม้ง ยึดถือระบบวงศ์ตระกูล (หรือแซ่) โดยนับถือตระกูลทางฝ่ายชาย ตระกูลที่สำคัญ 11 ตระกูล ได้แก่ ซ้ง ลี้ ซอง วั่ง มัว เฒ้า ฮู วู โล (เลา) คิน และย่าง สำหรับในประเทศไทย ตระกูลของม้งกระจัดกระจายทั่วไป ซึ่งแต่ละตระกูล จะมีพิธีกรรมทางศาสนาของตัวเอง ระบบครอบครัวของม้ง โดยปกติู้ชายจะมีภรรยาคนเดียว อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อห้าม เช่น ห้ามแต่งงานกับภรรยาของบิดา ห้ามแต่งงานกับสมาชิกของครอบครัว ที่ใช้นามสกุล เดียวกัน ห้ามแต่งงานกับญาติชั้นหนึ่งและชั้นสองหรือพี่น้องข้างเคียง เป็นต้น ผู้ชายม้งถือว่าการแต่งงาน คือ การหาแรงงานมาเพิ่มเติม เมื่อชายต้องการภรรยา เขาจะไปสู่ขอกับบิดามารดาของสตรีผู้นั้น พร้อมกับนำเงินที่ได้ ตกลงกัน ไปให้ เงินชนิดนี้ เรียก “เงินซื้อเมีย” (บุญช่วย 2506, น.601) สตรีผู้นั้นจะเป็นภรรยาของตนทันที (ขจัดภัย 2538, น.39)

หน้าที่ของภรรยาม้ง ต้องบำเรอความสุขให้สามี ต้องทำงานบ้านทุกประเภท เช่น ทำอาหาร เลี้ยงสัตว์ ตักน้ำ เก็บฟืน ตัดไม้ ถางหญ้า กรีดฝิ่น ปั่นฝ้าย ทอผ้า เลี้ยงเด็ก ส่วน ผู้ชาย จะนั่งจิบน้ำชา ผู้ชายที่มีภรรยาซึ่งไม่สามารถมีบุตรสืบตระกูล สามารถหาภรรยาคนใหม่ได้ และต้องมาช่วยภรรยาคนแรกทำงาน (บุญช่วย 2506, น.599) การสืบมรดกของม้ง ทรัพย์สินส่วนตัว จะแยกจากของครอบครัว เมื่อหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ทรัพย์สินของครอบครัว เช่น บ้านของ บิดา และหิ้งผีบรรพบุรุษตกเป็นของหัวหน้าครอบครัวคนใหม่ ได้แก่ลูกชายคนเล็กที่สุดที่แต่งงานแล้ว ส่วนทรัพย์สินส่วนตัวจะแบ่งกันระหว่างทายาท เช่น เงินสด เครื่องประดับ หรือเครื่องเงิน ลูกชายที่อาวุโสที่สุดจะได้ก่อน (ขจัดภัย 2538, น.41-42 และ Lebar and others 1964, p.80)

ระบบการปกครองของม้งจะมีหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งจะมีการรวมกลุ่มของผู้ชาย หัวหน้าหมู่บ้านอาจมีมากกว่าหนึ่งคน ตระกูลที่มีสมาชิกจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง อย่าง ไรก็ตาม การเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของม้งไม่มีกำหนดวางไว้ เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วก็จะดำรงตำแหน่งตลอดไปจนสิ้นสภาพ เมื่อตายหรือลาออกหรือที่ประชุมหมู่บ้านเห็นว่าไม่ เหมาะสมจะมีมติให้ลาออก (ขจัดภัย 2538, น.33) ในการปกครองของพวกม้งจะยึดถือจารีตประเพณี โดยเชื่อว่า ผีฟ้าเป็นผู้บัญญัติจารีตต่างๆ ถ้าใครทำผิดจารีต ผีฟ้าจะลงโทษ นอกจากนั้น ผู้ทำผิดจารีตอาจถูกปรับไหม โดยการเลี้ยงผีฟ้าตอบแทน หากมีกรณี พิพาทระหว่างตระกูล จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตัดสิน ฝ่ายที่แพ้คดีจะถูกปรับไหม โดยแบ่ง ออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งให้หัวหน้าหมู่บ้าน อีกส่วนหนึ่ง แบ่งให้ผู้ชนะคดี (ขจัดภัย 2538, น.35-36)

ความเชื่อทางศาสนาของม้ง มีความเชื่อในผีบรรพบุรุษ และวิญญาณ ผีที่ม้งนับถือมี 2 ชนิด คือ ผีฟ้า หมายถึง ผู้สร้างแผ่นดิน มนุษย์และสัตว์ บันดาลให้เกิดและตายได้ ผีเรือน คือ วิญญาณของบรรพบุรุษ ทำหน้าที่ปกปักรักษามิให้เกิดอันตรายอำนวยความสุข ความร่ำรวย และอาจทำให้เจ็บป่วย และยากจนได้เช่นกัน (บุญช่วย 2506, น.594) ผีเรือนของม้งมี 6 ตนเรียงลำดับตามอาวุโส คือ ผีปู่ย่าตาทวด ผีเสากลางบ้าย ผีเตาไฟ ผีเตาข้าวหมู ผีประตู และผีห้องนอน (พอลและอีเลน ลูวิส 2528, .131) ม้งเชื่อว่า มนุษย์ตายไปแล้ว วิญญาณยังคงเวียนว่ายอยู่ระหว่างบ้านของตนกับหลุมฝังศพ ชาวม้งจึงทำแท่น บูชาผีเรือนไว้ทุกบ้านและมีการเซ่นไหว้เป็นประจำ นอกจากนั้น ม้งยังเชื่อในผีร้าย เช่น ผีป่า(นะก่อ) ผีไร ่(นาเต๊) ผีกระสือ(ดั้งจ่อ) เมื่อมีผีป่าเข้าสิงร่างม้งจะมีพิธีขับไล่ พิธีนี้เรียกว่า “ฉะด้า” คือ เอาดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปมนุษย์และสัตว์วางบน แผ่นไม้สานแล้วยกไปทิ้งข้างทางเดิน นอก จากนั้น ยังมีการ เซ่นผีป่าโดยการฆ่าสุนัข เอาโลหิตสุนัขทามีดไม้ เอาศีรษะและ เท้าสุนัข มัดแขวน กับปีกไก ศรีษะไก่ ห้อยไว้ที่ประตูห่างจากหมู่บ้าน ราว 1 กิโลเมตร (ดูเพิ่มเติมใน บุญช่วย 2506, น.595-597)

ผู้ประกอบพิธีทางศาสนาของม้ง คือหมอผี เชื่อว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ มีหน้าที่เซ่นสังเวยผีต่าง ๆรักษาผู้ป่วยขับไล่ผีที่มาสิงมนุษย์ อ่านลางและทำนายความฝัน ทำเครื่อง รางของศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในหมู่บ้านหนึ่งอาจมีหมอผีหลายคน หรือหัวหน้าหมู่บ้านบางคนอาจเป็นหมอผีด้วยก็ได้ (ขจัดภัย 2538, น.47)

ม้งสองกลุ่มในไทยจะแต่งกายต่างกัน ความแตกต่างในเรื่องนี้ดูได้จากเครื่องแต่งกายของหญิงม้งขาว และม้งน้ำเงิน ม้งน้ำเงิน ผู้หญิงจะสวมกระโปรงจีนพื้นสีน้ำเงิน และมีลวด ลายเป็นสีขาวจาง ๆ ที่ชายกระโปรงปักลวดลายสีต่าง ๆ และมีผ้าปิดข้างหน้าสีดำอยู่ข้างหน้า พวกม้งขาวจะนุ่งกางเกงสีน้ำเงินมีผ้าปิดข้างหน้าสีน้ำเงินและดำทั้งข้างหน้า และข้างหลังบางครั้งจะนุ่งกระโปรงเรียบๆสีขาวไม่มีปักหญิงม้งทั้งสองกลุ่ม นี้จะใส่คอเสื้อปักลวดลายเหมือนกันแต่ของม้งขาวจะใหญ่กว่าม้งน้ำเงิน ผู้หญิงม้งขาวจะใช้ผ้าโพก ผมทุกวัน ม้งน้ำเงินจะเกล้าผมสูงไม่ใช้ผ้าโพกผมนอกจากมีงานฉลอง ผู้ชายม้งขาวจะมีผ้าสีขาวอยู่ปลายแขนเสื้อ สวมกางเกงสั้นกว่าม้งน้ำเงิน สวมเสื้อสั้นเปิดท้องสีน้ำเงิน ส่วนม้งลาย ผู้ชายจะสวมเสื้อยาวไม่เปิดพุง กางเกงสีดำยาวถึงตาตุ่ม (ดูบุญช่วย 2506, น.571 และขจัดภัย 2538, น.28-29)

ระบบเศรษฐกิจ ชาวม้งทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ เช่น ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด มันฝรั่ง ยาสูบ ผัก ฝิ่น ชาวแม้วนิยมการปลูกฝิ่นหมุนเวียนกับ การปลูกข้าวโพด ข้าวโพดจะปลูกราว เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม โดยที่ ฝิ่นจะปลูกใน เดือนกันยายน – พฤศจิกายน ฝิ่นที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะถูกจำหน่ายไปและเก็บไว้บริโภคบางส่วน เงินสดที่ได้มาจะนำไปซื้อข้าว สิ่ง ของ จำเป็น เสื้อผ้า เกลือ น้ำมันก๊าด ไม้ขีดไฟ ถ่ายไฟฉายหรือสินค้าฟุ่มเฟือย ฝิ่นบางส่วนจะใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าจากพ่อค้าเร่ เวลาว่างจากการเพาะปลูก ม้งจะเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ ไก่ หมู ม้า สุนัข(หมายุย) หรือออกไปล่าสัตว์ ดักสัตว์ เก็บของป่า เช่น หนังสัตว์ กล้วยไม้ น้ำผึ้ง หวาย เป็นต้น (ขจัดภัย 2538, น.42-45) สำหรับผู้หญิงม้งเมื่อมีเวลาว่างจะนิยม ทอผ้าจาก “ปาง” หรือต้นป่านป่า

ด้านความเป็นอยู่ในบ้าน เวลาพวกม้งรับประทานอาหาร จะนั่งบนตั่งเตี้ย ๆ มีถาดไม้สานต่อขาสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ศอก ใช้วางถ้วยอาหาร ใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวและหยิบอาหาร อย่างชาวจีน (บุญช่วย 2506, น.592)

ที่มา http://www.sac.or.th/databases/ethnic/Content/Information/hmong.html

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)