Get Adobe Flash player

ดอยผาขาม ชุดที่ 4

เบื้องหลังความงดงามของดอยผาขามหลังผ่านสงคราม ตอนที่ 1

PDFพิมพ์อีเมล

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2012 เวลา 09:04 เขียนโดย นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา วันพุธที่ 29 กันยายน 2010 เวลา 04:22

map1
 

เบื้อง หลังความงดงามและมนต์เสน่ห์ของพื้นที่แห่งนี้นั้น มีอดีตประวัติการสู้รบ บทเรียนความเจ็บปวด ซ่อนเร้นอยู่ แม้ว่าหลายคนจะไม่อยากรื้อฟื้น หากว่าสิ่งที่ตามมามันจะเป็นความขมขื่น ทรมานใจและการสูญเสีย แต่สำหรับที่นี้เวลานี้สมควรที่จะต้องทบทวนเพื่อให้อนุชนคนรุ่นหลัง นักเดินทางและผู้แสวงหาได้มีโอกาสรับรู้เข้าใจ ข้อเท็จจริง สถานการณ์ในอดีตไว้เป็นกรณีศึกษา

นับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เป็นต้นมาสถานการณ์ก่อการร้ายในจังหวัดเชียงรายเกิดขึ้นโดยพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามแนว ชายแดนในจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน

ใน ปี พ.ศ. 2500 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ขยายพื้นที่ก่อการร้ายเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน เพื่อส่งผู้ปฏิบัติงานเพื่อปลุกระดมและจัดตั้งมวลชนและทำหน้าที่เผยแพร่ ลัทธิคอมมิวนิสต์โดยเป็นพื้นที่ออกเป็น 4 เขตงาน คือ เขตงาน 7 ครอบคลุมพื้นที่ดอยผาจิ , ผาช้าง เขตงาน 8 ครอบคลุมพื้นที่ดอยยาว – ดอยผาหม่น เขตงาน 9 ครอบคลุมพื้นที่บ่อเกลือเชียงกลาง ทุ่งช้างและเขตงาน 52 ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเชียงแสน ในเนื้อที่ของการปลุกระดมได้โฆษณาชวนเชื่อในนโยบายเนื้อหาและแนวทางของลัทธิ คอมมิวนิสต์ได้ปลอดปล่อยประชาชน โดยให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันไม่มีการกดขี่ข่มเหงกันและมีเครื่อง สาธารณูปโภคเหมือนกับคนในเมือง ไม่มีการแยกชนชั้น ทุกคนต้องได้รับความเท่าเทียมกันในด้านการศึกษา พยาบาล และการรับราชการ ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชนเผ่าและคนพื้นราบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นนโยบายขั้นที่ 1 (ขั้นพื้นฐาน) ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานจนประสบผลสำเร็จ เพราะทุกคนเห็นข้อแตกต่างระหว่างชนเผ่ากับคนในเมืองสามารถปฏิบัติงานขั้นที่ 2 ได้ โดยยึดถือว่า คนที่จะได้รับสิทธิเสรีภาพเสมอกันต้องได้มาจากการต่อสู้ด้วยอาวุธโค่นล้ม รัฐบาล ในขณะนั้นขับไล่อเมริกาออกจากประเทศไทยและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นรัฐบาลของประชาชน

ใน ปี พ.ศ. 2507 สมาชิก พคท. สามารถขยายเขตงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พคท. เปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในภาคเหนือครั้งแรกที่ บ้านน้ำปาม ตำบลไร่หลวง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510 ซึ่งถือว่าเป็น “วันเสียงปืนแตก” การต่อสู้รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
การต่อสู้ระหว่าง พคท. และเจ้าหน้าที่ของรัฐครั้งแรกในจังหวัดเชียงราย ที่บ้านห้วยชมภู ตำบลยางฮอม อำเภอเทิง (ในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2510 ซึ่งเกิดการปะทะกันในเขตพื้นที่ดอยยาว – ดอยผาหม่น โดยมีสาเหตุมาจากกลุ่มผู้นำท้องถิ่นที่มาเรียกเก็บภาษีที่ไร่ซ้ำซ้อนและกด ขี่ข่มเหงชาวไทยภูเขา สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเขาเหล่านี้ ประจวบกับช่วงนั้น พคท. ได้มีการเคลื่อนไหวและปลุกระดมชาวบ้านทุกหมู่บ้านก็พร้อมจะต่อสู้ด้วยอาวุธ และแข็งข้อโดยไม่ยอมจ่ายภาษีให้ จึงสร้างความไม่พอใจไว้ให้แก่ผู้นำท้องถิ่น ในขณะนั้นเป็นอันมากและขู่ว่า จะจับชาวบ้าน ฆ่าทั้งหมด จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้าน จึงเกิดการสู้รบกันด้วยอาวุธ(พคท. สนับสนุน) ต่อมาเจ้าหน้าที่ของรัฐพร้อมด้วยกำลังทหาร เข้ายิงถล่ม ปะทะกันและเผาหมู่บ้านโดยใช้นโยบายปล้นเรียบ ฆ่าเรียบ เผาเรียบ ทำให้ชาวบ้านพากันอพยพหลบหนีบางส่วนได้เป็นตัวแทนไปเรียนการเมือง การทหาร โดยได้รับการสนับสนุนจากลาว จีน และเวียดนาม แล้วกลับมาปฏิบัติงาน เพื่อยึดฐานที่มั่นในพื้นที่ดอยผาหม่น ทำเกิดการปะทะกันและสูญเสียอยู่เรื่อย ๆๆ

วัน ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2517 ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจกองพลที่ 4 ให้มีภารกิจป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ในจังหวัดเชียงราย พะเยา โดยยึดถือการเมืองนำการทหาร

วัน ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2522 ได้จัดตั้งกองอำนวยการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท. 2324) ขึ้นแทน หน่วยงานเฉพาะกิจ กองพลที่ 4 เพื่อรับผิดชอบป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยรวมพลังเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร เข้าปฏิบัติการร่วมกันอย่างมีเอกภาพ

วัน ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2524 ได้แปรสภาพเป็น พตท. 31 โดยปฏิบัติตาม นโยบาย ตามคำสั่ง นายกรัฐมนตรีที่ 66/23 ลงวันที่ 23 เดือนเมษายน พ.ศ. 2523 และนโยบาย ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 65/24 และดำเนินการรุกทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ พัน ร. 473 ภายใต้การนำของ พันโทวิโรจน์ ทองมิตร ผู้บังคับกองพัน ซึ่งจัดกำลังจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 7 ได้ส่งกำลังเข้าปราบปราม ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในพื้นที่ดอยยาว – ดอยผาหม่นหลายยุทธการด้วยกัน จนกระทั่งยุทธการที่สำคัญ คือ ยุทธการเกรียงไกร (วีกรรมเนิน 1188) บนพญาพิภักดิ์ จนกระทั่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เป็นจำนวนมาก จากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่โปรยใบปลิวชี้แจงข้อเท็จจริง โดยใช้เครื่องบินติดตั้งเครื่องขยายเสียง ประกาศทำความความเข้าใจกับชาวเขา และอดีตผู้นำนักศึกษาที่เคยร่วมขบวนการและปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้ขอเชิญชวนมอบตัวเพราะว่าในขณะนั้นรัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีกว่าอดีต จึงทำให้สงครามการต่อสู้ด้วยอาวุธได้ยุติลง และเปลี่ยนแปลงการพัฒนาขึ้นแทน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา

ใน ช่วงของการต่อสู้กับ ผกค. ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการก่อสร้างทางสายมรณะ (เส้นทางสายยุทธศาสตร์) สายป่าบง – ปางค่า (เส้นทางสาย 1155) ได้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกับ ผกค. รุนแรงมากทำให้มีการสูญเสียชีวิต เครื่องจักรกล และทรัพย์สินเป็นจำนวนมากส่งผลให้ ร้อยโททายาท คล่องตรวจโรค และร้อยโทปิยวิพากษ์ เปี่ยมญาติ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก จากกองพันทหารราบที่ 3 กรมผสมที่ 7 ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ และเสียสละอย่างสูงสุด ต้องสูญเสียชีวิตพร้อมกันทั้ง 2 ท่าน บริเวณฐานห้วยเมี่ยง

วัน ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2527 พตท.31 ได้ลดกำลังและแปรสภาพเป็นชุดควบคุมที่ 31 (ชค.31) ได้ปฏิบัติการพัฒนาเพื่อความมั่นคง และเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2531 จึงยกเลิกการจัดตั้งหน่วยลง

วัน ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2531 โครงการยุทธศาสตร์พัฒนา ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงาน ภายหลังการยกเลิก ชค. 31 ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ เป็นพื้นที่ ที่มีความสำคัญเนื่องจากเขตงานก่อการร้ายเดิม และมีการเคลื่อนไหวของกำลังทหาร สปป.ลาว (ทปล.) บริเวณชายแดน และบางครั้งก่อล่วงล้ำเข้ามาเขตแดนไทย โครงการยุทธศาสตร์พัฒนาได้ปฏิบัติงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 – 2532 มีพื้นที่รับผิดชอบ อ. เทิง อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล จ.เชียงราย และ อ.เชียงคำ อ.ปง จ.พะเยา

โครงการ พัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2533 ดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย สปป. ลาว ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 10 หมู่บ้านและพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ในหมู่บ้านที่มีปัญหาด้านความมั่นคง ในชุมชนเดิมของจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา จำนวน 16 หมู่บ้าน ตั้งแต่ปี 2533 – 2535 แทนโครงการยุทธศาสตร์พัฒนา ดำเนินงานของโครงการมีปัญหาและอุปสรรคอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ การไม่เข้าใจของการดำเนินงานของส่วนราชการบางหน่วย เป็นผลให้เกิดการจัดสรรงบประมาณล่าช้า จึงทำให้บางแผนงานไม่สำเร็จตามที่กำหนด กองทัพภาคที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายวนภาคที่ 3 จึงได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงต่อไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 – 2537 และเข้าสู่ระบบการพัฒนาปกติโดยไม่มีการขยายเวลาอีก และได้โอนมอบพื้นที่ให้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปกครอง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2537

วัน ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2537 ศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาความมั่นคงพื้นที่ ดอยยาว – ดอยผาจิ (ศอป. โครงการ พมพ. ดอยยาว ฯ) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นต่อจากโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง พื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ โดยมีภารกิจในการอำนวยการประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ หลังจากที่ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างรัฐบาลไทยกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อีกเสี้ยวหนึ่งใครจะรู้ว่า ยังมีดินแดนที่มีรูปร่างสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จนมีผู้ขนานนามว่า “ภูชี้ฟ้า” เนื่องจาก มีลักษณะเป็นยอดเขาแหลมและมีแผ่นผาขนาดใหญ่มหึมาชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้าง ใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งบนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งกว้างประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว หลายคนมีโอกาสได้ดื่มด่ำธรรมชาติความงดงามของทะเลหมอกยามเช้าบนยอดภูชี้ฟ้า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างดั้นด้น เดินทางเพื่อพิชิตให้ถึงยอดภูชี้ฟ้าเพียงเพื่อชื่นชมและสัมผัสกับความงดงาม ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา จะมีสักกี่คนที่มองเห็นสถูปและแวะเวียนไปสักการะสถานที่แห่งนั้น ซึ่งเป็นที่สถิตของวีรบุรุษผู้กล้า ผู้เสียสละ ผู้สร้างประโยชน์ และรับใช้แผ่นดินอย่างจริงจังและจริงใจ ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ความกล้าหาญ ของ พอ. วิโรจน์ ทองมิตร เป็นที่ลือเลื่องไปทั้งกองทัพบกเพราะว่า พอ. วิโรจน์ ทองมิตร สามารถจับคนร้ายได้ด้วยมือเปล่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2523 เมื่อ พอ.วิโรจน์ ทองมิตร นำผู้ใต้บังคับบัญชาอีก 6 คน ออกลาดตระเวน และทราบข่าวว่าจะมี ผกค. ประมาณ 75 คน มารับเสบียงที่หมู่บ้านเย้ายางฮอม และได้เผชิญหน้ากับ พอ.วิโรจน์ ทองมิตร ยิง ผกค. เสียชีวิตจึงมีการยิงปะทะกันในระยะประชิด ผกค. ถูกยิงแต่คณะของ พอ. วิโรจน์ ทองมิตร ไม่มีใครเสียชีวิต ทั้งที่มีกำลังน้อยกว่าและสามารถนำเชลยศึกกลับมาได้ จึงได้รับคำยกย่องชมเชยอยู่มาก

เมื่อ สันติภาพและความสงบสุขได้กลับมา สู่พื้นที่ดอยยาว ดอยผาจิ ดอยผาหม่น นับเป็นเกียรติประวัติของพื้นที่ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระราชาธินัดดามาตุ ทรงเสด็จไปเยี่ยมบ้านพญาพิภักดิ์ ณ สันดอยยาว ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 พอ.วิโรจน์ ทองมิตร ได้นำอดีตผู้นำ ผกค. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อแสดงความจงรักภักดี

ใน วันนั้น พอ.วิโรจน์ ทองมิตร กราบบังคมทูลขอพระราชทาน “รอยพระบาท” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประทับลงบนแบบพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ เพื่อขอจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ แห่งชัยชนะเหนือดอยยาว และดอยผาหม่นซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานตามที่ขอ และเป็นรอยพระบาทแห่งเดียวในสนามรบของประเทศไทย ที่นักรบขอพระราชทานให้เป็นมิ่งขวัญ

เมื่อ เวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 วีรบุรุษผู้กล้าได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับและไม่มีคำร่ำลา เมื่อรถยนต์ของ พอ.วิโรจน์ ทองมิตร เกิดประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ ในขณะที่เดินทางจากค่ายขุนเจืองธรรมมิกราช จังหวัดพะเยาไปยังจังหวัดเชียงใหม่บนถนนสายเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด บริเวณหมู่บ้านคุรุสภา ตำบลสันนาเม็ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุการณ์จากไปของท่านยังความเศร้าโศก เสียใจแก่ครอบครัว ผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหาย
แม้ตัวจาก ไปแต่เกียรติยศชื่อเสียงคุณงามความดีของ พอ. วิโรจน์ ทองมิตร ยังคงจารึกและเป็นเกียรติต่อผืนแผ่นดินไทยบนยอดดอยภูชี้ฟ้า ร่องรอยประวัติศาสตร์ กลิ่นคาวเลือดที่มาจากสมรภูมิรบในอดีตที่ควรจดจำบัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย หากท่านผู้ใดได้มีโอกาสมาสัมผัสความงดงาม ทัศนียภาพของภูชี้ฟ้า เมื่อหันมองไปทางทิศตะวันตกจะมองเห็นสถูปเล็ก ๆ ของวีรบุรุษผู้กล้า “พอ.วิโรจน์ ทองมิตร” ผู้ที่พลิกประวัติศาสตร์พื้นดินแห่งนี้จากกลิ่นคาวเลือดและการสู้รบฆ่าฟัน กัน ให้กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทรงคุณค่าและควรค่าแก่การรักษา

โดย ครูเทิง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)