Get Adobe Flash player

การเดินทางที่ยาวไกลยังไม่สิ้นสุด ตอนที่ 12

PDFพิมพ์อีเมล

novice1

เมื่อ ได้มาอยู่ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน ซึ่งเป็นวัดใหญ่มาก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 แถมอยู่ติดกับวัดพระแก้วอีกด้วย ทำให้สามเณรบ้านนอกตัวดำๆ เล็ก ตื่นเต้นใช่ย่อย แต่ด้วยความที่ชีวิตของมนุษย์ต้องก้าวเดิน เพื่อการศึกษาวิชาความรู้ อดทนสู้พากเพียรเล่าเรียนเรื่อยมา อาจารย์พระมหาสนองก็ได้แนะนำให้ไปสมัครเรียนที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทำให้ผมมีโอการได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ถึงแม้จะเรียนช้ากว่าเกณฑ์หนึ่งปี เนื่องด้วยพรรษาแรก ก็ได้จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์ ก็ได้แต่ศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติศาสนกิจ และท่องบทสวดมนต์อย่างเดียว การมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ได้เจอะเจออะไรแปลกใหม่มากมาย รวมทั้งได้รู้จักเพื่อนจนที่สนิทจริงมีอยู่สองรูป ปัจจุบันก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันแล้ว เพราะหลังจากจบชั้นมัธยมตอนต้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป เพื่อนผมทั้งสองรูปก็สิกขาลาเพศไปก่อน เขาเป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอสังขละบุรี ผมจำได้ว่า เคยไปเที่ยวบ้านเขา ไปแล้วมีความสุขมาก บ้านเขาชื่อ บ้านกองม่องทะ เป็นหมู่บ้านปาเกอกะยอหรือ กระเหรี่ยง อยู่ในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร ติดกับชายแดนพม่า เป็นหมู่บ้านที่น่าอยู่มาก ไฟฟ้าก็ยังไม่เข้า ถนนหนทางก็ยังไม่มี ต้องใช้การเดินเข้าไปประมาณ 12  กิโลเมตร ถ้าในฤดูฝน ก็จะใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะ ผมชอบตรงที่เขาอยู่กับธรรมชาติได้อย่างลงตัว มีน้ำตกอยู่หลังหมู่บ้าน ผมกับเพื่อนก็พากันไปล่องแพบ้าง ไปพักผ่อนบ้าง ทำให้ผมยิ่งรักธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จนทุกวันนี้ยังลืมความทรงจำนั้นไม่ได้ มีโอกาสเมื่อไหร่ รับรองจะไปเยี่ยมอีก เพราะตอนนี้ก็มีรุ่นน้องอยู่หนึ่งรูป ซึ่งเป็นน้องชายแท้ของเพื่อนผม ผมเห็นเขาตั้งแต่เป็นสามเณรเล็กๆ ตอนนี้น่าจะอยู่สักประมาณ ป. 3 บรรพชาช่วงปิดเทอม แล้วจะหาเว็ปไซต์ที่เกี่ยวข้องมาให้ชมนะครับ แต่ตอนนี้ทราบข่าวว่าท่านไปเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่จังหวัดน่าน เป็นพระที่เรียนเก่ง จบที่มหิดลด้วย ตอนนี้ก็เห็นเขียนหนังสือหลายเล่ม

watpo
ภาพเพื่อนๆ ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ผมเรียน อยู่ที่โรงเรียนบาลีสาธิต ซึ่งมีอาคารเรียนอยู่ในวัดโพธิ์ ก็เลยสบายหน่อยไม่ต้องได้เดินทางไปเรียนไกล ช่วงหยุดปิดเทอมก็กลับไปเยี่ยมบ้านบ้าง ไปบ้านของเพื่อนบ้าง และเคยกลับไปเยี่ยมหลวงพ่อคำปัน ที่วัดบ้านผาหลัก อ.สองแคว จ.น่าน เพราะท่านได้ไปอยู่ที่นั่น หลังจากกลับมาได้ไม่นาน ก็มารู้ทีหลังว่าท่านได้มรณภาพไปแล้ว ก็เลยไม่มีโอกาสได้ไปช่วยงานศพท่านเลย แต่ผมก็ยังระลึกถึงบุญคุณของท่านเสมอมา เมื่อมาอยู่วัดโพธิ์ ขณะนั้นอยู่ ม. 3 ก็ทราบข่าวว่าหลวงพ่อตุ๊อุ้ยปอน บ้านสบสา ท่านได้มรภาพลง ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ที่เคารพนับถือ ผมก็ได้ไปช่วยงานท่านตลอดหลายวัน และในงานนี้เอง น้องชายของผม คือ หนานเนก ก็ได้บวชเพื่อจูงศพหลวงปู่ เสร็จงานแล้ว ผมก็ได้พาน้องชายเข้ากรุงเทพ เพื่อที่จะเรียนต่อ โดยได้นำไปฝากไว้กับหลวงพ่อวีรยุทธ์ คณะ น. 21 ซึ่งหลวงพ่อท่านก็ใจดีรับไปดูแล จากนั้นผมก็จัดการให้น้องชายได้เรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียน เดียวกัน ตอนอยู่ที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา ผมค่อนข้างเรียนเก่งพอใช้ได้ และก็มีกิจกรรรมต่างๆมากมายให้ทำ ผมได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยถึงสองครั้ง และยังรับหน้าที่เป็นรองประธานนักเรียนฝ่ายวิชาการด้วย และรับผิดชอบจัดทำหนังสืออนุสรณ์รุ่น ต้องตระเวนหาผ้าป่าและผู้อุปถัมภ์จากทางร้านค้าต่างๆมากมาย

เมื่อได้ มาอยู่วัดโพธิ์ ก็ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพระเชตุพน ได้ไปช่วยงานต่างๆของศูนย์ไม่ว่าจะเป็นการจัดโต๊ะจัดเก้าอี้ จนกลายไปเป็นอาจารย์สอนนักเรียนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยทางศูนย์ได้ส่งผมไปอบรมครูสอน ที่ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์หนกลาง ซึ่งได้จัดอบรมขึ้นที่ วัดหลวงพ่ออี๋ จังหวัดชลบุรี ในปี พ.ศ. 2538 ความเป็นพระนักสอนเยาวชน จึงเริ่มตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ตอนสมัยอยู่ที่วัดโพธิ์ ก็มีพวกสามเณรรุ่นน้องๆหลายรุ่น ซึ่งได้ไปศึกษาต่อที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ บางครั้งผมก็ได้ไปเยี่ยมที่วัดดังกล่าว และได้นำสามเณรจำนวนหลายรูป มาฝากเรียนต่อที่วัดโพธิ์ สุดท้ายเมื่อมาอยู่ได้ไม่นาน ก็ได้พากันลาสิกขาบทเกือบทั้งสิ้น ประมาณ สิบกว่ารูป และก็ได้มาอาศัยอยู่ร่วมกันที่ คณะ ก. 35  เนื่องด้วยขณะนั้น พระมหาสนอง ได้ไปศึกษาปริญญาโท ต่อที่ประเทศอินเดีย ผมเลยต้องรับภาระเป็นเจ้าคณะกุฏิดูแลปกครองสามเณรและศิษย์วัดขณะยังเป็น สามเณรอยู่ หลังจากพระมหาสนอง เรียนจบปริญญาโทแล้ว ท่านก็ได้ไปสอบพระธรรมทูตสายต่างประเทศอีก และก็สอบผ่าน สุดท้ายท่านก็ได้เดินทางไปช่วยงานที่วัดไทยลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ผมก็ได้ช่วยงานที่ศูนย์ฯ และได้รับทุนของพระเดชพระคุณพระธรรมราชานุวัตร หรือหลวงเตี่ย เพื่อเป็นทุนศึกษาเล่าเรียนต่อมา

tiem
ภาพเพื่อนๆตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


หลังจาก จบชั้น ม. 3  แล้ว ผมก็ได้ไปเรียนต่อที่ โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยที่ไม่ต้องสอบเข้า เนื่องด้วยเกรดเฉลี่ยถึง เมื่อมาเรียนต่อที่นี่ ซึ่งโรงเรียนได้อยู่ที่วัดมหาธาตุ แถวท่าพระจันทร์ ก็ได้เดินทางไปเรียนทุกวัน บางวันก็เดินบ้าง เพราะไม่ไกลมาก แค่เดินผ่านวัดพระแก้ว ไปตรงสนามหลวงก็ถึงที่เรียนแล้ว การเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่นี่ ผมก็เรียนค่อนข้างดี และได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง และได้รับหน้าที่เป็นประธานบริหารนักเรียนด้วย ก็ได้จัดงานให้ทางโรงเรียนบ่อยครั้ง จวบจนกระทั้งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

parinya
รับพระราชทานปริญญา ศิลปศาสตร์บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยมหิดล จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ณ สวนอัมพร


ผมก็ได้ สิทธิ์ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องสอบเข้า เนื่องด้วยเกรดเฉลี่ยถึง 3.83  ก็เลยไม่ต้องสอบแข่งขันกัน สามารถเลือกคณะได้เลย พอไปเรียนอยู่ที่นี่ประมาณเดือนหนึ่ง ก็ทราบข่าวจากรุ่นพี่ที่เขาไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเขาเปิดสอบชิงทุน และเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ผมก็เพื่อนก็เลยไปลองสอบดู ปรากฏว่าสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ติด ผมก็เลยเสียสละที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ เพื่อไปเรียนที่มหิดล การไปเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากมาก เนื่องด้วยที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอยู่ที่ ศาลายา จังหวัดนครปฐม ดังนั้นการเดินทางของผมจึงต้องออกไปเรียนตั้งแต่เช้า ประมาณตีห้าของทุกวัน จำได้ว่าต่อรถหลายสายมาก เส้นทางแรกคือ ต่อรถจากวัดไปลงที่ สนามหลวง ต่อสาย 124  ไปลงที่ศาลายา ก็ใช้เวลาสองชั่วโมงถ้ารถติด บางครั้งรถสาย 124 ไม่มีก็ต้องนั่งรถสาย 123  แล้วไปต่อรถที่ปิ่นเกล้าอีกทีหนึ่ง บางครั้งก็นั่งเรือไปลงที่สะพานซังฮี้ แล้วเดินไปต่อรถสาย 515  จนถึงศาลายา ยอมรับว่าลำบากมากยิ่งช่วงฤดูฝนยิ่งลำบาก ผมเดินทางไปเรียนอย่างนี้ทุกวัน จนจบครบทั้ง 4 ปี แต่ก็ยังดีที่ได้ทุนเรียนฟรี ถ้าไม่ได้ทุนคงไม่จบแน่นอน เพราะเขาต้องเอาเกรดการเรียนเป็นตัววัด ไม่ให้ต่ำกว่า 2.5 ทุกเทอม ซึ่งผมก็ไม่เคยเรียนได้ต่ำกว่านั้น ณ ที่ตรงนี้เอง ทำให้ผมได้เปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง ได้เรียนได้ศึกษากับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านที่เป็นที่รู้จักของสังคม ไทย ไม่ว่าจะเป็น พระเดชพระคุณพระพรหมคุณาพร (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะศรี, ศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุริยา รัตนกุล. ศาสตราจารย์ ดร.พินิจ รัตนกุล เป็นต้น พร้อมทั้งได้เรียนรู้กับคณาจารย์หลากหลายประเทศที่เป็นที่รู้จักในสังคมโลก ทำให้โลกทัศน์ของผมอีกกว้างขึ้น ผมได้ออกค่ายพัฒนาชนบท ไปอบรมเยาวชน แทบจะทั่วประเทศเลยก็ว่าได้ และได้ไปช่วยงานของทีมงานค่ายพุทธบุตรอยู่ในพุทธมณฑลอีกด้วย

parinya3
parinya2
ภาพเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยมหิดล

เนื่อง ด้วยเป็นงานต่อเนื่องตั้งแต่ผมอยู่ที่วัดโพธิ์ ผมก็ได้ให้การสนับสนุนนักเรียนที่มีความสามารถในการร้องเพลงลูกทุ่งไทย ก็จะเฟ้นหาคนที่มีความสามารถ มาส่งเสริม พาไปประกวดตามงานต่างๆบ้าง ซึ่งนักร้องของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ที่มีชื่อเสียงออกอัลบั้มในปัจจุบันก็ได้แก่ น้องบาร์ เกศยา สวัสดิ์นที และ ยังมีรุ่นน้องๆ อีกหลายคนที่ร้องประจำ เช่น น้องแนน นุจรินทร์ ตมกลาง, น้องใบเฟิร์น, น้องขิม, น้องบอล, น้องเท่ห์, น้องวุฒิ ซึ่งปัจจุบัน ก็คงโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว และเมื่อวันก่อนที่จะเขียน ได้เปิดเน็ตดูรายการยูทรูป ก็ได้เห็นนักร้องที่ไปประกวดที่รายการชิงช้าสวรรค์ ก็นั่งดูเอ๊ะหน้าตาคุ้นๆ ดูไปดูมา ก็นึกขึ้นได้ อ้อ ชื่อน้องอ้อม สุนิศา แย้มงาม นั่นเอง เพราะเคยไปอบรมที่วัดโคกเพชร ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์อยู่สองสามครั้ง เคยให้น้องเขาขึ้นประกวดร้องเพลงในงานที่อบรม ปรากฏว่าน้องเขาร้องได้ดีมาก และก็เป็นผู้ชนะการประกวดในครั้งนั้นด้วย

sitnak
ขอเชิญรับฟังเพลงของบรรดาลูกศิษย์ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระเชตุพนได้โดยคลิ๊กที่ภาพครับ


หลังจาก เรียนจบที่มหิดล ทางมหาวิทยาลัย ได้จัดส่งบัณฑิตอาสาไปช่วยสอนตามโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ ผมได้ถูกส่งไปสอนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี อยู่ปีกว่า ๆ ก็ได้ไปขออาศัยพักที่วัดธัญญะผล และวัดราษฏร์ศรัทธา ก่อนจะย้ายไปสอนที่โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ อยู่อีกหนึ่งเทอม จากนั้นก็ย้ายไปสอนที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี อีก 1 ปีกว่าๆ ก็มีโอกาสได้รู้ข่าวสาร โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ก็เลยลองไปสมัครสอบดู และขณะนั้นก็เป็นเวลาใกล้สอบปลายภาคของโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีพอดี

005
กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งคือ การออกอบรมเยาวชนทั่วประเทศ  คลิ๊กที่ภาพเลยครับ หรือ คลิ๊กที่รวมภาพต่างๆ แล้วเลือกโรงเรียน


พอสอบ เสร็จ ก็ถือโอกาสไปสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ และสุดท้ายก็สอบผ่าน เขาก็พาไปอบรมที่แคมป์สน จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นเวลาสองเดือน  สำหรับเดือนแรก เป็นการอบรมด้านสาธารณูปการ เป็นการให้ร่วมกันก่อสร้างกุฏิที่พักสงฆ์ขึ้นมาหลังหนึ่ง โดยกำหนดให้ทำให้เสร็จภายในระยะเวลา 20 วัน ซึ่งพวกเราก็ช่วยกันทำทั้งวันทั้งคืนจนเสร็จ หลังเสร็จแล้วก็เริ่มเข้าสู่การอบรมภาคจิตภาวนา เป็นเวลาอีกหนึ่งเดือน เป็นการอบรมอย่างเคร่งครัด ห้ามพูดกัน มีแต่การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม และการสอบอารมณ์เท่านั้น จนครบสามสิบวัน ก็ประกาศผลว่า ใครจะมีสิทธิ์ได้ไปอบรมต่อที่วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อ ปรากฏว่ารุ่นผมผ่านมาได้ทั้งหมด 80 รูป ก็มีติดใบเหลืองมาบ้าง 8 รูป

phradhammatoota
การอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ 13 ณ แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รับชมภาพการอบรมทั้งหมด คลิ๊กที่ภาพครับ


เมื่อ เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย แล้ว ก็ได้ทำการอบรมด้านวิชาการอีกสามสิบวัน จนจบแล้วก็มอบประกาศนียบัตรให้ เป็นโอกาสดีของผม เมื่อหลวงพ่อพระเดชพระคุณ พระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส สหรัฐเมริกา เดินทางกลับมาเยี่ยมเมืองไทยพอดี ผมเลยถือโอกาสไปขอความเมตตาจากท่าน เพื่อขอไปช่วยปฏิบัติศาสกิจที่วัดของท่าน ซึ่งท่านก็เมตตาทำหนังสือรับรองให้ผม เพื่อไปยื่นเข้าสู่มหาเถรสมาคมเพื่อรอการอนุมัติ เมื่อเรื่องผ่านแล้วก็นำไปทำพาสปอร์ตและวีซ่า และก็ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา

008
ติดตามรับชมภาพการปฏิบัติศาสนกิจที่อเมริกาได้โดยคลิ๊กที่ภาพครับ


วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เวลา 16.00 น. เป็นวันที่ผมตื่นเต้นมากที่สุดในชีวิต เพราะว่าผมจะต้องเดินทางไกลที่สุดในชีวิตคนเดียว หลังจากทำเรื่องหนังสือเดินทางต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้าน เพราะตั้งแต่ไปเข้ารับการอบรม ก็ไม่ได้เจอท่านเป็นเวลานาน ผมก็ถือโอกาสไปลาญาติพี่น้อง ว่าจะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศอเมริกา หลายคนก็แทบจะไม่เชื่อว่า เด็กบ้านนอกเลี้ยงควายอย่างผมจะมีโอกาสได้ไปไกลถึงต่างประเทศ เมื่อบอกลาเสร็จ พ่อแม่ก็ได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้ ผมก็ได้กลับกรุงเทพ มีเวลาไปเยี่ยมบ้านแค่ไม่กี่วัน เมื่อมาถึงกรุงเทพ ก็จัดเตรียมแพ็คกระเป๋า นำของใช้ที่จำเป็นเท่านั้นออกเดินทาง พร้อมกับศึกษาข้อมูลการเดินทาง และก็เดินทางไปที่สนามบิน โดยมีน้าเอี้ยง น้าชาติ และน้องสะใภ้ เดินทางไปส่งที่สนามบิน เป็นการนั่งเครื่องบินทางไกลครั้งแรก แต่การนั่งไปประเทศใกล้เคียงและภายในประเทศผมก็นั่งบ่อยแล้ว เนื่องด้วยต้องไปอบรมยังสถานที่ต่างๆบ่อย แต่การเดินทางข้ามมหาสมุทรจึงเป็นครั้งแรก และรู้สึกตื่นเต้นมาก เครื่องบินเริ่มออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปประมาณ 6 ชั่วโมง ก็ไปจอดเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไต้หวัน ก็ไปนั่งรอการเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ต่อเครื่องเพื่อที่จะไปยังนครลอสแองเจลิสต่อ แต่ก่อนขึ้นเครื่องผมก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อบังเอิญได้เจอกับเพื่อนเก่า ยืนยกมือไหว้อยู่ที่ประตู เธอชื่อว่า หนึ่ง ช่อทิพย์ เป็นแอร์โฮสเตสของสายการบิน EVA ผมก็เลยอุ่นใจหน่อยว่ายังไงเราก็คงไม่หลงแล้ว และหนึ่งก็ได้มาแนะนำหลายอย่างเช่นเรื่องการกรอกใบเข้าประเทศเป็นต้น เมื่อมาถึงสนามบิน LAX  ก็ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองวีซ่าถูกแสตมป์ให้เข้าเมืองได้สามปี เนื่องด้วยเป็นวีซ่า R-1  ก็เลยได้สิทธิ์พิเศษ เมื่อออกมาก็มีเพื่อนและพระวัดโพธิ์ที่เคยมาอยู่ที่นี่ก่อนมารับสามรูปคือ ท่านสมศักดิ์ ท่านพระครูสุชาติ และท่านอำพร ก็ได้เดินทางมารับ ความรู้สึกตื่นเต้นเลยหายไปทันที

เมื่อผมมาถึง ก็ถึงวันเข้าพรรษาพอดี เนื่องด้วยที่อเมริกา เวลาช้ากว่าประเทศไทยตั้ง 14 ชั่วโมง ดังนั้นการเดินทางจึงเดินจากเมืองไทยวันไหนก็ถึงวันนั้น แต่ถ้าเดินทางกลับ จะต้องบวกวันเพิ่มขึ้นไปอีก นี่แหล่ะโลกเรา เมื่อมาอยู่ที่วัดไทย หลวงพ่อก็ได้ให้ไปอาศัยอยู่ที่กุฏิ 7 จำได้ว่าวันนั้น เป็นอาสาฬหบูชา ในตอนเช้า มีงานทีวัด มีการทำบุญใส่บาตรรพระสงฆ์ ผมก็ต้องตกใจ เพราะเห็นมีคนไทยอยู่เยอะมาก บริเวณวัดแทบจะเดินไม่ได้ แถมมีตลาดขายอาหารทุกชนิดที่เมืองไทยมีอีก ใจหนึ่งก็คิดคงไม่อดตายแล้วแหล่ะ สำหรับหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานที่วัดคือ ให้ทำงานเกี่ยวกับบัญชีวัด และ ทำเว็ปไซต์ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของวัด www.watthai.com อีก ทั้งต้องทำความสะอาดดูแลหญ้าไม่ให้ยาว และต้นกุหลาบที่หน้ากุฏิด้วย ซึ่งผมก็ได้ตั้งใจทำสุดความสามารถ เป็นเวลาประมาณเกือบสามปี ก็ได้ขออนุญาตพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชธรรมวิเทศ หัวหน้าสงฆ์ เพื่อขอลาสิกขาบท ตอนนั้นหลวงพ่อกลับไปเยี่ยมเมืองไทย ผมก็ได้ตามไปและไปกราบขอขมาและลาไปสิกขาบทที่วัดบ้านเกิด เพื่อให้พ่อกับแม่ได้เห็นผ้าเหลืองก่อนสึก เมื่อหลวงพ่อท่านอนุญาต โดยได้ให้พรและบอกว่า สึกตั้งแต่อายุยังน้อยก็ดี จะได้ทำงานหาเงินได้เร็ว จะได้ช่วยเหลือพ่อแม่ ขอให้ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไปแล้วกัน

ผมก็ได้กลับไปที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ของผม ไปบอกลาญาติโยม และได้ทำการลาสิกขาบท เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 06.00 น. ที่วัดหนองร่มเย็น โดยมีหลวงพ่อพระครูขันติวชิรธรรม รองเจ้าคณะอำเภอเชียงคำ เป็นผู้ทำพิธีลาสิกขาบทให้ สำหรับเหตุผลในการลาสิกขาบท มีหลายคนได้ตั้งคำถามกับผมว่าบวชมาตั้งนานตั้งสิบแปดพรรษาทำไมจึงสึก ผมว่ามนุษย์เรามีเหตุผลของแต่ละคน สำหรับผม ก็ต้องการตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่ของผมบ้าง ต้องการหาเงินดูแลท่านบ้าง ไม่ต้องการให้ท่านทำงานหนัก เพราะการอยู่ในเป็นพระ บางครั้งผมก็มีความคิดว่า เรามีความเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ให้พ่อแม่ทำงานหนัก แต่เรากลับสบาย จะทำอะไรก็มีคนทำให้ อยากฉันอะไรก็มีคนจัดหามาถวาย ผมก็เลยตัดสินใจลาสิกขาบท อีกเหตุผลหนึ่ง ผมคิดว่า การเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที ก็ควรหาประสบการณ์ในหลายๆด้าน เจอะเจอกับผู้คนหลากหลาย ที่ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำ การสึกออกมาใช้ชีวิตแบบฆราวาส บางทีผมก็ยังคิดว่า ยังมีความสุขมีอิสระมากกว่าการครองเพศเป็นสมณะด้วยช้ำไป …….แต่ผมไม่เคยลืมบุญคุณข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ปัจจัย ยารักษาโรค ที่ผมได้อาศัยและให้ผมก้าวมาจนถึงบัดนี้ได้ เพราะพระพุทธศาสนา…

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)