Get Adobe Flash player

บันทึกเรื่องราว…ระหว่างเรา…ที่รักของฉันพี่รู้ว่า การเขียนบันทึกเล่มนี้ อาจทำให้เราทั้งสองต้องเจ็บปวดและทรมาน บางทีอาจจะมีหยดน้ำตาไหลอาบแก้มลงมาหลั่งรดหัวใจของสองเราก็เป็นได้ แต่พี่ก็จำเป็นต้องเขียนต้องบันทึกเอาไว้ เพื่อใช้อธิบายถึงเหตุและผล อาจจะเป็นการจำใจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้พูดพูดหรือใช้ตัวหนังสืออื่นใด เพื่อที่จะใช้ทดแทน ความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อน้อง ก็เอาเป็นว่า มันเป็นความรู้สึก ที่ได้กลั่นกรองออกมาจากหัวใจของลูกผู้ชายหนึ่งคน ที่รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รักเธอ ซึ่งแม้ต่อไปในอนาคต เราอาจจะไม่ได้พบเจอกันอีกแล้วก็ตาม ยังไงก็อ่านให้จบก่อนแล้วกันนะที่รัก…สำหรับบทสรุปของการเขียนบันทึกเล่มนี้ พี่จะสรุปไว้ตอนท้ายแล้วกัน สำหรับสาเหตุในการเขียนบันทึกเล่มนี้นั้น ก็มีสาเหตุอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งมันล้วนแต่เกิดจากการตัดสินใจของน้องเองทั้งนั้นความรักของเราทั้งสองนั้น แม้แต่การเริ่มต้น ก็เริ่มมาจากชะตาฟ้าลิขิต แต่ฟ้าก็ช่างเล่นตลกกับสองเรามาโดยตลอด เพราะความรักของเราสองนั้น เปรียบเหมือนเส้นคู่ขนาน ที่หาทางบรรจบกันไม่ได้เลย แม้จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ตาม เป็นเวลาผ่านมาแล้ว 14 ปี ที่เรารู้จักและคบกันมา โดยเริ่มแรกนั้น ฟ้าได้ส่งให้เราสองคน ได้มาเจอะเจอกัน จะด้วยความบังเอิญ หรือฟ้าลิขิตก็ไม่อาจรู้ได้ น้องอยู่เชียงราย พี่อยู่พะเยา ถึงแม้เราจะอยู่คนละจังหวัดก็ตาม แต่เราได้มาพบเจอกันที่กรุงเทพมหานคร พี่เองเป็นฝ่ายเริ่มที่จะไปทักทายทำความรู้จักน้องก่อน ซึ่ง ณ ขณะนั้น ก็คงเป็นความรู้สึกแบบวัยรุ่น ที่อาจจะไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า การต้องการอยากรู้จักใครสักคนหนึ่ง เพื่อเป็นเพื่อน ต้องการคนรู้ใจ เราได้คุยกันเพียงเล็กน้อย และได้แลกเปลี่ยนที่อยู่ระหว่างกัน ในตอนแรก น้องไม่ได้ให้ที่อยู่เป็นบ้านเลขที่ของน้อง แต่น้องได้ให้ที่อยู่ของสถาบันการศึกษาของน้องเอง ณ เวลานั้น น้องได้เรียนพาณิชยการเชียงราย เราทั้งสองก็ได้ติดต่อกันด้วยจดหมายซึ่งต่างจากสมัยนี้มาก การติดต่อกันด้วยการเขียนจดหมายถึงกัน ทำให้เราได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น มิตรภาพของสองเรา ก็เพิ่มทวีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ถึงแม้ว่าการติดต่อกันด้วยจดหมายนั้น จะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์กว่าจะได้รับจดหมายของกันและกันแต่ละฉบับ เมื่อได้รับแล้วก็เปิดลุ้นว่า แต่ละคนจะเขียนอะไรถึงกันบ้าง ถึงแม้ว่าการรอคอยนั้นมันจะเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม แต่เราทั้งสองก็มีความสุขสำหรับการรอคอยจดหมายของกันและกัน เมื่อได้อ่านเสร็จแล้ว ก็ต่างรีบตอบกลับคืนให้กันและกัน ต่างคนต่างสรรหาคำพูด ความรู้สึก บทความ บทกวี บทกลอน และลำนำต่างๆ ทั้งแต่งเอง และได้คัดลอกมาจากที่ต่างๆ เพื่อนำมามอบให้กันและกัน ผ่านเป็นตัวอักษร บทลำนำบทหนึ่งที่พี่ยังจำได้ขึ้นใจอยู่เสมอ แม้เวลาล่วงเลยมาเป็นสิบกว่าปี ที่บทลำนำได้แต่งไว้ว่า “ ขอขอบคุณสำหรับไมตรีจิต ขอขอบคุณมิตรภาพที่มอบให้ ขอบคุณนะขอบคุณจากหัวใจ ที่มีให้แต่สิ่งดีดี จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก จะได้รู้สึกว่า ในยามห่างหายไกลสายตา ก็เหมือนกับว่าได้อยู่ใกล้ใจ” เป็นต้นน้องยังเคยส่งภาพให้ของน้องที่น้องถ่ายรูปที่น้ำตกภูซางส่งไปให้พี่ดูต่างหน้าเลย และพี่ก็บอกว่าน้องเหมือนนักร้องดังในสมัยนั้นก็คือ “โบ สุนิตา ลีติกุล” เท่าที่จำได้ เราเขียนจดหมายถึงกันเยอะมาก ขนาดเก็บไว้จนล้นตู้ บางครั้งก็เอาจดหมายฉบับเดิมๆ อ่านกลับไปกลับมา อ่านแล้วอ่านอีก เพราะอ่านแล้วมีความสุข คิดว่าคร่าวๆ ไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยถึงสองร้อยฉบับ และเก็บไว้เป็นเวลานานหลายปีเลยทีเดียว และเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เราทั้งคู่ ต่างก็ได้ทำลายมันทิ้งไปหมดแล้ว ก็ด้วยเหตุผลของแต่ละคน…สำหรับของพี่นั้นเหตุผล ก็ไม่อยากเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่ใช้ทำลายตัวเองได้ เนื่องด้วยสถานภาพที่เป็นอยู่ ส่วนน้องนั้น เหตุผลที่ทราบมาทีหลัง คือ รู้สึกน้อยใจและเสียใจ และประชดพี่ด้วยการทำลายทิ้ง ถ้าเราทั้งสองต่างคนต่างเก็บมันไว้ ไม่แน่เอามาประติดประต่อ อาจจะสร้างเป็นภาพยนตร์เป็นละครได้หลายเรื่องทีเดียว…จำได้ว่า บางฉบับต้องรอเป็นสองอาทิตย์ ก็ยังมี เพราะบางทีส่งไปที่สถาบัน แต่อาจารย์ก็ลืมนำไปส่งให้กับนักเรียน แต่ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งทำให้เรา ต่างคนต่างลุ้นตัวอักษรผสมความรู้สึกดีๆที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน มันก็เป็นความสุขที่ พี่ก็ยังจดจำอยู่ในใจเสมอ และจะไม่มีวันลืมมันไปได้เราติดต่อกันด้วยจดหมายเป็นเวลาหลายปีผ่านมา จวบจนกระทั่งยุคสมัยที่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เริ่มก้าวหน้ามากขึ้น เรายังได้คุยโทรศัพท์กันบ้าง โดยการหยอดเหรียญโทรไปหาน้องที่หอพัก ซึ่งก็ต้องทรมานความรู้สึกไม่น้อย เนื่องด้วยข้อจำกัด ที่ต้องรอสายให้ว่าง และระบบก็จะตัดทุกๆ 5 นาที เพราะทางหอพัก ก็ไม่ต้องการให้นักศึกษาคุยโทรศัพท์นานเกินไป ซึ่งก็ต้องรอเป็นวันหยุด หรือ ในช่วงกลางคืน ที่น้องว่างจากการทำโครงงาน หรือ ทำการบ้านเสร็จแล้ว เราถึงจะได้คุยกัน และบางครั้ง ก็ต้องรอให้เพื่อนของน้องคุยกับเพื่อนเขาเสร็จก่อน เราถึงจะได้คุยกันตอนที่น้องพักอยู่หอพักนักศึกษา น้องก็ได้เล่าชีวิตความเป็นอยู่ให้พี่ฟังตลอด บางครั้งทำให้พี่นึกอดที่จะเป็นห่วงน้องไม่ได้ เพราะแต่ละเรื่องที่น้องเล่า กับสภาพความเป็นไปของสังคมวัยรุ่น ในกลุ่มเพื่อนๆของน้อง ซึ่งมีทั้งเรื่องยาเสพติด สุรา การเที่ยวผับ เที่ยวคาราโอเกะ รวมทั้งการมีแฟน การหลับนอนกับเพื่อนชายเพื่อนหญิงให้พี่ฟังตลอด ซึ่งในความรู้สึกในความคิดของคนทั่วไป เขามักจะมีความคิด มีความรู้สึก และมองภาพนักศึกษาหนุ่มสาวอาชีวะ หรือ หนุ่มสาวเทคนิค ไปในทางภาพลบเสียมากกว่า เช่น หลายคนต่างมีความคิดว่า หญิงสาวใดที่เรียนพาณิชย์ ก็เป็นที่รู้กันว่า จะต้องมีแฟนมีคู่ ไม่เลือกไม่ช้ำหน้า บางรายถึงขนาดพักการเรียน เพราะตั้งครรภ์ บางคนโดนทำโทษเพราะเรื่องทะเลาะเบาะแว้งตบตีแย่งแฟนกันก็มี ซึ่งยิ่งทำให้พี่เป็นห่วงน้อง แต่พี่ก็เชื่อใจน้องอยู่เสมอ ซึ่งน้องก็ไม่เคยปิดบังพี่ ถามว่าในตอนแรกพี่เชื่อที่น้องพูดหรือเปล่า มันก็ยังสองจิตสองใจ เพราะน้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตรายมาก ซึ่งในบางครั้งน้องก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆเหมือนกัน แต่พี่รู้ เพราะน้องรักพ่อรักแม่ น้องจะไม่ทำตัวเหลวไหลไปจนกระทั่งเสียคนหรอก น้องยังได้เล่าให้ฟังในหลายๆเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของน้องเอง ที่บางคนต้องทำแท้ง บางคนคบเพื่อนชาย บางคนทำสถิติมีแฟนและบางคนถึงขนาดที่แข่งกันนอนกับผู้ชาย เพื่อแข่งขันกันทำสถิติ เป็นต้น น้องรู้ไหม ทุกครั้งที่พี่ได้ฟัง มันอดที่จะระแวงและเป็นห่วงน้องไม่ได้ แต่ที่พี่ทนได้ เพราะพี่เชื่อใจน้องอยู่เสมอ

วันเวลาผันผ่านจวนจนกระทั่ง เริ่มมีเทคโนโลยีแพคลิงค์หรือเพจเจอร์ เริ่มเป็นที่นิยมกันมากในสมัยนั้น ทุกคน ต่างพยายามแสวงหามาไว้กับตัว ใครมีรุ่นใหม่ สไตล์เก๋ไก๋ ก็เอามาอวดมาแบ่งกันชม แต่ความสำคัญของเพจเจอร์ ก็คือ ใช้สำหรับส่งข้อความให้กัน ในตอนแรกนั้น เมื่อมีข้อความ ก็ต้องโทรไปฟังอีกทีนึง จวบจนกลายมาเป็นอักษร ที่โชว์ให้เห็นที่หน้าจอเลย แต่ก็เป็นข้อความเพียงสั้นๆ ที่จำกัดตัวอักษร บางทีข้อความก็ไม่ต่อเนื่องกัน บางครั้งยังทำให้หลายๆคู่เข้าใจผิดกันก็มี ซึ่งแต่ละคน ก็ต่างสรรหาบทความ บทกลอนดี เพื่อส่งให้คนรู้จัก คนรักของตนเอง ซึ่งในสมัยนั้น ถือว่าเป็นที่นิยมมาก ถึงขนาดมีการออกหนังสือขายข้อความ บทความที่จะส่งทางเพจเจอร์กันเลย แต่ที่ต้องยกย่องกันก็คือ พนักงานโอเปอเรเตอร์ ที่ต้องทำตัวเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีความรู้สึกอะไร และไม่สนใจข้อความอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ปฏิบัติตามคำพูด ของคนที่โทรไปฝากข้อความไว้ เช่น รักนะ รู้หรือเปล่า…รู้นะคิดอะไรอยู่ เป็นต้น ฯลฯ ซึ่งก็ต้องพิมพ์ตามคำพูด ซึ่งบางครั้ง ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ นึกถึงความรู้สึกเรานั้น ก็รู้สึกเขินอายทุกครั้ง ไม่รู้ทำไปได้อย่างไร บางครั้งยังหลงใหล เสียงคนรับโทรศัพท์เลย หลายคนมัวแต่ส่งข้อความ เลยเผลอจีบโอเปอเรเตอร์ซะเลยก็มี

จนถึงยุคที่เราต่างมีโทรศัพท์เป็นของตนเอง จึงทำให้เราได้คุยกันมากยิ่งขึ้น ติดต่อกันง่ายขึ้น แต่ก็นั่นแหล่ะอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น เราสองคนต่างคนต่างเดินบนเส้นทางคู่ขนาน ที่มีสถานภาพที่แตกต่างกันมาเป็นตัวกั้น ทำให้เราแทบจะไม่ได้เจอกันเลยก็ว่าได้ พี่จำได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่เราคุยกัน เราเจอกันแค่ 4-5 ครั้งเท่านั้นเองแหล่ะ ครั้งแรก ก็คงตอนที่เราพบกันครั้งแรก ครั้งที่ 2 ตอนพี่ไปเที่ยวบ้านญาติของน้อง ครั้งที่ 3 เราได้ไปร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีที่บ้านของพี่ และครั้งที่ 4 เจอกันที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาเชียงคำ แค่นั้นเอง ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนสถานภาพ เราถึงได้เจอกันบ่อยขึ้น ได้เที่ยว ได้ดูหนัง ฟังเพลง ทานข้าวด้วยกัน และมีเวลาให้กันยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่ความรู้สึกของเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ความรู้สึกที่เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไหวหวั่นก็แค่ยามสับสน

เราคุยกันทั้งทางโทรศัพท์และจดหมาย จวบจนกระทั่งน้องเรียนจบระดับอนุปริญญา หรือ ปวศ. ช่วงนั้นน้องป่วยและเครียดมาก ทำให้น้องสอบไม่ทันและสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำให้น้องเสียใจมาก ขนาดเป็นไมเกรนเลย และน้องก็ได้พักการเรียนไว้ กลายไปเป็นสาวโรงงานที่จังหวัดชลบุรี แต่ถึงแม้น้องจะอยู่ที่ไหน พี่ก็ยังติดต่อน้องอยู่อย่างสม่ำเสมอ จวบจนกระทั่งน้องตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้พี่รู้สึกงง และไม่เข้าใจน้องจวบจนถึงทุกวันนี้ และก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักที จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะน้องได้เลือกคบเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ที่ปัจจุบัน ได้กลายมาเป็นสามีของน้อง อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พี่ก็ไม่รู้น้องไปคบกันตอนไหน ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะสถานภาพของพี่ในตอนนั้น ที่ไม่เคยมีเวลาให้น้องเลย และก็ไม่มีสิทธิ์ได้พบเจอกันด้วย พี่จึงต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียน และแสวงหาโอกาสให้กับชีวิต พี่เรียนจนจบมหาวิทยาลัยมหิดลจนสมความตั้งใจ และสอบผ่านได้ไปอยู่ยังต่างประเทศ เพราะมีจุดมุ่งหมายที่จะยกระดับชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น และก็วางแผนไว้ว่าอนาคตเมื่อพร้อมได้ดั่งใจหวังแล้ว จะเปลี่ยนสถานภาพตัวเอง แล้วกลับมาอยู่กับน้อง แต่ความฝันของพี่กลับต้องสูญสิ้นและสลายไป พี่จำได้ว่า พี่เงียบหายไปสักพักใหญ่ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่เราคุยกันเรื่อง เราจะเอาอย่างไรกับความรู้สึกและความรักระหว่างเรา บอกตรงๆ ว่าช่วงนั้นพี่สับสนกับชีวิตของพี่มาก เพราะมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างชีวิต ที่ต้องก้าวเดิน ที่ไม่มีอะไรมาเป็นเครื่องชี้วัดหรือรับประกันได้ว่า การเดินทางไกลของพี่นั้นจะเป็นอย่างไร และพี่ไม่รู้อนาคตตัวเองเลย เพราะชีวิตของพี่มักจะเป็นอย่างนี้ประจำ ทำให้พี่ต้องดิ้นรน ไขว่คว้า เพื่อพ่อกับแม่ของพี่ แม้แต่ปัจจุบันมันก็ยังตามมาทำลายความรู้สึกของพี่อยู่ตลอดเวลา ชีวิตของเราเหมือนเส้นคู่ขนาน สถานภาพที่แตกต่างกัน บางครั้ง พี่รู้สึกเห็นใจและทรมาน ที่เห็นน้องต้องอดทนรอพี่ ทั้งที่ก็ไม่เคยรู้จุดหมายปลายทาง เพราะพี่เป็นพี่ชายคนโต อีกทั้งครอบครัวของพี่ก็ยากจน พี่ก็ไม่รู้ว่า ตอนนั้น น้องมั่นใจในตัวพี่มากน้อยขนาดไหน พี่ต้องดิ้นรนไขว่คว้า บอกตรงๆนะ ขนาดพี่บางครั้งยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำให้พี่เผลอพูดหรืออาจจะเป็นความตั้งใจในขณะนั้นก็เป็นได้ หรือเป็นความห่วงใยหรือปรารถนาดีต่อน้อง ไม่อยากให้น้องต้องมีทนทุกข์ทรมาน ในการรอพี่อย่างไม่มีจุดหมายว่าจะถึง หรือจะให้รอถึงเมื่อไหร่ พี่ได้พลั้งพูดไปว่า “พี่ไม่รู้อนาคตของตนเองว่าจะเป็นอย่างไร อีกอย่างพี่ไม่อยากให้น้องต้องมาฝากหวังไว้กับตัวพี่ พี่กลัวว่าน้องจะต้องสูญเสียโอกาสในชีวิต ทั้งในเรื่องความรัก และคนที่รักน้องจริงๆได้ หากวันใดชีวิตของพี่ล้มเหลว น้องก็อาจจะโทษพี่ได้ หากเกิดว่าพี่ไม่เปลี่ยนสถานภาพ น้องอาจจะเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตก็ได้ แล้วพี่ก็ได้พูดว่า หากน้องเจอใครที่ดีกว่าพี่ และคิดว่าเขารักน้องได้ไม่น้อยกว่าพี่ เขาดีและทำทุกอย่างเพื่อน้อง เป็นห่วงเป็นใยน้องและดูแลน้องได้ น้องก็เลือกเขาคนนั้นแล้วกัน” ซึ่งปัจจุบันน้องก็ได้เลือกเขา ซึ่งคำพูดนี่เอง ที่มันกลับมาทำร้ายจิตใจของพี่อยู่ในทุกๆวันนี้ ที่พี่ไม่มีโอกาสและไม่มีทางแก้ตัวได้เลย ซึ่งตรงนี้ พี่ก็ขอยอมรับว่า พี่ผิดจริงและขอรับผิดชอบต่อคำพูดของพี่แต่เพียงฝ่ายเดียว

จริงๆ และก็เหมือนกับชะตาชีวิตเล่นตลก ทำพี่ขาดการติดต่อกับน้องอยู่ช่วงระยะหนึ่ง ก็หลายเดือนพอสมควร จวบจนพี่คิดว่า พี่พร้อมแล้วที่พี่จะบอกน้อง ถึงความรู้สึกที่ดีที่มีให้กับน้อง และพร้อมจะเปลี่ยนสถานภาพแล้ว ซึ่งก็พอที่จะคำนวณหรือคาดเดาเวลาได้ พี่ก็ได้กำหนดว่า จะโทรไปเซอร์ไฟซ์ ในวันขึ้นปีใหม่ พี่ก็ได้ตัดสินใจโทรมาหาน้อง น้องก็บอกข่าวดีกับพี่ว่า น้องจะรับปริญญาแล้ว ซึ่งก็เป็นข่าวดีของพี่มาก พี่ก็ได้ให้น้องชายของพี่ เอาช่อดอกไม้ไปมอบให้น้องในวันรับปริญญา ซึ่งน้องก็คงได้รับแล้ว แต่อีกข่าวหนึ่งที่ทำให้หัวใจและความรู้สึกของพี่สลายไป นั่นก็คือ น้องบอกว่ากำลังจะเข้าพิธีหมั้นกับผู้ชายที่น้องได้เลือกเขาแล้ว ที่จะมาทำหน้าที่แทนพี่ พี่ยังจำอยู่ในสมองเสมอ น้องบอกว่า วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552 น้องจะแต่งงานกับเขา และในปีนี้เอง พี่ก็ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของพี่ และก็ไปหลบนั่งทำใจอยู่ที่บ้านและที่สวนยางพาราอยู่หลายวัน น้องรู้ไหม มีบทเพลงหนึ่งที่พี่ยังจดจำได้ และจำเนื้อหาของเพลงได้อย่างขึ้นใจ และได้ฟังทีไร ทำให้น้ำตาของพี่มันไหลทุกครั้งนั่นก็คือเพลง วาสนาหมาวัด และในตอนเย็นของวันนั้น พี่ยังฝืนกลั้นน้ำตาและความรู้สึก โทรมาอวยพรน้อง ซึ่งน้องก็รับสายและบอกว่า เจ้าบ่าวของน้องก็เมาอยู่กับเพื่อนของเขา ซึ่งพี่ก็ไม่มีอะไรพูดมาก เพราะมันพูดไม่ออกแล้วในขณะนั้น หัวใจของพี่ตกวูบ และเหมือนถูกทำลาย และเหยียบย่ำไปจนจมดิน ความรู้สึก ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เลย น้ำตาเท่านั้น ที่เป็นเพื่อนได้ ณ เวลานั้น

ทุกวันนี้ พี่ก็ยังหาคำตอบ และพยายามอยากจะคำตอบจากน้องเหมือนกันว่า เพราะอะไร พี่ผิดอะไร ทำให้ต้องต้องตัดสินใจ หรือ เพราะน้องเสียใจในคำพูดของพี่ น้องประชดประชันพี่ ได้โดยการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต แทนที่น้องจะรอเวลาสักปีหรืออย่างน้อยสักครึ่งปีก็ได้ รอคำตอบจากปากของพี่ชัดๆ หรือถามพี่สักคำก็ได้ว่า น้องจะแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ เห็นด้วยไหม พี่จะยอมไหม นี่พี่ไม่มีสิทธิ์เลยสักนิด แม้แต่จะรู้เรื่องราวระหว่างน้องกับเขา และอีกสิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เข้าใจ และรู้สึกว่า ถูกหลอกมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ ในระหว่างที่น้องคบกับพี่นั้น น้องก็มีตัวเลือกหรือคบกับเขาอยู่แล้ว จริงอยู่ มันเป็นสิทธิ์ของน้อง และถึงแม้เขาจะมาทีหลังพี่ แต่เขาก็มีสถานภาพที่ได้เปรียบพี่อยู่เสมอ เพราะเขามีเวลา ได้คุยกับน้อง และมีเวลา ศึกษากันจริงๆในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่ในโลกแห่งความรู้สึกระหว่างพี่และน้อง ซึ่งมันก็เหมือนเป็นโลกแห่งจินตนาการและโลกแห่งความสมมติ

แต่พี่ไม่โกรธไม่โทษน้องหรอก พี่รู้ตัวพี่ดี เพราะพี่เชื่อและเคารพในการตัดสินใจของน้อง เพราะน้องก็คงคิดดีแล้ว เพราะการที่เราจะตัดสินใจเลือกคู่ชีวิต ที่เราจะอยู่ด้วยตลอดชีวิต ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งคิดมากถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะน้อง ที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ข้อนี้พี่รู้ตัวดี อีกอย่าง พี่ก็คิดว่ามันโชคชะตาฟ้าลิขิต หรืออาจจะเป็นบาปกรรมของพี่แต่ชาติปางก่อน ที่เคยทำไว้กับน้องหรือเขาก็ได้ ชาติที่แล้วพี่อาจจะได้ครอบครองน้อง ชาตินี้เขาเลยมาเอาคืน พี่ไม่ได้คิดว่า น้องเป็นอะไรนะ ที่ใครจะครอบครองก็ได้ แต่เพราะโชควาสนาชะตาฟ้าลิขิตจริงๆก็ได้ น้องลองคิดและสังเกตดูสิ เราทั้งคู่ ต่างเดินทางมาด้วยกันบนเส้นขนานตลอดเวลา น้องว่าจริงๆไหม ไม่เคยมีโอกาสและเวลาให้กันเลย พี่ขอรับผิดและยอมรับชะตากรรมแต่เพียงฝ่ายเดียวแล้วกัน

11 มีนาคม 2553 พี่เดินกลับมาประเทศไทย 16 มีนาคม 2553 พี่ได้เปลี่ยนสถานภาพตัวเอง และการกลับมาครั้งนี้ พี่ได้กลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันก็เหมือนกับสายไปเสียแล้ว แต่ในจังหวะหนึ่งในชีวิต น้องก็ยังหยิบยื่นมิตรภาพที่ดี ที่เคยมีให้ระหว่างกันให้ และเป็นครั้งแรกของสองเรา ที่มีโอกาส ได้ไปเที่ยว ไปดูหนังฟังเพลง และทานข้าวด้วยกัน มันก็เหมือนกับที่คนเคยบอกเคยเล่าให้ฟังว่า ถ่านไฟเก่า มันครุกรุ่นอยู่แล้ว เมื่อมันมีเชื้อไฟมาใกล้ มันก็ติดได้อย่างรวดเร็ว ก็คงเป็นจริงอย่างที่เขาว่าไว้นั่นแหล่ะ การเจอกันครั้งนี้ มันได้กลายเป็นความรักความผูกพันที่ยากจะถอนตัวออกจากกันได้เสียแล้ว มันกลับยิ่งเพิ่มความรักความห่วงใย ที่เคยมีให้กันเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก เมื่อเราสองคนได้อยู่ใกล้กัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำคัญยิ่งกว่าอะไร

เราทั้งคู่ต่างรู้ตัวดีว่า กำลังเล่นอยู่กับไฟ และกำลังทำอะไรอยู่ ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ความอึดอัดอั้นตันใจ เราร้องไห้ให้กันและกันไม่รู้กี่ครั้งที่ผ่านมา เธอเป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ต่อสามีตามกฎหมายของเธอมาก เธอไม่ยอมที่จะให้ชายอื่นล่วงเกินเธอ ถ้าเป็นหญิงอื่น พี่คิดว่าความรู้สึกคงฝังลึกมากกว่านี้ แต่นี่เป็นน้องพี่รู้ดีว่า นี่คือน้อง เพราะน้องไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน และก็ไม่อยากเหมือนใคร

น้องได้เล่าให้พี่ฟัง ถึงชีวิตครอบครัวของน้อง ที่ต้องอยู่กับเขา แต่เขาถึงแม้จะรักน้องสักเพียงใด รักและห่วงใยไปไม่น้อยกว่าพี่รักน้อง แต่เขาก็แทบจะไม่มีเวลาให้เลย เนื่องด้วย เขามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เนื่องด้วยเขาเป็นทหารรักษาพระองค์ ซึ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบหลักๆก็คือการ เข้าเวรและรอรับเสด็จ ทำให้น้องต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่มีเวลาให้กัน ไม่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาบ่อยนัก เวลาวันหยุด ก็มักไม่ตรงกัน และเขาก็มาได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องรีบกลับ บางครั้ง ก็ต้องการพบปะเพื่อนฝูงบ้าง ในส่วนนี้พี่เป็นลูกผู้ชาย พี่เข้าใจดีว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องมีบ้างที่ต้องสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่ในความเป็นน้องและความเป็นผู้หญิง เป็นภรรยา ก็เป็นธรรมดา ที่ต้องการให้สามีเอาอกเอาใจบ้าง วันหยุดก็อยากไปเที่ยวไปไหนด้วยกัน ดูหนังฟังเพลง ทานข้าวด้วยกันบ้าง ซึ่งตรงจุดนี้เขาขาดไป ซึ่งก็อาจจะทำให้ความรู้สึกของน้องหวั่นไหวไปได้บ้าง

19 มิถุนายน 2553 ในระหว่างที่พี่อยู่เมืองไทย เราทั้งสองก็ได้เจอกันอยู่เรื่อยๆ น้องยังได้ไปแวะหาที่พี่บ้านพี่บ้าง ซึ่งเราก็ได้ตักตวงช่วงเวลาแห่งสองเราให้ได้มากที่สุด ประกอบกับ ในช่วงนั้น ย่าของพี่ก็ล้มป่วยลงนอนโรงพยาบาล พี่ก็ได้แต่เทียวไปเยี่ยมตลอด จนท่านหมดหนทางรักษา และสิ้นลมหายใจอย่างสงบก่อนหน้าที่พี่จะเดินทางกลับต่างประเทศเพียงสองวัน ซึ่งพี่ก็ได้ทำหน้าที่หลานอย่างเต็มที่ ดูแลช่วยงาน ไม่ได้อยู่ในวันส่งสรีระร่างกายท่านสู่ป่าช้าแค่นั้นเอง นอกนั้นทำหมด ทั้งอาบน้ำศพ ยกใส่โลงศพ จัดเตรียมงาน และวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องเราก็ยังมีโอกาสได้เจอกัน ได้คุยกันและน้องก็ยังได้ไปส่งพี่ที่สนามบิน แต่เพราะด้วยความรักความห่วงใย ก็น้องลำบาก กลับบ้านมืด พี่ก็เลยให้น้องกลับก่อนแล้วพี่ก็ไปทนนั่งรอเครื่องออกเป็นเวลานานพอสมควร จากนั้นเราก็ได้ติดต่อกันเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

พี่กลับมาที่อเมริกา มานั่งรองาน และไปสมัครงานไว้หลายที่ ไปฝึกงานในร้านอาหาร ไปส่งอาหารตามบ้านที่โทรมาสั่งอาหาร ก็ลองผิดลองถูกอยู่เป็นเดือน กว่าจะได้งานเป็นพนักงานเก็บเงินอยู่ที่ปั้มน้ำมัน 76 ก็อาศัยคนที่เคยทำงานปั้มที่รู้จักกันฝากเข้าทำงานให้ ก็ทำมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็สองปีกว่าแล้ว วันเวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนโกหก แต่มันก็ต้องทำงาน เพราะมันเป็นภาระหน้าที่ ที่เหมือนกับพี่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เริ่มตอนอายุมากแล้ว คนอื่นเขาเริ่มทำตอนอายุสิบกว่าบ้าง ยี่สิบกว่าบ้าง แต่พี่เริ่มทำตอนอายุได้ 31 ปี แล้ว แต่งานมันก็ไม่หนักมาก และรายได้เมื่อเทียบกับเมืองไทยแล้ว ก็พอใช้ได้ พอจะแบ่งให้ทางบ้านได้ใช้บ้าง และก็สร้างอนาคตตัวเองบ้าง ก็วางไว้อนาคตที่จะกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร ก็คงไม่เกินสิบปีจากนี้ไป ตอนนี้ก็ได้ที่ดินไว้หนึ่งที่แล้ว ปีหน้าคาดว่าจะดาวน์รถกระบะสักคัน จากนั้นก็หาทุนสักก้อน เพื่อไปตั้งหน้าทำมาหากินที่ตั้งใจเอาไว้

สำหรับเรื่องราวความรักของสองเรา ก็ยังรักษาไว้ คอยเป็นห่วง คอยดูแลอยู่ห่างๆแบบนี้ คิดดูแล้ว บางทีก็เป็นชะตาชีวิตที่ลิขิตไว้ดีแล้ว หากเราอยู่ใกล้กัน เราอาจจะเกินเลยกันมากกว่านี้ก็ได้ เพราะความใกล้ชิด มันยากที่จะห้ามความรู้สึกและความต้องการของมนุษย์เอาไว้ได้ ถึงห้ามได้ก็ไม่รู้จะได้นานสักเท่าไหร่ บางครั้งความรู้สึกของพี่ มันก็อาจจะเหมือนในบทเพลง ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า รักน้องมากมายขนาดไหน แต่ก็ไม่อาจเอื้อมหรือไขว่คว้าลงมาได้ เพราะน้องนั้นมีคู่แล้ว ซึ่งบางครั้งก็เหมือนเพลงไร้ตัวตน ที่ต้องอยู่แบบไร้ตัวตน ต้องคอยหลบคนของเธอ กลายเป็นคนผิดที่เธอต้องซ่อนไว้ พี่รู้ว่าน้องก็คิด บางทีก็รู้สึกอึดอัด อัดอั้นตันใจจนบอกไม่ถูก มีความรู้สึกที่สบสนวุ่นวาย คิดมากอาจจะมากกว่าพี่ก็ได้ เพราะเราทั้งสองยิ่งใกล้ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งนึกก็ยิ่งเจ็บปวด พยายามไม่คิด แต่เจ้าความคิดเจ้าเอย ไยข้าห้ามเจ้าไม่ได้สักที

พี่รู้ว่า เราทั้งสองรู้สึกผิดด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งพี่ด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ทั้งๆที่รู้ ว่าน้องนั้นมีคู่อยู่แล้ว แต่พี่ก็อดที่จะทำใจไม่ได้สักที และคงไม่มีเหตุผลหรือความรู้สึกอันใดจะมาอธิบายความรู้สึกนี้ได้ เราทั้งคู่ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น ไม่มีใครเป็นฝ่ายผิด และก็ไม่รู้ว่ามันจะจบหรือหยุดอยู่ตรงที่ไหน แต่ ณ เวลานี้ เราก็ต่างห่วงใย คิดถึง ให้ความรักกันและกันเพิ่มมากยิ่งขึ้นทุกวัน คนไม่สามารถจะแยกจากกันได้อีกแล้ว ในบางครั้งพี่รู้ว่า น้องทนฝืนความรู้สึก และน้องก็คงมีความรู้สึกสงสารพี่ อยากให้พี่มีคนดูแล อยากให้พี่คบผู้หญิงคนใหม่ พี่ไม่ต้องการใครหรอก มีน้องอยู่ตรงจุดนี้ พี่ไม่ต้องการมีใครอีกแล้ว จริงๆแล้ว พี่ก็รู้ว่า น้องไม่อยากให้พี่มีใคร หรือไปจากน้องหรอก แต่พี่ก็คิดว่า ในสักวัน ถ้าพี่มีใคร แล้วพี่มั่นใจว่า คนๆนั้น พร้อมจะอยู่เคียงข้างพี่แล้ว พี่ก็สัญญากับน้องแล้วว่า พี่จะบอกน้องเอง น้องไม่ต้องบังคับ หรือขอร้องให้พี่มีคนอื่นหรอกนะคนดี

บางครั้งพี่ก็ยังอยากประชดตัวเอง ทำตัวให้น้องเกลียดพี่ไปเลย อยากให้น้องใช้คำพูด เพื่อไล่พี่ออกไปจากชีวิตของน้องเสียที ซึ่งถ้าน้องตั้งใจไล่พี่จริงๆ พี่ก็พร้อมจะออกไปจากชีวิตน้องเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าแหละ คนเราจะโกหกหลอกลวงความรู้สึกตัวเองมันก็เป็นไปไม่ได้ ก็คงปล่อยให้ไปตามชะตากรรมและพี่ก็เชื่อว่า เวลาจะช่วยทุกอย่างให้เรื่องระหว่างสองเรา จะลงเอย หรือจบลง ในสักวันหนึ่งจนได้ เชื่อพี่เถอะ ซึ่งไม่ไม่ใครรู้ว่า เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นอะไร จะออกมาในรูปแบบไหน ก็คอยทะนุถนอมกันต่อไปเรื่อยๆแล้วกัน

สำหรับเหตุผลหนึ่ง ซึ่งอาจจะอยู่เหนือในเรื่องของเวลา ที่จะช่วยประคับประคอง หรือแก้ไขช่วยเหลือเรื่องราวของพวกเราได้อีกเรื่องก็คือ การตัดสินใจของพี่เอง ที่จะเดินออกมาจากชีวิตน้อง ซึ่งข้อนี้ อาจจะเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนัก และอาจจะเป็นไปได้ เนื่องด้วย ในตอนแรก พี่ให้น้องตัดสินใจในการเลือกคู่ชีวิตแล้ว และน้องก็ตัดสินใจเลือกเขา และพี่คิดว่า น้องก็คงคิดดีแล้ว เพราะน้องคงนั่งทบทวนและใช้วิจารณญาณและปรึกษาคนพ่อแม่ตายายและญาติผู้ใหญ่แล้ว เพราะคนที่น้องจะเลือกใช้ชีวิตอยู่ด้วย จะต้องไปอยู่กับเขา และพร้อมจะฝากชีวิตไว้กับใครสักคน เพราะน้องก็คงคิดอย่างรอบคอบและลงตัวมากที่สุดแล้ว น้องถึงได้ตัดสินใจเลือกเขา ซึ่งในความคิดของพี่มันอาจจะผิดก็ได้ ถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ เขาอาจจะแนะนำในเรื่องของการเลือกคู่ เช่น ความมั่นคงในหน้าที่การงาน ตรงจุดนี้ พี่ก็คิดว่า หน้าที่การงานของเขา ก็มั่นคงพอสมควร อีกทั้งมีเกียรติมีศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูล เป็นหน้าเป็นตาทางสังคม ซึ่งตรงนี้เอง มันก็แตกต่างกับพี่ราวฟ้ากับดินแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงพี่ก็ไม่รู้หรอกว่า น้องตัดสินยังไง ยิ่งพี่ได้ฟังน้องเล่า ในเรื่องของเขาให้พี่ฟัง เขาก็เป็นคนดี รักน้องไม่น้อยไปกว่าพี่ บางครั้งยังทำให้พี่รู้สึกผิดและอายในการกระทำของตนเองเลย

เหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ที่ทำให้เราทั้งคู่ ตัดสินใจเดินทางออกจากกัน มันก็คือ เหตุผลการตัดสินใจของเราทั้งสองฝ่าย การตัดสินใจครั้งแรก เป็นของน้องที่ พี่ยอมทนและรับได้ นั่นก็คือ การตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตของน้อง ซึ่งน้องอาจจะมีเหตุผลมาบอกว่า ที่ทำไปเพราะโกรธและประชดพี่ แต่สำหรับการตัดสินใจ ที่พี่จะยอมไม่ได้เด็ดขาด นั่นก็คือ การตัดสินใจครั้งที่สองของน้อง นั่นก็คือ การตัดสินใจมีลูกกับเขา เพราะพี่เชื่อว่า มาถึงจุดนี้ น้องต้องคิดต้องทบทวน ต้องมั่นใจจนถึงที่สุดแล้ว น้องถึงได้ตัดสินใจ เพราะครอบครัวจะสมบูรณ์ได้ ต้องประกอบไปด้วย พ่อแม่ลูก น้องก็ต้องมั่นใจในตัวเขาว่า จะเป็นพ่อของลูกได้ เพราะน้องอยู่กับเขา น้องก็ต้องรู้จักเขาดีกว่าพี่ อีกทั้งทางญาติพี่น้อง ทางครอบครัวของทั้งน้องและเขา ก็ปรารถนา ที่จะเห็นน้องและเขามีลูกด้วยกันไม่ใช่หรือ พี่จะเคารพการตัดสินใจของน้อง และก็คงจะต้องเป็นการตัดสินใจของพี่ตามมา มีทางเลือกให้สองให้สำหรับพี่ นั่นก็คือ ยอมเป็นอะไรก็ได้ที่เขาจะเรียก หรือจำใจฝืนเดินออกจากชีวิตของน้องไปเลย ซึ่งก็คงต้องกลั้นน้ำตายอมรับสภาพผู้พ่ายแพ้ ถึงแม้ไม่ใช่การแข่งขัน น้องไม่ได้เป็นรางวัลสำหรับใคร ข้อนี้พี่รู้ตัวดี และน้องก็ย้ำมาตลอด แต่เหตุผลที่ช้ำก็คือ น้องได้เลือกเขาทั้งสองครั้งสองครา ถึงแม้ว่าน้องจะบอกว่ารักพี่ เป็นห่วงพี่ คิดถึงพี่มากขนาดไหน พี่ก็คงรับไม่ได้อยู่ดี คงไม่มีใครทนสภาพอย่างพี่ได้อีกแล้ว หลายคนคงระเบิดมันออกมาหรือบางทีอาจจะเกิดกลายเป็นความแค้นระหว่างกัน อาจจะต้องเป็นเรื่องเป็นราวกันก็ได้ แต่พี่ได้แต่เก็บไว้ในใจและอยู่ในสภาพที่น้องเห็นอยู่ทุกวันนี้ แต่น้องไม่ต้องกังวลนะ พี่ไม่มีทางทำร้ายตัวเองเด็ดขาด พี่มีพ่อแม่ มีความฝัน ที่ต้องผ่าฟันไป ถึงแม้จะไม่มีน้องร่วมเคียงข้างดั่งที่เคยให้คำมั่นต่อกันก็ได้ แม้พี่จะโดดเดียวไม่มีใครเลยในชาตินี้ก็ตาม พี่ก็จะไม่ขอย้อนกลับมาอีกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับน้องพี่ก็คงจะไม่รับรู้อีกแล้ว หรืออะไรจะเกิดขึ้นกับพี่ น้องก็ไม่ต้องสนใจ เพราะพี่คงจะลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องไปให้หมด ไม่ว่าจะเป็นภาพ เมล์ ที่อยู่ เบอร์โทร อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับน้อง ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถลบออกจากใจได้ก็ตาม หากน้องเคยอธิษฐานให้เราพบกันทุกภพทุกชาติ พี่ก็จะขอไปตั้งจิตขอแก้คำอธิษฐานใหม่ เอาเป็นว่า หากว่าชาติหน้า ภพหน้า มีจริงฉันใด ขอเราทั้งคู่ อย่าได้พบอย่าได้เจอ อย่าได้เกี่ยวข้องกันอีกเลย ถ้าพบและเจอกันแล้ว ทำให้พี่เจ็บและทรมานเจียนตายอย่างนี้ ก็ขออย่าได้พบกันดีกว่า พี่ก็ได้แต่หวังว่า สักวันเวลาจะช่วยเยียวยาและรักษาแผลใจของพี่ให้หายได้

สำหรับน้องในช่วงแรกๆ น้องอาจจะเสียใจไปไม่น้อยกว่าพี่ แต่ด้วยภาระที่เพิ่มเข้ามา ก็คือ การรอคอยตั้งหน้าตั้งตารอคอยลูกน้อยที่จะต้องตามมาในอนาคตอีกไม่นาน ความเป็นแม่ก็จะเกิดขึ้นกับน้อง น้องก็ต้องมีหน้าที่ที่ต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่างที่จะตามมา ถึงเวลานั้น น้องก็คงไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องของสองเราอีกแล้ว เมื่อลูกน้อยเกิดมา ความรักความเอาใจใส่ต่อลูกน้อย ก็จะช่วยบรรเทาแผลใจน้องเองได้เช่นกัน พี่เชื่อเช่นนั้นนะ แต่จะให้หายขาดก็คงเป็นไปไม่ได้ทั้งพี่และน้อง พี่รู้ว่า การทำหน้าที่พ่อของลูกของคนที่น้องเลือกมีลูกกับเขา อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร แต่เขาก็มีความมั่นคงในแต่ละก้าวย่างของเขา เพราะชีวิตข้าราชการของเขานั้น เชื่อพี่เถอะ มันจะดีต่ออนาคตครอบครัวและลูกของน้องแน่นอนในอนาคต ซึ่งต่างกับพี่อย่างสิ้นเชิงที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของชีวิตเลย พี่มายืนอยู่ตรงจุดที่กำลังยืนอยู่ที่นี่ได้ ก็ถือว่าโชคดีมากที่สุดแล้ว การตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตน้อง พี่ก็คิดว่า มันคงจะช่วยลดความอัดอั้นตันใจ ความอึดอัด ความหวาดระแวงของน้องลงไปได้บ้าง เพราะทุกครั้งที่เราคุยกันถึงเรื่องนี้ น้องก็มักจะถามพี่ว่า แล้วจะให้น้องทำอย่างไร วันนี้คำตอบทุกอย่างได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของน้องแล้ว

หากถามว่า พี่คิดดีแล้วหรือ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า การตัดสินใจของพี่และน้องในครั้งนี้ จะถูกหรือผิด พี่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่ถ้าถามว่า พี่เจ็บมากไหม เอาเป็นว่า ถ้าหากไม่มีภาระ พี่ก็คงขอลาตายไปเลยดีกว่า ที่จะมาทนรับรู้ ทนเจ็บทนทรมานอยู่อย่างนี้ แต่พี่มีพ่อมีแม่ พี่จะไม่ยอมทำเด็ดขาด มันคงไม่ถึงกับอกแตกตายหรอก พี่เชื่ออย่างนั้นนะ พี่รู้เพียงแต่ว่า ความรู้สึกที่พี่มีให้กับน้องนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ดี ไร้การเสแสร้งแอบแฝงใดๆทั้งสิ้น แต่พี่ก็ภาคภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งกับการเกิดมาเป็นมนุษย์ ได้รักคนที่พี่คิดว่า เป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดแล้วรองมาจากแม่ของพี่ แต่พี่รักและห่วงใย ภาพพจน์ทางสังคมของน้องกับเขา พี่กลัวว่า พ่อกับแม่ของน้องจะรับไม่ได้ หากวันใดวันหนึ่งเรื่องของเราถูกเปิดเผยขึ้น น้องอาจจะบอกว่าน้องไม่สนใจ น้องไม่แคร์ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด จริงอยู่ความจริงก็คือความจริง แต่อย่าลืมว่า เราอยู่ในสังคม เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ

น้องไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลหรือคิดว่า พี่จะไม่รักน้องนะ พี่รักน้องมากกว่ารักชีวิตของพี่เสียอีก พี่จะคอยเฝ้ามองดูน้องอยู่ห่างๆ นะ น้องเก็บเรื่องราวเหล่านี้ไว้ให้ลูกของน้องได้อ่านก็ได้ เมื่อเขาโตขึ้น ก็จะได้เข้าใจชีวิต และจะไม่ต้องตัดสินใจหรือเสียใจอย่างพี่ เพราะเพียงแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ ก็ทำให้ชีวิตและเรื่องราวของเราทั้งคู่ คาราคาชัง ไม่รู้จักจบสิ้น มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้พี่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร น้องรู้ไหม ระหว่างที่เราคุยกันอยู่ พี่เจ็บทุกครั้ง ที่ต้องระแวดระวัง ทั้งๆที่ ไม่รู้จะหลบซ่อนไว้ทำไม พี่เฝ้าถามตัวเองเองว่า พี่ผิดอะไร ทั้งๆที่พี่มาก่อนเขาตั้งนาน พี่ต้องคอยหลบ คอยระวัง เพราะไม่ต้องการให้มีผลกระทบกับชีวิตของน้อง และบางครั้งที่พี่โทรมาหาน้อง ได้ยินเสียงผู้ชายรับสาย น้องรู้ไหมหัวใจของพี่มันเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน ถึงจะไม่ใช่เป็นแฟนของน้องรับก็ตามเถอะ แต่ความคิดมันแล่นไวกว่าความรู้สึกเสียอีก น้ำตาลูกผู้ชาย มันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว พี่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก รู้ไหมบางครั้งพี่แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่า เหมือนน้องอยู่เดียว แต่ในความเป็นจริง น้องเป็นภรรยาของเขา เขานอนและมีอะไรกับน้อง ความรู้สึกของพี่มันไม่รู้จะอธิบายอย่างไร รู้ทั้งรู้ เจ็บทั้งเจ็บแต่ก็ยังฝืนรักน้องอยู่ พี่เข้าใจว่า น้องต้องมีสังคม มีเพื่อน  มีญาติพี่น้อง ที่ต้องเกี่ยวข้อง ต้องพบต้องเจอ แต่สำหรับพี่ น้องเชื่อหรือไม่ว่า ทุกวันนี้พี่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงิน เพื่อสร้างอนาคตตัวเอง พี่ทำงานกะกลางคืนกลับเช้า กลับมาถึงห้องก็แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ก็อ่านข้าว ดูหนังฟังเพลง แล้วก็นอน ตื่นตอนทุ่มครึ่งทำอาหาร เป็นอย่างนี้มาตลอด ก็ไม่รู้ว่าจะต้องอดทนอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ แต่ก็ตั้งความหวังว่า คงไม่เกินสิบปีหรอก คงจะได้กลับมาอยู่บ้านเรา ประเทศของเรา

บางครั้งอยากจะพิมพ์อยากจะพูดออกมา แต่ก็กลัวกระทบจิตใจของน้อง เอาเป็นว่า พี่ขอเก็บไว้เองฝ่ายเดียวแล้วกัน พี่ก็เชื่อว่า สักวันเวลาจะรักษาแผลใจของพี่ให้หายดี ระยะทางความห่างไกล ทำให้ฉันคิดถึงเธอรู้ไหม วันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง เป็นวันหยุดของพี่ บางทีหัวสมองของมนุษย์มันก็เออเร่อได้เหมือนกัน ดันจำไม่ได้ว่า วันนี้เป็นวันหยุดของเธอ ก็ตั้งใจว่า จะโทรหา และส่งเธอ เป็นเพื่อนเธอขับรถไปทำงาน ก็โทรมาหาน้องตั้งหลายครั้งกว่าจะรับสาย ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นแกล้งลืม แต่รู้ไหมน้องว่าให้พี่ ไม่เคยใส่ใจเรื่องราวของน้อง แยกกันอยู่ดีไหม แค่คำๆนี้ วันนี้ทำให้พี่น้อยใจทั้งวัน พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ แต่พี่มีความปรารถนาดีต่อน้อง พี่ตั้งใจจะเป็นเพื่อนน้องไปส่งน้องถึงที่ทำงาน ขอโทษทีนะ พี่จำไม่ได้จริงๆ พี่ไม่ได้แกล้งลืมนะ ไม่รู้จะอธิบายให้น้องเข้าใจอย่างไรดี น้องก็รู้ว่า พี่รักน้องมากแค่ไหน ทุกวันนี้พี่ก็แทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว รู้ทั้งรู้ว่าน้องมีเจ้าของ ถึงแม้ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันก็เถอะ แต่ก็ได้ชื่อว่า ตีตราประทับเป็นสามีภรรยากันถูกต้องกันตามกฎหมาย แล้วพี่เป็นอะไรหล่ะ ถึงจะมาก่อนรักมากแค่ไหน พี่ก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ดี พี่รู้ว่าวันวันหนึ่ง สิ่งที่เราสองคนพูดมาตลอดและไม่อยากให้มันมาถึง ถามน้อง น้องก็จะถามกลับว่า จะให้น้องทำอย่างไร มันเป็นเรื่องที่หาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ และต้องเจ็บทั้งสองฝ่ายอยู่ดี น้องอาจจะโชคดีหน่อย เพราะหลังจากพี่ได้ตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตน้องแล้ว น้องก็ยังมีเขา อนาคตที่จะต้องมีลูกที่ต้องดูแล ถึงแม้ว่า มันอาจจะไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่ แต่มันก็คือครอบครัว มีพ่อแม่ลูก แต่สำหรับพี่ ก็คงอาจจะต้องทำใจ ก็ไม่รู้ว่าจะนานสักแค่ไหน กว่าจะหาใครมาดามหัวใจสักคน คงต้องเริ่มนับหนึ่งและคอยศึกษากันใหม่ และคงต้องใช้เวลาอีกนาน หรือ อาจจะไม่มีใครอีกแล้วก็ได้ เพราะขนาดคบกันมาสิบกว่าปี ยังไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันเลย ชีวิตพี่อาภัพในเรื่องความรักมาก บางทีก็มานั่งคิดอยู่เหมือนกัน วันนี้หลังจากโทรมาหาน้องแล้ว ก็โทรหาแม่ ก็ได้เรื่องกลุ้มใจกลับมาให้คิดอีก ก็เรื่องเดิมๆ เรื่องน้องชาย เรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งพี่ก็ส่งให้ประจำ เชื่อไหม ในแต่ละเดือน พี่ก็ประหยัดสุดๆแล้ว เห็นอะไรอยากจะซื้อทาน พี่ยังไม่กล้า คิดว่ามันแพง จะเก็บเงินไว้เพื่อสร้างตัวเอง แต่พี่ก็ใจอ่อนทุกครั้ง ที่โทรไปหาพ่อกับแม่ แล้วบอกไม่มีตังค์ พี่ก็จำเป็นต้องตัดสินใจ เอาเงินที่สะสมไว้ จะเป็นค่าเช่าบ้าน เก็บเพื่อที่จะได้มาเยี่ยมเมืองไทย มาเที่ยวหาน้อง ทุกวันนี้ พี่ก็ทำงานเดือนชนเดือน มันช่างถากถางหนทางกลับเมืองไทยยากส์จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทนอีกนานเท่าไหร่ ก็ภาวนาให้ ครอบครัวของน้องชาย มันอยู่กันให้ได้ ให้มันเลี้ยงครอบครัวของมันเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ สำหรับพี่แล้ว แค่พ่อแม่สองคน พี่เลี้ยงไหวอยู่แล้ว นี่ต้องรับผิดชอบทั้งสองครอบครัว จะตัดใจก็ไม่ได้ เพราะยังไงแม่ก็รักลูกทุกคน เป็นอันว่า พี่ก็ต้องทนอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ว่าน้องจะเข้าใจหรือเปล่า รอพี่หน่อยนะ พี่อยากกลับมาหาน้อง ขอให้ได้พบกันอีกสักครั้งก่อนจาก ก็ยังดี อย่างน้อยที่สุด ก็ขอให้รับรู้ว่า น้องคือกำลังใจของพี่ตลอดมา น้องคอยรับรู้เรื่องราว รับรู้และเข้าใจปัญหาของพี่นะ การเกิดเป็นลูกคนโต ก็ต้องจำใจเป็นแบบนี้แหล่ะ บางครั้งจะไม่แคร์ก็ไม่ได้ เราอยู่ในสังคม ทุกคนจะมองว่า คนไปทำงานต่างประเทศคงรวยกันทุกคน พี่ยังต้องทานข้าววันละมื้อ เพื่อจะได้ประหยัด ทำอาหารเอง จะได้ลดค่าใช้จ่าย ก็หวังไว้อย่างเดียวว่า คงอีกไม่กี่ปี มันคงจะดีขึ้นกว่านี้ ขออย่างเดียวน้องอย่าเพิ่งหนีไปจากพี่อีกคนแล้วกัน ขอให้พี่มีกำลังใจ ถึงแม้มันจะไม่เต็มที่ ทั้งๆที่รู้ พี่ก็จะหลอกตัวเองว่า อุ๋ยมีพี่และรักพี่คนเดียว เป็นกำลังใจให้พี่ต่อสู้มีพลังเข้มแข็งต่อไป…

น้องบอกให้พี่หาคนใหม่ รู้ไหม พี่ไม่กล้า พี่กลัว พี่ไม่อยากเจ็บ แม้แต่เห็นผู้หญิง พี่ยังไม่กล้าไปทักเลย เพราะพี่รู้ตัวดีว่าพี่เป็นอย่างไร พี่เป็นคนเซอๆ ไม่ค่อยมีสังคมกับใครหรอก เพราะพี่เจอมาเยอะ พี่เลยไม่ชอบงานสังคมที่แสดงออกด้วยความไม่จริงใจ แม้แต่การแสดงออกคำพูดคำจา บางครั้งที่เป็นการเสแสร้งแกล้งทำ เป็นมายาเสียมากกว่า และพี่ก็เชื่อว่า ผู้ชายเซอๆแบบพี่ก็คงไม่ใครสนใจ อีกทั้งอายุก็มาก หน้าตาก็ขี้เหร่ จนก็จน ใครจะมาสนใจ ก็คงมีน้องคนเดียวนี่แหล่ะ ที่ดีและรับรู้เรื่องราวของพี่มาตลอด แต่น้องก็ทนได้ แต่น่าน้อยใจอย่างเดียวที่ชะตากรรมทำให้น้องตัดสินใจ ไปจากพี่โดยการตัดสินใจเลือกแต่งงานกับเขา พี่ก็ไม่รู้ว่า พี่มีข้อด้อยอะไรบ้าง คงเป็นอย่างที่พี่เป็นอยู่ทุกวันนี้แหล่ะมั้ง ทำให้ผู้หญิงเบื่อ บางทีน้องอาจจะโชคดีก็ได้ ที่ไม่ต้องได้พี่ไปเป็นแฟนของน้อง เอาเป็นว่าพี่ยอมรับชะตากรรมแต่เพียงฝ่ายเดียวแล้วกัน พี่ไม่ได้โทษตัวเองหรอก แต่เพราะพี่เลือกเกิด เลือกที่จะเป็นไม่ได้ แต่พี่ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ของพี่ พี่เต็มใจ ถึงแม้ชีวิตของพี่จะไม่สมหวังอะไร แม้วันๆหนึ่งพี่จะไม่มีใครก็ตาม พี่ก็จะขอกลับมาอยู่เคียงข้างพ่อกับแม่พี่อยู่ดี พี่ก็ไม่รู้ว่า พ่อแม่จะอยู่กับพี่นานเท่าไหร่ ยังไง พี่ก็จะขอเลือกที่จะดูแลท่านก่อนที่อะไรทุกสิ่งมันจะสายเกิน ถึงแม้จะมีหลายคนบอกพี่ว่า สนใจตัวเองบ้างสิ สร้างฐานให้ตัวเองมั่นคงเสียก่อน แต่ความแน่นอนมันคือความไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน นั่นแหล่ะที่พี่กลัว บางครั้งพี่ก็คิดจนท้อ บางวันนอนท้อ จนไม่อยากทำอะไร ไม่อยากไปไหน ปล่อยให้เวลาผันผ่านไปแต่ละวัน เฝ้ามองนอกหน้าต่าง เหมือนนกน้อยที่จากรัง ไม่เคยได้อยู่รัง ออกจากบ้านตั้งแต่ยังเด็ก จะยี่สิบปีแล้ว ยังหาทางกลับไปอยู่บ้านอย่างถาวรไม่ได้ ก็ต้องทน อีกไม่กี่ปีหรอก พี่คิดว่าอย่างนั้น ขอภาวนา..อย่าเพิ่งเกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้พี่ต้องเสียใจ ไปมากกว่านี้เลย รอให้พี่ได้กลับมาอยู่ใกล้ๆท่านก่อนแล้วกัน…เพราะรู้ว่า จะเร็วหรือช้า เรื่องที่ไม่อยากให้เกิด มันก็ต้องเกิดขึ้นมาสักวันจนได้ เหมือนกับเรื่องของเราสองคนแหล่ะ ไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่มันก็ต้องเกิดขึ้นสักวัน ถ้าวันๆนั้น ที่น้องจะตัดสินใจ น้องถามความเห็นจากพี่สักคำ พี่จะไม่ต้องมาเสียใจจนถึงบัดนี้หรอก ถ้าน้องถามพี่ว่า น้องจะเลือกเขา พี่จะยินดีไหม ถ้าพี่ตอบว่า ถ้าน้องรักเขาและเลือกเขา พี่ก็คงจะเดินออกไปให้ไกลจากชีวิตน้องตั้งแต่บัดนั้นเลย แต่นี่พี่มารู้ตอนน้องตัดสินใจไปแล้ว และพี่ก็ไม่รู้ว่า พี่ผิดอะไร ตั้งแต่คบกับน้องมา พี่ก็ไม่เคยคบกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย อาจจะเคยคุยบ้าง แต่ก็ไม่เคยให้ใครสำคัญไปกว่าน้อง เพราะพี่เชื่อว่า หากเราจริงใจให้กับใครสักคน ไปแล้ว มันคงจะได้อะไรกลับคืนมาดีดี เราเลือกไม่ได้หรอกที่จะไม่พบ ไม่เจอ ไม่พูดคุยกับใครเลย พี่ก็คุยกับผู้หญิงมาเยอะ ถึงแม้ว่าพี่จะคุย แต่พี่ก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับใคร ไม่เคยไว้ใจใคร ไม่เคยคิดจะอยู่ร่วมกับใคร เมื่อรู้ว่ามีน้องนั่งและเต็มอยู่ในหัวใจของพี่แล้ว แต่บัดนี้ มันโหวงเหวงยังไงชอบกล ตั้งแต่รู้ว่าน้องตัดสินใจแต่งงานกับเขา จะสามปีแล้วสินะ จะครบรอบวันแต่งงานของน้อง 28 มีนาคม พี่จะขอจำไปจนวันตายของพี่ เป็นวันที่พี่เจ็บ จนไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร น้ำตาลูกผู้ชายมันไหล แม้แต่ตอนนั่งเขียนออกมานี่ มันยังซึมไม่หยุดเลยรู้ไหม พี่ก็ไม่อยากโกรธ ไม่อยากโทษว่า น้องทำให้พี่เป็นไปได้เพียงนี้เชียวหรือ พี่ก็เพิ่งรู้ว่าอานุภาพแห่งความรัก มันสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่แปลกเลย ทำไม ถึงมีคนทำประชดประชันกัน บางคนยอมตาย เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่า เขารักและยอมตายเพื่อเธอได้ขนาดนี้ บางคนเปลี่ยนจากความรักเป็นความแค้น เมื่อรักไม่สมหวัง ก็แค้นซะเลย ทำลายทุกอย่างที่เป็นเขาและเธอ แต่สำหรับพี่น้องไม่ต้องเป็นห่วงและกังวลนะ พี่บวชเรียนมา พี่จะไม่ทำให้เสียชื่อหรอก จะเจ็บปางตาย พี่ก็จะไม่ขอทำลายหรือเกลียดโกรธน้อง พี่จะยอมทุกอย่างของพี่เอง ขออวยพรให้ครอบครัวของน้องจงสมหวังทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าได้ทะเลาะกันเพราะความรักเลย เพราะมันจะทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเจ็บ เพราะที่หลายครอบครัวทะเลาะกัน ก็เพราะรักกันหึงหวงกัน แต่ที่ทำทั้งหมด ก็เพราะอยากให้รู้ว่าฉันรักและแคร์เขานั่นแหล่ะ ถึงได้ทะเลาะกัน เอาเป็นว่าหากน้องต้องการถามข่าวคราวพี่ ก็ไปถามคนแถวบ้านพี่ก็ได้

อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะขอร้อง พี่ไม่อยากให้น้องโกรธและหาว่าพี่ใจดำ ไม่รักไม่สงสารน้องนะ อยากให้รับรู้ว่า มันไม่รู้จะทำอย่างไรให้น้องเข้าใจในความรู้สึกพี่แล้วกัน พี่รักน้องจนหมดสุดหัวใจ ไม่รู้ต่อไปจะรักใครได้อีกหรือเปล่า ที่พี่ยอมตัดใจ ก็เพื่อไม่อยากให้น้องต้องอึดอัดและจะสานสัมพันธ์เรื่องของเราให้เกิดขึ้นมาอีก เพราะพี่คิดว่า หากเราไม่ออกห่างจากกันไปเลย เรายังเป็นห่วงดูแลเหมือนญาติ เหมือนพี่เหมือนน้องกันอีก สักวันหากเราอยู่ใกล้กัน ถ่านไฟเก่ามันก็คุกรุ่นขึ้นมาอีกจนได้ พี่กลัวว่า พี่จะห้ามใจไว้ไม่ไหว แล้วมันจะเป็นความโกรธขึ้นมา พี่อาจจะคิดว่า ทำไม พี่ต้องแพ้เขา พี่สู้เขาไม่ได้ตรงไหน เอาเป็นว่า น้องปล่อยให้พี่ไปตายดาบหน้าแล้วกัน อย่าได้เจอกันอีกเลยตลอดชาตินี้และชาติไหนๆ หากเจอกันแล้วทำให้เราสองคนต้องเจ็บอย่างนี้ทุกครั้ง พี่จะไม่โกรธ ไม่โทษน้อง แต่จะโทษโชคชะตาวาสนาที่มันเล่นพี่ซะสะบักสะบอม จะให้ตายก็ไม่ตาย จะให้สมหวังก็ไม่สมหวัง แล้วคาราคาชังเจ็บปวดอยู่อย่างนี้

ใช่ว่าพี่ไปจากน้องแล้ว พี่จะมีความสุข และไม่คิดถึงน้องเลย มันก็คงอยู่ในความรู้สึกอย่างนี้ไปอีกนานแสนนาน อาจจะอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตเลยก็เป็นได้ มนุษย์เรา มีอยู่ 2 อย่างคือ บางคนเจ็บแต่ไม่เคยจำ และ บางคนก็จะจำแต่เรื่องที่เคยเจ็บ พี่จะพยายามจำ แต่เรื่องราวดีๆ ระหว่างสองเรานะ มันอาจจะทำให้พี่รู้สึกดีๆ กับน้องตลอดไป รักนะที่รักจ๋า ขอบใจนะสำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้กันเสมอมา พี่รู้ว่าน้อง ตั้งใจมอบแต่สิ่งดีๆ ให้พี่ทุกอย่าง แต่น้องก็ผืนความรู้สึก ที่ยังมีเขาแบบมีเป็นตัวเป็นตนอยู่ไม่ได้ น้องรักศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิง น้องมีสังคม มีพ่อแม่ พี่เองตะหาก ที่รู้ทั้งรู้ แต่พี่ก็ยังเข้ามา สุดท้ายก็เจ็บไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่

ขอโทษด้วยนะ บางคำพูดบางความรู้สึก อาจจะไปกระทบกับความรู้สึกของน้องบ้าง ที่น้องไม่ได้อธิบายหรือทำให้พี่เข้าใจความรู้สึกของน้องที่มีต่อพี่ พี่รู้ว่า น้องก็รักพี่ไปไม่น้อยกว่ากัน แต่ติดตรงที่น้องได้เลือกเขาแล้วนั่นเอง น้องก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พี่ขอโทษ พี่เข้าใจ แต่บางครั้งก็น้อยใจอยู่ พี่รู้น้องไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนและก็ไม่อยากเหมือนใคร พี่ไม่อาจเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความรู้สึกของน้องได้หรอก เพราะถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น เขาก็คงคบทั้งสองคน เหมือนเพื่อนๆน้องหลายๆคน ที่บางคนมีเพื่อนตั้งหลายคน แต่น้องไม่ใช่เขา พี่เข้าใจในความเป็นน้อง ถ้าน้องเป็นแฟนพี่ พี่ก็ไม่อยากให้น้องมีหลายคนเหมือนกัน มันคงเจ็บไม่น้อย หากวันใดวันหนึ่งเขารู้ขึ้นมา ว่าคนที่เขาไว้ใจที่สุด สุดท้ายก็หลอกเขา.. เอาเป็นว่า พี่ยอมเป็นคนเสียสละแล้วกัน ถึงแม้เราจะเจ็บ จะร้องไห้ จะรักกันมาก่อน หรือรักมากกว่าเขา แต่น้องได้ถูกตีตราประทับไปแล้วว่าเป็น ภรรยาเขาถูกต้องตามกฎหมาย ที่พี่ไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจใดไปต่อรองได้อีกแล้ว นอกจากรักแท้ที่มีให้…น้องจะอยู่ในหัวใจของพี่ตลอดไปนะ…

เมื่อพี่ว่า จะลางานมาเยี่ยมพ่อแม่ และน้องแล้ว พี่ก็ได้คุยกับน้อง ในตอนแรกก็ตกลงกัน น้องจะมารับและส่งที่สนามบิน และยังได้ถามพี่ว่า พี่อยากไปเที่ยวที่ไหน พี่ไม่ต้องการไปเที่ยวที่ไหนหรอก ขอแค่ได้อยู่ใกล้ชิดน้อง พี่ก็มีความสุขแล้ว น้องก็ตกลง พี่ว่าจะลามาให้ตรงกับวันเกิดของน้อง ซึ่งเป็นวันเกิดที่พี่ไม่เคยลืม นั่นก็คือวันที่ 16 กันยายน ของทุกปี แต่ปีนี้ พี่อยากให้เป็นวันพิเศษสำหรับเราสักปีหนึ่ง ก็ตกลงกันเอาไว้อย่างดี พอใกล้ถึงเวลาเข้าจริงๆ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เมื่อเขามีเวลาให้น้องมากขึ้น น้องก็เริ่มไม่มั่นใจว่า จะออกไปหาพี่ได้ไหม แม้แต่ตอนกระทั่งพิมพ์นี้ พี่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้เจอน้องหรือเปล่าในการกลับเมืองไทยครั้งนี้ คำสัญญาต่างๆ มันดูเลือนลางจางหายลงไปทุกที โทรหาน้องก็ยังไม่โทรหา นับวันจะเงียบหายออกไปทุกที จากไม่โทรหาเป็นวัน นานเข้าเป็นอาทิตย์ มันก็คงเป็นการส่งสัญญานให้พี่รู้ว่า พี่หมดความหมายไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป หรือ อาจจะทำให้น้องลำบากใจเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรเสีย พี่ก็ขอภาวนาหวังว่า การกลับเมืองไทยครั้งนี้ ขอให้ได้พบหน้าน้องอีกครั้งก็ยังดี ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ขอแค่ได้กินข้าวด้วยกันสักมื้อ ก็คงดีมากพอแล้วสำหรับผู้แพ้อย่างพี่ ก็จะคอยดูว่า น้องจะมีเมตตาสงสารพี่บ้างหรือเปล่า ถ้าหาก 13 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความหมายเลย น้องอาจจะไม่มาหาพี่เลยก็ได้ แต่ถ้าน้องยังรักและคิดถึงพี่อยู่ ก็พยายามหาโอกาส มาหาพี่สักหน่อยนะ ตอนแรกน้องก็รับปากว่า จะมาให้ได้ แต่อาจจะไม่ตรงกับวันเกิด พี่ก็ยอม ไปๆมาๆ ยิ่งช้ำเติมกันเข้าไปใหญ่ น้องจะพากันไปฉลองวันเกิดที่บ้านของเขาที่บุรีรัมย์ เป็นอันว่า ตอนพี่กลับ น้องก็คงไม่มีสิทธิ์ไปส่งพี่ที่สนามบินแล้ว คราวนี้ก็มาคอยลุ้นอีกว่า วันที่ 5 กันยายน 2555 ที่จะถึงนี้ น้องจะมาหาพี่ได้ไหม ถ้าไม่ได้จริงๆ พี่ก็คงต้องทำใจ แต่พี่จะพยายาม เอาของขวัญที่น้องอยากได้ ไปวางไว้ที่หน้าประตูห้องพัก ที่แฟลต ส.9 ชั้น 5 ห้อง 2 ให้นะ แต่ก็เกรงอยู่ว่า อาจจะทำให้น้องลำบากใจและโกรธพี่ที่ทำอย่างนั้นอีก สรุปแล้ว คือ พี่ไม่มีทางเลือกเลยใช่ไหม ก็ไม่เป็นไร เมื่อน้องตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว ถ้าไม่เจอน้องจริงๆ พี่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ ก็คงต้องยอมรับชะตากรรมที่มันลงโทษพี่

บางครั้งพี่ก็ไม่เข้าใจน้องเหมือนกัน น้องบอกว่ารัก ว่าคิดถึงพี่ จริงๆ มันก็มีหลายลู่ทาง หากคนรักเขาจะทำใหกันได้ พี่เข้าใจว่าน้องไม่อยากทำ แต่น้องก็ทำให้มันคาราคาชังปล่อยให้พี่ตายทั้งเป็นอยู่อย่างนี้ จะเก็บพี่ไว้ทำไม ไล่พี่ให้ออกไปจากชีวิตน้องจะได้ไหม อย่าพูดหวาน ให้คำปลอบใจ ให้ความหวังเลย มันทรมาน คนรักกันเขาจะทำเพื่อกันได้ทุกอย่างแหล่ะ ไม่ว่าจะดีจะร้ายหรือดี ขอให้เขาสมหวังแค่นั้นเอง ขนาดตายแทนกัน ฆ่าตัวตายพร้อมกันเขายังทำได้ แต่พี่จะไม่ว่าน้องหรอก พี่คงไม่มีค่าที่น้องจะทำเพื่อมันได้ขนาดนั้น พี่ยอมรับทุกสิ่งแล้ว…ยอมแพ้ต่อโชคชะตา..วาสนาสู้เขาไม่ได้จริงๆ ….

นับตั้งแต่เขา ได้เปลี่ยนมาอยู่หน่วยสื่อสาร เขาก็เริ่มมีเวลาให้น้องมากขึ้น จนกระทั่งทุกวันนี้ เขามีเวลาให้น้องแบบเต็มๆ อยู่บ้านทุกวัน วันหยุดก็ตรงกันกับน้อง มีเวลา ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกัน ทำให้ความผูกพัน ความสนิทสนมมีมากยิ่งขึ้น จนบางครั้งอาจจะลืมพี่ไปเลยก็ได้ บางครั้งความรู้สึก น้องอาจจะเบื่อหน่ายจนอาจจะรำคาญ ที่พี่ไม่เลิกยุ่งกับชีวิตของน้องเสียที ซึ่งผิดกันกับเมื่อก่อนที่เขาไม่อยู่ บางที่สองสามอาทิตย์ บางครั้งเป็นเดือนกว่าเขาจะกลับมา น้องก็ได้คุยกับพี่ โทรเช้าโทรเย็น โทรรายงานกันตลอด ทุกวันนี้ พี่นั่งจิ้มข้อความแล้วข้อความเล่า ส่งไปก็ไม่เคยตอบ โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย โทรมากไปก็โดนด่าโดนว่า ถึงขั้นอาจจะเห็นพี่เป็นคนไม่ดีจู้จี้จุกจิกไปเลยก็ได้ แต่พี่ก็ไม่โกรธน้องหรอก พี่รู้ตัวพี่ดี ยังไงพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ พี่ก็แค่รักน้องแบบหัวปักหัวปรำไม่ลืมหูลืมตา ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไม พี่จึงเป็นได้ถึงขนาดนี้ บอกตรงๆ พี่ไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครได้เหมือนน้อง แม้แต่พ่อกับแม่พี่ พี่ยังไม่เคยร้องไห้ขนาดนี้ บางครั้งอยู่ๆน้ำตามันก็ไหลมาเอง ยิ่งได้เห็นภาพคู่ หรือกิจกรรมอะไรที่น้องทำร่วมกันกับเขา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติระหว่างสามีภรรยาที่ควรจะมีให้กัน แต่มันเป็นอะไรที่ทรมานตาทรมานใจพี่มาก แทบจะขาดใจตายตรงนั้น แต่ก็ต้องผืนทน เพราะยังต้องมีภาระ ที่ต้องรับผิดชอบอีกมากมาย

พี่มานั่งคิดดู ถ้าพี่เป็นอยู่อย่างนี้ต่อไป พี่รับรองช้ำใจตายแน่ๆ ไม่งั้นก็คงจะทำเรื่องไม่ดี เรื่องเลวๆ ขึ้นมาจนได้ในสักวันหนึ่ง พี่คิดถึงขั้น ไปเคลียร์และขอน้องคืนกับเขา หากตกลงกันไม่ได้ คงต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมีอันเป็นไป คิดเสียจนคิดแล้วคิดเล่า แทบจะเป็นบ้าไป เอาเป็นว่า ขอเวลาทำใจ ไม่รู้จะนานเท่าไหร่ จะทำใจได้หรือไม่ ก็ยังไม่รู้ แต่ยังไงเสีย ก็ต้องตัดสินใจเดินออกมาสักพัก เผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น ในอนาคต เราอาจจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันก็ได้ หรือจากกันไป แบบไม่ต้องพบหน้าตากันอีกตลอดทั้งชาติ เพราะมันเจ็บจริงๆน้องเอ๋ย พี่นั่งพิมพ์ไป น้ำตาพี่ก็ไหลไป จนไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อแล้ว

ถึงแม้การเจอกันครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ตาม…ตอนนี้เขามีเวลาให้น้องเต็มที่แล้วหล่ะ น้องแทบจะไม่มีเวลาให้พี่ พี่ก็แทบจะหมดความหมายแล้ว เมื่อก่อนโทรเช้าโทรเย็น กล่อมหลับกล่อมนอน มาบัดนี้ พี่โทรหาบ่อยน้องก็โกรธ พี่ทำอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด ก็คงอย่างที่เขาว่าหล่ะ คนไม่ใช่ทำอะไรก็คงผิดไปหมด พี่ก็ไม่อยากเปรียบตัวเองเป็นเหมือนหมาหัวเน่าที่ไร้ค่าหมดความสำคัญหรอกนะ แต่นับวันเหตุการณ์ มันก็ทำให้พี่รู้สึกอย่างนี้ขึ้นมาทุกวัน พี่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว บางครั้งเหงา คิดถึง อยากจะคุยด้วย โทรหาก็ไม่รับ พี่เข้าใจอยู่เสมอว่า น้องคงยุ่ง ไม่มีเวลา แต่บางที น้องก็คงเกรงใจเขา พี่ก็น้อยใจบ้างต่างๆนานา สารพัดความคิด ทำร้ายตัวเอง จนมือบวมไปหมด ร่างกายซูบผอม อ่อนแรง เพราะไม่ได้หลับได้นอน น้องก็บอกว่าพี่คิดเองทำเอง น้องก็ลองคิดดูสิ หนึ่งวันมีเวลาตั้ง 24 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง ตั้ง 60 นาที ขอเวลาให้พี่สักนาทีไม่ได้เชียวหรือ บอกว่าอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร แค่นี้พี่ก็ไม่เซ้าซี้ และก็สบายใจแล้ว นี่บางทีเงียบหายไปตั้งสามสี่วัน รู้ว่าอยู่สบายดี แต่นึกถึงหัวอกคนที่รักกันบ้างสิ พี่คิดว่า สักวันน้องคงจะรู้ถึงความรู้สึกนี้ดี ถ้าหากวันไหน แฟนน้องไม่อยู่บ้าน โทรหาก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปหาก็ไม่เคยสนใจ ไม่รับไม่ตอบกลับ ก็คงจะมีความรู้สึกแตกต่างไปจากพี่ ณ เวลานี้หรอก พี่คิดว่าคงไม่มีใครหรอกนะอยากทำร้ายตัวเอง แต่ใจสิพี่มันไม่ยอม บางครั้งคิดอยากจะเลวแบบสุดๆ แต่ก็นึกรักนึกสงสารน้อง พี่สัญญาว่า พี่จะไม่ทำเด็ดขาด พี่จะยอมเจ็บเอง

หลังจากการเจอกันครั้งนี้ จะเกิดอะไรขึ้นในระหว่างสองเราก็ตาม พี่ก็จะขอรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว พี่จะพยายามฝืนเดินห่างออกมาจากน้องเอง พี่คงไม่ไปไหนหรอก ก็จะเฝ้าติดตามดูน้องอยู่แบบห่างๆอย่างนี้หล่ะ อีกสองสามปี หากโชคดีได้เจอใครสักคนเข้ามาดูแลหัวใจพี่ พี่ก็คงจะรู้สึกดีขึ้น แต่จะให้เรื่องราวไปเลยก็คงทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ เขาคนนั้น ได้มาทำหน้าที่แทนพี่แล้ว เขามีเวลาให้น้องทุกวัน น้องก็แทบจะขยับตัวได้แบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว จะรับโทรศัพท์พี่ ก็คงลำบากมาก เอาเป็นว่า อย่าทำให้เขาระแวงมากกว่านี้เลยนะ พี่ขอจบแบบเจ็บๆเองละกัน แต่ขอให้รับรู้ว่า หัวใจของพี่รักน้อง…มากจริงๆ บางครั้งจนกลายเป็นความน้อยใจ ที่บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน นั่งนอนร้องไห้ งอแงเหมือนเด็กอมมือ น้ำตาเจ้ากรรมก็ไม่รู้ไหลออกมาทำไม ต่อแต่นี้ไป พี่จะพยามหาคนที่มาดามหัวใจละกัน ไม่แน่การกลับบ้านคราวนี้ หากพี่เจอใคร และเขาพร้อมที่จะลองรักกับพี่ พี่ก็จะทุ่มเทใจให้เขา และรักเขาให้เหมือนกับรักน้องแล้วกันนะ ต่อไปเราอาจจะได้ทักทายกันบ้างเป็นครั้งครา มีปัญหาก็คงช่วยเหลือกัน โทรไปอวยพรวันเกิดบ้าง มีปัญหาก็ปรึกษากัน คงรักกันแบบพี่แบบน้อง พี่จะพยายามนะ ถ้ามันไม่ได้จริงๆ สุดท้ายพี่จะติดสินปัญหาของพี่เองทั้งหมด ถ้าหัวใจเจ้ากรรมมันไม่ฟังคำสั่ง แต่ขอรับรองและสัญญาว่า จะไม่ทำให้น้องเดือดร้อน ….ขอให้น้องโชคดี ขอให้เขารักน้องเหมือนที่น้องรักเขาตลอดไปตราบนานเท่านานนะ….

จากใจผู้แพ้….ที่ต้องผืนยอมรับชะตากรรมของตนเอง..

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)