Get Adobe Flash player

เรื่องโดย นพดล คชศิลา

ปี่ขับลื้อ….ฉันมาไกลจากสิบสองปันนา

30 พฤษภาคม 2013 เวลา 7:41 น.

ปี่ขับลื้อ….ฉันมาไกลจากสิบสองปันนา 

 ภาพ การขับลื้อ โดยพ่อสาม วงราษฏร์ ชาวไทลื้อที่อพยพมาจากบ้านฟ้าเหนือ เมืองฮำ สิบสองปันนา

ภาพการขับลื้อ โดยพ่อสาม วงราษฏร์ ชาวไทลื้อที่อพยพมาจากบ้านฟ้าเหนือ เมืองฮำ สิบสองปันนา

     หากจะกล่าวถึง ดนตรีภาคเหนือของประเทศไทย หลายท่านก็คงนึกถึง กลองสะบัดชัย  ซึง  สะล้อ  ปี่จุม ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในการแสดงและมีการเรียนการสอนกัน อย่างแพร่หลาย แต่ยังมีเครื่องดนตรีอีกหลายชิ้นที่มีเสียงเฉพาะตัว  และมีเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรมของชาติกลุ่มพันธุ์ ต่าง ๆ  ที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งชาวไทลื้อก็เป็นชาติพันธุ์หนึ่งที่มีเครื่องดนตรีและเรื่องราวเกี่ยวกับ เครื่องดนตรีที่น่าสนใจ

ที่มาของชาวไทลื้อ

     ก่อนจะถึงเรื่องราวของการดนตรี ที่น่าสนใจ ขอแนะนำเกี่ยวกับความเป็นมาของชาวไทลื้อแบบย่อๆ  ดังนี้  “ …   “หนังสือพื้นเมืองเมืองลื้อ” ซึ่งเป็นตำนานโบราณภาษาไตลื้อได้บันทึกว่า “พญาเจิง (ท้าวเจือง) ได้เถลิงราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเป็นเจ้าหอคำเชียงรุ่งองค์ที่ ๑ ราชวงศ์พญาเจิงก็ได้สืบบัลลังค์ต่อๆกันมา  จนกระทั่งถึงมีการปลดแอกในปี ค.ศ. ๑๙๓๐ (พ.ศ. ๒๔๙๓) มีเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งรวมทั้งสิน ๔๔ พระองค์ …”(เจีย แยนจอง, ๒๕๔๘ .หน้า๒๐๙)  และมีบันทึกประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย และล้านนาไทยมาอย่างยาวนาน อาทิเช่น  ในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ตรงกับสมัย พระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ได้มีนโยบาย “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” กวาดต้อนผู้คน จากหัวเมืองต่างๆ ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตน และอีกครั้งหนึ่ง ชาวไทลื้อได้อพยพมาพร้อมกับชนเผ่าต่างๆ โดยการนำของ เจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครน่าน เมื่อรวมทั้งการอพยพอีกหลาย ๆ ครั้ง ทำให้มีชาวไทลื้อตั้งบ้านเรือนกระจายอยุ่ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย  เช่น  อ.ท่าวังผา-อ.ปัว จ.น่าน , อ.เชียงม่วน -อ.เชียงคำ จ.พะเยา , อ.แม่สาย-อ.เชียงของ จ.เชียงราย และอ.สะเมิง – อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ (พระครูสุภัทรพรหมคุณ ,๒๕๔๘ .หน้า๑๒)   แทบจะกล่าวอ้างได้ว่าหากสืบสาวถึงต้นตระกูลของคนภาคเหนือของประเทศไทย มากกว่าครึ่งหนึ่งจะมีสายเลือดเป็นชาวไตลื้อ

ขับลื้อ (ขับไล่ในแบบไตลื้อ)

     เอกลักษณ์สำคัญของชาวไตลื้อ นอกจากการแต่งกาย  ภาษาและวัฒนธรรมก็คือ เสียงการขับลำนำและเครื่องดนตรีประกอบที่เรียกกันว่า “ขับลื้อ” ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการขับเสภา(ร้องประกอบการขยับกรับเสภา) ในวัฒนธรรมของคนภาคกลาง และการร้องหมอลำ(ร้องประกอบการเป่าแคน) ในวัฒนธรรมของคนภาคอีสาน บทที่ใช้ขับลื้อมีภาษาและคุณค่าทางวรรณกรรมมากเนื่องจากแต่งเป็นสำนวนร้อย กรอง นอกจากจะเป็นบทขับตามวรรณกรรม บทขับตามวิถีชีวิตและประเพณี  บทขับเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายแล้ว  บางบทขับลื้อยังมีบทบาทในการขับในพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษประจำเมืองอีกด้วย เช่น คำขับเจ้าเจืองหาญ เมืองเชียงเจือง อำเภอเมืองฮาย สิบสองพันนา (ประคอง นิมมานเหมินทร์ , ๒๕๔๖.หน้า๒) คำขับเชิญเจ้าหลวงเมิงล้า บ้านแวน ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา (โยธิน คำแก้ว , ๒๕๕๖. สัมภาษณ์)

     เหตุที่เรียกว่า การขับลื้อ เนื่องจาก ในสมัยเจ้าสะหนี่ฟ้าเจ้าแผ่นดินของสิบสองปันนา ได้ทําการการสร้างหอปราสาทบังเอิญมีผึ้งหลวงมาเกาะและทํารังในวิหาร จึงทําการขับไล่ผึ้งให้ออกไปจากหอปราสาทแต่ทําทุกวิถีทางก็ไม่สามารถไล่ผึ้ง ได้  จึงได้ป่าวประกาศหาคนขับไล่ผึ้งมีรางวัลเป็นทองคําพันชั่ง จนกระทั่งไปพบช่างขับที่เป็นชาวไทลื้อซึ่งช่างขับที่เป็นชาวลื้อก็ได้พาช่างปี่มาเป่าประกอบการขับ  จนสามารถขับไล่ผึ้งหลวงในหอปราสาทออกไปได้  ดังนั้นเจ้าสะหนี่ฟ้าจึงเรียนการขับร้องนี้ว้า “ขับลื้อ” ตั้งและมีการสืบทอดการขับลื้อเรื่อยมา(สาม วงราษฏร์ ,๒๕๔๘. สัมภาษณ์)

     ผู้ขับลำนำในภาษาไตลื้อ จะเรียกว่า “ช่างขับ” และผู้เป่าปี่ ในภาษาไตลื้อ จะเรียกว่า “ช่างปี่” และในประเทศไทยปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ช่างปี่และช่างขับ ส่วนใหญ่อพยพมาจาก สิบสองพันนาหรือเมืองลื้ออื่นๆ ในประเทศ ลาว และพม่า  

 ปี่ขับลื้อ เครื่องดนตรีประจำตัวช่างขับ

     เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการขับลำนำของชาวลื้อ มีอยู่หลายชนิด อาทิเช่น ติ่ง ปี่น้ำเต้า กีตาร์และคีย์บอร์ด  แต่เครื่องดนตรีซึ่งถือว่าเป็นรากเหง้าเดิมของการขับลื้อและนิยมใช้อย่าง แพร่หลายมากที่สุดตั้งแต่สิบสองปันนาของประเทศจีนจนถึงภาคเหนือของประเทศไทย คือ  ปี่ขับลื้อ  

 ภาพ ขับลื้อ สิบสองปันนา Tai Lue Singer, Sipsongpanna. In 1950s ที่มา หนังสือ 傣乡巨变

ภาพ ขับลื้อ สิบสองปันนา Tai Lue Singer, Sipsongpanna. In 1950s ที่มา หนังสือ 傣乡巨变

     ปี่ขับลื้อ ที่มีใช้อยู่ใน อ.เชียงคำ จ.พะเยาในปัจจุบัน ต้องสั่งมาจากช่างชาวเมืองยอง ประเทศพม่า เพราะสะดวกที่สุด ที่เชียงรุ่ง สิบสองพันนาและสะพานจุดผ่านแดน ท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก็เคยมีคนนำมาขายแต่เนื่องจากการติดต่อไม่สะดวกจึงไม่ได้นำมาใช้  (แก้ว มาไกล ,๒๕๕๔.สัมภาษณ์)

     ปี่ขับลื้อ มี ๓ ขนาดคือ ปี่หลวง(ปี่ขนาดใหญ่) ปี่ปู้(ปี่ผู้ สำหรับเสียงผู้ชาย) ปี่แม่(สำหรับเสียงผู้หญิง) ซึ่งแต่ละขนาดยังมีปี่ระดับเสียงต่าง ๆ กันอีก  และช่างขับแต่ละคนสามารถเลือกปี่ที่เข้ากับเสียงของตัวเองได้อย่างอิสระและ ส่วนมากจะมีปี่เป็นของตัวเองเมื่อจะขับลื้อก็เอาปี่ให้ช่างเป่าปี่เป่า ซึ่งโดยปรกติ การแสดงการขับลื้อจะใช้ผู้ขับหนึ่งคนและปี่หนึ่งเล่ม ในกรณีพิเศษ หากมีผู้เป่าปี่หลายคนและเสียงปี่หลวงตรงกับเสียงปี่ปู้หรือปี่แม่ ก็อาจมีการเป่าปี่สองเล่ม ต่อการขับหนึ่งคน เรียกว่า “ปี่คู่เกี้ยว”

 ภาพ  ปี่ขับลื้อ เทียบกับไม้บรรทัด เล่มบนเป็นปี่แม่ เล่มล่างเป็นปี่ปู้

ภาพ ปี่ขับลื้อ เทียบกับไม้บรรทัด เล่มบนเป็นปี่แม่ เล่มล่างเป็นปี่ปู้

ลักษณะของปี่ขับลื้อ  

     ๑.     เลาปี่ ทำจากไม้ไผ่ขม(ขุม) ตัดไว้ข้อตรงด้านหัว ด้านท้ายตัดข้อทิ้ง ใช้มีดปาดข้อด้านหัวออกครึ่งหนึ่ง และเกลาให้เกลี้ยง

     ๒.     ลิ้นปี่ ทำจากโลหะผสมคล้ายทองเหลือง ตัดเป็นแผ่นสีเหลี่ยม เซาะตรงกลางเป็นลิ้นรูปตัววี (V) ช่างเป่าปี่นิยมใช้หวายถักครอบส่วนลิ้นไว้เพื่อป้องกันการกระแทก

     ๓.     รูบังคับเสียง มีเจ็ดรู รูนิ้วค้ำมี ๑รู   รูบังคับเสียงที่๑และรูที่ ๓ (นับจากรูที่ใกล้ลิ้นปี่มากที่สุด)  เล็กกว่ารูอื่นๆ เจาะด้วยเหล็กเผาไฟ และมีลักษณะเอียงไปทางด้านลิ้นปี่ 

วิธีการเป่าปี่ขับลื้อ

     ก่อนการขับลื้อช่างปี่ จะทำการ “ฟายครู” (ไหว้ครู) โดยวางปี่บนพานหรือถาดเพื่อไหว้ครู ในพานนั้นประกอบด้วย เทียน ๔ คู่ ดอกไม้ ๔ คู่  เหล้า ๑ขวด และเงิน ๑๐ บาท

     ๑. การจับและปิดรูนิ้ว เป็นเอกลักษณ์สำคัญข้อหนึ่งของเครื่องดนตรีชิ้นนี้ คือ จะไม่ปิดรู บังคับเสียงรูที่ ๖ และ๗   และมีการวางมือที่แตกต่างจาก ขลุ่ยหรือปี่ของไทยแบบอื่นๆ ดังนี้ 

                           มือซ้ายปิดรูนิ้วค้ำ รูบังคับเสียงที่ ๑และ๒ (นับจากรูที่ใกล้ลิ้นปี่มากที่สุด)

                            มือขวา ปิดรูบังคับเสียงที่ ๓ ,๔และ๕ 

  ภาพ การจับปี่ขับลื้อและการวางนิ้วปิดรูบังคับเสียง

ภาพ การจับปี่ขับลื้อและการวางนิ้วปิดรูบังคับเสียง                

การบังคับเสียงของปี่ลื้อ ช่างปี่จะเปิด รูบังคับเสียงที่ ๕ไว้  และขยับเฉพาะรูนิ้วค้ำ รูบังคับเสียง ที่ ๑ และ ๒ เพียงสามรูเท่านั้นให้เกิดเสียง  นานๆ ครั้งถึงจะเปิดนิ้วทั้งหมด สร้างเสียงแทรก ในตอนที่ช่างขับพัก

     ๒. การเป่าปี่ขับลื้อ  ใช้ริมผีปากประกบคาบตรงลิ้นปี่ แล้วเป่าลมเข้า เป็นลมยาวๆ  ใช้การ “อวายลม” คือการเป่าลมต่อเนื่องโดยลมไม่ขาด (ในภาษาไทยภาคกลางเรียกว่า “ระบายลม”) เมื่อประกอบการเปิด-ปิดนิ้ว  และการด้นทำนองจึงทำให้เกิดความไพเราะ และสอดประสานกับการขับได้เป็นอย่างดี

ทำนองของปี่ขับลื้อ 

เนื่องจากปี่ขับลื้อไม่นิยมนำมาบรรเลงเดี่ยวจะต้องเป่าคลอไปกับการขับลื้อ จึงมีลำดับในการเป่าดังนี้

     ๑. การฟายครูหรือการไหว้ครู เป็นการสร้างความมั่นใจให้ช่างขับและช่างปี่ โดยเชื่อว่าครูบาอาจารย์จะมาช่วยให้มีสติปัญญาสามารถจดจําคําขับต่าง ๆ ได้

     ๒.เกริ่น เป็นการเตรียมความพร้อมของช่างปี่และช่างขับ โดยช่างปี่จะเป่าปี่เกริ่นทํานองนํา เพื่อเป็นการตั้งเสียงให้ช่างขับ  เมื่อช่างขับฟังเสียงจนหาระดับเสียงได้  ก็จะขึ้นบทเกริ่นของช่างขับด้วยทำนองปานกลาง ไม่เร็วเกินไปนัก ว่า  

“เจ้าเฮยเจ้า……..เฮย……” ในตอนนี้ ช่างปี่ ก็เป่าปี่เลียนเสียงประโยคนี้ไปพร้อมๆ กัน 

     ๓.ขับ เป็นการเล่าเรื่องราวต่างๆเป็นทํานอง  โดยมีปี่บรรเลงทํานองคลอการขับไปจนจบเพลง  ภาษาที่ใช้ในการขับเป็นภาษาไทลื้อ  ทำนองของปี่ในช่วงนี้ จะเป่าประโยคเพลง วนไปเรื่อยๆ ใช้การด้น และมีการพลิกแพลง ซึ่งผู้ที่จะเป่าปี่ได้ดี ส่วนมากจะขับลื้อได้เพราะทำให้รู้ว่า ขับไปถึงบทไหนและตนเองจะเป่าปี่แบบใดจึงจะเข้ากับทำนองการขับ

     ๔. ช่องว่างระหว่างการขับ เมื่อช่างขับลื้อขับลำนำจบแต่ละท่อนจะพักการขับ แต่ช่างปี่จะไม่หยุดทำนองตาม ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สามารถเล่นทำนองต่างๆ พลิกแพลงได้อิสระ แต่ยังยึดโครง ของทำนองเดิมไว้ เมื่อทิ้งเวลาไปสักครู่ก็จะเป่าเป็นทำนองเดิม เมื่อช่างขับพร้อมก็จะขับลำนำต่อไป เป็นเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบเพลง

     ๕. บทลงท้าย  เป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว้าจะจบเพลง เมื่อจบบทขับหรือช่างขับอยากพัก โดยช่างขับจะขับไปเรื่อยๆ และขับต่อท้ายบทว่า“ก็ยั้งเห..นอ…” เมื่อช่างปี่ได้ยินดังนั้น ก็จะเป่าทำนองไปอีกระยะหนึ่งและทอดทำนองลงจบ    

ก็ยั้ง เห …นอ….

     ด้วยความยากของสำเนียงภาษาไตลื้อ ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม และกาลเวลาทำให้ปัจจุบันช่างปี่และช่างขับ ที่อพยพ มาจากสิบสองพันนา หรือเมืองลื้อต่างๆ ทั้งในประเทศพม่า ประเทศลาว ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้ล้มหายตายจาก หรือไม่ก็ชราภาพจนไม่สามารถที่จะขับหรือเป่าปี่เป็นเรื่องราวที่มีความยาว ได้เหมือนสมัยอดีต อีกทั้งพื่นที่ในการแสดงมีน้อยลงและได้ถูกลดบทบาทลงในระยะเวลาอันรวดเร็วและ ถูกทดแทนด้วยวัฒนธรรมใหม่ เช่น การขับในพิธีขึ้นบ้านใหม่ การขับในพิธีแต่งงาน เสียงปี่ขับลื้อ ถูกแทนที่ด้วยระบบคาราโอเกะ การขับในพิธีอุปสมบทถูกแทนด้วยการทำขวัญบายศรี  เป็นต้น ซึ่งหากลูกหลานไตลื้อ รุ่นใหม่ๆ ยังไม่เข้าใจและเห็นคุณค่า ในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่านี้ ต่อไปก็คงได้เห็นการเป่าปี่ขับลื้อ เพียงแค่ในภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้ หรือ เพียงแต่ในภาพถ่ายโบราณ และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเครื่องดนตรีชิ้นเล็กๆ นั้น เรียกว่า ปี่ขับลื้อ 

อ้างอิง  

แก้ว มาไกล .๒๕๕๔.  สัมภาษณ์  

โยธิน คำแก้ว.๒๕๕๖. สัมภาษณ์

สาม วงราษฏร์.๒๕๔๘. สัมภาษณ์

เจีย แยนจอง.๒๕๔๘ .”คนไท” ไม่ใช่ “คนไทย” แต่เป็นเครือญาติชาติภาษา.สำนักพิมพ์มติชน  : กรุงเทพมหานคร

ประคอง นิมมานเหมินทร์.๒๕๔๖.คำขับค่าวเจ้าเจืองหาญ มหากาพย์พื้นถิ่นไทลื้อ.สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: กรุงเทพมหานคร   

พระครูสุภัทรพรหมคุณ .๒๕๔๘. ไทลื้อ . สำนักพิมพ์มติชน  : กรุงเทพมหานคร


ผู้เขียน บทความ

ชื่อ    นายนพดล คชศิลา                     อายุ ๒๘ ปี

ตำแหน่ง    ครูรับเงินเดือนอันดับ ค.ศ.๑ 

สถานที่ ทำงาน    ร.ร.วัดปทุมวนาราม  ในพระราชูปถัมภ์ฯ  เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

สำเร็จการศึกษา ปริญาตรี  สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ไทย  คณะมนุษศาสตร์ ม.นเรศวร  (รหัสนิสิต  46260384)

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

–         ออกแบบและควบคุม การบรรเลงดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือประกอบ ละครเวทีเรื่อง   “ ศศิวิภา ริชาต์สัน “   สาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์  มรภ . สวนสุนันทา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕

–         เผยแพร่ การบรรเลงพิณเปี๊ยะ  บันทึกภาพและเสียง โครงการ ดุริยทรรศน์รัตนโกสินทร์  โดยหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙  สำนักหอสมุดแห่งชาติ  ในปีพ.ศ. ๒๕๕๕

–         ที่ปรึกษางานวิจัย  บรรเลงดนตรี ควบคุมการฝึกซ้อม การบรรเลงดนตรีไตลื้อ ประกอบละครเวทีร่วมสมัยเรื่อง “ลังกาสิบโห” ภาควิชาศิลปะการแสดง คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕- ๒๕๕๖

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)