Get Adobe Flash player

พ่อผาย สร้อยสระกลาง ปราชญ์ชาวบ้าน

PDFพิมพ์อีเมล



เกษตรกรรมประณีตของพ่อผาย สร้อยสระกลาง

เกษตร ประณีต 1 ไร่ มิใช่เพียงรูปแบบที่เพียงจดจำหรือนำไปทำตาม แต่สิ่งทีสำคัญมากกว่านั้น คือ แนวคิดในการทำการเกษตร แนวคิดในการใช้ชีวิต ซึ่งหากผู้ปฏิบัติยึดเพียงรูปแบบการทำเกษตรแบบประณีตในแปลง การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนก็อาจไม่ประสบผล เกษตรประณีตจะสมบูรณ์ต้องประกอบด้วยหลักคิดในการทำการเกษตรผสานกับหลักคิด ที่ต้องมีในตัวผู้ปฏิบัติ ความสำคัญในการพัฒนาคนจึงมาก่อน เกษตรประณีตเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกษตรประณีตเป็นการทำให้คนลองใช้ความสามารถกับพื้นที่เล็กๆ ก่อน เมื่อมีความชำนาญแล้วก็ขยายไปสู่พื้นที่ที่มากกว่า 1 ไร่ มีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เมื่อทำไปก็จะพึ่งตนเองได้ ไม่ยากจน และสามารถปลดภาระหนี้สินได้

การทำเกษตรประณีตในมุมมองของพ่อผายต้องมี 4 ขั้นตอน

1. กำหนดเป้าหมายโดยที่ไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง เอาความสุขใจเป็นตัวตั้ง เอาความมีเป็นตัววัด มีในสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตในพื้นที่ พืชผัก ไม้ผลยืนต้น ไม้ใช้สอย สัตว์เลี้ยง ฯลฯ

2. รวมพลังคนในบ้านและชุมชน เพื่อสร้างอาหารให้พลังแก่ตนเองและคนในแผ่นดิน

3. ต้องตั้งมั่น คือ รู้จักตัวเอง รู้จักผู้อื่น รู้จักสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน

4. ต้องตั้งใจ ตั้งใจทำมาหากินเพื่อให้มีอยู่มีกิน พึ่งพาตัวเอง ค่อยๆ ลดหนี้ไป

ก่อนที่จะทำเกษตรประณีตพ่อผายเคยทำเกษตรผสมผสานมาก่อน จึงได้นำองค์ความรู้เดิมมาออกแบบจัดสรรพื้นที่ 1 ไร่ ซึ่งในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง ไม่มีลำคลอง ไม่มีห้วย ฉะนั้นเรื่องน้ำจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องอื่น ในพื้นที่จึงมีการขุดสระน้ำและนำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการเกษตร ต้องวางแผนในการจัดการพื้นที่ หมุนเวียนกิจกรรมให้ลงตัว มีพืชให้ร่มเงาเนื่องจากผักบางชนิดชอบที่ร่ม อาทิ ผักหวาน กระชาย กระบุก จัดที่สำหรับไม้เลื้อย ไม้เถาวัลย์ ไม้พุ่ม มีผักที่ผิวดิน ผักกินหัว มีผักปลูกหมุนเวียนในแปลงตลอดทั้งปี ฤดูไหนปลูกผักอะไรจึงจะงามดี ความต้องการน้ำและแสงของพืชแต่ละชนิดต่างกัน ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวต่างกัน ส่วนสัตว์ อาทิ ไก่ หมู วัว ปลา สัตว์ที่เลี้ยงเป็นอย่างไร ระยะเวลาในการเลี้ยงต่างกัน สิ่งเหล่านี้สามารถใช้บริโภคในครัวเรือนและขายเพื่อลดหนี้ได้ เลือกบางชนิดที่มีราคาดีพอที่จะมีรายได้มาหมุนเวียนบ้าง หากรู้รายละเอียดในส่วนต่างๆ ทั้งหมดก็สามารถกำหนดแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่แต่ละวันได้ รวมถึงต้องรู้ปัญหาในพื้นที่ของเราด้วย และจะแก้ปัญหาอย่างไร ในการทำไร่ของพ่อผายแต่ละวันใช้เวลาเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง 1 ไร่ของพ่อผายสามารถเลี้ยงคนได้ 4-5 คน ปัจจุบันมีการนำเกษตรประณีตไปขยายผลต่อใน 19 จังหวัด โดยเชิญตัวแทนจังหวัดละ 10 คนมาร่วมประชุมเพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ โดยมีเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสานประจำแต่ละจุดเป็นผู้ขยายแนวความคิด นอกจากนี้พ่อผายยังเป็นผู้ริเริ่มมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาไทอีสานคืนถิ่น ซึ่งอบรมเกษตรกรไปแล้วกว่า 20 รุ่น เน้นอบรมในเรื่องความคิดและวิธีการให้สามารถขยายแนวความคิดต่อไป หากผู้ใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พ่อผาย สร้อยสระกลาง โทร 089-5827325

แปลนพื้นที่เกษตรประณีต 1 ไร่ของพ่อผาย

พื้นที่ 1 ไร่มีขนาด 1,600 ตารางเมตร แบ่งเป็น

พื้นที่ฝั่งตะวันออก 800 ตารางเมตร

1. พื้นที่สระน้ำ 200 ตารางเมตร

2. พื้นที่ชานสระ 64 ตารางเมตร

3. พื้นที่ที่อยู่อาศัย 60 ตารางเมตร

4. พื้นที่คูสระ 476 ตารางเมตร

พื้นที่ฝั่งตะวันตก 800 ตารางเมตร

1. นาข้าว 360 ตารางเมตร

2. พื้นที่คันคู 80 ตารางเมตร

3. พื้นที่คอกวัว 70 ตารางเมตร

4. พื้นที่คอกฟาง 38 ตารางเมตร

5. พื้นที่โรงปุ๋ยชีวภาพ 39 ตารางเมตร

6. พื้นที่เรือนเพาะชำ 15 ตารางเมตร

7. พื้นที่ทางเดินและลานเอนกประสงค์ 197 ตารางเมตร

สามารถดูภาพแปลนพื้นที่เกษตรประณีตของพ่อผายได้ในhttp://www.mapculture.org/coppermine/thumbnails.php?album=111

ปริมาณและชนิดของผลผลิตจากที่ดิน 1 ไร่ของพ่อผาย

สัตว์มี 2 ชนิด น้ำหนักรวม 36 กิโลกรัม

ผักมี 31 ชนิด น้ำหนักรวม 571.2 กิโลกรัม

ผลไม้มี 4 ชนิด น้ำหนักรวม 321.1 กิโลกรัม

ข้าวมี 1 พันธุ์ น้ำหนักรวม 150 กิโลกรัม

รวมมีพืชและสัตว์ 38 ชนิด คิดเป็นน้ำหนักรวม 1,078.3 กิโลกรัม

ผลผลิตที่ไม่ได้ชั่งหรือกินได้มีกล้าไม้ 7 ชนิด จำนวน 100 กล้า

ค่าใช้จ่ายในการทำเกษตรประณีต 1 ไร่ของพ่อผาย

ค่าแรงงาน 386 ชั่วโมง คิดเป็นเงิน 6,948 บาท

ปุ๋ย 3,420 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 0 บาท

ค่าไฟฟ้าสูบน้ำ 114 ชั่วโมง คิดเป็นเงิน 342 บาท

พันธุ์พืช 6,677 ตัน คิดเป็นเงิน 610 บาท

เมล็ดพันธุ์ 1,760 บาท คิดเป็นเงิน 1,385 บาท

พันธุ์สัตว์ 641 ตัว คิดเป็นเงิน 75,950 บาท

เครื่องจักรกล 150 บาท

อื่นๆ 200 บาท

ค่าใช้จ่ายทุกประเภทไม่รวมแรงงาน คิดเป็นเงิน 78,637 บาท

ค่าใช้จ่ายทุกประเภทรวมแรงงาน คิดเป็นเงิน 85,585 บาท

หมายเหตุ: เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 – 31 ธันวาคม 2548

(ข้อมูลจาก “เกษตรกรรมธรรมชาติ” ปีที่ 10 ฉบับที่ 3/2550 หน้า 36-41)

พ่อผาย สร้อยสระกลาง
ปราชญ์ชาวบ้าน นักจัดการ จ.บุรีรัมย์

พ่อผาย สร้อยสระกลาง : 64 หมู่ที่ 4 ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

ฉบับ นี้ขอพาผู้อ่านมาพบกับปราชญ์ชาวบ้านนักจัดการของภาคอีสาน “พ่อผาย สร้อยสระกลาง” ซึ่งเกิดที่ประเทศไทย อยู่เพื่อประเทศไทย และขอตายเพื่อชาติไทย ซึ่งเป็นผืนแผ่นดินที่รักยิ่ง

ชีวิตที่ไม่ธรรมดา

เด็ก ชายผาย เกิดเมื่อปี พ.ศ.2473 ปัจจุบันอายุ 71 ปี เกิดที่บ้านเลขที่ 64 หมู่ที่ 4 ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นบุตรคนที่ 4 ของพ่อชา และแม่สอน สร้อยสระกลาง ตั้งแต่แรกเกิดจนจำความได้แม่สอนจะกล่อมลูกๆ ให้นอนด้วยเพลงกล่อมดั้งเดิมว่า “แม่ไปไฮ่ หมกไข่มาหา แม่ไปนาหมกไข่ปลามาป้อน แม่เลี้ยงหม่อนอยู่ป่าสวนหม่อน” ซึ่งเป็นเพลงกล่อมที่พ่อผาย จำได้ขึ้นใจ และมีผลต่อการทำงานตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

ปี 2483 พ่อผายมีโอกาสเข้าเรียนหนังสือจนจบ ป.4 ในปี 2487 ที่โรงเรียนวัดบ้านสระคูณ เมื่อออกจากโรงเรียนได้ไปเป็นลูกจ้างเลี้ยงวัว 50 ตัวอยู่บ้านท่าวง อ.เดียวกัน โดยได้ค่าจ้างเป็นวัว ปีละ 1 ตัว ทำอยู่ 2 ปี ได้วัวมา 2 ตัว จึงกลับมาอยู่บ้าน และบวชเป็นสามเณรเพื่อศึกษาพระธรรมอีก 4 ปี สอบได้นักธรรมโท จึงบวชเป็นพระอีก 6 ปี สอบได้นักธรรมเอก
พ่อผายบวชต่อ ถึงปี 2505 จึงสึกออกมาแต่งงานกับแม่ลา โดยการแนะนำจากพระเจ้าอาวาสและทายกวัดบ้านสระคูณ โดยทั้งสองท่านเป็นผู้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ เพราะเห็นว่าเป็นคนดี

ปี 2508 พระเจ้าคณะอำเภอชี้แนะให้พ่อผายสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านสระคูณ ได้รับคะแนนเสียงท้วมท้น 285 เสียงจาก 290 เสียง เพราะชาวบ้านศรัทธาเนื่องจากเคยเป็นพระ และทำหน้าที่เป็นครูบาสอนคนมาตลอด เช่น จะอบรมคนที่ไปบวชพระหรือเณรให้เห็นคุณค่าการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง เห็นความสำคัญของความสมดุลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ พร้อมจัดกิจกรรมให้ผู้ที่จะบวชจะต้องเอาต้นมะพร้าว 1 หน่อมาปลูกในวัด ทำให้ผู้คนเลื่อมใส และศรัทธา

การเป็นผู้ใหญ่บ้านของพ่อผายได้รับการ สนับสนุนจากชาวบ้านบ้านสระคูณอย่างล้นหลาม และด้วยเพลงกล่อมที่ฝังใจว่า “แม่ไปไฮ่ หมกไข่มาหา แม่ไปนาหมกไข่ปลามาป้อน แม่เลี้ยงหม่อนอยู่ป่าสวนหม่อน” ทำให้พ่อผายพาชาวบ้านเรียนรู้ และจัดการจนมีอยู่มีกิน พาชาวบ้านใช้ที่ดินสาธารณะกว่า 400 ไร่ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเสริมรายได้ และขอบริจาคจากสมาชิกสร้างกองทุนสวัสดิการบ้านสระคูณจนเกือบจะเกิดความขัด แย้งกับทางราชการ เพราะกิจกรรมดังกล่าวดูเหมือนว่าพ่อผายได้พาชาวบ้านบุกรุกที่สาธารณะของหมู่ บ้าน แต่ด้วยความตั้งใจดี และด้วยไหวพริบอันแหลมคม พ่อผายได้ตั้งคำถามว่า “ที่สาธารณะบ้านสระคูณเป็นของใคร” ซึ่งได้คำตอบว่า “เป็นของประชาชน” และด้วยคำว่า ที่ดินสาธารณะเป็นของประชาชนนี้เอง ทำให้ทางการไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะชาวบ้านสระคูณที่มาร่วมโครงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อทอผ้าไหมของบ้านสระคูณนั้นทำกันเกือบทุกหลังคาเรือน ทำให้พ่อผายได้รับฉายานามใหม่ว่า “ผู้ใหญ่บ้านหัวหมอ” ซึ่งผู้ใหญ่ผายก็น้อมรับไว้ และพาชาวบ้านเดินหน้าจนกระทั่งโครงการสำเร็จอย่างมาก ในที่สุดส่วนราชการต่างๆ ก็ยอมรับและนำป้ายของส่วนราชการมาสนับสนุนโครงการดังกล่าว

คิดผิดคิดใหม่ได้

ปี 2525 สภาพอากาศแล้งจัด ที่บ้านสระคูณชาวบ้านลำบาก ช่วยตัวเองไม่ได้ มีคนมาชักชวนพ่อผายว่าน่าจะหาทางช่วยตัวเองก่อนแล้วจึงกลับมาช่วยชาวบ้าน พร้อมเสนอขายที่สาธารณะที่อำเภอละหานทราย จำนวน 100 ไร่เศษ เพื่อปลูกข้าวโพด พร้อมพูดหว่านล้อมให้เห็นลาภก้อนโตที่จะเกิดขึ้น

เมื่อ ความคิดถูกครอบงำด้วยความทุกข์จากภัยแล้ง และความโลภจากลาภดังกล่าว จึงตัดสินใจกู้ ธกส. สี่หมื่นบาท ร่วมกับเงินออมของตนเองอีกหนึ่งหมื่นบาทไปลงทุนโค่นต้นไม้ ถางป่าเพื่อปลูกข้าวโพด ผ่านไปหนึ่งปี ข้าวโพดราคาดีมาก แต่ผลผลิตได้นิดเดียว เพราะแล้งจัด ไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ปีที่ 2 คือปี 2527 ได้ผลผลิตมากมายแต่ต้องไปเข้าคิวขาย ไม่มีอำนาจต่อรอง กำหนดราคาเองไม่ได้ ถูกหักโน่นหักนี่ ไม่พอใจก็ทำอะไรไม่ได้ โชคยังดีไม่ได้ไปประท้วงเลยไม่ถูกหมากัด นั่งคิดทบทวนจึงรู้ว่ามาผิดทาง เพราะคิดอยากรวยกลับเป็นหนี้ ทำลายทุนทางสิ่งแวดล้อม ทำลายทุนทางครอบครัวและสังคม เพราะต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมา
เมื่อรู้ ว่าคิดผิดก็คิดใหม่ถอยหลังกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ฝันเห็นความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรอบบ้าน ฝันเห็นผู้คนรักใคร่กลมเกลียวกัน ทำให้เกิดพลังทั้งกาย และใจอย่างมาก

อ่านตัวให้ออก บอกตัวให้ได้ ในที่สุดชีวิตจะดีขึ้น

เมื่อ เกิดสัมมาทิฐิพร้อมด้วยพลังกายและพลังใจ ทำให้พ่อผายบอกกับตนเองว่า “เราเป็นชาวนาจะไปเป็นนายอำเภอ ไปเป็นหมอ ย่อมฝืนธรรมชาติ น่าจะเป็นชาวนาที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และที่สำคัญมีความสุข กล่าวคือมีหลักประกันในชีวิตครบถ้วน มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง มีสิ่งแวดล้อมดี มีอิสรภาพ มีความภาคภูมิใจ และเข้าถึงธรรมะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง
ความคิด ดังกล่าวทำให้พ่อผายฟันธงลงไปว่าจะต้องออมน้ำบนผืนแผ่นดินทำกินของตนเพื่อ ให้มีข้าว นก ปลา ต้นไม้ที่หลากหลายมาอาศัย จึงตัดสินใจใช้จอบขุดดินปั้นสระด้วยมือ ซึ่งภรรยาไม่ยอม บอกว่านามีนิดเดียวแค่ 15 ไร่ และตนเองเป็นเจ้าของจะเอาไว้ทำนา ลูกก็ทักท้วง แต่ความแน่วแน่ที่พ่อผายมีอยู่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังยิ่งนัก จึงไปขุดสระเองด้วยมือแต่เพียงลำพัง ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ ว่างเปล่าหมดความกังวลใดๆ มีความหวัง “ฝันเห็นต้นไม้หลายๆ ชนิด ทั้งต้นกุง ต้นจิก ต้นเต็ง ต้นรัง ต้นแดง ต้นชาด และต้นอื่นๆ กว่า 30 ชนิด ฝันเห็นเห็ดไข่ เห็ดปลวก เห็ดเพ็ก เห็ดพวก เห็ดแทด เห็ดทาเกิดตั้งเป็นตั้งร้อย ฝันเห็นปลวกใหญ่ ปลวกน้อย ปลวกจิก ปลวกตาด”

ขุด ไปร้องรำทำเพลง เพลงจ้ำจี้ผลไม้แตงไทย แตงกวา ขนุน น้อยหน่าพุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโยโห่ฮิ้ว
ความว่างและความหวังทำให้ไม่มีทุกข์ใดๆ มาครอบงำได้ ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยยากจากการขุดสระ ความแล้ง ความหิว มีคำแก้ตัวให้เองจากหัวใจของเรา เช่น “แล้งเป็นโอกาสให้เราได้ขุดสระ” “หิวรอก่อนนะ ปีนี้กำลังทำ ปีหน้าค่อยกิน” เป็นต้น

ในที่สุดให้หลัง 8 เดือน สระลูกแรกก็เสร็จสิ้นลง เมื่อมิถุนายน 2528 ฝนตกลงมาพอดีจนน้ำเต็มสระ ความใส่ใจทำให้ได้ยินจากวิทยุว่าที่ท่าพระ จังหวัดขอนแก่นมีการสอนเรื่องการเลี้ยงและเพาะปลา จึงดั้นด้นเดินทางไปเอาความรู้มาได้ พร้อมปลา 1000 ตัวมาเลี้ยง ด้วยสูตรอาหารที่พึ่งตนเองได้ ตามที่ได้ร่ำเรียนมา 9 เดือนให้หลังก็ได้ปลาตัวโตๆ นักวางแผนอย่างพ่อผายไม่เคยปล่อยให้โอกาสหลุดมือ จึงพาหลานไปนาด้วยเพื่อทำหน้าที่ผู้สื่อข่าว ไปถึงนาช่วยกันจับปลาใส่แห แล้วพ่อผายแกล้งทำเป็นปวดท้องมาก ให้หลานวิ่งไปตามแม่มาดูแลและแกล้งเอาน้ำลูบตัวให้เย็นๆ แม่ลามาถึงเอามือแตะตัวเห็นเย็นๆ ตกใจมาก ถามว่า “ปวดท้องแฮงสิ” จึงตอบว่า “ดีขึ้นแล้วละ แต่ลุกไปเอาปลาไม่ไหว ช่วยไปเอาปลาขึ้นให้ที” พร้อมกับชี้แหที่อยู่ริมสระ แม่ลาเดินไปยกแหขึ้น พร้อมอุทานว่า “ป๊าด ปลาคือหลาย พ่อมาดูปลาเฮา”
พ่อผายนึกอยู่ในใจว่าตัวเองขุดดิน ตัวเองเลี้ยงปลา แต่ตอนนี้กลายเป็นปลาเรา ไม่เป็นไรถือว่ามีแนวร่วม จึงร้องตอบไปว่า “ปลามาก แบ่งปลามากิน” แม่ลาร้องตอบว่า “ไม่หรอก เสียดายปลาของข้อย”
เมื่อปลาเป็นของแม่ลา แม่ลาก็เต็มใจร่วมวางแผนขยายพื้นที่ของตนเอง ไม่เพียงพื้นที่ตนเองแต่ยังขยายเครือข่ายในปี 2528 ออกไปอีก 5 ครอบครัว ปี 2529 ขยายออกไป 153 ครอบครัว จาก 185 ครัวเรือน ปัจจุบัน ปี 2542 บ้านสระคูณทำเกษตรผสมผสาน ร้อยละ 98 (ทำ 233 ครอบครัวจาก 238 ครอบครัว) โดยแต่ละรายมีสระน้ำตั้งแต่ 1 สระถึง 5 สระ

ความสุขที่สัมผัสได้

15 ปีผ่านไป หลังจากคิดพึ่งตนเอง พ่อผายและครอบครัวพบว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายที่ดีขึ้นที่อยากจะเล่าให้ผู้อื่นฟังดังนี้

1. เศรษฐกิจดีขึ้น กล่าวคือ รายจ่ายลดลงชัดเจนทั้งด้านบริโภค และการลงทุนในการผลิต หนี้สินค่อยๆ ลดลงจาก 60,000 บาท จนไม่มีหนี้แล้ว เงินออมค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนมีวัว 60 ตัว ที่ดินเพิ่มจาก 15 ไร่เป็น 85 ไร่ และรายรับเพิ่มขึ้นจากบำนาญชีวิตที่สร้างไว้ทั้งพืชและสัตว์ต่างแสดงความ กตัญญูกตเวทีต่อพ่อผาย มีเหลือกิน เหลือแจก และมีเหลือขาย เป็นรายได้เข้าครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

2. สิ่งแวดล้อมดีขึ้น กล่าวคือ มีความหลากหลาย พร้อมด้วยสิ่งมีชีวิตนับพันชนิด มีดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรีย์วัตถุ มีน้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้น 6 บ่อจุน้ำได้ 14,000 คิว มีต้นไม้ยืนต้นทั้งผัก ผลไม้ และไม้ใช้สอยกว่า 60 ชนิดนับได้พันกว่าต้น และที่สำคัญมีผักสดๆ กิน ปลอดมลพิษจากยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลง

3. สุขภาพดีขึ้น กล่าวคือ กินได้ นอนหลับ ไม่มีหนี้ มีสมุนไพรเป็นทั้งอาหารและยา ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และด้วยวัย 71 ปี ไม่ได้เข้านอนในโรงพยาบาลมามากกว่า 9 ปี

4. ปัญญาดีขึ้น โดยสามารถคิดจนรู้เท่าทัน เรียนรู้ทุกวัน จนพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองได้

5. สังคมดีขึ้น กล่าวคือมีเพื่อนมาก รู้จักคนมาก และคนรู้จักพ่อผายมาก อย่างน้อยมีเครือข่ายกว่า 200 หมู่บ้าน ใน 7 จังหวัด ที่ยังติดต่อไปมาหาสู่กันกว่า 3,000 คน

โรงเรียนชุมชนอีสาน

สิ่ง ดีๆ ที่เกิดกับพ่อผาย และเครือข่ายในการใช้หลักธรรมะของการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง ผนวกกับหัวใจของความเป็นครู ทำให้พ่อผายร่วมมือกับครูบาคำเดื่อง และครูบาสุทธินันท์ ตั้งโรงเรียนชุมชนอีสานขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้การสนับสนุนของศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก จากสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาอีสาน เพื่อขยายความคิดและรูปธรรมออกไปอย่างเป็นระบบ เป็นการเปิดโอกาสให้เครือข่ายโดยรอบมาเรียนรู้จากครูบาทั้งสามท่าน พาคิดพาทำจนรู้ เข้าใจ และแตกฉาน สามารถนำชีวิตออกจากวิกฤตได้ในทุกด้านอย่างรวดเร็ว

จากโรงเรียนชุมชน อีสานสู่ วปอ.ภาคประชาชน เพื่อสร้างเครือข่ายพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง 1 ล้านครอบครัว เจริญตามรอยพระยุคลบาท เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ปี 2542 ปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสานได้มาประชุมสัญจรกันต่อเนื่องทุกเดือนไปตาม ศูนย์เรียนรู้ของปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน ทำให้เห็นภารกิจร่วมกันว่าต้องขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวางเพื่อแก้ วิกฤตของชาติให้ได้ จึงได้วางหลักสูตรวิทยากรกระบวนการเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองและ พึ่งพากันเอง หรือเรียกย่อๆ ว่า วปอ.ภาคประชาชน โดยอาศัยผู้นำชุมชนและนักพัฒนาที่สนใจมาเข้าหลักสูตร ฝึกวิธีคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค รู้จักตนเอง ผู้อื่น รู้จักการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง พร้อมไปศึกษาดูงานตามสถานีของปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อกลับมาขยายเครือข่ายอย่างกว้างขวาง เป้าหมาย 1 ล้านครอบครัวใน 18 ปีข้างหน้า พร้อมด้วยเด็กรักถิ่น 1 ล้านคน เพื่อสืบทอดพลังของแผ่นดินดังกล่าว และแน่นอนสิ่งเหล่านี้คือความใฝ่ฝันอันสูงสุด และเป็นความภูมิใจสูงสุดในความเป็นคนดีศรีสังคมของแผ่นดินไทย นอกเหนือจากโล่ห์รางวัลมากมายที่สังคมมอบให้

จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้ของพ่อผาย สร้อยสระกลาง

1. เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เน้นการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง

2. มีการจัดการด้าน การขยายเครือข่ายอย่างชัดเจน ทั้งในระดับกลุ่ม หมู่บ้าน อำเภอ และจังหวัด

3. มีการจัดการสร้างเด็กรักถิ่นมาสืบทอด

4. มีการจัดการด้านกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนออมน้ำ กองทุนวัวควาย กองทุนวัฒนธรรม เป็นต้น

5. มีการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ๆ อย่างเป็นระบบ

ปรัชญาของเจ้าของบ้าน

อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ แปลว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

หลักสูตรดูงาน

1. ดูงานเฉพาะของพ่อผาย สร้อยสระกลาง ใช้เวลา 3-6 ชั่วโมง

2. ดูงานกลุ่มเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านใช้เวลา 3-5 วัน

ศูนย์เรียนรู้ของพ่อผาย สร้อยสระกลาง

มี ผู้มาศึกษาดูงานเป็นจำเดือนละ 10-30 คณะ โดยปี 2542 มีผู้มาศึกษาดูงาน 10,000 คนเศษ รูปแบบการขยายเครือข่ายสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ต่อเนื่องไปถึงลูกหลาน เป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกรที่สนใจรวมทั้งนักพัฒนาทั้งภาครัฐและองค์กร เอกชนที่สนใจ พาชาวบ้านเรียนรู้ตามแนวทางพระราชดำริ

กลุ่มต่างๆ ที่น่าจะได้มาศึกษาดูงาน ได้แก่

1. เกษตรกรที่สนใจทั้งชายและหญิง

2. เด็กและเยาวชน

3. ข้าราชการที่สนใจทฤษฎีใหม่

มูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดี
จังหวัดขอนแก่น

ที่มา: http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=2818&db_file=

ภาพ:http://gotoknow.org/file/s_wanpichit/Picture2.jpg
ป้าย: เกษตรกรตัวอย่าง, พ่อผาย สร้อยสระกลาง
ก่อนหน้า: พ่อเชียง ไทยดี
ถัดไป: นายชูศักดิ์ หาดพรม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)