Get Adobe Flash player

คลิ๊กอ่านข้อมูลและดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ภาพเลยครับ
ของคุณภาพจากพี่ Kowit Chaimuang

โดย อาจารย์ผดุง ประวัง
ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง

วัดพระแก้ว ( วัดเวียงหลวง ) กับเม็ดแก้วข้าวของพระเจดีย์วัดพระแก้ว

พระเจดีย์วัดพระแก้วองค์นี้ จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่หมู่บ้านเวียง จากการไปเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์บอกเล่าของชาวบ้าน วันที่ 6 พ.ค.2557 พ่ออุ้ยที่ให้ข้อมูลคือ พ่ออุ้ยแก้ว ฤดีใจ อายุ 80 ปี พ่ออุ้ยตา เรือนแก้ว อายุ 89 ปี พ่ออุ้ยสี เย็นใจ อายุ 75 ปี ได้ประวัติความเป็นมาคราวๆดังนี้

เดิมบริเวณวัดพระแก้วเป็นวัดร้างมีแต่ฐานราก ชาวบ้านได้สร้างวิหารหลังที่เราเห็นอยู่ปัจจุบันนี้เมื่อปีพ.ศ.2250 หรือประมาณ 307 ปีที่แล้วเรียกชื่อวัดว่า “ วัดเวียงหลวง “ แต่ชาวบ้านในสมัยนั้นบางคนก็เรียกวัดแห่งนี้ว่า “ วัดแก้วข้าว “ ต่อมาภายหลังชาวบ้านกลับเรียกวัดนี้ว่า “ วัดพระแก้ว “ และหลังวิหารมีกู่เก่าสูงประมาณ 3 เมตรเศษ สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยเมืองเชียงคำในอดีตประมาณ 1,000 ปีพร้อมๆกับวัดช้างเผือกและวัดหัวข่วงแก้ว รอบๆกู่แห่งนี้จะมีอิฐ ( ดินกี่ ) ก้อนโตๆสลักหักพังอยู่โดยรอบและมีพระเครื่องสกุลเชียงแสน เช่นพระใบโพธิ์ต่างๆและพระสกุลลำพูน เช่น พระคงสีต่างๆที่พบจะเป็นพระคงแดงและพระคงดำเสียเป็นส่วนใหญ่ไม่มีใครสนใจ เพราะสมัยก่อนยังไม่มีค่าใดๆ สมัยเด็กๆพ่ออุ้ยทั้ง 3 ท่านเคยเก็บพระคงดำพระคงแดงมาโยนเล่น เมื่อเล่นโยนพระกันจนเบื่อแล้วจะพากันเอาพระคงต่างๆเหล่านั้นไปทิ้งลงรูแตก หรือรอยแยกกว้างประมาณ 1 คืบ ยาวประมาณ 1 วา รูแตกหรือรอยแยกนี้อยู่ระหว่างหลังวิหารกับพระเจดีย์ เมื่อทิ้งพระคงลงไปในรอยแยกนี้จะมีเสียงพระคงกระทบกับผนังแข็งๆเสียงมันจะ ดังไหลลงไปลึกมาก แต่รอยแยกนี้ปัจจุบันได้เทซีเมนต์ทับไว้หมดแล้ว

ต่อมาไม่ทราบปีพ.ศ.พระครูบาคำหล้า สังวโร ได้มาบูรณะพระเจดีย์ ( กู่ ) องค์นี้ขึ้นมาใหม่ โดยได้นำเม็ดแก้วข้าวบรรจุไว้ส่วนบนของพระเจดีย์องค์นี้ด้วย เม็ดแก้วข้าวนี้ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่ามีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลแล้ว สมัยนั้นทางวัดหรือพระสงฆ์จะเก็บเม็ดแก้วข้าวนี้ไว้ในขันขนาดใหญ่บนกุฎิพระ สงฆ์ ( โฮง ) เม็ดแก้วข้าวนี้ชาวบ้านจะนำมาเสี่ยงทายปีละ 1 ครั้งช่วงวันสงกรานต์ เม็ดแก้วข้าวเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่เล็กหลากหลายไม่เท่ากันมีจำนวนมากมีสี ต่างๆ เช่น สีขาว สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีใส สีชมพู เป็นต้น เมื่อถึงวันสงกรานต์ชาวบ้านหรือพระสงฆ์จะนำเม็ดแก้วข้าวมาไว้ในวิหารแล้วดู ลักษณะการคงอยู่ของเม็ดแก้วข้าว ถ้าเม็ดแก้วข้าวเม็ดใหญ่ลอยขึ้นมาอยู่ข้างบนเป็นจำนวนมากแสดงว่าปีนั้น ข้าวจะเจริญงอกงามน้ำทาจะดี แต่ถ้าเม็ดแก้วข้าวเม็ดเล็กๆลอยขึ้นมาอยู่ข้างบนมากกว่าเม็ดใหญ่แสดงว่าปี นั้นข้าวไม่เจริญงอกงามน้ำทาจะไม่ดีอย่างนี้เป็นต้น สันนิษฐานว่าเม็ดแก้วข้าวที่ผู้เฒ่าผู้แก่เอ่ยถึงหรือเล่าถึงนั้นน่าจะเป็น พระธาตุขนาดต่างๆนั่นเอง

ประวัติวัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว ตั้งอยู่เลขที่ 145 บ้านเวียง หมู่ที่ 6 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ ( น.ส.3 ก เลขที่ 261 ) อาณาเขตของวัด ทิศเหนือประมาณ 75 เมตรจดถนน ทิศใต้ประมาณ 95 เมตรจดถนน ทิศตะวันออกประมาณ 50 เมตรจดถนน ทิศตะวันตกประมาณ 45 เมตรจดถนน ที่ธรณีสงฆ์จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 50 ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วยวิหาร อุโบสถ ศาลา และกุฏิสงฆ์ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีอ่านหนังสือพิมพ์สำหรับประชาชน

วัดพระแก้วสร้างปีพ.ศ.2250 เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดเวียงหลวง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ปีพ.ศ.2415 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 46 เมตร

การบริหารและปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามคือ
1.ปีพ.ศ.2488-2496 เจ้าอธิการอินหลง
2. ปีพ.ศ.2497-2499 พระมิ่ง
3.ปีพ.ศ.2500-2505 พระผาด
4.ปีพ.ศ.2506-2509 พระสวาท
5. ปีพ.ศ.2510-2511 พระประเสริฐ
6.ปีพ.ศ.2512-2517 พระคะนอง
7.ปีพ.ศ.2518-2521 พระประสิทธิ์
8.ปีพ.ศ.2522-2526 พระอธิการประเวศน์
9.ปีพ.ศ 2527 – 2530 พระศิลธรรม เตชะธมฺโม
10.ปีพ.ศ.2531 ปัจจุบัน พระอรรคพล จนฺทธมฺโม ( ภูผิวขำ ) เป็นเจ้าอาวาส

ประวัติเมืองเชียงคำในอดีตมีอายุประมาณ 900 ปี และมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองเวียงพางคำ ก่อตั้งมาเป็นเมืองคู่แฝดกับเมืองชะราวที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านคุ้ม ต.ร่มเย็น ตอนแรกเข้าใจว่าเมืองเชียงคำหรือเวียงพางคำและเมืองชะราวเป็นคนละยุคกัน แต่ตามประวัติการอพยพมาตั้งรกรากสร้างบ้านแปลงเมืองของชาวไทยจากตอนใต้ของประเทศจีน มีอายุประมาณ 1,000 ปีโดยประมาณ จึงสันนิษฐานว่าเมืองต่างๆ เช่น เมืองเชียงแสน เชียงของ ฝาง เชียงคำ ภูกามยาว แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ อยู่ในยุคเดียวกัน

ประวัติเมืองเชียงคำเก่าหรือเมืองเวียงพางคำที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเวียง ม.6 ต.เวียง อ.เชียงคำ จ.พะเยา

หมู่บ้านเวียงเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่อดีตตั้งขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 ( พ.ศ.1600 -1700 ) มีอายุราว 900 ปี ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองเชียงคำในอดีต โดยมีข้อสันนิษฐานจากตำนานสิงหนวัติกุมารว่าชาวเมืองอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาทางตอนใต้ของจีน ชนชาวไทยกลุ่มนี้ได้แสวงหาชัยภูมิที่เหมาะสม เพื่อสร้างบ้านแปลงเมืองและมีหลายเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น ในบรรดาเมืองเหล่านั้น มีเมืองหนึ่งชื่อเมืองเวียงพางคำ เมืองเวียงพางคำที่ว่านี้มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเมืองเชียงคำเก่าที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเวียง หมู่ 2 ตำบลเวียงในปัจจุบันนี้ และจากตำนานการแผ่ขยายอาณาจักรล้านนาขึ้นมาทางทิศเหนือฝั่งตะวันออก ได้บันทึกไว้ว่าพญาคำฟูแห่งราชวงศ์มังราย ได้เสด็จมาเยี่ยมพระสหายเป็นเศรษฐีใหญ่ชื่อว่าเศรษฐีงัวหงส์ที่เมืองเชียงคำและได้มาสิ้นพระชนต์ที่เมืองเชียงคำอันตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคำแห่งนี้เมื่อปีพ.ศ.1887 พระชนมายุได้ 47 พรรษา

หลักฐานที่แสดงว่าเป็นเมืองโบราณเก่าแก่คือซากวัดวาอาราม กู่เก่า และกำแพงดิน ซึ่งโบราณสถานกำแพงดินและคูเมืองยาวล้อมรอบเป็นวงกลมหรือคล้ายเลข 8 มีร่องรอยกินเนื้อที่ตั้งแต่หมู่บ้านเวียง หมู่บ้านดอนไชย หมู่บ้านดอนแก้ว หมู่บ้านพระนั่งดิน หมู่บ้านคือ และพบศิลาจารึกที่วัดเวียงพระแก้วซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้ กรมศิลปากรได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่าศิลาจารึกนี้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งตรงกับสมัยอยุธยาตอนต้น มีศิลาจารึกบางส่วนถูกนำไปไว้ที่พระศรีโคมคำ ( วัดพระเจ้าตนหลวง )

ในระยะแรกเจ้าสิงหนวัตกุมารได้จัดตั้งเมืองเวียงพางคำ หรือเมืองเชียงคำแห่งนี้จากชุมชนขนาดเล็ก และขยายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา และพ่อขุนจอมธรรมผู้ก่อตั้งเมืองภูกามยาวหรือเมืองพะเยา ปีพ.ศ.1639 ได้ผนวกเอาเมืองเวียงพางคำหรือเมืองเชียงคำไว้เป็นหัวเมืองหนึ่งของเมืองภูกามยาว

เมืองเวียงพางคำหรือเมืองเชียงคำในสมัยอาณาจักรล้านนาปีพ.ศ. 1805 ถูกปกครองโดยพ่อขุนเม็งรายมหาราชร่วมสมัยเดียวกันกับพ่อขุนงำเมืองซึ่งได้ร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็นราชธานีหรือเมืองหลวง สมัยต่อมา พญาแสนภูพระนัดดาของพ่อขุนเม็งราย ได้ขึ้นครองราชสมบัติได้จัดการปกครองให้เมืองเชียงคำมีฐานะเป็นเมืองปันนาขึ้นตรงต่อเมืองเชียงแสน

ต่อมาพญาคำฟูได้ปกครองล้านนาได้ยกกองทัพไปตีเมืองภูกามยาวหรือพะเยาจนชนะ และยกกองทัพไปตีเมืองแพร่ เมืองน่านแต่ไม่สำเร็จ พญาคำฟูได้มาพักกองทัพที่เมืองเชียงคำนี้หลายครั้ง เมืองเชียงคำตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนามาโดยตลอด ( 2101 – 2130 ) ต่อมาพม่าได้ยกกองทัพมาตีเมืองเชียงใหม่และยึดได้เมืองในอาณาจักรล้านนาทั้งหมด พม่าได้แบ่งการปกครองอาณาจักรล้านนาเป็น 2 ส่วน คือเมืองลุ่มแม่น้ำปิง มีเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง และเมืองลุ่มแม่น้ำกก-แม่น้ำอิง มีเมืองเชียงแสนเป็นศูนย์กลาง ส่วนเมืองเชียงคำเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงแสน

ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีได้ปกครองอาณาจักรล้านนาทั้งหมด ได้จัดให้มีเจ้าผู้ครองนครเมืองต่าง ๆเมืองเชียงคำ จึงขึ้นตรงต่อหัวเมืองล้านนา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้จัดการปกครองหัวเมืองต่างๆ เช่นเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในปีพ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 ได้ปกครองประเทศเป็นมณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เมืองเชียงคำได้จัดให้เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณน่านเหนือซึ่งมีเมืองในสังกัด 8 เมือง

ต่อมาเมืองเชียงของ เมืองเทิง เมืองเชียงคำได้ถูกยุบรวมเป็นเขตปกครองเดียวกันเรียกว่าแขวงน้ำลาว ได้จัดตั้งที่ทำการแขวงน้ำลาว ณ. หมู่บ้านเวียง

ต่อมาประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ.2445 ได้เกิดขบฎชาวไทยใหญ่ ( ขบฎเงี้ยว ) ได้มาตั้งทัพที่ทุ่งเชียงคำได้เข้าปล้นและยึดเมืองเชียงคำได้แล้วเผาทำลายเมืองจนหมดสิ้น และจับนายแขวงเมืองเชียงคำประหารชีวิต พระยาดัสกรปลาสได้รับมอบหมายให้ยกกองทัพมาปราบกบฏไทยใหญ่จนสำเร็จ และเห็นว่า เมืองเชียงคำถูกทำลายเสียหายจนหมดสิ้น จึงได้ย้ายเมืองไปตั้งที่ทำการใหม่ ณ.หมู่บ้านหย่วนอันเป็นชุมชนไทลื้อเมื่อปีพ.ศ.2446

ตั้งแต่นั้นมาเมืองเชียงคำที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเวียง จึงถูกลดฐานะลงมาเป็นหมู่บ้านในปีพ.ศ.2475 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศทางการได้จัดการปกครองให้มีการจัดตั้งเป็นตำบล หมู่บ้าน บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงจึงถูกรวมเป็นตำบลเวียงและหมู่บ้านเวียงได้ถูกจัดให้เป็นหมู่ 6 ของตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำในการปกครอง

ต่อมาในปีพ.ศ. 2535 ทางราชการได้จัดการปกครองตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ได้แบ่งการปกครองบริหารราชการส่วนภูมิภาค หมูบ้านเวียง หมู่ที่ 6 ตำบลเวียง ได้เข้าร่วมเป็นหมู่บ้านเขตสุขาภิบาลบ้านทราย และสุขาภิบาลบ้านทรายได้ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลในปีพ.ศ.2544 ดังนั้นหมู่บ้านเวียงจึงเป็นชุมชนหนึ่งในเขตเทศบาลบ้านทรายมาจนถึงปัจจุบัน

วัดบ้านเวียงเดิมชื่อ วัดเวียงหลวง แต่ต่อมาสันนิษฐานว่าพระเจ้าชัยเชษฐาธิราชเจ้าแห่งอาณาจักรล้านช้างได้เดิมทัพผ่านมาพักที่เมืองเชียงคำหรือเมืองเวียงพางคำ พระเจ้าชัยเชษฐาธิราช ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ชั่วคราวที่วัดเวียงหลวง ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกต่อๆกันมาว่า ” วัดเวียงพระแก้ว ” จนถึงทุกวันนี้

เมืองละปูนกั๊บเมืองเจียงคำอยู่ในยุคเดียวกั๋นคือประมาณ 1,000-1,300 ปี เช่น พระรอดมีอายุ 1,300 ปี แล้วก็มาขุดปะตี่เมืองเจียงคำนี่ตวยก็หมายความว่าเมืองละปูนกั๊บเมืองเจียงคำในสมัยนั่น มีก๋านก้าขายไปมาหาสู่กั๋น มีจาวบ๊านขุดปะพระสกุลละปูน เช่น พระคง พระเปิม และพระสกุลเจียงแสน เช่น พระใบโพธิเจียงแสนเป๋นต๊นหลายตี่ เช่นบริเวณวัดร้างจื้อวัด ” เจดีย์พระเจ๊าเจ็ดองค์ ” ตั้งอยู่บริเวณป่าสุสานบ๊านพระนั่งดิน บ๊านไชยพรม บ๊านล้า ปัจจุบันเปิ้นเทซีเมนต์กลบไว่หม๊ด บ่หื้อไผมาลักขุดแถมคับ สันนิษฐานว่าเมืองเจียงคำหรือเมืองเวียงพางคำกั๊บเมืองชะราวนี่ถูกกองทัพเงี้ยวหรือไทยใหญ่ทำลายลงในเวลาใกล๊เคียงกั๋นครับ

แนวกำแพงดินเมืองเก่าเชียงคำมีลัษณะเป็นวงกลม 2 ถึง 3 วง และมีล่องลอยยาวไปถึงหมู่บ้านทรายซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองถึงเกือบ 3 กิโลเมตร ลัษณะแนวกำแพงดินจากการสำรวจด้วยตัวเองคือเดินลุยลัดเลาะไปทุกแห่งรอบตำบลเวียง ได้ข้อมูลดังรูปที่ส่งมาให้ดู คือวงกลมใหญ่ด้านทิศเหนือคือบริเวณหมู่บ้านเวียงเป็นตัวเมือง ยังมีกำแพงดินเป็นเนินดินสูงทั้งด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตก วงกลมกลางอยู่บริเวณบ้านพระนั่งดินล้อมรอบจากหลังวัดพระนั่งดินอ้อมข้ามถนนหลวงมาทางทิศตะวันออกไปหมู่บ้านดอนไชย แล้วไปบรรจบกับแนวกำแพงดินในเขตหมู่บ้านเวียง แนวกำแพงดินวงนี้ยังมีล่องลอยให้เห็นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะแนวที่อยู่ด้านทิศเหนือที่ชาวบ้านพระนั่งดินเรียกว่าสวนสักหรือป่าสัก ( ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำลาวระหว่างบ้านพระนั่งดินมาบ้านเวียง ) ยังเห็นแนวกำแพงดินเป็นเนินสูงและร่องน้ำตรงกลางมีกู่หรือวัดร้าง 1 กู่ ชาวบ้านเรียกว่า ” กู่สวนสักหรือกู่ป่าสัก ( ไม่ทราบชื่อจริง ) วงกลมสุดท้ายอยู่ด้านทิศใต้ เริ่มจากร่องเหมืองข้างวัดคือผ่านหน้าวัดคือเลียบผ่านเขตโรงเรียนบ้านพระนั่งดิน อ้อมข้ามถนนหลวงผ่านซอยบ้านธรรมรักษ์หรือมูลนิธิต้นกล้าความดี อ้อมเขตหมู่บ้านดอนแก้ว ไปบรรจบกับแนวกำแพงดินวงกลาง ที่หมู่บ้านพระนั่งดิน ลักษณะกำแพงดินเมืองเก่าเชียงคำหรือเมืองเวียงพาคำเป็นเนินดินคู่ขนาน 2 เนินทั้ง 3 วงเหมือนกันหมด มีความสูงเฉลี่ย 5-6 เมตร ปัจจุบันจุดที่สูงที่สุดประมาณ 3 เมตร เช่นด้านประตูเวียงทิศตะวันออกและแนวหน้าบ้านพ่อหลวงเจตน์ ประกาสิทธิ์ เป็นต้น ตรงกลางเนินดินเป็นร่องน้ำลึกประมาณ 3- 5 เมตร กว้างเฉลี่ยประมาณ 10 เมตร คนเฒ่าคนแก่เล่าต่อๆกันมาว่าแม้แต่ช้างยังไม่กล้าลงเพราะลึกมาก ผู้ที่ให้ข้อมูลไว้อย่างละเอียดคือพ่อครูสุข ดะนัย ( เสียชีวิตแล้ว ) ตัวเมืองที่ล้อมรอบหมู่บ้านเวียงมีประตูเมือง 3 ประตูคือ

1. ประตูทางทิศตะวันออกเรียกว่า ” ประตูเวียง ” หมู่บ้านหน้าด้านทางนี้คือหมู่บ้านดอนไชยและหมู่บ้านดอนแก้ว

2. ประตูทางทิศตะวันตกเรียกว่า ” ประตูชัย “อยู่ตรงกันข้ามกับวัดบ้านไชยพรม

3. ประตูผีอยู่ด้านทิศเหนือใกล้ป่าสุสานหมู่บ้านเวียง ประตูนี้ใช้สำหรับนำศพออกมาจากในตัวเมือง

สาเหตุที่เมืองเชียงคำถูกขบฎไทยใหญ่เผาทำลายเพราะในสมัยหลังสันนิษฐานว่าเมืองเชียงคำไม่มีกองทัพที่เข็มแข็งเหมือนในอดีตและถูกยุบเป็นแขวงแล้ว ชาวเมืองอยู่กันแบบชาวบ้านทั่วไป จึงถูกขบฎไทยใหญ่บุกเข้าไปปล้นและเผาทำลายเมือง คุ้มเจ้าเมืองเก่า วัดวาอาราม เช่น วัดช้างเผือกที่อยู่บริเวณสามแยกเข้าป่าสุสานบ้านเวียงและวัดหัวข่วงแก้วที่อยู่บริเวณประปาหมู่บ้านทางทิศตะวันออก รวมทั้งวัดอื่นๆจึงถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น ถ้าเป็นสมัยเริ่มแรกที่ยังมีพญาหรือเจ้าเมืองปกครองอยู่ไม่มีทางที่ขบฎไทยใหญ่จะบุกเข้าปล้นได้เด็ดขาดครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับทราบมาแบบสดๆร้อนๆ จากผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านในหมู่บ้านเวียง เช่น พ่อหนานสวย อดีตเจ้าอาวาสวัดเวียงพระแก้ว พ่อหนานผาด ศิริวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเวียงพระแก้ว และคำบอกเล่าจากพระสงฆ์วัดเวียงพระแก้วเกี่ยวกับเจ้าหมวกคำ วีระบุรุษแห่งเมืองเชียงคำสมัยนั้น เจ้าหมวกคำที่แท้ก็คือเจ้าแขวงเมืองเชียงคำที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าหลวงเมืองน่านให้มาปกครองแขวงเมืองเชียงคำนั้นเอง เจ้าหมวกคำ ได้ต่อสู้กับทหารจากกองทัพไทยใหญ่ ที่บุกเข้าปล้นแขวงเมืองเชียงคำอย่างกล้าหาญ และถูกทหารไทยใหญ่จับตัวได้แล้วนำไปประหารชีวิตและคุ้มของเจ้าหมวกคำ ตั้งอยู่บริเวณใกล้ต้นโพธิริมฝั่งแม่น้ำลาวด้านทิศใต้ของแขวงเมืองเชียงคำ ปัจจุบันนี้ก็คือบริเวณฝั่งตะวันออกใกล้สะพานข้ามแม่น้ำลาว จากหมู่บ้านพระนั่งดินมาหมู่บ้านเวียงดังรูปที่ส่งมาให้ดู และจะได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลนี้ลงไว้ในประว้ติหมู่บ้านเวียงและประวัติเมืองเชียงคำหรือเมืองเวียงพาคำครับ

วิหารวัดเวียงพระแก้ว มีความโดดเด่น และเก่าแก่ของอำเภอเชียงคำ ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ ประวัติวัดทั่วประเทศ  (ว.พ.ก.) เล่มที่ 8 กองพุทธศาสนถาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ระบุไว้ว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2250 พระราชทานวิสุงคามสีมา ปีพ.ศ.2415 แสดงว่าวิหารวัดเวียงพระแก้วมีอายุนับถึงปัจจุบันนี้ถึง 307 ปี ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดวัดหนึ่งจะเป็นรองแค่วัดหย่วนซึ่งสร้างเมื่อปีพ.ศ.2230

ความโดดเด่นของพระวิหารวัดเวียงพระแก้วคือ

1.โครงสร้างของวิหารทั้งหมด เช่น เสา คาน ขื่อ แป ใช้สลักไม้ ( แซ่ไม้ ) ไม่มีการใช้ตะปูในการสร้างเลย

2.ศิลปะการตกแต่งประดับประดาเป็นแบบผสมผสานระหว่างอารยธรรมล้านนากับอารยธรรมล้านช้าง ( ลาว ) เช่นตัวบ่างที่ประดับไว้ด้านนอกข้างวิหารเป็นการแกะสลักไม้ด้านเดียวแบบอารยธรรมล้านช้าง เป็นต้น

3.เป็นโบราณสถานแห่งเดียวที่เหลือรอดจากการบุกปล้นและเผาทำลายเมืองเชียงคำของกองทัพไทยใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2445

 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56.  รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)