Get Adobe Flash player

พิธีส่งเคราะห์แบบล้านนา

PDFพิมพ์อีเมล


การส่งหรือพิธีกรรมในการสังเวยตามแบบล้านนา  เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น  เช่น ความเจ็บป่วยที่รักษาไม่หาย  ประสบเหตุ เช่นไฟไหม้บ้าน หรือมีเคราะห์ร้ายต่างๆ บ่อยครั้ง ซึ่งเชื่อกันว่าอาจมีมีสาเหตุเนื่องจากถูกผีหรืออำนาจอื่นกระทำ   การแก้ไขอย่างหนึ่งคือ   การส่งหรือการสังเวยแก่เทพหรือผีนั้นๆโดยตรงเพื่อจะได้พ้นจากสภาพที่เลวร้าย นั้น ๆ ได้  ซึ่งพิธีส่งมีหลายชนิด เช่น ส่งขึด ส่งกิ่ว  ส่งผีส่งเทวดา   ส่งเคราะห์ ส่งแถนเป็นต้น   ซึ่งในพิธีกรรมการส่งจะมีเครื่องประกอบพิธีกรรมแและคำสังเวยแตกต่างกันไป แล้วแต่ชนิดของการส่ง โดยทั่วไปที่ต้องเตรียมมีดังนี้
๑. “เครื่องแสดงความยกย่อง” อันประกอบด้วย ข้าวตอกดอกไม้ ธูป เทียน
๒. เครื่องประกอบยศ  ซึ่งมี  ช่อ  (ธงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก) และ ทุง (ธงตะขาบ) ทั้งนี้อาจมีฉัตรด้วยก็ได้  เทียนค่าฅิง (เทียนสูงเท่ากับความสูงของเจ้าชาตา) สีสายหรือสายน้ำมันค่าฅิง (ไส้ประทีปยาวเท่าตัวเจ้าชาตา) ผ้าขาว ผ้าแดง ห่อเงิน ห่องทอง ฯลฯ
๓.  อาหารและเครื่องขบเคียวอันประกอบด้วย แกงส้ม แกงหวาน ข้าว ขนม มะพร้าว กล้วย อ้อย หมาก พลู บุหรี่
๔. เครื่องสังเวยตามวัตถุประสงค์ เช่น ดินหรือแป้งที่ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ
๕. เครื่องทานประกอบเช่น สัตว์สำหรับปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ หน่อกล้วย หน่ออ้อย ไม้ค้ำต้นโพธิ์ เป็นต้น
๖. การจัดชุดและตำแหน่งของเครื่องสังเวย ตลอดถึงการจัดวางเครื่องบูชาเมื่อเสร็จพิธี
๗. คำโอกาสหรือคำกล่าวในการสังเวยอันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการสังเวยนั้น ๆ
๘. เครื่องคำนับครูของอาจารย์ผู้ประกอบพิธีซึ่งมักจะประกอบด้วยดอกไม้ธูปเทียน  หมากพลู เมี่ยง บุหรี่ และเงินตามอัตรา ทั้งนี้การจัดอุปกรณ์ในพิธีอาจจัดวางบนจานสังกะสี ใส่พาน ใส่ฅวัก คือ กระทง ใส่สะทวง คือ กระบะบัตรพลีทำด้วยกาบกล้วยหรือวางบนตะแกรงไม้ไผ่สานก็ได้
เมื่อทำพิธีเสร็จแล้วก็จะนำกระบะไปวางตามทางแยกหรือทางแพ่ง   ซึ่งเชื่อเป็นสถานที่ที่มีผีมาชุมนุมกัน ชนิดของพิธีส่งเช่น
ส่ง พญานาค พิธีส่งพญานาคหรือขอที่ดินจากพญานาคนี้เป็นขั้นตอนหนึ่งในการปลูกเรือนของ ชาวล้านนากล่าวคือ  เมื่อเจ้าของเรือนใหม่ได้เตรียมไม้เครื่องเรือนต่างๆ  พร้อมแล้วก็จะขุดหลุมเพื่อจะลงเสาเรือนซึ่งก่อนที่จะขุดหลุมนั้น เจ้าของเรือนจะต้องทำพิธี ส่งพญานาค หรือขอที่ดินจากพญานาคเสียก่อนทั้งนี้เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของบุคคลใน เรือนนั้น ๆ
ส่งไฟไหม้ หรือ ปูชาส่งไฟไหม้ เป็นพิธีกรรมที่ชาล้านนาจะทำขึ้นเมื่อเกิดไฟไหม้วัด บ้านยุ้งข้าวหรือกองข้าวในนา เป็นต้น เมื่อจัดพิธีนี้แล้วจึงจะสามารถปลูกสร้างอาคารในบริเวณไฟไหม้นั้นได้
ส่ง แม่เกิด หรือบางแห่งเรียกว่า ส่งเกิด นี้เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสังเวยแก่แม่ซื้อ เมื่อเห็นว่าทารกหรือเด็กป่วยไข้กระเสาะกระแสะร้องไห้กวนโยเยบ่อย เชื่อกันว่าแม่เกิด หรือแม่ซื้อซึ่งเป็นวิญญาณนั้นจะมารับเอาเด็กไปอยู่ด้วย ดังนั้นการทำพิธีส่งแม่เกิดหรือสังเวยแก่แม่ซื้อนี้จึงเป็นการกระทำเพื่อให้ แม่ซื้อพอใจและยุติการกระทำที่จะนำตัวเด็กไปอยู่ด้วยเสีย
ส่งวานเกิด หรือ ส่งพ่อเกิดแม่เกิด เป็นพิธีที่ทำขึ้นเมื่อเห็นว่าเด็นหรือทารกป่วยกระเสาะกระแสะ มีแนวโน้มว่า วานหรือญาติในปรภพจะมารับตัวเด็กนั้นให้กลับคืนไปอยู่ในสภาพวิญญาณเหมือน เดิม พิธีส่งวานเกิด นี้เป็นพิธีที่ทำต่อจากการส่งเกิดหรือส่งแม่เกิด  กล่าวคือ จะมีการส่งแม่เกิดคือส่งแม่ซื้อในวันแรก และวันต่อมาจะมีการส่งวานเกิดวานเกิด ในที่นี้มีความหมายว่าญาติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของทารกดังจะเห็นได้จาก คำโอกาส หรือโองการสังเวยในพิธีนี้ ซึ่งผู้ที่เชิญมารับเครื่องสังเวยนั้นได้ถูกระบุว่าเป็น “เสี่ยว”  “ยี่เสี่ยว”และ “เสี่ยวสหายทังสอง”ซึ่งแปลว่าผู้มารับเครื่องสังเวยนั้นเป็นเกลอกับบิดา มารดาของเด็ก และในบางตอนก็เรียกเป็น “พ่อเกิดแม่เกิด” และ”พ่อยี่แม่ยี่” ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อทารกนั้นเติบโตขึ้นก็เกรงไปว่าบิดามารดาซึ่งอยู่ในสภาพของวิญญาณจะมา รับตัวเด็กทารกนั้นไปจึงต้องมีเครื่องสังเวยต่างๆ  เพื่อเอาใจ  พร้อมกับอ้างว่าเด็กนั้นได้ระคนกับสิ่งที่น่าขยะแขยงเช่นกินเขียดแห้ง กินทาก กินตับของอีกาหรือดวงตาของอึ่งอ่าง  เป็นต้น มาแล้ว เพื่อให้บิดามารดาในภาควิญญาณนั้นเกิดรังเกียจแล้วคลายความรักและผูกพันใน เด็กนั้นไป
ส่งโลกาวุฑฒิ หรือโลกวุฒิเป็นพิธีส่งหรือการสังเวยเพื่อให้พ้นจากการกระทำที่เป็นโลกหา ณีหรือการกระทำที่เกิดความเสื่อมแก่โลก ซึ่งจากข้อที่กำหนดไว้ในคัมภีร์ชื่อโลกสมมติราช พบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งที่ปลูกเรือนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากผู้ปลูกเรือนกระทำเข้าลักษณะดังกล่าวนั้น ย่อมจะเป็นที่ติฉินของผู้อื่น ดังนั้น การส่งโลกาวุฑฒิ จึงเป็นวิธีการที่จะแก้ไขความผิดดังกล่าวนั้นได้
ส่งหาบ พิธีส่งหาบนี้ทำขึ้นเมื่อเด็กที่มีอายุ  ๑ปี  ถึง  ๑๐  ปี เป็นพยาธิ คือเจ็บไข้ได้ป่วยเนือง  ๆ  เช่นอาจเป็นเด็กพุงโรก้นปอด เป็นตานขโมย เป็นโรคผิวหนังมีผื่นคันไม่รู้จักหาย ร่างกายไม่แข็งแรงหรือขี้แยผู้เฒ่าผู้แก่หมอยา   หรืออาจารย์ผู้ประกอบพิธีอาจแนะให้  ส่งหาบส่งคอน ส่งวานเกิดส่งแถนหรือส่งเทวดาแล้วแต่อาการเจ็บไข้นั้นๆ    ตามที่เห็นว่าเหมาะสม    และในการส่งหาบนั้นจะใช้   กวยตีนช้าง(อ่าน”ก๋วยตี๋นจ๊าง”)(ตะกร้าสานให้ตาห่างๆ  มีลักษณะคล้ายเท้าช้าง  เมื่อจะใช้ต้องเอาใบตองกรุด้านในเสียก่อน)ขนาดกว้างประมาณ๗ นิ้ว สูงประมาณ ๙ นิ้ว จำนวนสามหาบคือสามคู่  เพื่อทำพิธีส่งในตอนเย็นวันและหาบรวมสามวันแต่ละหาบบรรจุเครื่อง  ๔ คือเครื่องสังเวยต่างๆ อันประกอบด้วยดอกไม้ธูปเทียนกล้วย   อ้อยมะพร้าว   ข้าวต้มขนมและอาหารตามกำหนดโดยเฉพาะจะต้องมีเงิน  ๓  บาทห่อด้วยผ้าขาวมีดินจากจอมปลวกหรือขี้ผึ้งหรือแป้งปั้นเป็นรูปสัตว์เลี้ยง อย่างละ ๑ ตัวและให้มีรูปปั้นชายหญิง๑ คู่ อยู่ในหาบนั้น
ส่งหาบส่งหาม  เป็นพิธีกรรมของพรานป่าเพื่อเลี้ยงผีป่าที่ดูแลรักษาสัตว์ป่าซึ่งพรานเรียก ผีป่านี้ว่าพระยาแก้วพรานป่าจ่าเนื้อ    พิธีส่งหาบส่งหามนี้บางแห่งก็เรียกว่าส่งหามส่งคอน พิธีส่งหาบส่งหามหรือส่งหาบส่งคอนจะทำก่อนที่พรานจะชำแหละเนื้อสัตว์แบ่งปัน ส่วนแบ่งกัน   พิธีส่งหาบส่งหามหรือส่งหาบส่งคอนจะทำดังนี้   พรานจะตัดเอาเนื้อและเครื่องในสัตว์มาทำเป็นชิ้นหาบและชิ้นหาม หรือชิ้นคอน โดยนำเนื้อและเครื่องในสัตว์ทำเป็นพวงเล็ก ๆ  ขนาดเท่ากับหัวแม่มือ ๒ พวงเสียบติดกับปลายไม้ไผ่เล็ก ๆ ยาวประมาณ ๑ คืบข้างละ ๑ พวงซึ่งเรียกว่า ชิ้นหาบ จากนั้นก็นำเนื้อและเครื่องในทำเป็นพวงเล็ก  ๆ ขนาดหัวแม่มืออก ๑ พวง เสียบติดกับไม้ไผ่โดยให้พวงเนื้อนั้นอยู่ตรงกลางไม้ไผ่ซึ่งเรียกว่า ชิ้นหาม แต่ถ้าให้พวงเนื้อนั้นค่อนไปทางปลายไม้ข้างใดข้างหนึ่ง  ก็จะเรียกว่า ชิ้นคอน หลังจากทำชิ้นหาบและชิ้นหามหรือชิ้นคอน  เสร็จแล้วก็นำไปถวายแก่พระยาแก้วพรานป่าจ่าเนื้อ โดยใช้มีดถากต้นไม้แล้วเอาชิ้นหาบชิ้นหามหรือชิ้นคอนเหน็บติดกับต้นไม้นั้น พร้อมกับกล่าว คำถวาย
ส่งฮ่า แมลงเพลี้ยง แมลงบุ้ง นก หนู คนโบราณล้านนาในสมัยก่อน  ถ้ามีสัตว์ต่างๆแมลงต่างๆ  เป็นต้นว่านก  หนู บุ้ง หรือเพลี้ยง ลงกินพืชพันธุ์ธัญญาหารในไร่ในนาข้าวกล้าหรือในไร่ในสวน   ท่านว่าเป็นอุบาทว์ชนิดหนึ่งหรือบางแห่งก็ว่าฮ่า (หรือห่าลง)  ก็มักจะกระทำพิธีส่งหรือบูชาเพื่อให้พ้นจากความเลวร้ายนั้น ๆ ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ใดก็ให้ทำพิธีส่งในที่เกิดเหตุ นั้น
ส่งอุบาทว์ ๘ ประการ หรือ อภิไทโภวิบาทว์ อุบาทว์คือสิ่งที่นำมาซึ่งความเป็นเสนียดจัญไรให้แก่ตัวเอง  แก่ครอบครัวและแก่บ้านเมือง ซึ่งสิ่งที่เป็นอุบาทว์นี้หมายรวมทั้งความไม่ดีไม่งามต่าง ๆ ที่จะทำให้วิถีชีวิตของผู้ประสบพบเห็นยังลางร้ายต่าง  ๆ เช่นเดียวกับขึด คือเป็นการแสดงให้เห็นเหตุกาลต่างๆ  เรียกว่าลางสังหรณ์  ซึ่งอาจมาในรูปของสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ สัตว์ปีกซึ่งถือกันว่าเทวดามาแสดงนิมิตให้เห็นเรียกว่า อุบาทว์ ทั้งนี้สิ่งที่เห็นนั้นอาจจะเห็นเป็นของแปลกพิศดารหรือที่ไม่เคยพบเคยเห็นก็ ได้รู้ได้เห็นไดิยินได้ฟังได้ฝัน ถือเป็นลางมาบอกเหตุล่วงหน้า เมื่อได้พบได้เห็นได้ยินได้ฟังแล้ว  โบราณาจารย์ล้านนาท่านให้รีบหาทางแก้ไขเสียภายใน ๓-๕ วัน  เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ในบ้านในเรือนเราท่านให้รีบจัดพิธี  บูชาส่ง ถอน เสดาะเคราะห์ หรือ รดน้ำมนต์เสีย เหตุการณ์ร้ายก็จะไม่เกิดขึ้น
ส่ง เคราะห์   บุคคลที่ถูกใส่ความ   ประสบอุบัติเหตุ  เป็นไข้  ค้าขายขาดทุน  ทำงานมักผิดพลาดหรือเกิดความเสียหายบ่อย  ๆ  ถือว่าบุคคลผู้นั้นมีเคราะห์มากระทบ  การส่งเคราะห์จะทำให้เคราะห์ทั้งหลาย ตกไปได้
ส่งเคราะห์เรือน    พิธีส่งเคราะห์เรือนนี้ถือกันว่าเป็นพิธีกรรมที่จัดทำขึ้นเมื่อเห็นว่ามีผู้ ป่วยหนักจนอาจถึงแก่ชีวิต  เมื่อทำพิธีนี้แล้วจะทำให้ผู้ป่วยนั้นพ้นจากความป่วยไข้หรืออุปัทวันตรา ยทั้งปวง และช่วยให้เกิดศิริมงคลแก่สมาชิกในเรือนหรือในครอบครัว
ส่ง ขึด   คือพิธีกรรมอย่างหนึ่งในการแก้ไขสภาพความอัปมงคลซึ่งตกแก่ผู้กระทำผิดจารีต ของสังคม หรือที่เรียกว่า ต้องขึด ซึ่งจำเป็นจะต้องแก้ไขโดยการ ส่งขึดหรือ ถอนขึด
ส่งกิ่ว   “กิ่ว”มีความหมายว่าชะตาชีวิต,โชควาสนาหรือ”ดวง”ในปัจจุบัน   ดังที่มักพูดเป็นคำพังเพยว่า”กิ่วพู   กิ่วดอยผ่อหัน   กิ่วฅนใผผ่อบ่หัน”  (รอยคอดของภูเขานั้นเห็นได้  แต่โชควาสนาของคนนั้นไม่มีใครมองเห็นได้)เมื่อในที่บ้านเมืองเกิดมี อุบัติภัยหรือโรคภัยเช่นโรคระบาดต่าง  ๆ หรือในกรณีที่บุคคลค้าขายขาดทุนหรือมีวิถีชีวิตลุ่มๆ  ดอน  ๆ  โดยหาสาเหตุไม่พบ การส่งกิ่วนี้จะช่วยให้ภาวะที่เลวร้ายดังกล่าวนั้นหมดไปได้
ส่งไข้ ส่งผีหรือ ส่งเทวดาพิธีส่งไข้นี้  บางแห่งบางท้องถิ่นก็จะเรียกว่า  ส่งผีบ้าง  ส่งเทวดาบ้าง  แล้วแต่ผู้ประกอบพิธีแต่ละแห่งจะเรียกชื่อเอาเอง อย่างไรก็ตามพิธีนี้ก็มีที่มาอยู่ว่าบุคคลใดก็ดีมีธุระไปที่ไหน   ๆ   มาแล้วไปได้รับความเจ็บไข้ได้ป่วยมาในวันนั้นหรือว่าเจ็บปวดป่วยไข้ อย่างกระทันหันมักจะเรียกกันว่าไปถูกผีทักบ้าง  ถูกเทวดาทักบ้าง  ตามทิศต่าง  ๆ  ที่ไปมานั้น ดังมีฝอยทักทายตามวันที่ไปนั้น ดังนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.lannaworld.com/

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)