Get Adobe Flash player

เสริมพลังสมอง

PDFพิมพ์อีเมล


ฝึกฝนความจำให้ใช้งานได้ดี เคยมีปัญหาเรื่องความจำไหมหรือขี้ลืมจนหงุดหงิดตัวเองบ่อยๆถ้าใช่ ถึงเวลาต้องฝึกความจำเเล้ว การฝึกฝนความจำจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก และยังสนุกสนานด้วย เอากุญแจไปวางไว้ที่ไหนนะ เพื่อนร่วมงานคนใหม่ชื่ออะไรหนอ วันนี้ต้องทำงานอะไรบ้าง คนส่วนมากรู้ดีว่าอาการหลงๆลืมๆทำให้ชีวิตยุ่งยากบางครั้งทำให้อับอาย และถูกหัวเราะเยาะ เมื่ออายุมากขึ้น คนเรามักกลัวว่าตัวเองจะยิ่งขี้ลืม และกังวลใจว่าอาการหลงลืมเป็นครั้งคราวนั้น จะเป็นสัญญาณเตือนของโรคอัลไซเมอร์(Alzhermer’disease) หรือเปล่าความสงสัยนี้ทำให้คุณผวามากขึ้นเวลาจำไม่ได้แม้แต่ข้อมูลง่ายๆหรือ ข้อมูลธรรมดา นั้นแสดงว่าคุณเริ่มแก่ตัวลงแล้ว

สมองฝึกได้
ถ้าจู่ๆสมองคุณเกิดไม่จดจำสิ่งที่ต้องจำขึ้นมาไม่ต้องตกใจเพราะยอดอัจฉริยะอย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไแน์(ค.ศ.1789-1955)รู้มานานแล้วว่าสมองของคนเรานั้นมีรูบแบการทำงานเหมือนกล้ามเนื้อทั่วไป ดังนั้นเราจึงสามารถฝึกสมองได้เหมือนกับการฝึกกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆข้อเท็จ จริงนี้ได้รับการยืนยันแล้วจากผลการวิจัยหลายครั้งตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่าน มา

ถ้าคุณมีโอกาสชมการแข่งขันยอดนักจำของโลก (World Memory Championships)ที่จัดขึ้นทุกปีในเยอรมนีจะเห็นได้ว่า ถ้าได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอ เซลล์เทาในสมองคนเราจะมีความสามรถยอดเยี่ยมน่าอัศจรรย์ใจ ยกตัวอย่างเช่น โดมินิค โอ ‘เบลียน (DominicO’brien)วัย 40 ปี สามารถจำตัวเลข 240 ตัวได้ในเวลา 5 นาที และจำตำแหน่งไพ่ 52 ใบได้ในเวลาภายในไม่ถึง 42 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติโลกทั้งสองกรณี คนคอยถามเขาอยู่เสมอว่าทำไมจึงจำได้อย่างน่าอัศจรรย์อย่างนี้ โอ’ เบลียนย้ำว่าสิ่งที่เขาทำได้นี้ไม่ใช่ความสามรถที่กำเนิด แต่เป็นผลของการฝึกฝนอย่างจริงจัง ดังนั้น คนที่คิดว่าสมองตัวเองไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไร คงรู้สึกสบายใจได้เพราะมีผลการวิจัยจากสหรัฐอเมริกาที่บ่งชี้ว่า การใช้งานสมองเป็นประจำจะช่วยให้สมองอยู่ในสภาพสอบูรณ์ได้จนถึงวัยสูงอายุ คนที่ฝึกความจำอยู่เสมอจะไม่ค่อยมีอาการหลงลืมแม้อายุถึง 60 ปี หรือมากกว่านั้นแล้ว ผลการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่าร้อยละ 32 ของชาวเยอรมันที่อายุเกิน 14 ปี มักจะมีวิธีฝึกความจำของตนอย่างใดอย่างหนึ่ง

ทุกวันนี้ ความจำที่ดีมีความสำคัญมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ลองคิดถึงข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลเข้ามามากมายในแต่ละวัน ในยุคที่มีทางด่วนข้อมูลการสื่อสารมวลชน อละการติดต่อสื่อสารติต่อกันตลอดเวลา สมองเราต้องคอยแยกแยะว่าข่าวสารข้อมูลชิ้นไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ ต้องทำงานไม่หยุดเพื่อเลือกดูว่าอะไรที่เราต้องจำหรืออะไรที่พอจะลืมได้ ฉะนั้น ถ้าต้องการฝึกฝนความจำให้ใช้งานได้ดีขึ้นคุณต้องเข้าใจว่าสมองมีกลไกคัด เลือกข้อมูลอย่างไร

บันทึกข้อมูลจากประสาทสัมผัส
ว่ากันว่าคนเราจะจดจำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองสนใจจริงๆเท่าน้นดังนั้นข้อมูลที่เราเอามจใส่ เป็นพิเศษจึงฝังอยู่ในความทรงจำได้ยาวนาน คนที่มีปัญหาเรื่องความจำไม่ดีนั้นมักพบว่ามีสาเหตุจากการขาดความใส่ใจและ ขาดสมาธิ ดังน้นถ้าหากต้องการจำข้อมูลต่างๆเช่น ชื่อเพื่อนร่วมงานคนใหม่ ทีอยู่เพื่อนสนิท รายการโทรทัศน์ที่โปรดปราน คุณต้องตั้งใจจดจ่อกับเรื่องนั้น เพราะถ้าเพียงแต่รับรู้ข้อมูลที่ไม่ปะติดปะต่อ เมื่อเวลาผ่านไป มัจะจำเรื่องไม่ได้เเล้ว นอกจากนี้เราแต่ละคนยังมีวิธีจดจำข้อมูลใหม่ๆไม่เหมือนกันซึ่งนักจิตวิทยา ชื่อ เฟรเดอริค เวสเตอร์(Frederic Vester) แบ่งกลุ่มคนตามความถนัดในการจำออกเป็น 4 ประเภทคือ

1) พวกถนัดฟัง ซึมซับข้อมูลจากการฟังและการพูดเป็นหลัก
2) พวกถนัดดูย่อยข้อมูลได้ดีที่สุดโดยอาศัยสิ่งเร้าทางตา เช่น ภาพ
3) พวกนักคิดแบบนามธรรม ชอบจดจำสูตรและนิยามต่างๆ
4) พวกถนัดสัมผัส จดจำได้ดีโดยการอาศัยประสบการณ์ทางกาย เช่น การสัมผัสจับต้องสิ่งต่างๆ

คุณจัดตัวเองอยู่ในประเภทไหนถ้าคุณเลือกใช้วิธีจดจำตามความถนัดของตนเองจะจำข้อมูลได้ง่ายขึ้นมาก
ถ้า มีช่องโหว่ในคลังความจำของคุณมักเป็นเพราะความรู้สึกหรืออารมณ์ที่รุนแรงมา ครอบงำความคิดไว้เช่น เมื่อรู้สึกกลัว เครียด ทำงานมากเกินไปหรือรู้สึกเหนื่อยและหมดแรง คุณมักจดจำเรื่องราวต่างๆได้ไม่สมบูรณ์ เพราะอารมณ์เหล่านี้จะครอบงำความคิดจนไม่อาจเพ่งความสนใจในเรื่องอื่นได้
การ ขัดจังหวะกะทันหันทำให้เสียสมาธิได้เช่นกัน ตัวอย่างที่พบมากเช่น คุณตั้งใจจะโทรศัพท์ถึงเพื่อนคนหนึ่งแต่เมื่อกำลังเดินไปที่โทรศัพท์ พอดีมีคนมากดกริ่งที่ประตูคุณจึงลืมไปเลยว่าจะโทรศัพท์ถึงใคร
นักวิทยา ศาสตร์พบว่า ความประทับใจจากประสาทสัมผัสเช่น สี เสียง ภาพ กลิ่น หรือรูบทรง มีแนวโน้มฝังแน่นในสมองมากกว่าข้อมูลที่เป็นถ้อยคำ จึงอาจยึดหลักเป็นการง่ายๆว่า ยิ่งเราใช้ประสาทสัมผัสเป็นประโยชน์มากเท่าใด ทั้งดม ลิ้มรส รู้สึกหรือมองเห็นจะยิ่งจำสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น
ทุกภาพบอกเรื่องราว
บรรดายอดนักจำมีกลเม็ดเก่าแก่อยู่อย่างหนึ่งคือ นำสิ่งที่ตัวเองอยากจำไป “เชื่อมโยง” เข้ากับภาพต่างๆ ชากกรีกโบราณเรียนรู้ว่า สมองจะจดจำตัวเลข ชื่อและข้อมูลได้ดีขึ้นเมื่อนำไปเชื่อมโยงกับภาพต่างๆในจิตนาการของแต่ละคน ตัวอย่างเช่น ในตู้โชว์ของร้าน มีเสื้อยืดตัวหนึ่งแขวนโชว์ไว้เสื้อตัวนี้มีสีเหลืงนวลเหมือนมะปรางแล้วจะ นึกออกทันทีว่าสีอะไร
ขณะการเชื่อมโยงคุณจะปลดปล่อยจินตนาการอย่างอิสระ ได้โดยง่าย สมองเราจดจำได้ประมาณ 10000 ภาพ จึงสามารถใช้” คลังภาพ” สร้างความเชื่อมโยงได้มากมายยิ่งภาพในจินตนาการมีลักษณะเพี้ยนแปลกประหลาด และเกินจริงเท่าใดจะยิ่งจดจำได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
พลังของภาพยังมี ประโยชน์ในการใช้แทนภาษาได้ คำกล่าวยอดนิยมที่ว่า”หนึ่งภาพแทนคำนับพัน”นั้นบอกได้ชัดเจนว่า ความประทับใจจากสิ่งที่เห็นมีผลต่อความจำอย่างไร
ฝ่าด่านความสับสน
ถ้าต้องจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำท่ามกลางสภาพณการณ์ที่สับสน ทางที่ดีควรเริ่มจากนั้นเงียบๆก่อน แล้ว”นึกภาพ” สถานการณ์ที่ต้องทำ เช่น เวลาที่ไปซื้อของประจำสับดาห์ คุณมักลืมซื้อของสำคัญเสมอ ปัญนี้แก้ไขได้โดยการจินตนาการว่าตัวเองกำลังเดินสำรวจไปท ั่วซุบเปอร์มาเก็ต วาดแผนผังซุบเปอร์มาเก็ตนั้นไว้ในใจแล้วลองไง่ไปตามทางเดิน มองหาชั้นวางสินค้าที่ต้องการ จะหาอลูมิเนียมฟอยล์ที่ไหน ไปทางไหนจึงจะต้องไกล้ที่สุด นึกภาพสิ่งของที่คุณมักลืมซื้อโดยพยายามกำหนดตำแหน่งแห่งที่ให้สัมพันธืก ับของอย่างอื่นที่คุณต้องการซื้อ ตอนที่นั่งนึกเหตุการณ์อยู่นี้ควรจดรายการสินค้าไว้ด้วยโดยเรียงตามตำแหน่ง ที่วางขาย แล้วใช้เป็นเหมือนแผนผังเส้นทางซื้อของในซุบเปอร์มาเก็ตนั้นได้

คุณอาจใช้วิธีเดียวกันนี้ในการทำงานได้เช่นกัน ถ้าต้องโทรศัพท์ติดต่อผู้คนมากมาย ลองนึกหน้าคนที่ต้องโทรศัพท์หาด่วนที่สุดก่อน หรืออาจใช้ปากกาสีต่างๆวงรอบนัดหมายที่สำคัญเป็นพิเศษในสมุดเตือนความจำ จากรันใช้สมองทำหน้าที่เหมือนกล้องถ่ายรูบ บันทึกภาพที่ได้ไว้ ติดภาพนี้ลงบนกระดาษบันทึกในใจ การฝึกฝนจินตนาการแบบนี้ช่วยให้ความจำดีขึ้นและยังเรียกข้อมูลที่เก็บมาไว้ ใช้ได้ง่ายขึ้นด้วย

ประสาทสัมผัสของเรากับโลก

วิธีฝึกความจำด้วยภาพนี้เรียกว่าการจินตภาพ(Visualization) หมายถึง การสร้างภาพในใจจากสิ่งทีคุณต้องการจดจำ บรรดานักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ และศิลปินทั้งหลายรู้จักเทคนิคนี้มานานนับศตวรรษแล้ว เจมส์ วัตสัน(Jame watson) นักชีววิทยาชาวอเมริกัน และเพื่อนร่วมงานชาวอังกฤษคือ ฟรานซิส คริค(Francis Crick) ก็สามารถถอดรหัสดีเอ็นเอของมนุษย์ได้ด้วยเทคนิคนี้ โดยได้ภาพร่างและแบบจำลองบางส่วนจากจินตภาพ จากนั้นจึงนำมาพัฒนาต่อจนได้โครงสร้างรูบเกลียวของโมเลกุลดีเอ็นเอที่อยู่ ภายในเซลล์และมีข้อมูลทางพันธุกรรมของมนุษย์เก็บไว้ การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่นี้ทำให้ทั้งสองได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ในปี ค.ศ.1962

นอกจากนี้ เฮนรี่ มัว (Henry moore : ค.ศ.1989-1986)ประติมากร ชาวอังกฤษ ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ใช้จินตนาการให้เป็นประโยชน์โดยก่อนที่มัวร์จะหยิบค้อน และสิ่วขึ้นมาสร้างผลงานอันโด่งดันนั้น เขาได้จิตนาการภาพประติมากรรมเชิงนามธรรมขนาดใหญ่ไว้แล้วอย่างละเอียดละออ ทุกแง่ทุกมุม รากกับมีชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์วางอยู่ตรงหน้า

ขีดความสามารถในการคิดอย่างสร้าสรรค์ของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพลังแห่งจินตนาการของผู้คนนั้น รูดอล์ฟ เอิร์นไฮม์(Rudolf Arnheim)ชึ่งเป็นนักจิตวิทยา เชื่อว่ามโนภาพ หรือการมองเห็นด้วยดวงตา มีบทบาทสำคัญต่อการคิดของคนเรามากยิ่งกว่าภาษา ส่วนนักจิตวิทยาคนอื่นๆพบว่ามีผู้ที่นึกภาพในใจได้ดีจะมีประสิทธิภาพความจำ ดีเป็นพิเศษด้วย

ไม่ใช่แต่นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลและประติมากร ผู้ทีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น ที่ได้ประโยชน์จากการคิดเป็นภาพ แต่ใครๆก็สามารถนำเทคนิคนี้มาใช้ใชนีวิตประจำวันได้ด้วยเหมือนกัน

จำได้ไม่ยุ่งยาก

พอคิดจะทำเค้กสูตรโปรด คุณเกิดลืมส่วนผสมขึ้นมาใช่ไหม ก่อนอื่นใหด้นึกย้อนไปถึงตอนที่กำลังจะนวดแป้งในชามมีไข่ไก่ 3 ฟอง ถัดไปเป็นถ้วยตวงมีแป้งอยู่ครึ่งถ้วย อีกถ้วยหนึ่งเป็นถ้วยน้ำตาล ใกล้ๆกันเป็นถุงผงฟูสีสดและอีกถ้วยใบเป็นมีเนยสีเหลืองๆอยหนึ่งชิ้นพยายาม นึกถึงสีและกลิ่นด้วย ยิ่งคุณนึกภาพได้ชัดเพียงใดจะยิ่งจำส่วนผสมได้ดีเท่านั้น

การที่สมองเชื่อมโยงภาพต่างๆแบบคร่าวๆเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนความทรงจำบางอย่าง ของเราโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก หลายคนอาจคุ้นเคยกับสถานการ์ณทำนองนี้ เช่น มีรถสีแดงคันหนึ่งแล่นผ่านไปจู่ๆคุณนึกเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟริม ทางเดินในเชียงใหม่ ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรหรือ รถยนต์คันนั้นทำให้เกิดภาพที่โยงใยในจิตใต้สำนึก บางทีอาจเป็นเพราะรถคันแรกของคุณเป็นรถสีแดงคันเล็กๆที่คุณเคยขับไปเที่ยว ทั่วเชียงใหม่โดยอัตโนมัติดังนั้นการเชื่อมโยงภาพในลักษณะนี้จะเป็นเครื่อง ช่วยจำเป็นอย่างดี

ศิลปะการจำ

เทคนิคการพัฒนาความจำด้วยการ เชื่อมโยงภาพต่างๆเข้าด้วยกันนี้เรียกได้ว่าเป็น ศิลปะเเห่งการจำ(mnemonics) โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ (Lohann Wolfgang Von Ggoethe: ค.ศ.1749-1832) กวีเอกชาวเยอรมัน เคยเปรียบเทียบกระบวนการเชื่อมโยงภาพนี้ว่าเป็นเหมือนศิลปะงานทอผ้า ความคิดของคนเราคือกระสวยที่พุ่งกลับไปกลับมาอย่างสม่ำเสมอบนหูกทอผ้า สอดร้อยเส้นสายเรียงรายของเส้นด้ายมากมายนับไม่ถ้วนเข้าด้วยกัน จนได้เนื้อผ้าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ถ้าคุณลืมพกกุญเเจก่อนออกจากบ้าน บ่อยๆจนบางครั้งเข้าบ้านตัวเองไม่ได้ วิธีเเก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ติดภาพตลกๆบนเเผ่นเล็กๆไว้ตรงประตูเพือ่เตือนให้หยิบกุญเเจติดมือมาด้วยก่อน ใส่กลอนประตู อีกกรณีหนึ่งคือ คุณอาจจำหน้าคนได้แม่นยำแต่กลับนึกชื่อไม่ออกซักที วิธีแก้ไขอาจทำได้โดยมองหาลักษณะพิเศษบนใบหน้าคนๆนั้นแล้วนึกภาพที่เข้ากัน ได้ดีกับชื่อของเขา จากนั้นโยงลักษณะพิเศษบนใบหน้าเขาเข้ากับภาพที่นึกได้แล้วผูกเป็นเรื่องราว ภาพที่เชื่อมโยงกันนั้นไม่จำเป็นต้องสมเหตุสมผลเสมอไปเนือางจากคนเรามักจำ สิ่งต่างๆได้ง่ายถ้าเชื่อมโยงกับภาพที่แปลกประหลาดหรืตลกขบขัน

สมองมีหลายแผนก

วันท้้งวันประสาทสัมผัสของเรามีสิ่งเร้ามากมายมากระตุ้นจนเกือบจะรับได้ไม่หมดมีสารพัดทั้งที่เป็นภาพ เป็นสัญลักษณ์ตัวเลข กลิ่นและเสียงต่างๆ อย่างไรก็ตาม แม้กระเเสข่าวสารจะหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แต่โดยปรกติความจำของเราก็มักจะเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อยดี

สมองใช้กลไกอย่างหนึ่งเพื่อคงการรับรู้เข้าใจโลกเอาไว้ กลไกดังกล่าวคือการจัดจัดส่งข้อมูลเเต่ละชิ้นไปยังลิ้นชักความจำต่างๆเรียง ตามความสำคัญของข้อมูล นักวิจัยพบว่าระบบความจำของคนเราไม่ได้มีเพียงระบบเดียว แต่มีอยู่หลายระบบด้วยกัน ซึ่งจัดตามระบบตามหลักการเรื่องเวลา

ความจำประเภทที่จัดเก็บทันทีทันใดคือ สิ่งที่รับรู้ผ่านประสาทสัมผัสโดยทั่วไปเราบันทึกข้อมูลจากประสาทสัมผัสได้ ภายในเวลาไม่เกิน 1 วินาทีเท่านั้น เมือ่เราจดจำถ้อยคำหรือตัวเลขที่ผ่านหูผ่านตาเราๆไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นการ ใช้ความจำจากประสาทสัมผัสด้วยเช่นเดียวกัน

ความจำในระดับถัดมาคือ ความจำระยะสั้น ซึ่งเป็นการจำอย่างตั้งใจความจำระบะสั้นเป็นแผนกจัดเก็บความจำที่มีความ สำคัญที่สุดในสมอง เนื่องจสกในแผนกนี้มีหน้าที่จัดการกับข้อมูลทั้งหลายที่ส่งผ่านเข้ามาโดยจำ เเนกเเยกเเยะข้อมูลออกจากกัน เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และจัดเป็นระบบไว้ ข้อมูลจากประสาทสัมผัสจะเก็บไว้อยู่ในแผนกนี้นานประมาณ10-20วินาที ความจำระยะสั้นสามารถจำตัวเลขเรียงกันประมาณ 7 ตัวซึ่งนับว่ามากพอสำหรับการจำหมายเลขโทรศัพท์โดยทั่วไป อย่างไรก็ตามถ้าหากมีการพัมนาความสามารถนี้ บางคนอาจจดจำตัวเลขได้ถึง 12 ตัว

จากความจำระยะสั้น ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังความจำระยะกลางซึ่งสมองเก็บไว้หลายวัน ก่อนแปรเป็นความจำระยะยาวในที่สุด ความจำระยะยาวเป็นฐานเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาล สามารถบรรจุข้อมูลต่างๆไว้ได้มากมาย เทียบเท่ากับหนังสือเล่มหนาขนาดประมาณหกพันล้านหน้าเลยทีเดียว

จดจำไปนาน

แม้แต่นักจัดเก็บเอกสารหรือเป็นบรรณารักษ์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดในโลก ยังไม่สามารถมีระบบการทำงานที่ชัดเจนเท่าการจัดโครงสร้างความจำของคนเรา ถ้าความจำทำงานได้ดี เราย่อมเรียกข้อมูลที่จำไว้มาใช้ได้โดยไม่มีปัญหา แต่น่าเสียดายที่บางครั้งแผนกเก็บข้อมูลในสมองอยู่ในสภาพ ‘นอกเวลาทำงาน’ ก็มี

ในกรณีนี้ปัญหาอยู่ที่การเรียกความจำที่การเรียกความจำที่มี อยู่ขึ้นมา คือมีข้อมูลเก็บไว้อยู่แล้ว แต่เรานึกไม่ออกว่าต้องใช้กุญแจดอกไหนไขเปิดช่องเข้าไป ปัยหาสมองตันเเบบนี้แก้ไขได่ด้วยการหมั่นฝึกฝนความจำ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านเข้าไปนานๆเข้า ข้อมูลจำนวนมากจะสูญหายไปเลย เกิดหลงลืมขึ้นเสียมาเฉยๆถึงเเม้อาการเเบบนี้จะน่ารำคาญ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องกังวลใจ เพราะความจำของเราเปรียบเหมือนฮาร์ดไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ ถ้าเราจำทุกอย่างในชีวิตไว้โดยไม่ลบอะไรทิ้งไปบ้าง ในมี่สุดสมองจะเต็มล้นไปด้วยข้อมูลเเละสิ่งเร้าต่างๆจนทำงานไม่ได้ เหมือนกับฮาร์ดไดรฟ์ที่รับข้อมูลไว้มากเกินไปนั้นเอง

เรียกความจำมา ใช้ ชาวโรมันรู้จักใช้วิธีการอย่างนึงซึ่งได้ผลดีมากในการเรียกความจำจากข้อมูล ที่เก็บไว้ออกมา เรียกวิธีนนี้ว่า โลไค(Loci) ซึ่งมาจากคำว่าLocus ในภาษาละติน แปลว่าสถานที่  โลไคเป็นเทคนิคการเชื่อมโยงข้อมูลที่ปัจจุบันนี้มีการพิสูจน์เเล้ว่าใช้ได้ ผลหลักการของโลไคคือ การผูกโยงภาพตามลำดับสิ่งที่ต้องการทำเข้ากับสถานที่หรือตำแหน่งโดยไม่ต้อง ใช้เหตุผล ภาพที่ผูกโยงได้อาจตลกหรือไม่เป็นจริงก็ไม่เป็นไร วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องการทำอะไรเรียงตามลำดับหลายอย่าง เพราะจะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น
ส่งความจำออกเดินทาง วิธีฝึกขั้นเเรกคือเลือกสถานที่ที่คุ้นเคย เช่น บ้าน หรือ อพารต์เมนต์ อาจเริ่มต้นโดยนึกภาพเส้นทางเดินในใจแล้วจดใส่กระดาษไว้ เริ่มทีทประตูหน้ากำหนดให้เป็นหมายเลข 1 จากนั้นเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับกำหนดหมายเลขบริเวณที่ผ่าน เช่น ทางเดิน =2 ครัว =3 ห้องนั่งเล่น =4 ฯลฯ ขั้นตอนต่อมาคือ พิจารณาสิ่งที่ต้องทำตามลำดับ เช่น ถ้าเอารถไปตรวจที่อู่ซื้อกับข้าว จ่ายค่าโทรศัพท์ เตรียมจัดงานเลี้ยงวันเกิด จากนั้นเรียงลำดับสิ่งที่ต้องทำโดยเชื่อมโยงกับหมายเลขภายในบ้าน เช่น รถจอดอยู่หน้าประตู ดังนั้นจัดการรถเป็นอย่างเเรก โทรศัพท์อยู่ตรงโถงทางเดิน จึงจ่ายค่าโทรศัพทืเป็นอย่างที่สอง อาหารในตู้เย็นหมด อย่างที่สามคือไปตลาด

      แต่เดิมชาวโรมันใช้วิธีการโลไค เพื่อเรียบเรียงข้อความกล่าวสุนทรพจน์จึงอาจนำมาใช้ในกรณีที่คุณต้องนำเสนอ รายงานหรือกล่าวในที่ประชุมโดยนึกภาพบ้านซึ่งเยื่อมโยงเเต่ละห้องเข้ากับ เเต่ละประเด็นหลักที่จะพูดนั้นคือ ให้ผูกคำสำคัยของประเด็นนั้นๆเข้ากับสิ่งของเเต่ละห้องตามลำดับ เวลาพูดก็นึกถึงภาพตัวเองเดินไปตามผังบ้าน ก็จะช่วยให้นึกออกว่าประเด็นต่อไปคืออะไร

      ป้อนความจำน่าเสียดายที่ความสามารถในการจำของเราไม่ได้ติดตัวมาตั้งเเต่กำเนิด แม้ว่าธรรมชาติจะสร้างให้มีระบบสั่งสมความจำเกือบไร้ข้อจำกัดก็ตาม แต่ข้อมูลที่เราจะเก็บเเละข้อมูลที่จะเรียกมาใช้ได้หรือยังใช้ได้ดีเพียงใด นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการเเยกเเยะข้อมูลและนำไปเก็บไว้ในช่องความจำ
คุณจะ รู้สึกว่า สิ่งสวยงามจะมีชีวิตชีวาอยู่ในความทรงจำเสมอแต่สิ่งที่ไม่สนใจกลับนึกออกยาก เย็นเหลือเกิน หลักการเบือ้งต้นคือ ยิ่งมีทัศนะคติที่ดีต่อสิ่งใด จะจำสิ่งนั้นได้ง่าย แรงจูงใจจึงสำคัญพอๆกับการตั้งเป้าหมายแง่บวกให้ตัวเอง แต่ถ้าคุณไม่มีสมาธิระบบจัดเก็บความจำในสมองจะว่างเปล่าหรือทำงานได้ไม่ดี ถ้าคุณไม่ใส่ใจสิ่งรอบตัว สมองของคุณจะไม่รู้ว่า สิ่งที่กำลังประสบอยู่ตอนนี้ควรจะจดจำเอาไว้หรือควรลืมและลบทิ้งไปดี

ที่มา: เสริมปัญญา พัฒนาพลังสมอง. รีดเดอร์ส ไดเจสท์

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org
ข้อตกลงก่อนชมเว็ปไซต์
บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน
  ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2 12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3 13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4 14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5 15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6 16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7 17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8 18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
21. นิยายรักน้ำเน่า เรื่องล่าสุด
22. บันทึกรักน่าอ่าน
23. รักเดียวใจเดียว
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
  1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 1
บทนำ
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำญวน 2 ตอนที่ 2
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3 6. เสียงน้อยๆที่คอยติดตามอ่างเก็บน้ำญวน จากผู้เขียน
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) โดยคลิ๊กอ่านที่นี่ได้ครับ
ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
3. ตำนานพระสนธนมโนราห์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
4. ตำนานนกหัสดิลงค์ ตำนาน 10. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
5. ยอดวิวดอยผาขาม ภาพประกอบ 11. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
6. ถ้ำน้ำดั้น บ้านห้วยปุ้ม บทความภาพ 12. บ้านปางถ้ำ – ถ้ำผาแดง – ถ้ำน้ำลอด ภาพ
ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความ ท่านสามารถร่วมเสนอแนวคิดได้ตลอดเวลานะครับ
 ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเรื่องราวต่างๆได้ในแต่ละหัวข้อเลยครับ

ที่ ขื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง ที่ ชื่อเรื่อง
1. ภาพเก่าเล่าเชียงคำ 26. ตำนานดอยผาขาม 1 51. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. วัดพระนั่งดิน เชียงคำ 27. ตำนานดอยผาขาม 2 52. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
3. ตำนานพระเจ้านั่งดิน 28. ตำนานดอยผาขาม 3 53. พระยาดัสกรปลาส
4. วัดเวียงพระแก้ว 29. ตำนานดอยผาขาม 4 54. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
5. พญาคำฟูกับเชียงคำ 30. ตำนานดอยผาขาม 5 55. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
6. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด 31. ตำนานดอยผาขาม 6 56. รวมข้อมูลหมู่บ้านต่างๆในเชียงคำ
7. ตำนานเมืองคุ้ม 32. ตำนานดอยผาขาม 7 57.  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
8. ตำนานดงเปื๋อยเปียง 33. ตำนานดอยผาขาม 8 58.
9. ตำนานดงป่าแดง 34. ตำนานดอยผาขาม 9 59.
10. ตำนานกู่ผาแดง 35. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 60.
11. ตำนานขุนหาญดงโก้ง 36. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 61.
12. ตำนานทุ่งทัพ 37. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 62.
13. ตำนานดอยปู่ง่าว 38. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 63.
14. ตำนานเจ้าหมวกคำ 39. สาวงามไทลื้อ 64.
15. ตำนานพระธาตุดอยคำ 40. ภาพวิวยอดดอยผาขาม 65.
16. ปริศนาธรรมพระนั่งดิน 41. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 66.
17. พระเจ้าแสนแซ่ 42. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557 67.
18. สล่าปั้นพระงามเจียงคำ 43. สถานีวิทยุปวงผญา 68.
19. สุริวงศ์ องค์สุดท้ายเจียงคำ 44. โรงหนังประสพสุขรามา 69.
20. ปี่ขับลื้อ..โดยนพดล 45. สืบชะตาแม่น้ำญวน 70.
21. ผางลาง 46. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 71.
22. วัดร้องเก่า ต.ร่มเย็น 47. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 72.
23. บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ 48. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 73.
24. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง 49. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 74.
25. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม 50. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 75.
รวมภาพต่างๆ (1)
รวมรูปภาพต่างๆ (3)
รวมภาพต่างๆ (5)