

Written by นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
Tuesday, 29 September 2009 09:04
There are no translations available.
ภูเขาเอเวอเรสต์มีมนต์ดึงดูดผู้คนจากทุกมุมโลกให้ไปไต่เสมอ มิใช่เพราะมันมีทัศนียภาพที่ดีกว่าภูเขาทุกลูกในโลก หรือเป็นสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในโลก แต่เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการฟันฝ่าอุปสรรคสู่ความฝัน
นักไต่เขามีทุกรูปแบบ ทั้งหนุ่ม แก่ ทั้งคนแข็งแรงและคนพิการ ผู้ชายและผู้หญิง
ในวันที่ 17 พฤษถาคม พ.ศ. 2549 ชายแก่นาม ทาคาโอะ อรายามะ ไต่ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ ขณะยืนบนยอดเขาสูง 8,850 เมตร เขามีอายุ 70 ปี 7 เดือน 135 วัน เป็นคนแก่ที่สุดในโลกที่ไปเยือนยอดเขาเอเวอเรสต์
ทาคาโอะ อรายามะ ต่างจากนักไต่เขาคนอื่นๆ ตรงที่เขาเริ่มต้นปีนเขาช้ากว่าคนอื่น นั่นคือในวัยราวสี่สิบ ทว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคหมายเลขหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่แตกต่าง และไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจก็คือ การเตรียมตัวมานานและหนัก เขาฝึกฝนโดยการวิ่งอย่างสม่ำเสมอบริเวณเนินเขาแถวบ้าน ไหล่แบกกระเป๋าสัมภาระหนักยี่สิบกิโลกรัม
เขารู้ว่าจุดอ่อนของเขาคือหัวเข่า และเขาก็ฝึกฝนให้มันแกร่งขึ้นทุกวัน ในวัยห้าสิบกว่า เขาไต่ยอดแม็ตเตอฮอร์นแห่งเทือกเขาแอลป์สสำเร็จ ในวัยหกสิบสาม เขาไต่แม็คคินลีย์ในอลาสกา ภูผาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และภูเขา โช โอยุ และเมื่ออายุหกสิบห้า เขาไต่ภูเขาอคอนคากัวในอาร์เจนตินา
ระหว่างทางขึ้นภูผาเสียดฟ้า พวกเขาเห็นเท้ามนุษย์โผล่ขึ้นมาตลอดทางที่ผ่าน ล้วนเป็นผู้ที่เอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น คนล่าสุดเพิ่งเดินทางก่อนหน้าเขาเพียงสองวัน และไม่ได้กลับบ้าน แต่เอเวอเรสต์คือสัญลักษณ์แห่งการแสวงหาที่ทำให้คนไม่น้อยไปหามันแม้รู้ว่าอันตราย
ทาคาโอะ อรายามะ บอกว่าเขาไม่ได้สนใจในชื่อเสียง แต่อยากให้เรื่องนี้จุดประกายให้คนวัยกลางคนและวัยชราทั้งหลาย
ผู้คนมักมองที่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวมากกว่าจะมองที่วิธีการ
สิ่งน่ามหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น ณ ภูเขาลูกนี้คือการที่มีคนที่ ‘ไม่สมประกอบ’ ไม่น้อยที่พิสูจน์ว่าพวกเขาทำได้ คนตาบอด แอริค วีเลนไมเยอร์, คนขาด้วน มาร์ก อิงลิส และคนพิการอีกหลายคนล้วนขึ้นถึงยอดเขาสูงที่สุดมาแล้ว
เหล่านี้คือคนที่ไม่น่าจะทำการใหญ่ที่ฝืนสังขารได้ ทว่าพวกเขาก็พิสูจน์ว่าสังขารที่ร่วงโรยไม่ใช่อุปสรรคที่ก้าวข้ามไม่พ้น ตรงกันข้ามกลับมีนักไต่เขาที่ร่างกายครบสามสิบสองจำนวนไม่น้อยเสียชีวิตในการเดินทาง
ความแตกต่างอาจคือ บางคนสมบูรณ์เกินไปจนประมาท และคนที่ดูอ่อนแอกว่ากลับทำสำเร็จเพราะเตรียมตัวมาอย่างดี
คนที่ร่างกายอ่อนแออาจมีชีวิตยืนยาวกว่า เพราะพวกเขารู้ว่าตัวเองอ่อนแอ จึงไม่มีทางเลือกนอกจากดูแลตัวเองมากกว่าคนอื่น ขณะที่คนร่างกายแข็งแรงอาจเกิดความประมาท จึงล้มลงก่อนเวลาอันควร
คุณค่าของการทำงานใหญ่มิได้วัดกันที่จุดสำเร็จ แต่อยู่ที่ช่วงการเตรียมตัวและฝึกฝน
งานพรีเซนเตอชั่นที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีอาจต้องเตรียมการมานานเป็นปี
ทนายความที่เตรียมตัวมาอย่างดีมักชนะคดีที่ไม่น่าเอาชนะได้
ชัยชนะบางอย่างดูยากและไม่น่าเป็นไปได้ แต่การเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมช่วยลดโอกาสพ่ายแพ้ลงกว่าครึ่ง
เมื่อเตรียมตัวเป็นและเตรียมตัวดี ตัวเลขอายุก็อาจมิใช่อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด
วินทร์ เลียววาริณ
18 ตุลาคม 2551
คมคำคนคม
There is no such thing as luck. There is only adequate or inadequate preparation...
มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโชค มีเพียงการเตรียมตัวดีพอหรือไม่ดีพอ...
Robert Heinlein
(1907 - 1988)
จากนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Time Enough for Love
Comments