

Written by นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
Wednesday, 22 July 2009 12:28
There are no translations available.
ทิศทางกับหนทาง
นักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งได้นัดกันไปปีนเขา แต่วันนั้นดินฟ้าอากาศเกิดแปรปรวนขึ้นอย่างฉับพลัน จึงทาให้พวกเขาพลัดหลงอยู่ในหุบเขา หาทางออกไม่ได้อยู่หลายวัน เจ้าหน้าที่ตารวจและทหารพรานหลายคน ได้ช่วยกันค้นหาอย่างไม่ลดละจนในที่สุด ก็สามารถหาพวกเขาพบและช่วยเหลืออกมาได้ ในขณะที่กาลังลาเลียงพวกเขาขึ้นรถพยาบาลอยู่นั้น นักศึกษาคนหนึ่งที่นอนอยู่ในเปลก็ได้พูดขึ้นมาว่า "อันที่จริงพวกเราทุกคนต่างรู้ทิศทางที่จะออกจากหุบเขานี้ดี แต่มันน่าเจ็บใจที่เดินยังไงก็ออกมาไม่ได้สักที" "รู้แค่เพียงทิศทางมันจะมีประโยชน์อะไร" ทหารพรานคนหนึ่งพูดโพล่งออกมาอย่างไม่เกรงใจ "รู้หนทางสิ จึงจะเป็นสิ่งที่สาคัญที่สุด" นักศึกษาหนุ่มแสดงสีหน้างุนงงเพราะไม่เข้าใจความหมาย ทหารพรานคนนั้นจึงได้กล่าวต่อไปว่า "แม้ทิศทางจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการที่จะช่วยคุณค้นหาหนทางได้ แต่ทิศทางก็ยังไม่ใช่หนทางอยู่ดี ตัวอย่างเช่น หากทิศทางบอกกับคุณว่า ควรมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะคุณจะสามารถพบหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ได้ แต่บังเอิญหนทางที่คุณกาลังจะไปกลับที่หุบเหวมาขวางทางเสียก่อน และไม่ว่าคุณจะพยายามยังไง ก็ไม่สามารถข้ามหุบเหวนั้นไปได้ ในขณะนั้น ทิศทางก็บอกกับคุณอีกว่าควรขึ้นเหนือ เพราะทางทิศเหนือมีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง แต่หลังจากที่คุณต้องระหกระเหินเดินผ่านป่าทึบด้วยความยากลาบาก คุณกลับต้องมาเจอกับแม่น้าเชี่ยวกรากสายหนึ่งขวางทางไว้ และคุณก็ไม่มีความมั่นใจพอที่จะเข้าไปได้ ถึงต้อนนี้คุณจะทายังไง?"
"หากพิจารณาหากตัวอย่างข้างต้นก็จะเห็นได้ว่า ทิศทางที่คุณเดินไปนั้นไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายคุณก็ยังไม่สามารถออกมาจากหุบเขานั้นได้ นั่นก็เพราะคุณไม่พบหนทางนั่นเอง" ทิศทางนั้นหาง่าย แต่หนทางมันหายาก ทิศทางนั้นเด่นชัด แต่หนทางมักแอบแฝงซ่อนเร้น หากพระนิพพานคือทิศทางที่ทุกคนควรมุ่งหน้าไปให้ถึง แล้วหนทางเล่า? อยู่ที่ไหน? บางคนมุ่งแสวงหาในพระคัมภีร์ แต่สุดท้ายก็เหนื่อยเปล่า เพราะหากยังไม่พบหนทาง รู้ทิศทางก็ไร้ประโยชน์ เพราะหากยังไม่พบหนทาง ก็ไม่มีวันที่พ้นทุกข์ได้สุข
Comments