อธิษฐานต่อพระเจ้า

PDFPrintE-mail

There are no translations available.


ซิ่วซุน เซ่ากับเมิ่งป๋อฉ่าง ต่างเป็นมหาอำมาตย์บริหารการปกครองในแคว้นหลู่ด้วยกัน คนทั้งสองต่างระแวงแคลงใจซึ่งกันและกัน ไม่ยอมเชื่อใจกัน ดังนั้น จึงเดินทางมาอธิษฐานกับพระเจ้าในศาลเจ้า
"พระผู้เป็นเจ้า โปรดดลบันดาลให้เราคืนดีกันด้วยเถิด"
ม่อ จื้อทราบเข้า ก็วิจารณ์ "การกระทำเช่นนี้ ช่างโง่เง่าเสียเหลือเกิน ไปศาลเจ้าอธิษฐานว่า ...พระผู้เป็นเจ้า โปรดดลบันดาลให้เราคืนดีกันด้วยเถิด ไร้สาระสิ้นดี"
ทำดีต้องให้คนรู้
กง เมิ่งจื่อกล่าวกับม่อจื้อว่า "ถ้าหากกำลังทำความดีจริงๆ ใครเล่าจะไม่รู้? ทำไมต้องโฆษณาตัวเองด้วย เหมือนกับผู้วิเศษที่มีเวทย์มนต์ขลังมากๆ แม้จะธุดงค์อยู่ในป่าลึก ผู้คนก็ยังแห่กันไปหา เอาข้าวของปัจจัยไปถวาย เรียกว่ามีวัตถุปัจจัยเหลือกินเหลือใช้ทีเดียวแหละ หรือจะเปรียบกับสาวงามชาวป่าก็ได้ แม้เธอจะอาศัยอยู่ในป่าในดอย ไม่เคยออกสังคม แต่ก็มีชายหนุ่มจำนวนมากมาขอแต่งงานกับเธอ ถ้าหากผู้หญิงคนนี้เที่ยวโฆษณาหาคู่ไปทั่ว พวกผู้ชายกลับไม่อยากได้เธอเสียอีก เวลานี้ท่านเที่ยวโฆษณาทฤษฎีของตนเอง มิใช่เป็นการเหนื่อยเปล่าดอกหรือ?"
ม่อจื้อตอบว่า "โลกในทุกวันนี้สับสนวุ่นวายมาก จริงอยู่ คนที่อยากได้ผู้หญิงสวยๆ ไปเป็นเมียนั้นมีอยู่มาก ผู้หญิงสวยๆ ไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอก ก็มีคนจำนวนมากมาสู่ขอถึงบ้าน แต่คนที่แสวงหาความดีนั้นมีน้อยเหลือเกิน ถ้าหากไม่โฆษณาตัวเอง พยายามอบรมบ่มสอนคน ผู้คนก็ไม่รู้จักเรา"
"สมมติ ว่ามีหมอดูอยู่ 2 คน ก็เก่งด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ แต่คนหนึ่งออกไปข้างนอกเที่ยวดูโชคชะตาราศีให้ชาวบ้าน ส่วนอีกคนหนึ่งเฝ่าอยู่แต่ในบ้าน ข้าพเจ้าขอถามท่านว่า เซ็งลี้ของใครจะดีกว่ากัน?"
กงเมิ่งจื่อตอบว่า "เซ็งลี้ของคนที่ออกไปดูหมดข้างนอกย่อมดีกว่า"
ม่อ จื้อ กล่าวว่า "ภารกิจการพิทักษ์ความถูกต้องชอบธรรมก็เหมือนกับหมอดูสองคนนั้นนั่นแหละ ต้องออกไปข้างนอกเที่ยวพูดเที่ยวโน้มน้าวจูงใจคนจึงจะได้ผลดี เพราะฉะนั้น ทำไมข้าพเจ้าจึงจะไม่ออกไปข้างนอกเที่ยวพูด เที่ยวโฆษณาทฤษฎีของข้าพเจ้าต่อชาวบ้านเล่า?"
ไม่มีภูติผี ไยต้องศึกษาพิธีเซ่นไหว้
กงเมิ่งจื่อกล่าวว่า "ผีสางเทวดา ไม่มีดอก"
และพูดอีกว่า "บัณฑิตพึงศึกษาพิธีเซ่นไหว้"
ม่อ จื้อจึงย้อนว่า "ในเมื่อท่านไม่เชื่อว่ามีผีสางเทวดา แล้วไยต้องศึกษาพิธีเซ่นไหว้เล่า? การกระทำเช่นนี้ ไม่ผิดอะไรกับการรู้ว่าไม่มีแขก แต่ยังจะศึกษามารยาทในการต้อนรับแขก ไม่มีปลาให้จับ แต่ยังจะถักแห ท่านว่าน่าขันหรือไม่?"
เล่นดนตรีเพราะอยากฟังดนตรี
ม่อจื้อถามบัณฑิตหยูคนหนึ่งว่า "ท่านเล่นดนตรีทำไม?"
บัณฑิตหยูตอบว่า "ข้าพเจ้าเล่นดนตรีเพราะอยากฟังดนตรี"
ม่อจื้อกล่าวว่า "ท่านไม่ได้ตอบคำถามของข้าพเจ้านี่นา"
"ถ้าหากข้าพเจ้าถามว่าท่านสร้างบ้านทำไม"
" ท่านตอบว่า หน้าหนาวจะได้หลบลมหนาว หน้าร้อยจะได้หลบลมร้อน อีกทั้งเป็นการแบ่งกั้นโลกส่วนตัวออกจากโลกภายนอก ชาญหญิงจะได้มีเส้นแบ่งที่แตกต่างกัน"
"อย่างนี้จึงจะเรียกได้ว่าท่านได้นำเอาเหตุผลที่ว่าทำไมจึงสร้างบ้านมาตอบแก่ข้าพเจ้า
"เวลานี้ข้าพเจ้าถามท่านว่าทำไมจึงเล่นดนตรี"
"ท่านกลับบอกว่าเพราะอยากฟังดนตรี"
" การตอบคำถามแบบนี้ก็เหมือนกับการที่ข้าพเจ้าถามท่านว่า ทำไมจึงสร้างบ้าน แต่ท่านกลับตอบว่า สร้างบ้านเพราะอยากได้บ้าน ซึ่งเท่ากับไม่มีคำตอบใช่หรือไม่?"

Comments

Please login to post comments or replies.
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

Pictures

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 29
Your IP: 38.107.179.242
,
Now is: 2012-02-09 18:59
We have 36 guests online