บันทึกการเดินทางครั้งใหม่ ชุดที่ 3 Hollywood

ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

การเดินทางที่ยาวไกลยังไม่สิ้นสุด ตอนที่ 3

PDFพิมพ์อีเมล

dogba
ภาพประกอบจากเว็บ

ความทรงจำอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผมรับรู้ว่า พ่อกับแม่รักผมมากขนาดไหน แม้ชีวิตพ่อแม่ก็สามารถให้ลูกทุกคนได้ มันเป็นความทรงจำที่ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนผมเรียนหนังสืออยู่ชั้นป. 1 อายุประมาณ 7 ปี เหตุการณ์ที่ว่านี้ก็เกิดขึ้น ผมจำไม่ได้ว่ามันเป็นวันอะไร น่าจะเย็นวันศุกร์มากกว่า เพราะหลังจากเลิกเรียนเสร็จแล้ว ผมได้นัดกับเพื่อนของผม คือ เด็กชายบ๊วย (เดี่ยว) จันทิมา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมากที่อยู่โรงเรียนบ้านโจ้โก้ ว่าจะไปเล่นน้ำกันที่ท่าปู่เสา ซึ่งเป็นลำน้ำเหมืองธรรมชาติ มีน้ำลึกและกว้าง เล่นน้ำสนุกมาก เพราะเคยไปเล่นมาแล้วหลายครั้ง อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร เมื่อเล่นและนัดกับเพื่อนที่โรงเรียนเสร็จแล้ว ก็พากันรีบกลับบ้าน โดยได้พากันลัดเลาะมาตามทางบ้านอุ้ยไข ผ่านจอมปลวกไม้สีสุก พากับขุดเอาดินเหนียวที่จอมปลวกไปปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ บางที ก็เป็นลูกหนังสะติ๊ก จากนั้นก็ผ่านบ้านอุ้ยเถ้อ เดินบนคันนาผ่านทุ่งนา ผ่านทุ่งใหม่ ซึ่งบางวันถ้าไม่รีบกลับบ้าน ก็จะพากันมาหยุดอยู่ที่ทุ่งใหม่ แข่งกันขุดบ่อน้ำ เพราะที่ทุ่งใหม่นี้ แค่เราขุดไปแค่ศอกสองศอกน้ำก็ออกแล้ว ซึ่งเด็กชอบเล่นกันมาก เลิกเรียนแล้วไม่อยากรีบกลับบ้าน จนกว่าจะมืด จะมาขุดกันทุกเย็น สำหรับผมและเพื่อนวันนี้รีบ ก็เลยไม่ได้ขุด ก็เลยผ่านตรงที่ขุดบ่อไป ไปข้ามน้ำเหมืองที่บ้านพ่ออุ้ยแก้ว แม่อุ้ยสุ สำหรับเพื่อนผมก็เข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนผมก็รีบเดินกลับบ้าน เพราะไม่มีรถจักรยาน ทุกวันนี้เด็กนักเรียน ไม่มีใครเดินไปเรียนแล้ว เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ก็รีบเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นชุดลำรองทำธรรมดา และบังเอิญปวดท้อง ก็เลยไปเข้าห้องนอนหลังบ้าน ซึ่งในสมัยก่อน ชาวบ้านต่างจังหวัด มักจะสร้างห้องน้ำไว้หลังบ้าน ห่างจากตัวเรือนประมาณ 20-30 เมตร เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น แต่ปัจจุบัน มักจะสร้างไว้ในบ้านเลย เพื่อความสะดวก และก็ถูกสุขพลานามัยแล้ว บ้านของผมก็เช่นเดียวกัน ก็ได้สร้างห้องน้ำไว้หลังบ้าน ผมก็ได้เดินทางเพื่อไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำแค่นั้น ยังไม่ทันตั้งตัวทำอะไรเลย พอเปิดประตูปุ๊บ ก็ถูกหมาบ้ากัดเข้าที่หน้าแข้งขวา ความรู้สึกในตอนแรก ไม่มีความรู้สึกเจ็บอะไรเลย หมามันกัดผมไม่ยอมปล่อย ผมก็ได้ใช้มือง้างปากของมันออก มันก็ไม่ยอมปล่อยสักที ผมก็เลยคว้าหินและไม้ที่อยู่ข้างแถวนั้น มาทุบหัวมัน จนมันคายเคี้ยวออกและก็วิ่งหนีไป ณ ตอนนั้นผมไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย เห็นแต่มีแผลที่หน้าแข็งเป็นรอยเขี้ยวสุนัขที่กัด ผมก็ได้เดินกระเผลก ออกมาจากห้องน้ำ และได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ขณะนั้นพ่อกับแม่ผมไม่อยู่บ้าน เพื่อนบ้านก็ได้ไปบอกน้องของพ่อ คือ อาวซวง ได้มาหาผม และพาผมไปหาครูที่โรงเรียนบ้านโจ้โก้ ซึ่งขณะนั้นครูบางท่านยังไม่กลับบ้านกัน เพราะที่บ้านของพวกเรา ไม่มีใครมีรถยนต์กัน ก็มีเพียงรถจักรยานยนต์บ้าง เมื่อมาถึงที่โรงเรียน ก็ได้มีอาจารย์มังกร และ อาจารย์ทิพวรรณ ซึ่งพวกท่านมาอยู่ที่บ้านพักครูที่โรงเรียน (แต่ปัจจุบันนี้ ไม่รู้อาจารย์ทั้งสองย้ายไปสอนที่ไหนแล้ว หากวันใดอาจารย์ได้ผ่านเข้ามาอ่านบทความบทนี้ โปรดรับรู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ยังระลึกถึงบุญคุณเสมอ ยังไงติดต่อกลับมาบ้างนะครับ อาจารย์คงจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้นะครับ หรือใครก็ตามรู้ข่าวความเคลื่อนไหวของอาจารย์ทั้งสองช่วยติดต่อให้ผมด้วยนะครับ จักขอบคุณมาก ได้ข่าวแว่วๆว่า อาจารย์ทั้งสองย้ายไปสอนอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน) อาจารย์มังกร ก็ได้ขับรถของท่านพาผมไปส่งที่โรงพยาบาลเชียงคำ เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอก็พาเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินทำความสะอาดแผล หมอได้ตัดเน้อที่ถูกหมาบ้ากัดออกไป และมีไฟมาส่องหน้าผม แล้วผมก็หลับไปแบบไม่รู้สึกตัว มารู้สึกตัวและตื่นอีกที ก็รู้ว่านอนอยู่ที่เตียงห้องพักพื้นแล้ว โดยมีพ่อกับแม่มาคอยดูแล เพราะพ่อกับแม่ตามมาทีหลัง เพราะในขณะที่ถูกหมาบ้ากัด แม่ไปหาเก็บผักขมและหาอาหารมาทำให้ครอบครัวได้รับประทานกัน ส่วนพ่อได้ออกไปหาต้นบอน เพื่อนำมาต้มให้หมูกิน เมื่อพ่อกับแม่ทราบข่าวผมจากชาวบ้าน พวกท่านก็ไม่ได้สนใจอะไรอื่นเลย พากันทิ้งหมดทั้งผักและต้นบอน รีบกลับบ้านเตรียมตัวไปโรงพยาบาล แต่พ่อโกรธแค้นหมาบ้าตัวนั้นมาก พร้อมกับชาวบ้านก็ได้พากันไล่ล่าหมาตัวนั้น ก็ได้ไปเจอไม่ไกลมากนัก ก็ได้ช่วยกันทุบหมานั้นให้ตาย และพ่อก็ตัดหัวมันใส่ถุง ไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจดูว่ามันเป็นบ้าจริงหรือเปล่า จากนั้น พ่อก็ปั่นจักรยานเก่าๆเอาแม่ช้อนท้าย ขับไปยังโรงพยาบาลเชียงคำ ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านประมาณ 12 กิโลเมตร เมื่อพ่อกับแม่ไปถึง ก็มีน้ำตาไหลออกมา พวกเราพากันร้องไห้กอดคอกัน ไม่รู้เป็นบาปกรรมอะไร รุมเร้าคนจนๆอย่างพวกเรา แต่พวกเราก็ไม่ได้โทษอะไร ก็คิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราผืนโชคชะตาชีวิตไม่ได้ ผมนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงคำ เป็นเวลาอยู่เกือบเดือน หมอได้รักษาผม โดยการฉีดยารอบสะดือจำนวนยี่สิบกว่าเข็ม และที่ต้นแขนอีกหลายเข็ม มีการเติมน้ำเกลือไปหลายกระปุก ในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อกับแม่ก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันปั่นจักรยานจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลเกือบ 12 กิโลเมตรทุกวัน เพื่อมาเฝ้าดูแลผม เพราะต้องดูแลรับผิดชอบหลายอย่าง อีกทั้งต้องคอยดูแลน้องคนรองผมด้วย นั่นก็คือ เด็กชายดำรงมาสุข เพราะขณะนั้นเพิ่งจะอายุได้สามขวบเอง ในขณะที่อยู่โรงพยาบาล ก็ได้มีญาติๆพากันมาเยี่ยมหลายคน และที่ผมประทับใจมากที่สุด ก็คืออาจารย์ประจำชั้นของผม ได้ไปเยี่ยมผม นั่นก็คือ อาจารย์เพ็ญศรี ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ผมรักมาก แต่ปัจจุบันผมไม่ทราบว่าอาจารย์ของผมคนนี้อยู่ที่ไหน ทราบข่าวมาว่าอยู่แถวเชียงใหม่เหมือนอาจารย์มังกรเหมือนกัน หากวันใด อาจารย์บังเอิญได้เข้ามาอ่านบทความของผม อาจารย์ช่วยติดต่อผมมาบ้างนะครับ ผมยังระลึกถึงบุญคุณของอาจารย์อยู่เสมอครับ หรือเพื่อนคนใด มีข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์ ก็ติดต่อบอกผมด้วยนะครับ จักขอบคุณยิ่งครับ

หลังจากที่ผมก็จากโรงพยาบาล ก็ได้มีคนมาพูดกับพ่อแม่ว่า คนที่ถูกหมาบ้ากัด ก่อนที่แผลจะหาย คนๆนั้น จะต้องได้ทานอาหารให้ครบทุกอย่าง หากวันใดแผลหายแล้ว ถ้าบังเอิญไปทานอาหารที่ไม่เคยทาน จะทำให้พิษหมาบ้ากลับมาอีก อาจจะเป็นจริงอย่างที่เขาว่า หรือเป็นความเชื่อที่ผิดๆของชาวบ้านก็ได้ แต่ด้วยความรักลูกของตนเอง ถึงแม้จะลำบากขนาดไหนพ่อกับแม่ก็ยอม ทำให้ผมได้รับรู้ถึงความรักของพ่อกับแม่ที่มีกับผม ผมสัญญาว่าจะไม่ลืมบุญคุณ และต้องตอบแทนบุญคุณท่านแน่นอน ด้วยเหตุนี้ ทำให้พ่อกับแม่ของผม ต้องช่วยกันหาอาหารทุกอย่างที่พอจะหาได้มาทำให้ผมได้กิน แม้กลิ่นมันก็ยังดี เช่น ฤดูกาลนั้น ไม่มีเห็ดถอบ แม้ก็จะขึ้นเขาไปเขี่ยตามดินที่ไฟไหม้ จนเจอเห็ดเก่าเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังดีเอามาต้มให้ผมกิน ได้อย่างละนิดๆหน่อยๆ ผักและของกินทุกประเภท ส่วนพ่อก็จะพาผมไปที่เชียงคำ ไปอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง และขอซื้อของๆเขาอย่างละนิดอย่างละหน่อย พ่อค้าแม่ค้าบางคนก็ใจดี ก็ให้พ่อกับผมเลือกหยิบเอา เช่น เงาะหนึ่งลูก องุ่นหนึ่งลูก ปล้าร้า ปลาเค็ม ปลาหลายๆอย่าง ทั้งปลาน้ำจืด ปลาทะเล มีบางร้านก็แทบไม่ต้องเสียตังค์เลย ทำให้ผมนึกถึงความมีน้ำจิตน้ำใจของคนเชียงคำ บ้านเกิดของผมเป็นอย่างดี

เมื่อผมกลับมาอยู่บ้าน ด้วยความที่ว่า กลัวโรคพิษสุนัขบ้า จะกลับมาสู่ลูกของตนอีก ซึ่งแผลก็ยังไม่แห้งดี พ่อกับแม่ก็ได้รับการบอกเล่าจากชาวบ้าน ให้นำผมไปรักษากับหมอพื้นบ้านอีก ดังนั้น พ่อกับแม่ผม เลยพาผมไปรักษากับพ่ออุ้ยขาว ที่บ้านสบสา และพ่ออุ้ยขาว ก็ได้รักษาผม ด้วยวิธีการแผนโบราณ โดยการเป่า และให้ดื่มยาสมุนไพร โดยการฝนยาทาน ซึ่งเป็นยาพื้นเมือง ผมไปรักษาอยู่นานพอสมควร แต่แผลก็ยังไม่หาย แถมยังเริ่มมีหนองออกมาอีก และเริ่มเละและเป็นแผลใหญ่ขึ้นทุกวัน พวกเราก็เลยหยุด ไม่ได้ไปรักษาอีก และไม่ได้กลับไปเอาที่ฝนยาคืนมาเลย ไม่รู้ว่าเมื่อพ่ออุ้ยขาว ท่านเสียชีวิตลง ลูกหลานยังเก็บที่ฝนยาของพ่อไว้อยู่หรือเปล่า สักวันว่าจะไปถามหาอยู่ เพราะเสียดายมาก เพราะที่ฝนยาอันนี้ เป็นของเก่าแก่ เป็นมรดกตกทอดของพ่ออุ้ยหมื่น ที่ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน พ่อมักจะเอาที่ฝนยานี้ มาฝนขมิ้นให้ลูกๆได้ทานกัน เมื่อลูกๆเจ็บท้องกัน

egg
ภาพประกอบจากเว็บ

แต่บังเอิญผมยังโชคดี ที่วันหนึ่ง พ่ออุ้ยมอญ ซึ่งเป็นญาติของแม่ โดยที่พ่ออุ้ยมอญ เป็นน้องชายของคุณปู่ผม นั่นก็คือ เป็นน้องของพ่ออุ้ยหนานหมื่น พ่อของแม่ผม ปัจจุบัน ท่านยังมีชีวิตอยู่ และอาศัยอยู่กับแม่อุ้ยแปง ที่บ้านปี้ ต.เวียง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ท่านไม่เคยลืมลูกหลาน ท่านจะมาเยี่ยมลูกหลานทุกปี ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านได้เดินทางมาเยี่ยมลูกหลานที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ เมื่อมาเจอผม ที่กำลังเป็นแผลที่เกิดจากหมาบ้ากัด ท่านก็เลยแนะนำให้พ่อกับแม่พาผมไปรักษากับหมอพื้นเมืองที่บ้านของพ่ออุ้ย โดยท่านได้บอกว่า มีหมอรักษาคนที่ถูกหมากัด งูกัด ได้ดีมาก พ่อกับแม่ จึงเชื่อและพาผมไปรักษาที่บ้านปี้แห่งนี้ และพ่อก็ได้ตัดสินใจยืมรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนบ้าน เพื่อพาผมไปยังบ้านปี้ ซึ่งในสมัยก่อน การเดินทางไปบ้านปี้ จะต้องขี่รถไปตามทางเกวียน ไปทางบ้านใหม่เจริญสุข (บ้านปางเคราะห์) ผ่านบ้านร่องค้อม บ้านอัมพร (บ้านร่องกู่) ไปเลี้ยวซ้ายที่บ้านดอนแก้ว แล้วขับไปอีกจนถึงบ้านปี้ ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร แต่ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้ทำทางลัดจากบ้านเกษตรสมบูรณ์ ไปสู่บ้านห้วยสา และลัดไปสู่บ้านปี้ ระยะทางแค่ 3 กิโลเมตรเอง ไม่ต้องอ้อมเหมือนเมื่อก่อน พ่อกับแม่พาผมไปพักที่บ้านพ่ออุ้ยมอญ และไปตั้งขันครูที่นี่ โดยได้ไปเชิญพ่ออุ้ยหนานสิงห์ มาเพื่อทำการรักษาผม ปัจจุบันพ่ออุ้ยหนานสิงห์ ท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยอุบัติเหตุทางรถมอเตอร์ไซค์ แต่ผมยังระลึกถึงบุญคุณท่านอยู่อย่างสม่ำเสมอ หากไม่มีท่านในวันนั้น อาจจะไม่มีผมอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้ ส่วนวิธีการรักษาของท่านนั้น เป็นวิธีการแบบไสยศาสตร์ โดยการเป่าคาถาอาคมลงไปที่แผล แล้วใช้ไข่ไก่สด มาดูดเอาพิษของหมาบ้าออก โดยการนำไข่มาเช็ดที่แผล แล้วก็เอาไข่มาแกะใส่ถ้วยให้ดู ทำอย่างนี้อยู่ 4-5 ครั้ง ในครั้งแรกๆ เมื่อเอาไข่มาเช็ดแล้ว แกะไข่ให้ดูในถ้วย ไข่จากสีเหลือง จะกลายเป็นสีดำสนิท ซึ่งถ้าไม่เจอหรือเห็นด้วยตัวเอง ผมก็คงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ทางภาคเหนือเรียกวิธีการนี้ว่า การต่างพิษออก พอครั้งที่สอง แม่ก็ได้พาผมไปเอง เนื่องด้วยติดธุระ เรื่องทำมาหากินเรื่องปากเรื่องท้อง โดยแม่ก็ได้ปั่นจักรยานเอาผมซ้อนท้าย ไปจนกระทั่งถึงบ้านปี้ ตามเส้นทางเดิม ที่มีระยะทางไกลพอสมควร ด้วยความที่รักลูก ถึงแม้แม่จะขับจักรยานไม่เป็น แม่ก็ได้พยายามหัดขับ และพาผมไปรักษาตัวที่บ้านปี้ นับตั้งแต่ผมหายเป็นปกติ แม่ของผมก็ไม่เคยขับรถอีกเลยจวบจนกระทั่งทุกวันนี้ แม่บอกผมว่า กลัวการขับรถเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ใช่ผม แม่ก็คงไม่ขับหรอก แม้ทุกวันนี้ผมคะยั้นคะยอให้แม่ขับ บอกจะซื้อรถจักรยาน และ มอเตอร์ไซค์ให้แม่ก็ไม่ยอมเอาลูกเดียว ผมมารักษาตัวที่นี้อยู่ 4-5 ครั้ง ด้วยวิธีการอย่างเดิม คือ การเป่าคาถา และนำไข่มาเช็ดที่แผล จนครั้งที่ 5 ไข่ก็ใสเหมือนไข่ปกติ ไม่ดำเหมือนครั้งก่อน อาจารย์หมอสิงห์บอกว่า พิษหมดแล้ว รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่หายให้มาเอาชีวิตหมอเลย ท่านกล้ายืนยันขนาดนั้น และไข่ใบสุดท้ายที่ท่านเช็ดให้ ไม่ได้ถูกแกะออกมาดู แต่ท่านอาจารย์หมอสิงห์ให้นำไปฝังไว้ใต้ต้นไม้ แม่ก็ได้ไปขุดหลุมฝัง ไว้ที่ใต้ต้นมะนาวที่สวนหลังบ้าน ปรากฏว่าพิษมันแรงมาก ทำให้ต้นมะนาวดังกล่าว ได้ตายไปพร้อมกับพิษหมาบ้าดังกล่าว

หลังจากที่ผมหายเป็นปกติดีแล้ว ก็ได้พากันเดินทางไปทำพิธีบูชาคุณครู ที่รักษาให้หาย โดยพ่อได้ตัดสินใจขายหมูที่เลี้ยงมาตั้งหลายปี ไปในราคาประมาณ 700 บาท ขณะนั้น  และก็ได้ไปยืมรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้าน มีผมกับน้องชาย พ่อและแม่นั่งซ้อนท้ายอัดกันไป จำได้ ผมยังทะเลาะกับน้องที่แย่งกันนั่งข้างหน้า คิดแล้วเป็นเรื่องตลกดี  เมื่อทำพิธีขอบคุณเสร็จแล้วพวกผมก็ต้องรีบกลับ จำได้ว่า เกิดพายุท้องฟ้ามืดไปหมด พ่อต้องรีบขับรถกลับบ้าน ก็โดนฝนตกใส่นิดหน่อย

นับตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ผมก็หายเป็นปกติดี สามารถที่จะทานอาหารได้ทุกอย่าง แม้อาหารเหล่านั้นจะไม่เคยทานตอนรักษาตัวอยู่ก็ดี เพราะชีวิตคือการเดินทาง ผมต้องเดินทางไปทั่วประเทศ อีกทั้งไปไกลถึงต่างประเทศ ก็ได้ทานอาหารของหลายชาติหลายภาษา ก็ไม่เห็นเกิดอาการอะไรขึ้นมา จะมีบ้างก็อาการปวดบริเวณที่ถูกหมากัด ก่อนที่จะเกิดฝนตกหนักๆทุกครั้ง เมื่อฝนตกเสร็จ อาการนี้ก็จะหายไป ซึ่งก็พอทนได้จวบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2
12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3
13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4
14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5
15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6
16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7
17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8
18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book






ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา


ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้
โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ติดตามโครงสร้างอ่างฯ สำนักข่าว
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3




ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1




หรือ หากท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้ ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้
1. ทาง Face Book ส่วนตัว นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา 5. อีเมลล์ ส่วนตัว อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
2. ทาง Face Book หมู่บ้าน รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ 6. อีเมลล์ หมู่บ้าน อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
3. ทาง Face Book เพื่อนๆ
Kasetsomboon City 7. Skype kasetsomboon999
4. ทาง MSN อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน 8. Line Dan


ท่านสามารถอ่านบทความและเนื้อหาต่างๆของเว็ปไซต์นี้ ผ่านหัวข้อต่างๆดังนี้

ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ
1. บทนำ 8. บทความสำนึกรักบ้านเกิด 15. รวมลิงค์ต่างๆ
2. ข้อตกลงก่อนชม 9. บทความคติธรรมคำคม 16. เว็ปบอร์ด
3. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ 10. บทความวัฒนธรรมประเพณี 17. ติดต่อเรา
4. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ 11. รวมรูปภาพ 18. ฟังเพลงคำเมืองบ้านเฮา
5. บทความทั่วไป 12. ฟังวิทยุออนไลน์ 19. อ่านข่าวย้อนหลัง
6. บทความให้ความรู้ 13. ราคายางพาราวันนี้ 20. บันทึกการเดินทาง
7. บทความเกี่ยวกับศาสนา 14. แผนที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ 21. เกี่ยวกับผู้จัดทำ


ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

อย่า เพิ่งเบื่อกันก่อนนะครับ นี่แค่เป็นการเกริ่นเริ่มต้นของบทความ ยังมีต่ออีกเยอะ จะหาเวลามาพิมพ์ พร้อมอัพเดทภาพประกอบให้น่าสนใจ มีข้อแนะนำติชม หรือ ช่วยกันตรวจปรุ๊พ แล้วส่งไปที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน จักขอบพระคุณยิ่ง


เพื่อ การพัฒนาปรับปรุงเว็ปไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ขอร้องให้ทุกท่านที่เข้ามารับชมเว็ปไซต์ของเรา ทำตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็ปเราด้วยนะครับ ใครที่ไม่เข้าใจกฎของเรา คลิ๊กไปอ่านที่นี่ได้นะครับ ข้อตกลงในการรับชมเว็ปไซต์ของเรา หรือ อ่านบทนำและวัตถุประสงค์ของการจัดทำเว็ปไซต์ ก่อนนะครับ


จากใจ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



* หมายเหตุ

วัน เวลาเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ขอร้องคนบ้านเฮาใส่ใจ๋ ช่วยกั๋นดูแลฮักษาไว้ หื้อลูกหื้อหลาน ได้สืบสานตำนานฮีตฮอยบะเก่ามะเกื้อ (ใครมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ช่วยส่งเมล์ ไปบอกกันหน่อยนะครับ ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ยินดีตอบ และให้คำปรึกษาครับ ....ท.ทิวเทือกเขา


001birdsnow001
linethai

Copyright © 2009 www.kasetsomboon.org และ www.kasetsomboon.com All rights reserved.
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 34.231.21.123
,
Now is: 2019-11-13 07:20
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์