ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

ประวัติหมู่บ้านต่างๆของอำเภอเชียงคำและใกล้เคียง

PDFพิมพ์อีเมล

ศิลปวัฒนธรรมประเพณี สำนึกรักบ้านเกิด ความรู้ คติธรรมคำคม ศาสนา ทั่วไป
คลิ๊กอ่านบทความต่างๆ ได้ในแต่ละหัวข้อเลยนะครับ
chaingkham
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่ออ่านเรื่องราวความเป็นมาในอดีต

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศไทยจัดระบบการปกครองแผ่นดินส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ครั้งนั้น อำเภอเชียงคำอยู่ในแขวงน้ำลาว (รวมพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายอยู่ด้วย) พื้นที่ในเขตการปกครองของจังหวัดน่าน โดยมี เจ้าสุริยวงศ์ ดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำแขวง ที่ว่าการแขวงตั้งอยู่ ณ วัดพระแก้ว บ้านเวียง ม.6 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ ต่อมาทางราชการ ได้ยุบและปรับปรุงแขวงน้ำลาว โดยจัดเป็นบริเวณน่านเหนือ มีเขตการปกครองครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงคำ อำเภอปง จังหวัดพะเยา อำเภอเทิง และบางส่วนของอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย

เมื่อปี พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวง ตำแหน่งเจ้าเมือง ตั้งเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านเหมือนกันทั่วประเทศ จัดตั้งจังหวัดเชียงราย แขวงน้ำลาวถูกยุบและแยกเป็นเมืองเทิง และเมืองเชียงคำ เมืองเชียงคำมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับจังหวัดเชียงราย ตั้งพระยาพิศาลคีรี ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอเชียงคำเป็นคนแรก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2520 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดพะเยาขึ้น แบ่งเขตการปกครองจากจังหวัดเชียงราย โดยโอนอำเภอพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเชียงคำ รวม 7 อำเภอ จัดตั้งเป็นจังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2539 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกา แบ่งพื้นที่อำเภอเชียงคำเป็น กิ่งอำเภอภูซาง ประกอบด้วย 5 ตำบล คือ ตำบลสบบง ตำบลภูซาง ตำบลเชียงแรง ตำบลทุ่งกล้วยและตำบลป่าสัก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2539

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกายกฐานะ กิ่งอำเภอภูซาง ขึ้นเป็น อำเภอภูซาง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550


ที่ตั้งและอาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอเทิง (จังหวัดเชียงราย) และอำเภอภูซาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ แขวงไชยะบุลี (ประเทศลาว) และอำเภอสองแคว (จังหวัดน่าน)
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสองแคว (จังหวัดน่าน) และอำเภอปง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอจุน และอำเภอเทิง (จังหวัดเชียงราย)
ท่านสามารถเข้าอ่านเนื้อหา ได้ทั้งสองแบบ ถ้าท่านคลิ๊กที่ ตัวเลข ประจำหมู่บ้าน จะลิงค์ไปที่ลิงค์ของหมู่บ้านนั้น ผ่านเฟรชบุ๊คกลุ่มรวมพล คนฮักเจียงคำ แต่หากท่านคลิ๊กที่ชื่อประจำหมู่บ้าน ข้อมูลจะลิงค์ไปที่ หน้าเว็ปของหมู่บ้านนั้นเลย ก็เลือกชมได้ตามความพึงพอใจได้เลยครับ หากหมู่บ้านใด ยังคลิ๊กอ่านไม่ได้ แสดงว่า ยังไม่มีข้อมูลนำเสนอ ดังนั้น จึงขอรบกวนเพื่อนๆพี่น้อง ช่วยส่งข้อมูลให้ด้วยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ การเข้ามารับชมและติดตามการแบ่งปันความรู้ของพวกเรา
chaingkhampok
กลับไปยังหน้าเพจกลุ่ม รวมพลคนฮักเจียงคำ คลิ๊กที่ภาพเลยครับ

ตำบลหย่วน มีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านธาตุสบแวน
6 บ้านแช่แห้ง
11 บ้านกอม
2 บ้านธาตุสบแวน
7 บ้านแดนเมือง
12 บ้านป่าแดด
3 บ้านหย่วน
8 บ้านตลาด
13 บ้านทุ่งบานเย็น
4 บ้านมาง
9 บ้านงุ้น
14 บ้านเปื๋อยเปียง
5 บ้านดอนไชย
10 บ้านใหม่นันทะวงค์
ภาพและข้อมูลวัดนันตาราม

ตำบลน้ำแวน มีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านน้ำแวน 6 บ้านชัยชุมภู 11 บ้านก้าวเจริญ
2 บ้านน้ำแวน 7 บ้านแม่ต๋ำท่าข้าม 12 บ้านสันเวียงทอง
3 บ้านไคร้ป่าคา 8 บ้านสนธิ์พัฒนา 13 บ้านชัยเจริญ
4 บ้านแม่ต๋ำ 9 บ้านห้วยบง 14 บ้านแวนศรีชุม
5 บ้านผาลาด 10 บ้านป่าแดงสามัคคี


ตำบลเวียง มีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านปี้ 5 บ้านไชยพรม 9 บ้านดอนแก้ว
2 บ้านคือ 6 บ้านเวียง 10 บ้านปี้
3 บ้านทราย 7 บ้านพระนั่งดิน
4 บ้านล้า 8 บ้านดอนไชย

ตำบลฝายกวาง มีทั้งหมด 17 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านฝายกวาง 7 บ้านสลาบ 13 บ้านใหม่นาสา
2 บ้านปัว (แหลง)
8 บ้านแวนโค้ง 14 บ้านศิวิไล
3 บ้านศรีพรม 9 บ้านใหม่เจริญไพร 15 บ้านหนองใหม่
4 บ้านหนอง 10 บ้านทุ่งหล่มใหม่ 16 บ้านฐานพัฒนา
5 บ้านปัวใหม่ 11 บ้านสันติสุข 17 บ้านฝายกวาง
6 บ้านทุ่งหล่ม 12 บ้านบัวนาคพัฒนา

ตำบลเจดีย์คำมีทั้งหมด 12 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านวังเค็มเก่า 5
บ้านปุ 9
บ้านปิน
2 บ้านวังเค็มใหม่ 6
บ้านกว้าน 10 บ้านร่องค้อม
3 บ้านใหม่ไพรสนธิ์ 7
บ้านบุญยืน 11
บ้านอัมพร
4 บ้านปัวชัย 8
บ้านดอนลาว 12
บ้านบุญชัย

ตำบลร่มเย็น มีทั้งหมด 22 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่มู่บ้าน
1 บ้านร้อง
9 บ้านปางถ้ำ 17 บ้านคุ้มเจริญ
2 บ้านหนอง 10 บ้านผาแดงล่าง 18 บ้านสบสา
3 บ้านหนองป่าแพะ 11 บ้านผาแดงบน 19 บ้านน้ำยวนพัฒนา
4 บ้านโจ้โก้ 12 บ้านทุ่งรวงทอง
20 บ้านร่องส้าน
5 บ้านสบสา 13 บ้านประชาภักดี 21 บ้านประชาพัฒนา
6 บ้านคุ้ม 14 บ้านห้วยสา 22 บ้านห้วยเดื่อดอยนาง
7 บ้านใหม่ร่มเย็น 15 บ้านเกษตรสมบูรณ์  คลิ๊กอ่าน บ้านหนองห้า บ้านเล็กในป่าใหญ่
8 บ้านร่องส้าน
16 บ้านบ้านต้นผึ้ง คลิ๊กอ่าน วัดเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 15
บ้านใหม่เจริญสุข (ปางเคราะห์)

ตำบลเชียงบาน มีทั้งหมด 11 หมู่บ้าน
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน
1 บ้านปางวัว 5 บ้านแวนพัฒนา 9 บ้านแพทย์บุญเรือง
2 บ้านทุ่งมอก 6 บ้านแพด 10 บ้านเชียงบาน
3 บ้านเชียงบาน 7 บ้านเชียงคาน 11 บ้านฝั่งแวน
4 บ้านเชียงบาน 8 บ้านสบแวน

ตำบลแม่ลาว มีทั้งหมด 13 หมู่บ้าน
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน
1 บ้านทุ่งเย็น 6 บ้านน้ำมิน 11 บ้านกอก
2 บ้านทุ่งเย็น
7 บ้านน้ำลาว 12 บ้านผาลาดใหม่
3 บ้านผาลาด
8 บ้านกาญจนา 13 บ้านน้ำมินเหนือ
4 บ้านวังถ้ำ
9 บ้านสบทุ
5 บ้านแฮะ 10 บ้านคะแนง

ตำบลอ่างทอง มีทั้งหมด 13 หมู่บ้าน
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน
1 บ้านเนินสามัคคี 6 บ้านนาเจริญ 11 บ้านเนินสายกลาง
2 บ้านดอยอิสาน 7 บ้านจำบอน 12 บ้านจำบอนใหม่
3 บ้านหล่ายพัฒนา 8 บ้านสันปูเลย 13 บ้านนาเจริญ
4 บ้านบ่อน้อย 9 บ้านปางมดแดง
5 บ้านหนองบัวเงิน 10 บ้านปางมดแดงใหม่

ตำบลทุ่งผาสุข มีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน
หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน
1 บ้านหัวทุ่ง 4 บ้านไร่แสนสุข 7 บ้านใหม่เจริญ
2 บ้านทุ่งควบ 5 บ้านหัวทุ่งใหม่
3 บ้านผาฮาว 6 บ้านทุ่งผาสุข


รวมโพสต์และภาพทั้งหมดที่เคยโพสต์ลงในกลุ่มรวมพลคนฮักเจียงคำ

ที่ ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับ ที่ ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับ ที่ ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับ
1. ภาพเก่าเล่าอดีตเมืองเชียงคำ 51. ผัดเผ็ดหมูป่า 101. ในหลวงเสด็จเชียงคำ
2. พิธีกรรมล้านนาบ้านเฮา 52. ยำไส้ตัน 102. ภาพและประวัติวัดนันตาราม
3. แนวกำแพงโบราณเชียงคำ 53. แกงกระด้าง 103. ภาพและประวัติวัดพระนั่งดิน
4. ภาพในตลาดเชียงคำปัจจุบัน 54. ข้าวหนมเหนียบ หนมจ๊อก 104. ภาพและประวัติวัดพระธาตุดอยคำ
5. ภาพบรรยากาศมุมสูงของเชียงคำ 55. อาหารล้านนาบ้านเฮา 105. นายอำเภอคนแรกของเชียงคำ
6. สาวงามไทลื้อ 56. ของเล่นเด็กโบราณบ้านเฮา 106. ตำนานดงเปื๋อยเปียง
7. ภาพวิถีชีวิตชาวบ้าน 57. ภาพเพื่อนๆสมาชิกกลุ่มเรา 107. ตำนานตุ๊เจ้าคอขาด
8. โรงหนังประสพสุขรามา 58. มะแขว่นเครื่องปรุงรสล้านนา 108. ภาพวิวยอดดอยผาขาม
9. อนุสรณ์ผู้เสียสละเชียงคำ 59. หวายของป่าหากินยาก 109. งานไทลื้อเจียงคำ ปี 2557
10. การเก็บเกี่ยวข้าวแบบบ้านเฮา 60. มะหลอด สุดยอดผลไม้ล้านนา 110. งานไทยลื้อเจียงคำ แข่งขันไก่ตั้ง
11. แอ่วทุ่งทานตะวัน 61. อ่อมจิ้นล้านนา 111. งานไทลื้อเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
12. แอ่วตวยถนภูซางเจียงฮาย 62. ดอกงิ้ว ทำน้ำขนมจีน 112. วันมาฆบูชา
13. แอ่วทุ่งทานตะวัน ป่าซาง 63. แกงผักปั๋ง 113. ไหข้าวหม้อนึ่งกั๊วะข้าวมะเก่า
14. พาเที่ยวบ้านฮวกชายแดนไทยลาว 64. แกงมะฟักใส่ไก่ 114. ดอกคำปุ๋ยหรือดอคำฝอย
15. สถานีวิทยุปวงผญา 65. ตองและกล้วยป่า 115. หมอบั่วหอมเตียม
16. ตักบาตรสองแผ่นดิน บ้านฮวก 66. นางพญาเสื้อโคร่งบ้านเรา 116. ภาพงานอนุสรณ์ ปี 2557
17. ธรรมชาติเชียงคำบ้านเฮา 67. หม่าขี้เบ้า 117. เพื่อนสมาชิกกลุ่มเรามีใครบ้าง
18. เก็บตกน้ำท่วมปางถ้ำ ปี 56 68. ห่อนึ่งเห็น 118. คนที่สั่งเสื้อสมาชิกเราไปสวมใส่แล้ว
19. เก็บตกน้ำท่วมตำบลร่มเย็น ชุด 1 69. ข้าวหนมเหนียบ 119. เสน่ห์บ้านเฮาธรรมชาติโอบล้อม
20. เก็บตกน้ำท่วมแม่ลาว ปี 56 70. ขุดปูนา 120. บรรยากาศบ้านยอด อ.สองแคว น่าน
21. เก็บตกน้ำท่วม ตำบลร่มเย็น ชุด 2 71. ขนุนสุก 121. ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
22. สืบชะตาแม่น้ำญวน 72. มะนอยน้อย 122. บ้านพี่เมืองน้อง น้ำตกภูซาง
23. ลำไยบ้านเฮา 73. น้ำพริกข่าต้มเห็ดถอบ 123. ดนตรีพื้นเมือง
24. ภาพสวยๆ 74. มะรื่นหรือมะมื่น 124. ภาพสมุดพระราชทาน
25. ศูนย์หัตถกรรมผ้าไทลื้อ ทุ่งมอก 75. อาหารที่ทำจากจี้กุ่ง 125. ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ
26. อาหารที่ทำจากมดส้ม มดแดง 76. ส้มตำประเภทต่างๆ 126. ดอกเอื้องสวยๆ
27. ต้มโคล้งปลา ต้มยำปลา 77. ตำถั่วฝักยาวอีกแบบ 127. ดอกจำปาลาว ลีลาวดี
28. แกงขนุน 78. น้ำพริกมะกอก 128. วิถีชีวิตล้านนาบ้านเฮา
29. จะค่าน เครื่องปรุงรส สุดยอด 79. ส้ากุ้งหรือกุ้งเต้น 129. ภาพสวยๆใส่กรอบเรียบร้อย
30. หม่ามู้ หรือ หม่ากู้ 80. ข้าวหนึกงา 130. บอกไฟดอก
31. แกงผักหละ หรือ ผักชะอม 81. ต้นมะแขว่น 131. จิ้นส้มคนเมือง
32. เห็ดหูหนูหรือเห็ดโล๊ะหละ 82. แอปเปิ้ลเมือง หรือ สตาร์แอปเปิ้ล 132. น้ำพริกน้ำผัก
33. ตำมะเหิด หรือ มะระขี้นก 83. แกงหอย 133. น้ำผึ้งเดือนห้า
34. คั่วดอกหอมใส่ไข่ 84. ยำปลากระป๋อง 134. มดส้มหรือมดแดง อาหารจานโปรด
35. ตำถั่วฝักยาว 85. แกงหยวกกล้วย 135. ตั๊กแตนข้าว
36. ไก ตะ สาหร่ายน้ำจืด 86. ยำปลาแห้ง 136. แมงมันของบ่เขียมแต่หากิ๋นยากส์
37. ข้าวหนมปาด 87. แกงแค 137. เห็ดขอนขาว
38. ข้าวหนมแตน 88. แกงหวายอีกแบบ 138. มะหลอด
39. ขุดปูนา 89. ตำเตา 139. มะปราง
40. อ๊อกปู๋นา สุดยอดอาหาร 90. ต้นดอกงิ้ว 140. เห็ดดิน เห็ดไข่เหลือง เห็ดแดง
41. มะนอยน้อย 91. ส้ามะลิดไม้ 141. เห็ดถอบ
42. แก๋งมะบวบ 92. รวมอาหารพื้นบ้านล้านนาเฮา 142. เห็ดฟาง
43. ยำไก่เมืองเหนือเฮา 93. เด็กเลี้ยงควาย 143. ข้าวกั๊นจิ้น
44. ขนมข้าวควบ 94. ช้างไทย 144. ข้าวแรมฟืน
45. ขนมข้าวแคบ 95. ม้าไทย 145. เห็ดลม
46. แกงผักจี 96. น้ำพริกเห็ดด่าน 146. ลาบหมี่หมู
47. ยำงูสิงห์ 97. ตัวต่อ น้ำพริกต่อ 147. น้ำพริกอ่อง
48. แกงหนัง 98. ด้วงสาคู ด้วงมะพร้าว 148. ยำหน่อไม้ใส่น้ำปู
49. ห่อนึ่งประเภทต่างๆ 99. วัดก๊อซาว ทุ่งกล้วย ภูซาง 149. รวมภาพและป้ายโฆษณาขำๆ
50. ปลาหมึกย่าง 100. บ้านป่าฮ้อม ภูซาง
150. วิธีแก้หนาวแบบแปลก
น้ำพริกจี้กุ่ง และจี้กุ่งทอด ขนมและอาหารที่ทำจากกล้วย ไส้ย่าง
จิ้นนึ่งกับน้ำพริกข่า ตำขนุน มะม่วงหิมพานต์
ไส้อั่ว ไฟป่าที่เชียงคำ ส้าใบมะม่วง
น้ำพริกหนุ่ม คั่วยอดฟักทอง หลามปลาหลามเนื้อ
ไก่อบฟาง ประเพณีสู่ขวัญควาย หนอนไม้ไผ่
ตำมะเขือยาว ประเพณีสงกรานต์ล้านนา ไม้ไผ่สารพัดประโยชน์
ปลานึ่ง ประเพณีสู่ขวัญคน ข้าวเหนียวมะม่วง
น้ำพริกมะขามสด ชุดครุยรับปริญญา ม.พะเยา พิธีสืบชะตาแบบล้านนา
อยากให้เชียงคำพัฒนา


ศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาบ้านเฮา คลิ๊กชมวีดีโอได้เลยครับ



ที่ รายการ ที่ รายการ
1. ซอล่องน่าน คณะประสิทธิ โนทะ 1. ฟ้อนแง้น ซอล่องน่าน
2. ตำนานเมืองน่าน 2. แห่มวย
3. ซอปี่ พ่อมานพ แม่บัวซอน 3. กลองปูจา
4. ซอปี่เยาวชน คณะลูกบัวตองเชียงใหม่ 4. สืบสานล้านนา
5. ซอตั้งเจียงใหม่ พ่อดวงจันทร์ แม่บัวซอน 5. ฟ้อนแพน
6. ซอล่องน่าน พ่อครูคำผาย นุปิง 6. ฟ้อนเงี้ยว
7. ซอพม่า ซออื่อ 7. ฟ้อนดวงเดีือง
8. ซอเงี้ยว 8. ฟ้อนหริภุญชัย
9. เดี่ยวซึ่ง มอญลำปาง 9. ระบำเชียงแสน
10. ปราสาทไหว 10. ฟ้อนเจิง
11. หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ ประยุกต์ 11. ฟ้อนผีมด 1
12. รำวงบะเก่า 12. ฟ้อนผีมด 2
13. เพลงลาวดวงเดือน ประยุกต์ 13. ฟ้อนผีเมืองละกอน
14. วงมโหรี 14. ล้านนาโชว์
15. ดนตรีพื้นเมืองเด็ก 15. วงระนาด
16. วิถีชีวิตชุมชนไทลื้อบ้านทุ่งมอก เชียงคำ พะเยา

ศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาบ้านเฮา คลิ๊กชมวีดีโอได้เลยครับ


๑. การอ่านธรรมล้านนาแบบไทลื้อ ๓๑. เดี่ยวซึง

๒. การฟ้อนสะไบล้านนาแบบไทลื้อ ๓๒. ละอ่อนเล่นซึง

๓. การฟ้อนไทลื้อของละอ่อนล้านนา ๓๓. บรรเลงสะล้อ โดย..น้องโอ๊ค

๔. ช่างซอฟ้อนแง้นแบบล้านนา ๓๔. เพลงดอกบัวตอง โดย..สุนทรีย์
๕. เซิ้งไทลื้อแบบล้านนา ๑ ๓๕. บรรเลงระนาด เพลงล่องแม่ปิง

๖. เซิ้งไทลื้อแบบล้านนา ๓๖. เพลงใฝ่หามาเจย ชอบมาก

๗. เยือนเฮือนไทลื้อเชียงคำ ๓๗. ฟ้อนเล็บ

๘. วิถีชีวิตไทลื้อเชียงคำ ๓๘. ฟ้อนเจิง

๙. ไหว้พระวัดอนันตาราม เชียงคำ ๓๙. ตีกลองปูจา

๑๐. น้ำตกภูซาง และ วัดพระนั่งดิน ๔๐. ตีกลองสะบัดชัย
๑๑. การเก็บน้ำผึ้งของชุมชนบ้านปี้ อ.เชียงคำ ๔๑. ฟ้อนสาวไหม
๑๒. วิถีชีวิตไทลื้อจังหวัดน่าน ๔๒. ปีใหม่ม้ง ปี 2009

๑๓. การตีกลองล้านนาแบบไทลื้อ ๔๓. ขับเพลงพี่น้องเมี่ยนหรือ เย้า
๑๔ แอ่วพะเยา ภูซาง ภูลังกา ตอนที่ 1 ๔๔. บรรยากาศกว๊านพะเยา

๑๕. แอ่วพะเยา ภูซาง ภูลังกา ตอนนที่ 2 ๔๕. ลอยกระทงพะเยา
๑๖ ทางขึ้นภูลังกา 1 ๔๖. ในกว๊านพะเยา
๑๗ ทางขึ้นภูลังกา 2 ๔๗. ดอกบัวในกว๊านพะเยา
๑๘ ยอดภูลังกา พร้อมสาวชาวเขาสวย ๔๘. กว๊านพะเยา
๑๙. ตอนขึ้นภูลังกา ๔๙. ฟ้อนที่พะเยา
๒๐ ดอยภูลังกา ๕๐. ลอยกระทงที่พะเยา
๒๑ ชมทะเลหมอกภูลังกา ๕๑. ล่องเรือกว๊านพะเยา
๒๒. แอ่วกว๊านพะเยา ๕๒. ลอยกระทงที่บ้านต๋อมพะเยา
๒๓ ซอเมืองน่าน โดย. ครูคำผาย นุปิง ๕๓. บวงสรวงที่พะเยา
๒๔ ขับลื้อสิบสองปันนา ๕๔. ภูชี้ฟ้า 1
๒๕ ครูมุกดา แม่พระของเด็กดอกคำใต้ ๕๕. ภูชี้ฟ้า 2
๒๖. ซอตั้งเชียงใหม่ ๕๖. ภูชี้ฟ้า 3
๒๗. ปี่จุมห้า โดย..พ่ออุ้ยติ๊บ ๕๗. ภูชี้ฟ้า 4
๒๘. ปี่จุม โดย..โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม ๕๘. แอ่วเหนือ
๒๙. สะล้อซอซึง ๕๙. แอ่วเหนือ 2
๓๐. ดี่ยวซึง เพลงล่องแม่ปิง ๖๐. อยตุง





001
ที่ว่าการอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

เมืองแห่งธรรมะ มีพระนั่งดิน ถิ่นทอน้ำไหล ผ้าทอไทลื้อ
น้ำตกเลื่องลือ คะแนงน้ำมิน ป่าไม้ผืนดิน อุดมสมบูรณ์
flower1_div_md_wht
ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

เกริ่นนำ ประวัติความเป็นมา :
bar

หาก จะกล่าวถึง ประวัติและความเป็นมา ของหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 15 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รหัสไปรษณีย์ 56110 แล้วนั้น ถึงแม้ว่า จะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นมาใหม่ เมื่อวันเสาร์ ที่ 9 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2507 ตรงกับวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 เหนือ โดยที่มีครอบครัวของ พ่ออุ้ยแก้ว แม่อุ้ยสุ มาสุข และ ครอบครัวของ พ่ออุ้ยเงิน แม่เบ้า รุ่งเรือง เป็นสองครอบครัวที่มาตั้งอยู่ ณ บริเวณหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์แห่งนี้เป็นครั้งแรก และ ต่อมาทางราชการได้ตั้งให้เป็นหมู่บ้านอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติการ ปกครองบริหารส่วนท้องถิ่น เมื่อปีพุทธศักราช 2534 ซึ่งถ้านับตามจำนวนปีพุทธศักราชแล้ว หมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ของเรา ก็เพิ่งมีมาได้ประมาณ 48 ปี (ปัจจุบันปี พ.ศ. 2555) ถ้าเปรียบเทียบกับอายุของมนุษย์เราแล้ว ก็คงเปรียบได้แค่วัยกลางคนเท่านั้นเอง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว บรรดาผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณหมู่บ้านแห่งนี้นั้น มีมาก่อนตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งก็ได้สืบเชื้อสายกันมา และพากันอพยพ พร้อมกับย้ายที่อยู่เพื่อแสวงหาที่ทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์แห่งใหม่อยู่เป็น เนืองๆ ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้พยายามรวบรวมและเรียบเรียง ได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ พ่ออุ้ยแม่อุ้ย รวมไปถึงครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์สามเณร พ่อน้อย พ่อหนาน และจากบรรดาปราชญ์ผู้รู้ต่างๆ อีกทั้งได้ค้นคว้าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ได้ขอความรู้จากหลายๆที่ หลายๆ แห่งนำมาประติดประต่อกัน เพื่อให้มีข้อมูลที่จะเป็นหลักฐานเชื่อมกัน อีกทั้งให้ได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนต่างๆ รอบหมู่บ้านของเรา ซึ่งผู้คนในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ส่วนใหญ่แล้วเป็นชนชาติพื้นเมืองดั้งเดิม หรือ คนเมืองล้านนานั่นเอง ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่โบราณกาลเป็นต้นมา แต่ในปัจจุบันนี้ อำเภอเชียงคำของเรา มีผู้คนอยู่จำนวนไม่น้อย ที่อาศัยอยู่รวมกันถึง 5 ชนชาติพันธุ์ หลักๆ ดังนี้คือ


1. พี่น้องชนชาติพันธุ์พื้นเมือง ใช้ภาษาล้านนา เป็นภาษาสื่อสารกัน มีอักษรหรืออักขระล้านนาเป็นตัวหนังสือเขียน คลิ๊กอ่านเพิ่ม
2. พี่น้องชนชาติพันธุ์ไทลื้อ ใช้ ภาษาไทลื้อเป็นภาษาสื่อสารกัน มีอักษรหรืออักขระธรรม ซึ่งก็ใช้อักษรล้านนา ซึ่งบางครั้งแทบจะแยกไม่ออกระหว่างคนพื้นเมืองกับพี่น้องไทลื้อ ซึ่งมีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายคลึงกัน คลิ๊กอ่านเพิ่ม
3. พี่น้องชนเผ่าเมี่ยน หรือ เย้า ซึ่งส่วนใหญ่จะมีวัฒนธรรมชนเผ่า และมีที่อยู่อาศัยอยู่บนภูเขาหรืออยู่ใกล้ภูเขา คลิ๊กอ่านเพิ่ม
4. พี่น้องชนเผ่าม้ง หรือ แม้ว มีวัฒนธรรมประจำชนเผ่า อาศัยอยู่พื้นลาบใกล้เชิงเขา คลิ๊กอ่านเพิ่ม
5. พี่น้องชนเผ่าไทยอีสาน ซึ่งได้อพยพมาหาที่ทำกินแห่งใหม่เป็นหมู่บ้านที่ย้ายถิ่นฐานมาจากภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ทั้งชาวไทยอีสานและชาวผู้ไท ซึ่งมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น นครราชสีมา นครพนม และมุกดาหาร ซึ่งก็มีหลายหมู่บ้าน หลายชุมชนในตำบลต่างๆ ในอำเภอเชียงคำนี้ คลิ๊กอ่านเพิ่ม

* หมายเหตุ ปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ได้มีโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เกิดขึ้นมาจากพระราชดำริ ได้มีการอพยพชาวเขาเผ่าต่างๆ จากจังหวัดเชียงใหม่ มาอีก 4 เผ่า เพื่อมาดูแลป่าต้นน้ำญวน ที่บ้านหนองห้า ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา อันได้แก่ เผ่าเมี่ยนหรือเย้า เผ่าอาข่า เผ่ามูเซอ และชนเผ่าประกากะญอ หรือ กะเหรี่ยง คลิ๊กอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

002
แผนที่บริเวณพื้นที่อำเภอเชียงคำ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม
chaingkham
คลิ๊กชมเว็ปไซต์ขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็นได้ที่ภาพข้างบนครับ

สำหรับ การกล่าวถึง ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์แห่งนี้นั้น จะขอกล่าวถึงเฉพาะประวัติศาสตร์เรื่องราวหรือตำนาน ในพื้นเขตอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยที่จะเน้นไปเฉพาะเขตตำบลร่มเย็น และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง อันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ของเราเป็นส่วนใหญ่นะครับ โดยจะขอแยกออกเป็นประวัติศาสตร์ความเป็นมา ตำนาน ในส่วนต่างๆ จำนวน 5 ส่วนด้วยกันดังนี้

1. ในส่วนแรก ขอนำเสนอหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ ที่ได้ข้อมูลมาจากเว็ปไซต์ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ที่ได้บันทึกเรื่องราวหลักฐาน ประวัติอำเภอเชียงคำ ไว้ดังนี้ คือ


อำเภอเชียงคำ
เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดพะเยา ตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำลาว แม่น้ำยวน และแม่น้ำแวน ซึ่งเป็นลุ่มน้ำย่อยของลุ่มแม่น้ำอิง ในอดีตเป็นแอ่งอารยธรรมของชุมชนที่มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ ความเป็นมาของอำเภอเชียงคำปรากฏในรูปแบบตำนาน 2 ตำนานในสมัยพุทธกาลที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตามตำนานพระธาตุดอยคำ ฉบับวัดหนองร่มเย็น เมืองเชียงคำมีชื่อเดิมว่า เวียงชะราว ตั้ง อยู่ในพื้นที่บ้านคุ้มหมู่ 6 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ พระยาผู้ปกครองเมืองได้สร้างพระธาตุไว้บนดอยนอกเมืองเพื่อล้างบาป ต่อมามีผู้พบแหล่งทองคำขนาดใหญ่ ในลำธารหลังดอย ดอยนั้นได้ชื่อว่า “ดอยคำ” พระธาตุบนดอยก็ชื่อว่า "พระธาตุดอยคำ" เมืองชะราวก็เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองเชียงคำ”

แต่ตำนานพระเจ้านั่งดิน พญาผู้สร้างเมืองชื่อว่า “พญาคำแดง” และเมืองนั้นชื่อ “พุทธรส” ประชาชนชาวเมืองมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้สร้างพระพุทธรูปมีนามว่า “พระเจ้านั่งดิน” พระพุทธเจ้าทำนายว่า สืบไปภายหน้าเมืองจะเจริญรุ่งเรือง และอุดมไปด้วยสินทรัพย์และจะได้ชื่อว่า
“เมืองเชียงคำ”

อีกตำนานหนึ่งที่กล่าวถึงวัดพระนั่งดินได้กล่าวไว้ดังนี้ วัดพระนั่งดิน Wat Phra Nang Din

เป็น วัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มีฐานรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฏรสร้างฐานรองรับ เพื่ออัญเชิญพระประธารขึ้นประดิษฐานบนฐานรองรับ แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบเนื่องกันต่อมาว่า พระนั่งดิน ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธรูปนี้สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ดังนั้น พระเจ้านั่งดินน่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี ในการสร้างพระพุทธรูปนี้ ใช้เวลา 1 เดือน 7 วัน จึงเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จได้ประดิษฐานไว้บนพื้นราบ ไม่มีฐานชุกชีดังพระพุทธรูปอื่นๆทั่วไป

Unlike other temples the principal Buddha image here sits on the ground instead of a base. There used to be a public attempt to build a base for the image, but it turned out unsuccessful. The image was ever since called Phra Nang Din, which refers to an image sitting on the ground. Legend has it that the image was built in the time of the Lord Buddha; it was, therefore, believed to be over 2,500 years old.

ตาม ตำนานกล่าวว่า พระยาผู้ครองเมืองพุทธรสะได้ค้นพบประวัติ (ตำนาน) เมื่อนมจตุ จุลศักราช ๑๒๑๓ ปีระกาเดือน 6 แรม ๓ ค่ำ วันจันทร์ พระพุทธเจ้าได้เสด็จออกเมตตาสรรพสัตว์รอบโลกโดยทางอภินิหาร พอพระองค์เสด็จมาถึงเวียงพุทธสะ (อำเภอเชียงคำในปัจจุบัน) พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่บนดอยสิงกุตตระ พระธาตุดอยคำปัจจุบัน ทรงแผ่เมตตาและประสาทพรตรัสสั่งพระยาคำแดงเจ้าเมืองพุทธรสะในขณะนั้น ให้สร้างรูปเหมือนของพระองค์ไว้ยังเมืองพุทธรสะนี้ พอสัพพัญญูเจ้าตรัสจบ ก็ปรากฏว่ามี พระยาอินทร์องค์หนึ่ง พระยานาคตนหนึ่ง พระฤระฤาษี ๒ ตน และพระอรหันต์ ๔ องค์ ช่วยกันเนรมิตเอาดินศักดิ์สิทธิ์จากเมืองลังกาทวีป มาสร้างพระรูปเหมือนของพระพุทธองค์ โดยใช้เวลาสร้างหนึ่งเดือนกับเจ็ดวันจึงแล้วเสร็จ

ครั้นเมื่อพระ พุทธองค์ ได้เสด็จไปรดสัตว์ทั่วถึงแล้ว จึงได้เสด็จเข้าสู่เมืองพุทธรสะอีกครั้งทรงเห็นรูปเหมือนที่ให้ทรงสร้างนั้น เล็กกว่าองค์ตถาคต จึงตรัสให้เอาดินมาเสริมให้ใหญ่เท่าพระองค์ แล้วพระสัพพัญญูเจ้าได้แผ่รัศมีออกครอบจักรวาล รูปปั้นจำลองจึงเลื่อนลงจากฐานชุกชี (แท่น) มากราบไว้พระสัพพัญญูเจ้า พระองค์ได้ตรัสเทศนากับรูปเหมือนที่ให้สร้างขึ้นนั้นว่า "ขอให้ท่านจงอยู่รักษาศาสนาของกูตถาคตให้ครบ ๕,๐๐๐ พระวรรษา" พระรูปเหมือนนั้นได้กราบน้อมรับเอาแล้วประดิษฐานอยู่บนผืนดินนั้น พระรูปเหมือนดังกล่าวคือองค์พระเจ้านั่งดินในปัจจุบันนี้เอง

เป็นที่ น่า สังเกตว่า พระเจ้านั่งดินองค์นี้ ไม่ได้ประทับบนฐานชุกชี เหมือนกับพระพุทธรูปในอุโบสถวัดอื่นๆ มีผู้เฒ่าแก่เล่าว่า เคยมีชาวบ้านพากันสร้างฐานชุกชี แล้วอัญเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประทับ แต่มีเหตุปาฏิหาริย์เกิดฟ้าผ่านลงมาที่อุโบสถถึง ๓ ครั้ง พุทธบริษัททั้งหลายจึงอาราธนาลงมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิมตราบเท่าทุก วันนี้
003
พระเจ้านั่งดิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงคำ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศไทยจัดระบบการปกครองแผ่นดินส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ครั้งนั้น อำเภอเชียงคำอยู่ในแขวงน้ำลาว (รวมพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายอยู่ด้วย) พื้นที่ในเขตการปกครองของจังหวัดน่าน โดยมี เจ้าสุริยวงศ์ ดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำแขวง ที่ว่าการแขวงตั้งอยู่ ณ วัดพระแก้ว บ้านเวียง ม.6 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ ต่อมาทางราชการ ได้ยุบและปรับปรุงแขวงน้ำลาว โดยจัดเป็นบริเวณน่านเหนือ มีเขตการปกครองครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงคำ อำเภอปง จังหวัดพะเยา อำเภอเทิง และบางส่วนของอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย

เมื่อ ปี พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวง ตำแหน่งเจ้าเมือง ตั้งเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านเหมือนกันทั่วประเทศ จัดตั้งจังหวัดเชียงราย แขวงน้ำลาวถูกยุบและแยกเป็นเมืองเทิง และเมืองเชียงคำ เมืองเชียงคำมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับจังหวัดเชียงราย ตั้งพระยาพิศาลคีรี ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอเชียงคำเป็นคนแรก

เมื่อวัน ที่ 28 สิงหาคม 2520 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดพะเยาขึ้น แบ่งเขตการปกครองจากจังหวัดเชียงราย โดยโอนอำเภอพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเชียงคำ รวม 7 อำเภอ จัดตั้งเป็นจังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2539 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกา แบ่งพื้นที่อำเภอเชียงคำเป็น กิ่งอำเภอภูซาง ประกอบด้วย 5 ตำบล คือ ตำบลสบบง ตำบลภูซาง ตำบลเชียงแรง ตำบลทุ่งกล้วยและตำบลป่าสัก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2539

เมื่อ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกายกฐานะ กิ่งอำเภอภูซาง ขึ้นเป็น อำเภอภูซาง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550


ที่ตั้งและอาณาเขต


ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอเทิง (จังหวัดเชียงราย) และอำเภอภูซาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ แขวงไชยะบุลี (ประเทศลาว) และอำเภอสองแคว (จังหวัดน่าน)
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสองแคว (จังหวัดน่าน) และอำเภอปง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอจุน และอำเภอเทิง (จังหวัดเชียงราย)

ารแบ่งเขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอเชียงคำแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 134 หมู่บ้าน ได้แก่


ที่ ตำบล ชื่อภาษาอังกฤษ จำนวน หมู่บ้าน

1. หย่วน
Yuan 15 หมู่บ้าน

2. น้ำแวน Nam Waen 14 หมู่บ้าน

3. เวียง Wiang 10 หมู่บ้าน

4. ฝายกวาง Fai Kwang 17 หมู่บ้าน
5. เจดีย์คำ Chedi Kham 12 หมู่บ้าน
6. ร่มเย็น Rom Yen 22 หมู่บ้าน
7. เชียงบาน Chiang Ban 11 หมู่บ้าน
8. แม่ลาว Mae Lao 14 หมู่บ้าน
9. อ่างทอง Ang Thong 13 หมู่บ้าน
10. ทุ่งผาสุข Thung Pha Suk 7 หมู่บ้าน

* บ้านห้วยเดื่อดอยนาง ขอแยกตั้งหมู่บ้านใหม่จากบ้านประชาภักดี เมื่อ 22 ต.ค. 2555

การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอเชียงคำประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่


ที่ เทศบาล/ตำบล เขตพื้นที่ที่ครอบคลุม

1. เทศบาลตำบลเชียงคำ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหย่วน

2. เทศบาลตำบลบ้านทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเวียงทั้งตำบล

3. เทศบาลตำบลฝายกวาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฝายกวางทั้งตำบล

4. เทศบาลตำบลหย่วน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหย่วน (นอกเขตเทศบาลตำบลเชียงคำ)

5. องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำแวนทั้งตำบล

6. องค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์คำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเจดีย์คำทั้งตำบล

7. องค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลร่มเย็นทั้งตำบล

8. องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงบาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเชียงบานทั้งตำบล

9. องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ลาวทั้งตำบล

10. องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอ่างทองทั้งตำบล

11 องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งผาสุข ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งผาสุขทั้งตำบล

004
ภาพวิถีชีวิตชาวไทลื้อ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

2. ใน ส่วนที่สอง เป็นตำนานของพี่น้องชาวไทลื้อ ซึ่งก็ถือได้ว่า เป็นชนชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยใน
พื้นที่เขตอำเภอเชียงคำของเรา จำนวนมากเป็นอันดับสอง ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้กล่าวไว้ ดังนี้

ในปี พ.ศ. 2331 พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ได้มีรับสั่งให้เจ้า อัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครอง นครน่าน ไปตีเมือง เชียงตุง และกวาดต้อน ชาวไทยใหญ่ จากรัฐฉาน ประเทศพม่า กับชาวไทลื้อ จากแคว้นสิบสองปันนาประเทศจีน อันประกอบด้วย เมืองพง เมืองมาง เมืองหย่วน ฯลฯ อันแต่ละเมือง ก็มีเจ้าผู้ครองนครปกครองอยู่ บรรดาผู้คน ที่ถูกกวาดต้อน มาให้ไปอยู่ที่เมือง เชียงม่วน (อ. เชียงม่วน จ. พะเยา) โดยมีเจ้า ผู้ครองนคร ที่ทรงพระนามว่า พญาคำ และพญาธนะรวมอยู่ด้วย และมีความเห็นว่า อันเมืองเชียงม่วนนี้ จะทำอาชีพใด หรือการเกษตร ก็ไม่ค่อย ที่จะได้ผลดีนัก จึงขออนุญาต เจ้าเมืองน่าน อพยพผู้คน ไปอยู่เมืองเชียงคำ ( อ. เชียงคำ จ. พะเยา ในปัจจุบัน ) และได้ ตั้งชื่อหมู่บ้าน นี้ว่า " บ้านมาง " โดยได้เอาชื่อเมืองมางที่เคยอยู่ใน อดีตมาตั้งเป็นชื่อ หมู่บ้าน พญาทั้งสอง ได้นำพวกชาว ไทลื้อ มาตั้งถิ่นฐาน หรือที่อยู่อาศัย พร้อมกับ ประกอบอาชีพ ตามที่ถนัด และได้พากัน สร้างวัดขึ้นมา วัดหนึ่ง โดยตั้งชื่อวัดว่า " วัดมาง "

ต่อมาปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีรับสั่ง ให้เจ้า อนันตวรฤทธิ์เดชฯ เจ้าผู้ครอง นครน่านไปตีเมือง สิบสองปันนา เมืองเชียงรุ้งอีก ปรากฏว่า พอถึงเจ้าเมืองเชียงรุ้ง ยอมสวามิภักดิ์ แต่โดยดี และยังพบชาวไทลื้อ กลุ่มหนึ่ง ตกอยู่ภายใต้ อิทธิพลของจีนฮ่อ ซึ่งปกครอง ด้วยระบบ ทารุณโหดร้าย จึงได้ทรงช่วยเหลือ ไทลื้อเหล่านั้น ให้พ้นจากอิทธิพล อันเลวร้าย โดยการกวาดต้อน เข้ามาอยู่ที่บ้านเหงา อ.เทิง จ. เชียงราย

ครั้นถึง พ.ศ. 2413 พระเจ้าสุริยพงษ์ ผริตเดชฯ ได้สืบราชสมบัติ แห่งนครน่าน ได้มีเจ้าเมืองสิบสองปันนาชื่อ "พญาโพธิราช " พาชาวไทลื้อ อพยพหนีภัย สงครามเข้ามาอยู่ในเมืองเทิง ซึ่งบรรดาชาว ไทลื้อต่างเรียงเจ้าเมือง องค์นี้ว่า " พญานายฮ้อย "

ในปี พ.ศ. 2416 พระเจ้าสุริยพงษ์ ผริตเดชฯ ทรงวิตก และเกรงว่าชาวไทลื้อเหล่านี้ อาจพากันอพยพกลับไปอยู่ที่เดิมอีก จึงได้อพยพไปอยู่ ที่อำเภอเชียงม่วน จ.น่าน แต่พื้นที่ของ เมืองเชียงม่วน ไม่อุดมสมบูรณ์ ชาวไทลื้อ จึงเข้าไปขออนุญาต ย้ายที่อยู่อาศัยใหม่ จากเจ้าเมืองน่าน พระองค์ได้โปรด ให้หัวหน้าเผ่าไทลื้อ ออกไปสำรวจ หาสถานที่ตามแหล่งต่างๆ ในที่สุดก็ไปพบ ที่ราบกว้างใหญ่ พื้นดินอุดมสมบูรณ์ และมีแม่น้ำหย่วน แม่น้ำลาวไหลผ่าน เหมาะสมที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าไทลื้อสืบไปจึงกลับไปถวายรายงานและก็ ได้รับอนุญาตแล้วพากันอพยพเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งใหม่นั่นก็คือท้องที่ อำเภอเชียงคำในปัจจุบัน

ต่อมาปี พ.ศ. 2447
พวกไทลื้อ ได้พากันตั้งหมู่บ้าน ขึ้นอีกแห่งชื่อ " บ้านธาตุสบแวน " พร้อมกับได้พากัน แยกย้ายหรือ ขยายหมู่บ้านออก ไปตั้งถิ่นฐาน อยู่ในเขตเมือง เชียงคำอีก เป็นจำนวน หลายหมู่บ้าน เช่น บ้านทุ่งมอก บ้านเชียงบาน บ้านหล้า บ้านหนองลื้อ บ้านแพด บ้านหนองเลา บ้านธาตุ ฯลฯ ชาวไทลื้อ ได้พากันตั้งหมู่บ้าน เป็นหลักแหล่ง มาจนทุกวันนี้

ชาวไท ลื้อ ยึดอาชีพ การเกษตรเป็นหลัก มีการปลูกพืช ผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์เช่น วัว ควาย หมู เป็ด และไก่ ไว้ใช้งาน หรือประกอบ อาหาร ในครัวเรือน โดยถือคติว่า " ไม่ซื้อ ไม่ขาย เก็บไว้กิน และ แบ่งปันพี่น้อง "

ชาว ไทลื้อ ต่างนับถือ พุทธศาสนา ดังจะเห็นได้ จากการสร้างวัด ที่มีศิลปะแบบ ของไทลื้อล้วนๆ และแบบศิลปะ ไทลื้อผสมพม่า ซึ่งในท้องที่ อ. เชียงคำ มีอยู่หลายวัด เช่น วัดหย่วน วัดมาง และวัดนันตาราม ความเชื่อถือ ของบรรพบุรุษก็คือ นับถือเทพยดา อารักษ์ ผีสาง จะเห็นได้ จากการที่มีการใหว้ผี ประจำปีของ แต่ละหมู่บ้าน ซึ่งจะมีขึ้น เป็นประจำ

ผี ที่ชาวไทลื้อ นับถือมี 3 จำพวก ได้แก่ ผีบรรพบุรุษ ผีบ้าน และพระ (ผี) เสื้อเมือง เพราะชาวไทลื้อ เชื่อว่า เหตุการณ์ภายใน อาคารบ้านเรือน เป็นหน้าที่ ของผีบ้านผีเรือน ที่ต้องดูแล คุ้มครอง ส่วนการนับถือ ผีบรรพบุรุษ อย่างมั่นคง จะช่วยให้เกิด สวัสดิมงคล อยู่ดีมีสุข ทำมาค้าขึ้น สำหรับพระ (ผี) เสื้อเมือง จะคอยรักษา เหตุการณ์บ้านเมือง ให้อยู่ในความสงบ โดยปราศจาก เหตุร้ายต่างๆ
สมัยก่อน ชาวไทลื้อไม่นิยม นำพระพุทธรูป ไว้สักการบูชาในบ้าน โดยให้เหตุผลว่า พระพุทธรูป เป็นของสูง ที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ ควรจะนำไป ประดิษฐานในโบสถ์หรือวิหาร ไม่เหมาะสมที่จะนำมาเก็บรักษาในบ้านซึ่งเหมือนจะเป็นการลบหลู่ดูหมิ่น

ชาว ไทลื้อ ถือคติว่า ในโลกนี้ ไม่มีใคร ช่วยเขาได้ นอกจาก ดวงวิญญาณ ของผีปู่ย่า ตายายของเขา เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทุกบ้านจึงมี หิ้งบูชาบรรพบุรุษ ที่จัดไว้ ในห้องเป็นพิเศษ ส่วนการนับถือ ผีบ้านผีเรือน และพระ (ผี) เสื้อเมือง ชาวไทลื้อ จะมีความเชื่อมั่น อย่างจริงจัง เวลาเคราะห์หามยามร้ายอะไรขึ้น มาก็มักกล่าวหาว่า ผีบ้าน ทำเอาบ้าง พระ(ผี) เสื้อเมือง ลงโทษเอาบ้าง สุดแต่จะยก เหตุผลมาอ้าง ไปต่างๆ นานา เช่น หากออกไป นอกบ้านกลับมา มีอาการผิดปกติ หนาวจับไข้ขึ้นก็หาว่า ผีตายโหง ทำเอาโทษบ้าง พระ(ผี)เสื้อเมือง ทำอันตรายเอาบ้าง แม้แพทย์แผน ปัจจุบันรักษาไม่หาย ยังมีอาการ แบบสามวันดี สี่วันไข้เจ้าของบ้าน จะทำพิธี "สะเดาะเคราะห์" หรือที่เรียกตามภาษา พื้นบ้านว่า "กรรมเฮือน"

สำหรับ พิธีกรรม เลี้ยงพระ (ผี) เสื้อเมือง จะร่วมใจกัน จัดเป็นงานใหญ่ โดยจัดกัน เป็น 3 ปี ต่อหนึ่งครั้ง คือ เริ่มต้นในฤดู เก็บเกี่ยวในปีแรก จนครบ 3 ปี ตามปฏิทิน หรือฤดูกาล ทำนาครั้งที่ 4 ชาวไทลื้อ เรียกพิธีนี้ว่า 3 ปี 4 งวง (รวง) ข้าว เวลาทำพิธี เลี้ยงพระเสื้อเมือง เขาห้ามคนใน ออกไปที่อื่น คนนอกเข้ามา ในหมู่บ้าน มีการแสดง เขตกำหนด บริเวณหมู่บ้าน โดยการทำเฉลว (ตาเหลว) ที่สานด้วยไม้ไผ่ ไปผูกติดไว้ ที่ประตูชั่วคราว ตรงปากทาง เป็นเครื่องหมาย พร้อมกับมี หนังสือกำชับ หรือมีคนคอยป่าว ประกาศห้าม พอคนต่างถิ่น มาเห็นเข้าก็ต้อง เดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพราะถ้าขืนล่วงล้ำเข้าไป ในหมู่บ้าน ในขณะที่ชาวบ้าน กำลังกระทำพิธี เลี้ยงผีประจำหมู่บ้าน บุคคลนั้น จะถูกปรับไหม แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งชาวไทลื้อ ทุกคนยินดีที่จะ ปฏิบัติตาม มิฉะนั้นจะถูกประณาม อย่างเสียหาย

พิธีกรรมเลี้ยงผี เริ่มทำกันตั้งแต่ ตอนเช้าตรู่เป็นต้นไป ซึ่งเป็นที่รู้จัก กันว่า ถ้ามีการเลี้ยงผี กำนันผู้ใหญ่ และชาวบ้าน ทุกหลังคาเรือน จะต้องนำไก่มีชีวิต มารวมกันที่บ้าน ของหมอผีประจำหมู่บ้าน โดยหมอผีเป็นผู้กระทำพิธีทางไสยศาสตร์ไปด้วย

เรื่องการนำไก่ มีชีวิตไปรวมกัน ถือเป็นข้อปฏิบัติ ที่ทุกบ้านจะขาด เสียมิได้ ถ้าเวลานั้น เจ้าของบ้าน ที่เป็นผู้ชายไม่อยู่ อาจมีกิจธุระ ต้องออกไป ทำงานนอกบ้าน ผู้เป็นภรรยา จะต้องให้คนนำ ไก่ไปที่บ้านหมอผี แต่ตัวของนางจะไม่ไป เองเด็ดขาด เหตุผลก็คือ ผู้หญิงเป็นเพศ ที่ขวัญอ่อน มักตื่นตระหนกใจง่าย เวลาที่เห็นการฆ่าสัตว์ หรือบางทีผู้หญิง หน้าตาสวย เข้าไปในงานพิธี พระ (ผี) เสื้อเมือง อาจถูกใจ เอาไปเป็นเมีย ที่เมืองผีก็ได้ ดังนั้นในงานพิธี เลยมีเฉพาะ ผู้ชายเท่านั้น เมื่อเจ้าของ บ้านที่เป็นผู้ชาย ทุกคนอุ้มไก่ คนละตัวไป บ้านหมอผี จนได้ไก่ครบตาม จำนวนครอบครัว ขั้นตอนการ ปฏิบัติต่อมา เขาจะเชิญ หมอผีประจำหมู่บ้าน มาทำพิธี ใครที่เอาไก่ ไปก็ลงมือ เชือดคอไก่ ด้วยตนเอง แบบของใครของมัน

ส่วนอีกพวกหนึ่ง ก็จุดไฟต้มน้ำร้อน ไว้ลวกไก่ หลังจากถอนขน เสร็จก็เอาใส่รวมกัน ในกระทะใบใหญ่ ต้มให้สุก จากนั้นเอาไก่ เพียงตัวเดียว ใส่พานไม้ พร้อมกับข้าว เหนียวนึ่ง 1 จาน เทียนสีผึ้ง และสุรา 1 จอก (ประมาณ 100 ซีซี.) โดยหมอผี ประจำหมู่บ้าน จะถือไปด้วยตนเอง เพื่อเปิกการเจรจา กับพระเสื้อเมือง หรือเทพารักษ์ ประจำหมู่บ้าน

หลังจากที่ทุกอย่างพร้อมแล้ว บรรดาผู้ชาย ต่างพากัน นั่งยองๆ ด้วยอาการ สงบนิ่ง อยู่ในบริเวณนั้น โดยหมอผี ประจำหมู่บ้าน จะเปล่งเสียง สาธยายมนต์ ตามตำราอย่างชัดเจนว่า

" ปีนี้ก็ควบไคว่ เติงเวลาแล้ว หมู่จุมจาวบ้าน ตังหลายตังมวล ได้ร่ำเปิงหา ปู่เจ้าเสื้อบ้าน จึงมาร่ำรี้ร่ำไร สูมาคารวะปู่เจ้า เสื้อบ้าน ขออาราธนา ปู่เจ้าได้รับของกิน ของทาน ดังนี้แล้วขอปู่เจ้า เสื้อบ้านจุงได้โผด กรุณาให้ ลูกให้หลาน เหลนหลีกลี้ ได้อยู่ดีมีสุข ผู้ทุกคนฮอด ไปเติงหมู หมา เป็ด ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย หื้ออย่าได้มี ภัยพยาธิ์มา เติงโดยแล " ต่อจากนั้น ก็ยกไก่ และสุรา ไว้บนหอ ให้เวลาประมาณ 15 นาที คาดคะเนว่า ปู่เสื้อบ้าน ได้รับของเช่นสังเวย เรียบร้อยแล้ว ก็จะเอาไก่ต้ม ตัวดังกล่าว ลงจากหอปู่เสื้อบ้าน ไปรวมกับไก่ต้ม ตัวอื่นๆ ก่อนที่จะลงมือ ฉีกเนื้อไก่จิ้ม น้ำปลากินกัน อย่างเอร็ดอร่อย พร้อมแกล้มกับสุรา ที่เตรียมเอามา ล่วงหน้า

บรรดาอาหารต่างๆ ห้ามนำเอากลับบ้าน เหลืออะไร ก็ให้เอาไว้ที่ใต้ ต้นไม้ฮุง (ต้นไทร) ใหญ่หน้าศาล ปู่เสื้อบ้าน ทั้งหมด ดังคำกล่าวที่ว่า กราบพระได้บุญ เลี้ยงผีคนได้กินอิ่มท้อง ในวันนั้น เป็นวันหยุดงานทุกชนิด คนในหมู่บ้าน ทั้งหมดจะห้าม ออกนอกบ้านไป ทางหนึ่งทางใด เด็ดขาด ต้องอยู่ในหมู่บ้าน ตลอดเวลา ถ้าใครที่เดินทาง ออกไปจากบ้าน ชาวบ้านจะถือว่า ละเมิดประเพณี แสดงว่าเป็นตัว "อุบาทว์" หรือ "ขึด" ประจำหมู่บ้าน ไม่มีผู้ใด อยากคบหา สมาคมด้วย พิธีกรรม เมืองหรือ การบูชา เทพาอารักษ์ ของแต่ละเมือง มีขนบธรรมเนียม ที่แตกต่างกันไป คนละแบบไม่ เหมือนกัน ตลอดจน การจัดพิธีกรรม ก็ไม่ตรงกัน เพราะบางเมือง จะมีพระเสื้อ เมืองไม่เท่ากัน บางเมืองมีเพียง 3 - 4 คน แต่บางเมือง มีมากถึง 20 - 30 คน ทำให้ต้องเลี้ยง กันนานถึง 3 วันติดต่อกัน และจะจัดเพียง 3 ปีต่อครั้ง เรียกว่า " 3ปี 4 งวง (รวง ) ข้าว " ในพิธี 3 ปี 4 รวงข้าวนั้น มีการสนุกรื่นเริง เฮฮาตามประสา ชาวชนบท มีการละเล่น และเสียง มโหรีปี่ซอ บรรเลงกันเต็มที่ ตลอดจนมี อาหารการกิน ทุกอย่างเลี้ยงกันเต็มที่

สัมผัสวิถีชีวิตไทลื้อ อ.เชียง คำ จ.พะเยา ชาวไทลื้อในอำเภอเชียงคำมีวิถีการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายส่วนใหญ่จะตั้ง บ้านเรือนเป็นกลุ่มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านไทลื้อคือจะมีบ่อน้ำไว้ประจำแต่ละบ้านนอกจากนั้น ก็ยังมีการปลูกพืชผักสวนครัวอยู่ในบริเวณบ้านด้วย โดยปกติแล้วชาวไทลื้อจะประกอบอาชีพทำไร่นา หลังจากหมดสิ้นฤดูทำนาแล้วผู้หญิงไทลื้อก็จะพากันจับกลุ่มทอผ้าซึ่งผ้าทอไท ลื้อนั้นถือว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นสวยงามไม่แพ้ผ้าทอจากที่อื่น

หมู่ บ้านชาวไทลื้อในอำเภอเชียงคำ มีอยู่ 26 หมู่บ้าน เมื่อกล่าวถึงเชื้อสายบรรพบุรุษของไทลื้อเฉพาะในอำเภอเชียงคำ สันนิฐานว่าน่าจะสืบเชื้อสายมาจากกลุ่มเมืองพง เมืองมาง เมืองหย่วน เมืองบาน เมืองแพด และเมืองล้า ในแค้วนสิบสองพันนา โดยดูได้จากชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นตามชื่อเมืองเดิม

พะเยาเป็น จังหวัดหนึ่งที่มีชุมชนไทลื้อตั้งบ้านเรือนอยู่อย่างหนาแน่นใน อ.เชียงคำ และที่ ต.ฝายกวาง ต.น้ำแวน ต.เชียงบาน ต.ภูซาง ต.เวียงชุม เป็นต้น ทางอำเภอเชียงคำได้จัดตั้งเป็นศูนย์แสดงผลงานทางศิลปะวัฒนธรรม และฝึกอาชีพของชาวไทลื้อ ใกล้ ๆ กับศูนย์ทอผ้าไทลื้อจะเป็นศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ ในชีวิตประจำของไทลื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อไทลื้อเก่าอายุนับร้อยปี อุปกรณ์เครื่องมือในการจับสัตว์ นอกจากนี้ยังมีการจำลองห้องต่าง ๆ ของชาวไทลื้อ เช่นห้องนอน ห้องครัว เป็นต้น


005
วัดพระธาตุดอยคำ ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

คำขวัญของ ตำบลร่มเย็น

บ้านเล็กในป่าใหญ่
ท่องไพรชมถ้ำ
ไหว้สาพระธาตุดอยคำ
เด่นงามล้ำภูอานม้า
พืชสวนเกษตรเขียวงามตา
ล้ำเลอค่าแหล่งรวมวัฒนธรรม



3. ในส่วนที่สามนี้ ถือได้ว่าเป็นประวัติหรือตำนานที่อยู่ใกล้เคียงกับชุมชนหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ของเรามาก
ที่สุด เนื่องด้วยมีบรรพบุรุษของชาวบ้านเกษตรสมบูรณ์ของเรา เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย และตำนานนี้ ที่เขียนขึ้นมาโดย
คุณชัยวัฒน์ จันธิมา ซึ่งได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ ในบทความดังกล่าวได้กล่าวได้ดังนี้





ด้วย ความสมบูรณ์ของชีวิตและความผูกพันต่อสายน้ำและป่าไม้ ชุมชนบ้านคุ้ม ได้รวมตัวกันรักษาประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การเลี้ยงผีขุนน้ำและบวชป่าสืบชะตาต้นไม้ประจำทุกปี และที่โดดเด่นคือ การฟังเทศน์กลางแม่น้ำ หรือพระธรรมเทศนาพื้นเมืองเรื่องมัจฉาพระยาปลาช่อน ซึ่งริเริ่มโดยพระครูขันติวชิรธรรม เจ้าคณะตำบลร่มเย็น (ปัจจุบันเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเชียงคำ) อันเป็นธรรมเทศนาขอฟ้าฝนตามคติโบราณที่ถือว่าใช้เทศน์ให้เกิดฝนตกต้องตามฤดู กาล

อดีตกาลผ่านมากว่า 700 ปี เมืองเชียงคำ หรือเมืองชะราว หรือเมืองพุทธรส มีผู้ปกครองเมืองนับตั้งแต่พญาคำแดงเป็นต้นมา เล่าสืบกันว่าเมืองแห่งนี้ คือ ชุมชนบ้านคุ้ม บ้านสบสา บ้านหนอง บ้านร้อง บ้านโจ้โก้ (ความเห็นจากผู้เรียบเรียง จากคำบอกเล่าของปราชญ์ชาวบ้าน พ่ออุ้ยแม่อุ้ย ที่ได้อยู่ทันเห็นเหตุการณ์และเคยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นแล้วได้พากันอพยพ ถิ่นฐานบ้านเรือน จากหมู่บ้านต่างๆเหล่านั้น ได้เล่าให้ฟังถึงว่า ในอดีตนั้น ยังมีหมู่บ้านอีกหลายหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงในเขตตำบลร่มเย็น เช่น บ้านแขม บ้านก๊อด บ้านดงโค้ง บ้านทุ่งเก้าพร้าว บ้านหัวนาเต๊อะ บ้านบน บ้านร่องดินแดง บ้านปางงัว เป็นต้น ซึ่งหลายๆหมู่บ้านดังกล่าวในปัจจุบันไม่หลงเหลือให้เห็นเป็นสภาพหมู่บ้าน แล้ว เนื่องจากได้กลายเป็นทุ่งท้องนาไปเสียหมดสิ้น คงเหลือไว้ให้เห็นแต่สภาพอิฐดินเผาเก่าๆ บ้างที่ฝังอยู่ใต้ดิน เวลาชาวบ้านทำไร่ทำนา ก็ขุดพบเจอเป็นจำนวนมาก บางทีก็ขุดค้นพบข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกฝังไว้เป็นจำนวนหลายชิ้นด้วยกัน) ในเขตตำบลร่มเย็น ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาในปัจจุบันนี้เอง

ในตำนานที่อ้างถึงเมืองพุทธรสแห่งนี้ ตำนานพระธาตุดอยคำ ตำนานวัดพระนั่งดิน ตำนานสิงหนวัตร และตำนานพระธาตุสบแวน ได้ลำดับเรื่องราวของการสร้างบ้านแปงเมือง โดยผู้ปกครองเมือง ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองสืบทอดกันมายาวนาน และแม้บางช่วงบางเหตุการณ์เช่นกัน ที่มีผู้ปกครองเมืองใจชั่วหยาบช้ากดขี่ประชาราษฎร จึงถูกฟ้าดินลงโทษทัณฑ์ แต่เมืองเชียงคำก็สงบสุขร่มเย็นและผ่านพ้นวิกฤตการณ์อันเลวร้ายเหล่านั้นมา ได้ตราบเท่าทุกวันนี้


006
ภาพวาดตำนานการพบทองคำที่พระธาตุดอยคำ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

จากผู้เรียบเรียง "ตาม ตำนานเรื่องเล่า การพบแร่ทองคำระหว่างลำห้วย พ่ออุ้ยแม่อุ้ยได้เล่าเรื่องปรัมปรา ให้ฟังว่า ตะก่อนเคยมีแร่ทองคำไหลออกจากลำห้วย แล้วมีแม่หม้ายยากจนเป็นคนไปพบสายแร่ทองทองนี้เป็นคนแรก นางก็ได้เก็บเรื่องราวนี้ไว้เป็นความลับอยู่นาน เพราะนางถึงแม้จะเป็นคนยากจน แต่นางเป็นคนมีจิตใจที่มีคุณธรรมไม่โลภมาก บ้างก็เล่าว่า เพราะเทวดาสงสารนาง เลยเนรมิตให้นางพบกับแร่ทองคำนี้ เมื่อนางพบทองเป็นลักษณะนี้ นางก็ได้ใช้มีดทำการขูดเอาวันละเล็กละน้อยพอหลายวันเข้าก็ได้เยอะขึ้นแล้วนำ ไปขาย ทำให้ครอบครัวของนางมีฐานะดีขึ้น ชาวบ้านก็พากันแปลกใจ ไปถามนาง นางคนนี้ก็ไม่ตอบอะไร จนมีคอยแอบสังเกตและแอบตามนางไปที่นางไปหาของป่า จนไปเจอเข้ากับแร่ทองเหมือนกับทองแท่งที่ขวางเหมือนสะพานข้ามลำห้วย ก็พากันแตกตื่นไปทั่วเมือง เรื่องเลยไปถึงพระกรรณของผู้ปกครองเมืองสมัยนั้น ทำให้มีแต่ผู้คนมีความโลภ และผู้ปกครองเมืองสมัยนั้น ก็ได้สั่งให้คนรับใช้และทหาร จะพากันไปตัดทองนั้น เพื่อที่จะได้เยอะ โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเลื่อย ขวาน มีด จอบ เมื่อมีความโลภ จิตไม่มีคุณธรรมดังนั้น อาจจะเพราะสิ่งศักดิ์หรือเทวดาที่คอยปกปักรักษาทองคำนี้ไว้ เมื่อมีคนใช้ขวานและเลื่อยตัดให้ขาด ปรากฎว่า ทองคำก็ขาดออกจากกันและได้ไหลเข้าไปในภูเขาเสียทั้งหมด ทำให้ไม่มีใครได้ทองคำนั้นอีกเลย พยามขุดหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอยแห่งนี้ก็เลยได้ชื่อว่าดอยคำ ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่ามากมาย เช่น ตำนานการสร้างพระธาตุ ที่มีการขนทองคำบรรทุกบนหลังม้ามาเพื่อที่จะสร้างเจดีย์ เป็นต้น หากมีเวลาผู้เขียนจะได้นำไปลงไว้ที่เว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org นะครับ ท.ทิวเทือกเขา"

ใน ปัจจุบันแม้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และร่องรอยของตำนานที่เล่าขานสืบกันมาจะทรุดพังและถูกทำลายลงตามเหตุแห่ง สมัย แต่สิ่งที่ปรากฏเป็นความสง่างามเหนือชุมชนแห่งนี้ คงยังมีให้ลูกหลานมองเห็นอยู่บ้าง อาทิ พระธาตุดอยคำ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวเชียงคำทุกคน

อย่าง ไรก็ตามจากคำบอกเล่าของพ่ออุ้ยแม่อุ้ยและพระสงฆ์ในชุมชนแห่งนี้ หลายท่านระบุว่า ก่อนที่จะมาเป็นชุมชนบ้านคุ้ม-บ้านสบสานั้น ชุมชนดั้งเดิมตั้งอยู่บริเวณป่าเหนือหมู่บ้านขึ้นไปอีกราว 2-3 กิโลเมตร ที่เรียกว่า "ป่าห้วยน้ำสา" โดยบริเวณดังกล่าวพบซากอิฐเก่าของวัดร้างและเศษพระพุทธรูปจำนวนมาก เท่าที่ปรากฏให้เห็น ได้แก่ วัดพระธาตุทุ่งสา อยู่บริเวณป่าห้วยน้ำสา จากปากคำของพ่ออุ้ยแม่อุ้ยเล่าว่า ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา จะมีแสงคล้ายดวงแก้วลอยขึ้นมาในบริเวณพระธาตุนั้น แล้วค่อย ๆ เคลื่อนมาวนเวียนที่พระธาตุดอยคำ จากนั้นก็ลอยมาที่วัดคุ้ม ลอยต่อไปยังวัดพระนั่งดิน และกลับมาเช่นเดิม เป็นอย่างนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว นอกจากนี้ในบริเวณนั้น ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงประหลาดคล้ายเสียงฆ้อง เสียงกลองตีดังสนุกสนานเหมือนงานวัดอยู่บ่อย ๆ เช่นกัน วัดโป่งหนองขอน อยู่บริเวณไม่ห่างไกลจากวัดพระธาตุทุ่งสานัก ตามคำบอกเล่าได้ระบุว่ามี "บ่อจืน" (บ่อตะกั่ว) ในบริเวณนั้นด้วย ที่แห่งนั้นจะเป็นที่ถลุงเงิน ถลุงทองคำในอดีต ซึ่งตำนานได้กล่าวถึงสายแร่ทองคำในเขตนี้ด้วย ต่อมาชาวบ้านได้ถมบ่อนี้เพราะวัวควายมักจะตกลงไป

วัด ห้วยถ้ำอยู่บริเวณห้วยถ้ำหรือ "ดอยโปด" (ภูเขาถล่ม) ที่แห่งนี้เล่าว่า มีถ้ำที่เก็บพระพุทธรูปและวัตถุโบราณหลายอย่างในช่วงสงครามพม่า (ประมาณ พ.ศ. 2101) แต่ต่อมาน้ำได้เซาะดินเกิดถล่มปิดถ้ำไว้ หลายปีต่อมามีชาวบ้านรุ่นหลังไปขุดค้นและขโมยพระพุทธรูปออกมาได้จำนวนไม่ นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบพระพุทธรูปออกมาได้จำนวนไม่น้อย บางส่วนก็เก็บรักษาบูชาที่วัดคุ้ม

นอก จากนี้ยังมีการขุดค้นพบพระพุทธรูปและข้าวของเครื่องใช้ในสมัยโบราณได้ที่ บริเวณ "วังกว๊าน" ปัจจุบันเป็นที่สวนและไร่นาของชาวบ้านไปแล้ว เล่ากันว่า เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน "พ่ออุ๊ยหม่องคำ" ได้พบพระพุทธรูปทองจำนวนมากในบริเวณนี้โดยบังเอิญ ชาวบ้านแห่ไปขุด แต่ปรากฏว่ามีแต่ผงขี้เถ้า

007
พระครูขันติวชิรธรรม “ตุ๊ลุงเพชร” ปราชญ์พระสงฆ์ รองเจ้าคณะอำเภอเชียงคำ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

พระครูขันติวชิรธรรม ปราชญ์พระสงฆ์ เจ้าคณะตำบลร่มเย็น เล่าให้ฟังว่า นอกจากพุทธสถานต่าง ๆ แล้ว บริเวณนี้ยังปรากฏร่องรอยของการทำการเกษตรของชุมชนดั้งเดิมด้วย คาดว่าจะเป็นการทำนา เพราะปรากฏมีคันนาบางแห่งซึ่งขณะนี้ได้ฟื้นเป็นป่าไปหมดแล้ว พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยหลายคนเล่าว่า บริเวณป่าห้วยสา ยังมีบริเวณที่เรียนกว่า "ทุ่งทัพ" อันเป็นที่พักของกองทัพที่มาตั้งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยปรากฏมีร่องน้ำหนึ่งชื่อ "ร่องขี้ม้า" แสดงว่าอาจจะมีกองทหารม้ามาตั้งอยู่ที่นี่ด้วย นอกจากนั้นยังมีทุ่งเลี้ยงสัตว์ และแหล่งน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า "กอดสองห้อง" และ"กอดป่าครั่ง"

พ่อ อุ้ยแม่อุ้ยหลายท่านช่วยกันวิเคราะห์ว่า การโยกย้ายวัดและชุมชนจากป่าห้วยสา ลงมาสู่บ้านคุ้มนั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากการถูกรบกวนไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง อาจจะเป็นไชยภูมิในการรบหนึ่ง เนื่องจากบริเวณบ้านคุ้มมีสาขาน้ำยวนและร่องลำห้วยมากมาย เหมาะจะเป็นคูป้องกันข้าศึกได้ หรืออาจจะเป็นเพราะสมัยก่อนมีสิงสาราสัตว์มากชอบออกมารบกวนสัตว์เลี้ยงของ ชาวบ้านหนึ่ง หรืออาจจะเพราะมีพื้นราบมาก มีพื้นที่ชุ่มน้ำ "หนอง" ได้รับน้ำจากหลายสาย ฯลฯ

หลัง จากนั้นหนองและร่องน้ำบางสายก็ตื้นเขิน จึงมีการขยายชุมชนและมีราษฎรจากที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะจากจังหวัดน่านอพยพมาตั้งถิ่นฐานเพิ่มเติมอีก ชุมชนบ้านคุ้มและบ้านสบสาก็ขยายเป็นบ้านหนอง บ้านร้อง บ้านโจ้โก้ ฯลฯ

ใน ส่วนชุมชนเก่าแก่ที่ปล่อยรกร้างว่างเปล่านั้น ก็กลับฟื้นเป็นป่าที่สมบูรณ์ กลายเป็นป่าใช้สอยหรือป่าชุมชนของชาวบ้าน แต่ในช่วงปี 2505 รัฐบาลกลับเปิดให้เอกชนสัมปทานป่าบริเวณนี้ ทำให้ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ตะเคียนถูกโค่นล้มลงไปจำนวนมาก นายทุนได้ใช้ช้างลากติดต่อกันหลายปี จนมีชื่อบริเวณหนึ่งว่า "ปางช้าง"

อย่าง ไรก็ตามประมาณช่วงปี พ.ศ. 2512 พ่อหลวงหวัน จอมนาสวน ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านคุ้ม จึงประกาศให้ป่าห้วยสาเป็นเขตอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ห้ามมีการตัดไม้ทำลายป่าจากบุคคลภายนอกอย่างเด็ดขาด อนุญาตให้แต่เพียงคนในชุมชนที่ต้องการสร้างบ้านเท่านั้น แต่ก็ถูกท้าทายจากภายนอกบ้าง

สืบ ต่อกันเรื่อยมาจนถึงสมัยที่นายเจริญ แจ้งสว่าง ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านประมาณปี 2533 ได้มีการตั้งกฎระเบียบป่าห้วยสาอย่างเข้มงวดอีกครั้ง มีการตั้งคณะกรรมการและลงโทษอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ได้เชิญหน่วยงานราชการป่าไม้เข้าร่วมดำเนินงานด้วย จนทำให้ป่าผืนนี้สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของอำเภอเชียงคำด้านตะวันออก

สำหรับ ป่าต้นน้ำห้วยสานี้ประกอบด้วยลำห้วยกว่า 10 สาขา ได้แก่ ห้วยถ้ำ ห้วยหวายฝาด ห้วยต้นหล้อง ห้วยแคแดง ห้วยครูบา ห้วยคาวตอง ห้วยน้ำบง ฯลฯ ไหลรวมกันเป็นห้วยน้ำสายาวประมาณ 30 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่การเกษตรกว่าหมื่นไร่ ในสองตำบลได้แก่ ตำบลร่มเย็นและตำบลเจดีย์ อันเป็นพื้นที่ผลิตข้าว ข้าวโพด หอมแดง สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ประชาชน ทั้งนี้น้ำสานั้นมีไหลตลอดทั้งปีทำให้ทำการเพราะปลูกพืชได้ทุกฤดู

ด้วย ความสมบูรณ์ของชีวิต และความผูกพันต่อสายน้ำและป่าไม้ ชุมชนบ้านคุ้มได้รวมตัวกันรักษาประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่นการเลี้ยงผีขุนน้ำและบวชป่าสืบชะตาต้นไม้ประจำทุกปี และที่โดดเด่นคือการฟังเทศน์กลางแม่น้ำ หรือพระธรรมเทศนาพื้นเมืองเรื่องมัจฉาพระยาปลาช่อน ซึ่งริเริ่มโดยพระครูขันติวชิรธรรม เจ้าคณะตำบลร่มเย็น อันเป็นธรรมเทศนาขอฟ้าฝนตามคติโบราณที่ถือว่าใช้เทศน์ให้เกิดฝนตกต้องตามฤดู กาล

เรื่อง พระยาปลาช่อนนี้ มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ณ ดินแดนแห่งหนึ่งได้เกิดความแห้งแล้งทุกข์เข็ญยิ่งนัก แม่น้ำแห้งขอดจนกาและแร้งสามารถบินลงมาจิกกินกุ้ง หอย ปู ปลาในหนองได้ นอกจากนี้ข้าวกล้าไร่นาผู้คนก็แห้งตายไม่มีเหลือ พระยาปลาช่อนผู้มีใจกุศล อันก็คือพระโพธิสัตว์ ก็ได้แสดงปาฏิหาริย์บังเกิดให้มีฝนฟ้าตกลงมาโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงการสั่งสอนให้มนุษย์มีใจรักในหมู่ญาติพี่น้องของตน เมื่อญาติพี่น้องมีทุกข์ตนเองก็จะต้องช่วยเหลือเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน

ธรรม เทศนาปลาช่อนบทนี้อาจจะสอนใจคนในยุคสมัยปัจจุบันได้ดี หากทุกคนช่วยกันรักษาป่า รักษาแม่น้ำลำธาร ไม่ตัดไม้ทำลายแม่น้ำเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวคนเดียว ซึ่งถ้ารักษาป่าก็หมายถึงการเกื้อกูลญาติพี่น้องนั่นเอง ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ เมืองของเราก็มั่นคงถาวร ปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่เมืองเชียงคำน่าจะพิสูจน์ให้เราประจักษ์ได้ไม่มากก็น้อย

หาก มีข้อผิดพลาดประการใด ที่เกี่ยวกับข้อมูลและรูปภาพ กระผมขอน้อมรับคำแนะนำติชมได้ตลอดเวลา ภาพและข้อมูลต่างๆ หากใครมีเพิ่มเติมก็ส่งให้ผมได้นะครับ ผมก็รวบรวมได้ตามที่พอจะหาได้ ซึ่งก็มีให้ชมมากมายในเว็ปไซต์ www.kasetsomboon.org นะครับ ท่านสามารถรับชมภาพและข้อมูลต่างๆของทางเว็ปไซต์ของได้โดยคลิ๊กไปที่หัวข้อ หรือ เรื่องราวต่างๆในหน้าเว็ปไซต์ของเราได้เลยครับ หรือจะเลือกรับชมวีดีโอต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์และวัดของ เรา ก็ขอเพียงท่านพิมพ์คำว่า วัดเกษตรสมบูรณ์ ในเว็ปไซต์ http://www.youtube.com ท่านก็จะสามารถรับชมวีดีโอต่างๆได้ ซึ่งมีอยู่จำนวนเยอะแยะมากมายหลายร้อยหลายพันวีดีโอ หรือ หากท่านจะเข้ารับชมในเว็ปไซต์ผ่านทางเฟรชบุ๊คที่ เว็บไซต์ รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ หรือของ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา ขอบกราบขอบพระคุณครับ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ของเราก่อนนะครับ คลิ๊กอ่านได้เลย


บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2
12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3
13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4
14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5
15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6
16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7
17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8
18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book






ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา


ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้
โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ติดตามโครงสร้างอ่างฯ สำนักข่าว
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3




ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1




หาก ท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้ ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้
1. ทาง Face Book ส่วนตัว นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา 5. อีเมลล์ ส่วนตัว อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
2. ทาง Face Book หมู่บ้าน รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ 6. อีเมลล์ หมู่บ้าน อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
3. ทาง Face Book เพื่อนๆ
Kasetsomboon City 7. Skype kasetsomboon999
4. ทาง MSN อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน 8. Line Dan


ท่านสามารถอ่านบทความและเนื้อหาต่างๆของเว็ปไซต์นี้ ผ่านหัวข้อต่างๆดังนี้

ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ
1. บทนำ 8. บทความสำนึกรักบ้านเกิด 15. รวมลิงค์ต่างๆ
2. ข้อตกลงก่อนชม 9. บทความคติธรรมคำคม 16. เว็ปบอร์ด
3. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ 10. บทความวัฒนธรรมประเพณี 17. ติดต่อเรา
4. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ 11. รวมรูปภาพ 18. ฟังเพลงคำเมืองบ้านเฮา
5. บทความทั่วไป 12. ฟังวิทยุออนไลน์ 19. อ่านข่าวย้อนหลัง
6. บทความให้ความรู้ 13. ราคายางพาราวันนี้ 20. บันทึกการเดินทาง
7. บทความเกี่ยวกับศาสนา 14. แผนที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ 21. เกี่ยวกับผู้จัดทำ


ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

อย่า เพิ่งเบื่อกันก่อนนะครับ นี่แค่เป็นการเกริ่นเริ่มต้นของบทความ ยังมีต่ออีกเยอะ จะหาเวลามาพิมพ์ พร้อมอัพเดทภาพประกอบให้น่าสนใจ มีข้อแนะนำติชม หรือ ช่วยกันตรวจปรุ๊พ แล้วส่งไปที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน จักขอบพระคุณยิ่ง


เพื่อการพัฒนาปรับปรุงเว็ปไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ขอร้องให้ทุกท่านที่เข้ามารับชมเว็ปไซต์ของเรา ทำตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็ปเราด้วยนะครับ ใครที่ไม่เข้าใจกฎของเรา คลิ๊กไปอ่านที่นี่ได้นะครับ ข้อตกลงในการรับชมเว็ปไซต์ของเรา หรือ อ่านบทนำและวัตถุประสงค์ของการจัดทำเว็ปไซต์ ก่อนนะครับ


จากใจ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



* หมายเหตุ

วันเวลาเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ขอร้องคนบ้านเฮาใส่ใจ๋ ช่วยกั๋นดูแลฮักษาไว้ หื้อลูกหื้อหลาน ได้สืบสานตำนานฮีตฮอยบะเก่ามะเกื้อ (ใครมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ช่วยส่งเมล์ ไปบอกกันหน่อยนะครับ ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ยินดีตอบ และให้คำปรึกษาครับ ....ท.ทิวเทือกเขา
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 34.231.21.123
,
Now is: 2019-11-13 06:56
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์