ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

ประวัติวัดพระนั่งดิน เชียงคำ พะเยา

PDFพิมพ์อีเมล


003
พระเจ้านั่งดิน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงคำ
คลิ๊กที่ภาพข้างบน เพื่อดูข้อมูลและภาพเพิ่มเติม

เมืองเชียงคำมีชื่อเดิมว่า เวียงชะราว ตั้ง อยู่ในพื้นที่บ้านคุ้มหมู่ 6 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ พระยาผู้ปกครองเมืองได้สร้างพระธาตุไว้บนดอยนอกเมืองเพื่อล้างบาป ต่อมามีผู้พบแหล่งทองคำขนาดใหญ่ ในลำธารหลังดอย ดอยนั้นได้ชื่อว่า “ดอยคำ” พระธาตุบนดอยก็ชื่อว่า "พระธาตุดอยคำ" เมืองชะราวก็เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองเชียงคำ”

แต่ตำนานพระเจ้านั่งดิน พญาผู้สร้างเมืองชื่อว่า “พญาคำแดง” และเมืองนั้นชื่อ “พุทธรส” ประชาชนชาวเมืองมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้สร้างพระพุทธรูปมีนามว่า “พระเจ้านั่งดิน” พระพุทธเจ้าทำนายว่า สืบไปภายหน้าเมืองจะเจริญรุ่งเรือง และอุดมไปด้วยสินทรัพย์และจะได้ชื่อว่า
“เมืองเชียงคำ”

อีกตำนานหนึ่งที่กล่าวถึงวัดพระนั่งดินได้กล่าวไว้ดังนี้ วัดพระนั่งดิน Wat Phra Nang Din

เป็น วัดที่องค์พระประธานของวัดไม่มีฐานรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฏรสร้างฐานรองรับ เพื่ออัญเชิญพระประธารขึ้นประดิษฐานบนฐานรองรับ แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบเนื่องกันต่อมาว่า พระนั่งดิน ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธรูปนี้สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ดังนั้น พระเจ้านั่งดินน่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี ในการสร้างพระพุทธรูปนี้ ใช้เวลา 1 เดือน 7 วัน จึงเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จได้ประดิษฐานไว้บนพื้นราบ ไม่มีฐานชุกชีดังพระพุทธรูปอื่นๆทั่วไป

Unlike other temples the principal Buddha image here sits on the ground instead of a base. There used to be a public attempt to build a base for the image, but it turned out unsuccessful. The image was ever since called Phra Nang Din, which refers to an image sitting on the ground. Legend has it that the image was built in the time of the Lord Buddha; it was, therefore, believed to be over 2,500 years old.

ตาม ตำนานกล่าวว่า พระยาผู้ครองเมืองพุทธรสะได้ค้นพบประวัติ (ตำนาน) เมื่อนมจตุ จุลศักราช ๑๒๑๓ ปีระกาเดือน 6 แรม ๓ ค่ำ วันจันทร์ พระพุทธเจ้าได้เสด็จออกเมตตาสรรพสัตว์รอบโลกโดยทางอภินิหาร พอพระองค์เสด็จมาถึงเวียงพุทธสะ (อำเภอเชียงคำในปัจจุบัน) พระองค์ได้เสด็จประทับอยู่บนดอยสิงกุตตระ พระธาตุดอยคำปัจจุบัน ทรงแผ่เมตตาและประสาทพรตรัสสั่งพระยาคำแดงเจ้าเมืองพุทธรสะในขณะนั้น ให้สร้างรูปเหมือนของพระองค์ไว้ยังเมืองพุทธรสะนี้ พอสัพพัญญูเจ้าตรัสจบ ก็ปรากฏว่ามี พระยาอินทร์องค์หนึ่ง พระยานาคตนหนึ่ง พระฤระฤาษี ๒ ตน และพระอรหันต์ ๔ องค์ ช่วยกันเนรมิตเอาดินศักดิ์สิทธิ์จากเมืองลังกาทวีป มาสร้างพระรูปเหมือนของพระพุทธองค์ โดยใช้เวลาสร้างหนึ่งเดือนกับเจ็ดวันจึงแล้วเสร็จ

ครั้นเมื่อพระ พุทธองค์ ได้เสด็จไปรดสัตว์ทั่วถึงแล้ว จึงได้เสด็จเข้าสู่เมืองพุทธรสะอีกครั้งทรงเห็นรูปเหมือนที่ให้ทรงสร้างนั้น เล็กกว่าองค์ตถาคต จึงตรัสให้เอาดินมาเสริมให้ใหญ่เท่าพระองค์ แล้วพระสัพพัญญูเจ้าได้แผ่รัศมีออกครอบจักรวาล รูปปั้นจำลองจึงเลื่อนลงจากฐานชุกชี (แท่น) มากราบไว้พระสัพพัญญูเจ้า พระองค์ได้ตรัสเทศนากับรูปเหมือนที่ให้สร้างขึ้นนั้นว่า "ขอให้ท่านจงอยู่รักษาศาสนาของกูตถาคตให้ครบ ๕,๐๐๐ พระวรรษา" พระรูปเหมือนนั้นได้กราบน้อมรับเอาแล้วประดิษฐานอยู่บนผืนดินนั้น พระรูปเหมือนดังกล่าวคือองค์พระเจ้านั่งดินในปัจจุบันนี้เอง

เป็นที่น่า สังเกตว่า พระเจ้านั่งดินองค์นี้ ไม่ได้ประทับบนฐานชุกชี เหมือนกับพระพุทธรูปในอุโบสถวัดอื่นๆ มีผู้เฒ่าแก่เล่าว่า เคยมีชาวบ้านพากันสร้างฐานชุกชี แล้วอัญเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประทับ แต่มีเหตุปาฏิหาริย์เกิดฟ้าผ่านลงมาที่อุโบสถถึง ๓ ครั้ง พุทธบริษัททั้งหลายจึงอาราธนาลงมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิมตราบเท่าทุก วันนี้

ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศไทยจัดระบบการปกครองแผ่นดินส่วนภูมิภาคเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ครั้งนั้น อำเภอเชียงคำอยู่ในแขวงน้ำลาว (รวมพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายอยู่ด้วย) พื้นที่ในเขตการปกครองของจังหวัดน่าน โดยมี เจ้าสุริยวงศ์ ดำรงตำแหน่งข้าหลวงประจำแขวง ที่ว่าการแขวงตั้งอยู่ ณ วัดพระแก้ว บ้านเวียง ม.6 ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ ต่อมาทางราชการ ได้ยุบและปรับปรุงแขวงน้ำลาว โดยจัดเป็นบริเวณน่านเหนือ มีเขตการปกครองครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงคำ อำเภอปง จังหวัดพะเยา อำเภอเทิง และบางส่วนของอำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย

เมื่อ ปี พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวง ตำแหน่งเจ้าเมือง ตั้งเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้านเหมือนกันทั่วประเทศ จัดตั้งจังหวัดเชียงราย แขวงน้ำลาวถูกยุบและแยกเป็นเมืองเทิง และเมืองเชียงคำ เมืองเชียงคำมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับจังหวัดเชียงราย ตั้งพระยาพิศาลคีรี ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอเชียงคำเป็นคนแรก

เมื่อวัน ที่ 28 สิงหาคม 2520 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดพะเยาขึ้น แบ่งเขตการปกครองจากจังหวัดเชียงราย โดยโอนอำเภอพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเชียงคำ รวม 7 อำเภอ จัดตั้งเป็นจังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2539 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกา แบ่งพื้นที่อำเภอเชียงคำเป็น กิ่งอำเภอภูซาง ประกอบด้วย 5 ตำบล คือ ตำบลสบบง ตำบลภูซาง ตำบลเชียงแรง ตำบลทุ่งกล้วยและตำบลป่าสัก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2539

เมื่อ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกายกฐานะ กิ่งอำเภอภูซาง ขึ้นเป็น อำเภอภูซาง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2550
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 10
Your IP: 52.23.219.12
,
Now is: 2021-12-08 04:38
เรามี 39 บุคคลทั่วไป ออนไลน์