ผิดพลาด

พอเพียง

พิมพ์

พอเพียง | Self-Sufficiency

ผมเป็นคนชอบศึกษาชีวิตคน โดยเฉพาะคนที่ครั้งหนึ่ง  ผิดพลาด เคยล้มลุกคุกคลานมาก่อนแต่วันนี้ลุกขึ้นยืนใหม่ได้อย่างทรนงและยั่งยืน ในพจนานุกรมของคนเหล่านี้ ไม่เคยมีคำว่า "ยอมแพ้"หัวใจของคนเหล่านี้แข็งแกร่งดุจดังหินผากาลเวลา และอุปสรรคได้กลั่นกรอง "ประสบการณ์" จนตกผลึกเป็น "ภูมิปัญญา (Wisdom)" ที่ล้ำค่าต่อการเรียนรู้แต่การเรียนรู้ที่แท้จริง หาใช่การลอกเลียนแบบ เดินทางตามรอยเท้าเดิม แต่หมายถึงการศึกษาเพื่อปรับ เพื่อบิด และต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของตัวเองหากจะมีใครสักคนที่เราควรเรียนรู้ ลุงนิลคือบุคคลที่อยู่ในลิสต์ต้นๆของผมลุงนิล แห่งบ้านทอน-อม  จังหวัดชุมพร มีชื่อจริงว่าสมบูรณ์ ศรีสุบัติสำหรับใครหลายคน ลุงนิลเป็นเพียงชาวบ้านตัวเล็ก ยิ่งเป็นเกษตกรดัวยแล้ว ยิ่งไม่เห็นมีอะไรที่น่าสนใจแต่สำหรับผมแล้ว ลุงนิลถือเป็นปราชญ์ชาวบ้าน  เป็นนักคิด รู้แจ้งเห็นจริง จาก "ความเป็นจริง" มากกว่า "ความรู้ในตำรา"ครั้งหนึ่งลุงนิลเกือบฆ่าตัวตาย ยอมแพ้ เพราะ "กับดักความคิด" เฉกเช่นเดียวกับ "คน" จำนวนไม่น้อยของประเทศไทยที่ถูกตำราจากเมืองนอกสอนให้ "คิดแยกส่วน" เพื่อใช้เป็นช่องว่างในการหากิน ขายสินค้ายกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนบ้านเราทำเกษตรเชิงซ้อน บ้านหนึ่งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์หลายๆอย่างในพื้นที่เดียวกันพืช เล็กช่วยคลุมดิน ทำให้เกิดความชื้นในดิน ก่อเกิดปุ๋ยธรรมชาติ ทำให้ต้นไม้ใหญ่เจริญเติบโต กลับมาให้ร่มเงาแก่ต้นไม้เล็ก และช่วยเก็บน้ำในดิน มีน้ำพอเลี้ยงปลาเป็นวงจรที่เกื้อหนุน พึ่งพากันและกัน ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นความ "วิเศษ" ของระบบธรรมชาติคนในสมัยก่อนจึงไม่เดือดร้อน ขายอะไรไม่ได้ ในบ้านยังมีให้กินให้อยู่ตรงกันข้ามสมัยนี้ เราถูกเขาล้างสมอง ถ้าอยากร่ำรวย ต้องผลิตเยอะๆ ขายเยอะๆ จากที่เคยเป็นเกษตรเชิงซ้อน ก็เปลี่ยนเป็นเชิงเดี่ยว หันมาปลูกพืชชนิดเดียวระบบธรรมชาติที่เคยมีก็ถูกตัดตอน แยกส่วน ความอุดมสมบูรณ์ที่ธรรมชาติเคยมีให้ โดยไม่ต้องเสียเงิน เสียทอง ค่อยๆหายไปต้องซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่ ต้องเติมสารเคมีสารพัดชนิดเพื่อเร่งให้โต สิ่งแปลกปลอมที่ใส่เข้าไปในธรรมชาติ ยิ่งเร่งทำลายความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่เคยมีในที่สุดก็ต้องไปกู้หนี้ ยืมสินมาซื้อปุ๋ย คนที่รวยก็คือบริษัทขายปุ๋ยทุกสิ่งทุกอย่างกลับตัลปัตร จากที่ปลูกกินเองทุกอย่าง ต้องไปซื้อชาวบ้านมากิน ชีวิตที่เคยสุขสบาย กลายเป็นทุกข์ พร้อมกับหนี้ก้อนโตสิ่งที่น่าสนใจที่ผมอยากให้ทุกท่านได้ศึกษาก็คือ ลุงนิลมีวิธีอย่างไรในการต่อสู้กับปัญหาที่เผชิญ จนวันนี้กลายเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งลองดูวีดีโอทีผมเตรียมมาให้ครับ (คลิกดูวีดีโอ)ผมคงไม่จำเป็นต้องเอาเนื้อเรื่องในวีด๊โอมาขยายเพิ่มเติมอีก เพราะเนื้อหาของวีดีโอมีความสมบูรณ์ในตัวมันเองอยู่แล้วสิ่งเดียวที่อยากจะฝากก็คือ แม้เรื่องราวของลุงนิลจะเกี่ยวกับการเกษตร แต่หากมองให้ลึกซึ้งจะพบว่าเราทุกคนไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร ทำธุรกิจประเภทอะไร จะ High Tech ขนาดไหนแนวคิดของลุงนิลนำไปใช้ได้ หมด ทั้งเรื่องการเริ่มต้นธุรกิจ, การคัดเลือกสินค้า, การบริการพอร์ตสินค้า, การทำตลาดแบบ Engagement, การบริหาร Source of Income, Risk Management และอีกหลายอย่างครับเพราะสิ่งที่ลุงนิลคิดเป็นเรื่องที่ทันสมัยที่สุด คือเรื่อง System Thinking

ในฐานะที่ผมสอนวิชานี้ในระดับ MBA อยู่ที่ ABAC ผมขอยืนยันครับ

ขอขอบคุณบทความจาก http://www.ifarm.in.th