ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

เศรษฐกิจพอเพียง การเลี้ยงปลาที่ถูกต้อง

PDFพิมพ์อีเมล



๑. เลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยง
การเลือกชนิดปลาที่จะเลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มผลผลิต นอกเหนือไปจากที่นำมาเลี้ยงตามสถานภาพความเหมาะสมของปลาแต่ละอย่าง


๑.๑ ระดับการผลิตตามสภาพทางนิเวศน์ที่จัดให้อาจจะได้ปริมาณ คุณภาพ และผลทางเศรษฐกิจในระดับต่างๆกัน ตามชนิดของปลา และวิธีการเลี้ยง เช่น ในภูมิภาคซึ่งมีอุณหภูมิสูงสุดเพียง ๒๐ องศาเซลเซียส อาจจะเหมาะต่อการเลี้ยงปลาเมืองหนาว เช่น ปลาแซลมอน และปลาไน ในสภาวะดังกล่าวผลผลิตของปลาแซลมอนควรจะได้ ๑๖ กิโลกรัมต่อไร่และผลผลิตปลาไน ๓๒ กิโลกรัมต่อไร่ โดยไม่ให้อาหาร ผลผลิตของปลาที่กินอาหารไม่เลือก เช่น ปลาหมอเทศจะได้ ๑๖๐-๒๕๔ กิโลกรัมต่อไร่ ปลากินแมลงจะได้ ๓๖-๙๐ กิโลกรัมต่อไร่ และปลากินเนื้อจะได้ ๑๓-๒๔ กิโลกรัมต่อไร่ การเลี้ยงปลากินพืชให้ผลผลิตเหนือปลาที่กินอาหารอย่างอื่น ถ้าไม่มีการให้อาหารสมทบโดยทั่วไปแล้ว ผู้เลี้ยงปลาจะเลือกปลาชนิดโตเร็วมาเลี้ยงเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง

๑.๒ การปล่อยปลาอย่างอื่นรวมกัน ปริมาณการผลิตจะได้สูงสุด หากเลี้ยงปลาที่กินอาหารที่มีห่วงโซ่อาหารสั้นเช่น ปลากินพืช ปลากินแพลงก์ตอน ปลากินอาหารไม่เลือกและปลากินเศษชีวอินทรีย์ที่เน่าเปื่อย หรือเป็นปลาที่กินอาหารสมทบที่หาง่าย ราคาถูก และเป็นปลาที่อยู่ร่วมกับปลาอื่นได้ดี ไม่แก่งแย่งอาหารและทำร้ายกันและกัน


๒. ควบคุมการปล่อยปลา การปล่อยปลาจะต้องคำนึงถึงปริมาณที่จะปล่อยในอัตราพอดี เพื่อให้ได้ผลทางคุณภาพและปริมาณสูงสุดภายใต้สภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีที่สุด การปล่อยปลาขึ้นอยู่กับกำลังผลิตและขนาดของบ่อ กำลังผลิตทั้งหมดเท่ากับผลบวกของกำลังผลิตตามธรรมชาติ รวมกับกำลังผลิตที่เกิดจากการใส่ปุ๋ยหมักและการให้อาหาร


๓. ควบคุมอุณหภูมิ
อุณหภูมิมีผลกระทบต่อการผลิตปลาและปริมาณของก๊าซออกซิเจนในน้ำ การควบคุมในเรื่องนี้จะต้องพิจารณาถึงความลึกของบ่อ บ่อตื้นเกินไปอาจมีอุณหภูมิสูงในฤดูร้อนหรือเย็นจัดในฤดูหนาว ฉะนั้น ความลึกของบ่อควรจะอยู่ในระดับ๒-๕ เมตร นอกจากจะควบคุมอุณหภูมิแล้ว ยังจะช่วยให้ปลามีเนื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น


๔. ปรับปรุงการสืบพันธุ์และการคัดพันธุ์

๔.๑ ควบคุมและปรับปรุงการสืบพันธุ์ ปลาบางชนิดขยายพันธุ์ง่ายในบ่อ แต่บางชนิดไม่ขยายพันธุ์ และบางชนิดแพร่พันธุ์รวดเร็ว ดังนั้น จึงควรมีมาตรการในการควบคุมและปรับปรุงด้วยวิธีการต่างๆ กล่าวคือ

๔.๑.๑ กระตุ้นให้วางไข่ ปลาหลายชนิดวางไข่ยาก หรือไม่วางไข่ในบ่อ การผสมเทียมที่ค้นพบในศตวรรษที่ ๑๙ ทำให้การผสมเทียมปลาเทราต์และปลาแซลมอนได้เจริญก้าวหน้า และนำไปใช้ปฏิบัติในส่วนต่างๆ ของโลก และได้นำมาใช้กับการผสมเทียม และการเพาะฟักไข่ปลาชนิดต่างๆอย่างแพร่หลาย การใช้ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองของปลาฉีดกระตุ้นให้ปลาที่ไข่วางไข่ยากหรือไม่ วางไข่ในบ่อ ทำให้ปลาวางไข่แพร่พันธุ์ได้
๔.๑.๒ ระวังการขยายพันธุ์ ปลาบางชนิดขยายพันธุ์รวดเร็ว เช่น ปลาหมอเทศ ทำให้ปลามีจำนวนมากและขนาดเล็ก การแก้ไขด้วยวิธีเลี้ยงปลาเพศเดียว หรือเลี้ยงปลาลูกผสมที่เป็นหมันจะช่วยระงับการแพร่พันธุ์ของปลาดังกล่าว การเปลี่ยนเพศปลาโดยใช้ฮอร์โมนเพศผู้ หรือเมทิลเทสทอสเทอโรน ผสมอาหารเลี้ยงปลาในอัตรา ๖๐, ๔๐และ ๒๐ มิลลิกรัม จะเปลี่ยนเพศลูกปลานิลอายุ ๓-๔ สัปดาห์เป็นเพศผู้ได้ร้อยละ ๘๔.๕, ๘๑.๐ และ ๗๒.๐ ฮอร์โมนเพศผู้ดังกล่าว สามารถนำไปใช้เปลี่ยนเพศปลาในสกุลปลาหมอเทศชนิดต่างๆได้ผลดี

๔.๒ การคัดพันธุ์ การคัดพันธุ์จะช่วยเพิ่มผลผลิตเป็นที่ทราบกันดีว่าลูกปลาที่เกิดในครอกเดียว กันจะเจริญเติบโตผิดแผกแตกต่างกัน การคัดเอาลูกที่โตดีและนำไปผสมกับลูกปลาครอกอื่นที่โตดีหลายๆ ชั่ว เราก็จะได้พันธุ์ที่เจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีการคัดพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะตามที่ต้องการเช่น มีสีต่างๆ มีเกล็ดมากน้อยหรือไม่มีเลย มีรูปร่างยาวหรือป้อมสั้น มีความต้านทานโรค วางไข่ช้าหรือเร็วกว่าปกติ และที่สำคัญก็คือการเจริญเติบโตรวดเร็ว

๕. เลี้ยงปลาต่างชนิดและต่างอายุรวมกัน การเลี้ยงปลาหลายชนิดและต่างอายุในบ่อเดียวกันนั้นนิยมปฏิบัติกันอย่างกว้าง ขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงปลาจีน จุดประสงค์ในการเลี้ยงปลาแบบดังกล่าวก็เพื่อจะปรับปรุงผลผลิต ทั้งทางปริมาณและคุณภาพของปลา การเลี้ยงปลาแบบนี้อาจจะทำได้หลายทางด้วยกันคือ (๑) เลี้ยงปลาชนิดเดียวแต่มีหลายกลุ่มอายุ (๒) เลี้ยงปลาหลายชนิดที่กินอาหารต่างกัน และไม่กินกัน (๓) เลี้ยงปลาไม่กินเนื้อขนาดเล็ก (๔) เลี้ยงปลาไม่กินเนื้อมีลูกดกกับปลากินเนื้อ เพื่อควบคุมไม่ให้มีจำนวนมากและ (๕) เลี้ยงปลาไม่กินเนื้อรวมกับปลากินเนื้อ เพื่อใช้ปลาที่ไม่กินเนื้อเป็นอาหาร


๖. การผลิตติดต่อสืบเนื่องกันตลอดปี ในภูมิอากาศร้อนการเจริญเติบโตของปลาเป็นไปตลอดทั้งปี ผิดกับในภูมิอากาศหนาว ซึ่งมีช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้น ฉะนั้น การเลี้ยงปลาในบ่อในภูมิอากาศร้อน จึงสามารถดำเนินการติดต่อกันไปตลอดปี และถ้าเป็นปลาที่มีขนาดเล็กอาจจะเลี้ยงได้ ๒-๓ รุ่น เช่น การเลี้ยงปลาดุก ซึ่งให้ผลผลิตสูงกว่าปกติมาก


๗. การเลี้ยงปลารวมกับสัตว์อื่น
๗.๑ การเลี้ยงปลากับเป็ด การเลี้ยงเป็ดควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลา เป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันในจีนและยุโรปนับเป็นศตวรรษมาแล้ว เช่น การเลี้ยงเป็ดควบคู่กับปลาไน มูลเป็ดจะช่วยเพิ่มผลผลิตอาหารธรรมชาติในบ่อปลา เป็ดตัวหนึ่งๆจะช่วยเพิ่มผลผลิตปลา ๐.๙-๑.๗ กิโลกรัม ซึ่งเป็นผลผลิตค่อนข้างสูง


การเลี้ยงเป็ดควบคู่กับการเลี้ยงปลา ให้ประโยชน์หลายทางด้วยกัน กล่าวคือ (๑) เป็ดจะถ่ายมูลลงในบ่อ ทำให้เกิดเป็นปุ๋ยในน้ำและในดินก้นบ่อ ก่อให้เกิดแพลงก์ตอนและสัตว์หน้าดิน (๒) เป็ดที่หากินบริเวณที่ตื้นชายตลิ่งจะช่วยกำจัดวัชพืชในบ่อ (๓) การขุดคุ้ยดังกล่าวจะช่วยให้อาหารธาตุที่มีอยู่ในดินละลายในน้ำ ทำให้เกิดผลผลิตอาหารธรรมชาติ (๔)อาหารที่ใช้เลี้ยงเป็ดเมื่อตกลงในน้ำ ปลาจะกินเป็นอาหารจะมีเหลือบางส่วนที่จะกลายเป็นปุ๋ย และ (๕) เป็ดจะช่วยกำจัดหอยซึ่งเป็นตัวนำโรคพยาธิบางอย่าง

๗.๒ การเลี้ยงปลากับหมู นิยมสร้างคอกหมูไว้กับบ่อปลา ปล่อยปลาที่เลี้ยงรวมกันหลายชนิด ได้แก่ ปลาเฉาปลาลิ่น ปลาเฉาดำ และปลาไน ผลผลิตปลาจากวิธีการเลี้ยงดังกล่าวจะได้ ๔๘๐-๑,๑๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ในไต้หวันเลี้ยงปลาจีนหลายชนิดรวมกัน และเลี้ยงหมู ๑๗ ตัวในเนื้อที่ ๑ ไร่ ได้ผลผลิตปลา ๘๐๐-๘๖๐ กิโลกรัม ผลผลิตดังกล่าวใกล้เคียงกับผลผลิตปลานิลในบ้านเรา ตามปกติการเลี้ยงหมูควบคู่กับปลานั้น ควรจะเลี้ยงในอัตรา ๓-๔ ตัวต่อเนื้อที่บ่อปลา ๑ ไร่ หมูตัวหนึ่งจะให้มูล ๑.๖-๑.๘ ตันต่อปี และมูลหมู ๑๐๐ กิโลกรัม ให้ผลผลิตปลาไน ๓-๕ กิโลกรัม

๗.๓ การเลี้ยงปลากับสัตว์น้ำอื่นๆ การเลี้ยงปลารวมกับหอย กุ้ง กบ และพวกสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ตะพาบน้ำเป็นวิธีการเพิ่มผลผลิตและเกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ

๘. จับปลาออกเป็นระยะ การจับปลาออกเป็นระยะ มีความจำเป็นสำหรับบ่อที่ปลาหนาแน่น และเมื่อผลผลิตถึงขั้นสูงสุด ซึ่งจะสังเกตได้จากการเจริญเติบโตของปลาไม่เพิ่มขึ้น พอถึงขั้นนี้จะต้องจับเอาปลาบางส่วนออก เพื่อให้มีจำนวนเบาบางลง ปลาที่เหลืออยู่ก็เจริญเติบโตต่อไป เมื่อปลาโตถึงขั้นที่ให้ผลผลิตสูงสุดก็จับออก วิธีการดังกล่าวจะรักษาระดับผลผลิตสูงสุดของบ่อในกรณีที่ปล่อยปลาหลายชนิด หรือหลายกลุ่มอายุร่วมกัน การจับปลาออกเป็นระยะอาจจับเอาตัวโตที่ได้ขนาดตามตลาดต้องการออกก่อนและทิ้ง ตัวที่ยังเล็กอยู่ในบ่อให้เจริญเติบโตต่อไป


๙. ควบคุมโรค ผลผลิตของปลาจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสุขภาพของปลาที่เลี้ยง โรคและพยาธิที่เกิดขึ้นกับปลา และพยาธิที่เกาะอาศัยทั้งภายในและภายนอกจะทำให้ปลาอ่อนแอ ไม่เจริญเติบ-โต และตายในที่สุด โรคบางอย่างอาจจะระบาดเร็ว ทำให้ปลาตายทั้งบ่อ ในระยะเวลาอันสั้น การควบคุมและป้องกันโรคพยาธิต่างๆ จึงมีส่วนสำคัญต่อผลผลิตของปลา การป้องกันโรคพยาธิก็คือ ให้ปลามีสุขภาพดีด้วยการให้อาหารสมบูรณ์และหมั่นถ่ายเทน้ำเสมอ


(ดูเพิ่มเติมสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ๑ เรื่อง ปลา)
จะเลี้ยงปลาอะไรเป็นหลักครับ หากเลี้ยงปลากินพืชสามารถปล่อยรวมกันได้เลยเช่นปลาตะเพียน ปลาสวาย ปลาบึก ปลานิล แต่หากต้องการเลี้ยงปลากินเนื้อเช่นปลาช่อน ปลากด ปลากดคัง สามารถปล่อยได้หลังจากปล่อยปลากินพืช 5-6 เดือน ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารและยังเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติของปลากินเนื้อ พวกปลาในบ่อจะสร้างความสมดูลภายในบ่อเอง ปลาที่แนะนำในการปล่อยเพื่อเป็นอาหารของปลากินเนื้อ จะเป็นปลาที่สามารถขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ เช่นปลานิลธรรมดา ปลาตะเพียน และที่สำคัญหากต้องการเลี้ยงปลากินเนื้อจะต้องปล่อยปลาในขนาดตัวที่เท่ากัน หรือไกล้เคียงกัน ไม่มีขนาดเล็ก-ใหญ่ ต่างกันมากนัก เพื่อลดการกินกันเอง
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 4
Your IP: 52.23.219.12
,
Now is: 2021-12-08 03:45
เรามี 28 บุคคลทั่วไป ออนไลน์