ผิดพลาด

เศรษฐกิจพอเพียง โรคของปลา

พิมพ์


โรคของปลาดุก

โรคของปลาดุกมักเกิดจากปัญหาคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากการให้อาหารมากเกินไปจนอาหารเหลือเน่าเสีย เพราะปลาดุกมีนิสัยกินอาหารที่ให้ใหม่แล้วสำรอกอาหารเก่าทิ้งควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำจากระดับก้นบ่ออย่างสม่ำเสมอในปริมาณ 20 -30 % ของน้ำในบ่อแล้วนำน้ำที่พักไว้เติมลงไปให้ได้ระดับเดิมเมื่อปลาเป็นโรคแล้วจะรักษาให้หายได้ยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดโรค โดยวิธีต่างๆดังนี้
1. ควรเตรียมบ่อและน้ำตามวิธีที่เหมาะสมก่อนการปล่อยลูกปลา
2. ซื้อพันธุ์ปลาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ลูกปลาแข็งแรงปราศจากโรค
3. ไม่ควรปล่อยลูกปลาลงเลี้ยงหนาแน่นเกินไป
4. ควรหมั่นตรวจอาการของปลาอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเห็นผิดปกติต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไขโดยเร็ว
5. เปลี่ยนถ่ายน้ำจากระดับก้นบ่ออย่างสม่ำเสมอ โดยเปลี่ยนถ่ายน้ำเก่าออกปริมาณ 20 - 30 % ของน้ำในบ่อ และนำน้ำที่พักไว้เติมลงไปให้ได้ระดับเดิม
6. อย่าให้อาหารจนเหลือ ให้ปริมาณพอดีในแต่ละมื้อ และระวังอย่าให้อาหารตกค้างในบ่อ

โรคที่เกิดกับปลาดุกมีอาการจากสาเหตุใหญ่ๆ 4 ประการ คือ
1. อาการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการที่พบคือปลาจะตกเลือด มีแผลตามตัว ครีบกร่อน ตาขุ่น หนวดหงิก กกหูบวม ท้องบวม กินอาหารน้อย ลอยตัว
2. อาการจากปรสิตเข้าเกาะตัวปลา อาการที่พบคือ จะมีเมือกออกมาก มีแผลตามตัว ตกเลือด ครีบเปื่อย มีจุดขาวตามตัว ตัวซีด หรือเข้มผิดปกติ ทุรนทุราย ว่ายน้ำไม่ตรง หรอควงสว่าน
3. อาการจากอาหารมีคุณภาพไม่เหมาะสม การขาดวิตามินซีจะทำให้ปลามีอาการกะโหลกร้าวตกเลือดใต้คาง ลำตัวคด กินอาหารน้อย หากขาดวิตามินบี จะทำให้ปลาว่ายน้ำตัวเกร็งและชักกระตุก
4. อาการจากคุณภาพน้ำในบ่อไม่ดี ปลามักจะว่านน้ำขึ้นลงเร็วผิดปกติ ลอยหัว ครีบกร่อยเปื่อย หนวดหงิก เหงือกซีดและบวม ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร

โรคเห็บระฆัง เกิดจากเชื้อโปรโตซัว Trichodina sp.

เป็นปรสิตเซลเดียวรูปร่างกลมๆคล้ายระฆังคว่ำ ปลาที่ถูกเห็บชนิดนี้เกาะอยู่จำนวนมากจะทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผล ปลาจึงขับเมือกสีขาวขุ่นออกมามากคลุมตัวอยู่ การป้องกัน คือตรวจปลาก่อนที่จะนำมาเลี้ยงว่ามีปรสิตชนิดนี้ติดมาด้วยหรือไม่ ควรขังไว้ประมาณ 2 -3 วัน จนแน่ใจจึงปล่อยลงเลี้ยง


โรคตัวด่าง เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Flexibacter colmnaris

อาการ จะมีรอยด่างขาวตามลำตัวโรคนี้มักเกิดหลังจากการลำเลียงขนลังปลา หรือ ช่วงที่อุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลงจากสูงไปต่ำ ปลาดุกที่เป็นโรคนี้จะตายเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว
วิธีป้องกัน โดยปรับปรุงสภาพบ่อให้เหมาะสม เช่น เพิ่มปริมาณออกซิเจน และลดอินทรีย์สารในบ่อลง


โรคท้องบวม เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas sp.

อาการ ของโรคนี้ท้องจะบวมมาก และผิวหนังมีรอยช้ำตกเลือด
วิธีป้องกัน ไม่ควรปล่อยปลาปริมาณหนาแน่นเกินไป และควรให้อาหารอย่างเหมาะสม


โรคโมไทล์แอโรโมแนส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas hydrophila

อาการ ปลาที่เป็นโรคนี้จะว่ายน้ำเชื่องช้าลง ว่ายมาออกันตรงผิวน้ำ การทรงตัวไม่ดี มีแผลตามตัว มีเลือดซึมออกมาจากแผล ครีบกร่อน
วิธีป้องกันโรค เช่นเดียวกับที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นๆ

โรคพยาธิปลิงใส เกิดจากพยาธิตัวแบน Gyrodactylus sp.

อาการ ปลาที่มีพยาธิชนิดนี้มาเกาะจะทำให้ปลามีอาการว่ายน้ำทุรนทุราย ลอยตัวผิวน้ำ กระพุ้งแก้มปิดเปิดเร็วกว่าปกติ มีแผลขนาดเล็กกระจายทั่วตัว ถ้าเป็นรุนแรงจะมองเห็นเหมือนกับว่าปลามีขนสีขาวสั้นๆอยู่ตามลำตัว

โรคของปลานิล
1. โรคที่เกิดจากปรสิต
อาการ
 พบตามลำตัว ครีบ หรือเงือก
 ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อปลาบริเวณที่ปรสิตเกาะ
 ถ้าพบที่เหงือก จะขัดขวางการแลกเปลี่ยนออกซิเจนของเหงือก
 ปลามีการขับเมือกเพิ่มมากขึ้น

การรักษา

 ปรสิตภายนอก ใช้ฟอร์มาลีน 25-50 ซีซี ต่อ น้ำ 1 ตัน สาดให้ทั่วบ่อ
 ปรสิตภายใน ใช้ยาถ่ายพยาธิผสมให้กินติดต่อกันนาน

2. โรคที่เกิดจากแบคทีเรีย
อาการ
 ไม่กินอาหาร
 ท้องบวม ภายในมีของเหลวจำนวนมาก
 ว่ายน้ำเชื่องช้า เป็นวงกลม หรือว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ
 เป็นแผลที่ผิวหนัง และกล้ามเนื้อ
 ตาโปน ขุ่นขาว
การรักษา
 โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ใช้ยาต้านจุลชีพผสมในอาหารให้กินติดต่อกันนาน 5-7 วัน