ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

ขวัญข้าวแห่งแผ่นดิน

PDFพิมพ์อีเมล



นับเนื่องแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

แต่นั้นมา ความทุกข์ยากแห่งพสกนิกร คือความทุกข์ยากแห่งพระองค์ ทุกตารางนิ้วบนผืนแผ่นดินไทย ล้วนได้รับหยาดทิพย์แห่งพระเมตตาพระราชทานความช่วยเหลือ จากองค์กษัตริย์นักพัฒนาที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก ผู้ทรงเสียสละทุ่มเทพระวรกาย เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ขจัดความทุกข์ ความเดือดร้อนลำเค็ญ ให้แก่ปวงพสกนิกร ก่อเกิดความร่มเย็นเป็นสุขไปทุกหย่อมหญ้าทั่วผืนแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรผู้เป็นชาวนา กระดูกสันหลังของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอุทิศกำลังความคิด ติดตามแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดกำลังใจในอาชีพทำนาปลูกข้าว พระราชทานแนวพระราชดำริ อันก่อเกิดประโยชน์นานัปการต่อการพัฒนาการทำนาปลูกข้าวมาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ด้วยพระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของข้าว ธัญพืชที่เป็นอาหารหลักของคนไทย และผูกพัน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เปรียบเสมือนทั้งชีวิตและจิตวิญญาณของคนไทย

ด้วยข้าวคือ วิถีแห่งความเป็นไทย ข้าวไทยกับประเทศไทย จึงต้องอยู่คู่กันตลอดไป ดั่งพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

"... ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก..."

ซึ่ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เล่าถึงพระบาทสมเด็จพระอยู่หัว กับข้าวและชาวนา ว่า "ตนเคยทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าทรงโปรดอะไรมากที่สุด พระองค์ตรัสว่า ข้าว เพราะมีกลิ่นหอม และตรัสด้วยว่า ถ้ารับประทานข้าวขอให้นึกถึงชาวนาด้วย เพราะถ้าไม่มีชาวนา เราก็ไม่มีข้าวกิน"

ด้วยทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวนามาโดยตลอด ความทุกข์ยากในอาชีพทำนานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่ในพระเนตรพระกรรณของพระองค์โดยตลอด การเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎร นอกเหนือจากมีพระราชปฏิสัณฐานสอบถามถึงปัญหาในอาชีพกับชาวนาทุกภูมิภาค ในทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนทุกท้องถิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงศึกษาทดลองการทำ นาด้วยพระองค์เอง

"ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาการทดลองและทำนามาบ้าง และทราบดีว่า การทำนานั้นมีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อย จำเป็นจะต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆ ด้วย จึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน... " (พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา เมื่อพฤษภาคม 2504)

คงไม่มีพระราชวังของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกนี้อีกแล้ว ที่พื้นที่ส่วนหนึ่งถูกจัดแบ่งไถแปรให้เป็นผืนนา เพื่อปลูกข้าวเหมือนในพระราชวังของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์นี้อีกแล้ว

โดยในปี พ.ศ. 2504 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าวในขณะนั้น ดำเนินการจัดทำแปลงนาข้าวทดลองในบริเวณสวนจิตร และนำพันธุ์ข้าวต่างๆ มาปลูกทดลอง เพื่อศึกษา ภาพแห่งความประทับใจที่ถูกถ่ายทอดออกมาสู่ปวงพสกนิกรทั่วไทย ทำให้ทุกคนยังจดจำภาพที่พระองค์ทรงขับรถไถนาเตรียมแปลงหว่านข้าว และทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง เป็นภาพที่ประทับในใจคนไทยอย่างไม่รู้คลาย

ซึ่งปัจจุบันนี้ แปลงนาข้าวภายในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ยังคงเป็นสถานที่ปลูกข้าวพันธุ์ดี และเป็นพันธุ์ข้าวมงคลของคนไทยมาโดยตลอด

โดยเฉพาะเมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มจัดขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวนา และได้เสด็จฯ เป็นองค์ประธานพระราชพิธีทุกปีสืบเนื่องมา เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้จากนาข้าวทดลองภายในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จะนำไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และบรรจุซอง จัดเป็น "พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน" แจกจ่ายไปทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการประกอบอาชีพ

แต่ที่ใดปลูกข้าวไม่ได้ หรือปลูกแล้วไม่ได้ผล พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอยู่เสมอ เมื่อขาดน้ำ ก็จะมีฝนหลวงพระราชทาน มีแหล่งน้ำพระราชทาน ช่วยเพิ่มน้ำในแปลงนา หล่อเลี้ยงข้าวให้เติบโตออกรวงจนเก็บเกี่ยวได้ เมื่อดินไม่ดี จะพระราชทานแนวพระราชดำริในการปรับปรุงบำรุงดิน เช่น โครงการแกล้งดิน เพื่อฟื้นฟูสภาพดินเปรี้ยวหรือดินพรุ ให้สามารถปลูกข้าวทำการเกษตรได้ รวมไปถึงการปรับปรุงดินทราย ดินเป็นหิน กรวด และแห้งแล้ง ดินดาน ดินแข็ง และดินลูกรัง เป็นต้น

แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในพระองค์ได้พระราชทานแนวทางในการ เพิ่มรายได้ให้กับชาวนา ด้วยการปลูกพืชหลังนา และการปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้ดีขึ้น โดยมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ผู้นำกลุ่มชาวนา ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2504 ว่า

"...อีกประการหนึ่งที่นานั้น เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้วควรปลูกพืชอื่นๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกไม่ใช่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้น เหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูต่อไป... "

ขณะเดียวกันการวิจัยพัฒนาด้านวิชาการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญและทรงสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา ข้าวอย่างต่อเนื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาวิจัยและส่งเสริม การปลูก การปรับปรุงระบบการปลูกข้าวโดยตลอด อาทิ งานศึกษาวิจัยที่ดำเนินการภายในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง ทั่วประเทศ และวิทยาการความรู้ต่างๆ ที่ได้ จะถูกถ่ายทอดไปสู่ชาวนาในพื้นที่รอบศูนย์การศึกษาฯ เกิดการพัฒนาเทคนิควิธีการให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงสีข้าวตัวอย่าง สวนจิตรลดาขึ้น เพื่อที่จะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงสี และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการสีข้าว โดยจะให้ข้าราชการในพระองค์รวมกลุ่มกันขึ้นในรูปสหกรณ์ และพระราชทานทดรองจ่ายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท สำหรับให้เริ่มกิจการขั้นต้น

โรงสีข้าวตัวอย่างแบบสหกรณ์นี้ จะดำเนินการจัดซื้อข้าวเปลือกในราคาเป็นธรรม เพื่อกักตุนและเก็บรักษาไว้สีเป็นข้าวสารจำหน่าย เพื่อสมาชิกได้บริโภคข้าวสารในราคาอันสมควร

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลในการแก้ไขปัญหาของชาวนานั้น ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการเพาะปลูกเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงติดตามแก้ปัญหาถึงด้านการตลาด การจำหน่ายผลผลิตข้าว โดยเฉพาะเมื่อชาวนาต้องประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ พระองค์ได้ทรงชี้แนะหนทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ดั่งพระราชดำรัส ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2514 ว่า...

"เวลานึกถึง ทำไมมีข้าวมาก ราคาข้าวก็ตก ก็น่าจะเป็นการดีที่มีข้าวมาก พวกเราที่บริโภคข้าวก็จะได้ซื้อข้าวในราคาถูก แต่หารู้ไม่ว่า ข้าวที่บริโภคทุกวันนี้ ราคาก็ยังแพงเป็นที่เดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ก็ต้องหาเหตุผล ทำไมแพง ข้าวที่บริโภคแพง และข้าวที่ชาวนาขายถูก... เข้าไปหากลุ่มชาวนา ถามเขาว่าเป็นอย่างไร เขาบอกว่าแย่ ข้าวราคาถูก ก็ถามเขาว่า ยุ้งฉางมีหรือเปล่าที่จะเก็บข้าว เขาบอกว่ามี ก็เลยเห็นว่าควรที่จะเก็บข้าวเอาไว้ก่อน หลังจากที่ข้าวล้นตลาด แต่ว่าไม่ทันนึกดูว่า ทำไมเขาเก็บข้าวไม่ได้ แม้จะมียุ้งฉาง ก็เพราะเขาติดหนี้ เหตุที่ติดหนี้ก็คือ เสื้อผ้าเหล่านั้นหรือกะปิ น้ำปลา หรือแม้กระทั่งข้าวสารก็ต้องบริโภค ถ้าไม่ได้ไปซื้อที่ตลาด หรือร่วมกันซื้อ ก็คงเป็นพ่อค้า หรือผู้ที่ซื้อข้าวเป็นผู้นำมา อันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้ข้าวถูก... ข้าวเปลือกถูก แล้วก็ทำให้ข้าวสารแพง คือว่าชาวนาทำนาไปตลอดปี ก็ต้องบริโภค เมื่อต้องบริโภคก็ต้องเอาสิ่งของ ต้องไปติดหนี้เขามาสำหรับหาสิ่งของบริโภค แล้วก็เอาเครื่องบริโภคก็ได้รับบริการอย่างดีที่สุดจากผู้ที่มาซื้อข้าว บอกว่าไม่ต้องเอาข้าวมาเดี๋ยวนี้ เวลาได้ผลแล้วก็จะเอา แต่ว่าเอาสิ่งของมาให้แล้วก็เชื่อ ของนั้นก็มีราคาแพง เพราะว่านำมาถึงที่ ข้าวที่เวลาได้แล้วจะขายก็ต้องขายในราคาถูก เพราะว่าเขามารับถึงที่ อันนี้เป็นปัญหาสำคัญ ถ้าจะแก้ปัญหานี้ ก็จะต้องแก้จุดนี้ ต้องแก้ด้วยการรวมกลุ่ม เป็นกลุ่มผู้บริโภคเหมือนกัน แล้วก็ไปติดต่อกับกลุ่มผู้ผลิต โดยที่ไปตกลงกันและอาจจะต้องตั้ง หรือไปตกลงกับโรงสีให้แน่ จะได้ไม่ต้องผ่านหลายมือ ถ้าทุกคนที่บริโภคข้าวตั้งตัวเป็นกลุ่ม แล้วก็ไปซื้อข้าวเปลือก แล้วไปพยายามสีเอง หรือให้ผู้แทนของตัวสี ก็ผ่านมือเพียงผู้ที่ผลิต ผู้ที่สี และผู้ที่บริโภค ก็ตัดปัญหาอันนี้ (คนกลาง) ลงไป"

นอกเหนือจากการปลูกข้าวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้พระราชทานพระราชดำริถึงการสร้างความมั่นคง ด้านอาหาร โดยมีพระราชดำริให้จัดตั้งธนาคารข้าวขึ้น เพื่อเป็นแหล่งอาหารสำรองหมุนเวียนในหมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนให้จัดตั้งธนาคารขึ้น เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และพระราชทานข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้าน เพื่อเป็นทุนเริ่มกิจการ และได้พระราชทานแนวทางการดำเนินงานไว้ดังนี้

"ให้มีคณะกรรมการควบคุม ที่คัดเลือกจากราษฎรในหมู่บ้าน เป็นผู้เก็บรักษา พิจารณาจำนวนข้าวที่จะให้ยืมและรับข้าวคืน ตลอดจนจัดทำบัญชีทำการของธนาคารข้าว ราษฎรที่ต้องการข้าวไปใช้บริโภคในยามจำเป็น ให้คงบัญชีข้าวไว้จำนวนหนึ่ง เมื่อสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้ว ก็นำมาคืนธนาคาร พร้อมด้วยดอกเบี้ย (ข้าว) จำนวนเล็กน้อยตามแต่ตกลงกัน ข้าวซึ่งเป็นดอกเบี้ยดังกล่าวก็จะเก็บรวมไว้ในธนาคาร และถือเป็นสมบัติของส่วนรวม...ราษฎรต้องร่วมมือกันสร้างยุ้งที่แข็งแรง ทั้งนี้ หากปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้ จำนวนข้าวที่หมุนเวียนในธนาคารจะไม่มีวันหมด แต่จะค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น และจะมีข้าวสำหรับบริโภคตลอดไปจนถึงลูกหลาน ในที่สุดธนาคารข้าวนี้จะเป็นแหล่งที่รักษาผลประโยชน์ของราษฎรในหมู่บ้าน และเป็นแหล่งอาหารสำรองของหมู่บ้านด้วย... "

พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีเกี่ยวกับการทำนาปลูก ข้าว ยังได้รับจากนานาประเทศเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพด้านข้าว ดั่งเช่น นิตยสาร Rice Today ของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรือ Internation Rice Research Institute (IRRI) ฉบับเดือนมกราคม-มีนาคม พ.ศ. 2550 ได้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น The Rice King หรือกษัตริย์แห่งข้าว

โดยในการนี้ นิตยสาร Rice Today ได้จัดทำเป็นรายงานพิเศษ มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเกี่ยวข้าว พิมพ์ออกเผยแพร่ไปทั่วโลก และเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2539 สถาบัน IRRI ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเหรียญทอง International Rice Award เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงทำคุณประโยชน์แก่วงการพัฒนาข้าวมาโดยตลอด

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนานเทอญ


ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ของเราก่อนนะครับ คลิ๊กอ่านได้เลย


ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้
โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ติดตามโครงสร้างอ่างฯ สำนักข่าว
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3




ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1




หาก ท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้ ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้
1. ทาง Face Book ส่วนตัว นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา 5. อีเมลล์ ส่วนตัว อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
2. ทาง Face Book หมู่บ้าน รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ 6. อีเมลล์ หมู่บ้าน อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
3. ทาง Face Book เพื่อนๆ
Kasetsomboon City 7. Skype kasetsomboon999
4. ทาง MSN อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน 8. Line Dan


ท่านสามารถอ่านบทความและเนื้อหาต่างๆของเว็ปไซต์นี้ ผ่านหัวข้อต่างๆดังนี้

ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ
1. บทนำ 8. บทความสำนึกรักบ้านเกิด 15. รวมลิงค์ต่างๆ
2. ข้อตกลงก่อนชม 9. บทความคติธรรมคำคม 16. เว็ปบอร์ด
3. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ 10. บทความวัฒนธรรมประเพณี 17. ติดต่อเรา
4. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ 11. รวมรูปภาพ 18. ฟังเพลงคำเมืองบ้านเฮา
5. บทความทั่วไป 12. ฟังวิทยุออนไลน์ 19. อ่านข่าวย้อนหลัง
6. บทความให้ความรู้ 13. ราคายางพาราวันนี้ 20. บันทึกการเดินทาง
7. บทความเกี่ยวกับศาสนา 14. แผนที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ 21. เกี่ยวกับผู้จัดทำ


ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

อย่า เพิ่งเบื่อกันก่อนนะครับ นี่แค่เป็นการเกริ่นเริ่มต้นของบทความ ยังมีต่ออีกเยอะ จะหาเวลามาพิมพ์ พร้อมอัพเดทภาพประกอบให้น่าสนใจ มีข้อแนะนำติชม หรือ ช่วยกันตรวจปรุ๊พ แล้วส่งไปที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน จักขอบพระคุณยิ่ง


เพื่อ การพัฒนาปรับปรุงเว็ปไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ขอร้องให้ทุกท่านที่เข้ามารับชมเว็ปไซต์ของเรา ทำตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็ปเราด้วยนะครับ ใครที่ไม่เข้าใจกฎของเรา คลิ๊กไปอ่านที่นี่ได้นะครับ ข้อตกลงในการรับชมเว็ปไซต์ของเรา หรือ อ่านบทนำและวัตถุประสงค์ของการจัดทำเว็ปไซต์ ก่อนนะครับ


จากใจ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



* หมายเหตุ

วัน เวลาเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ขอร้องคนบ้านเฮาใส่ใจ๋ ช่วยกั๋นดูแลฮักษาไว้ หื้อลูกหื้อหลาน ได้สืบสานตำนานฮีตฮอยบะเก่ามะเกื้อ (ใครมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ช่วยส่งเมล์ ไปบอกกันหน่อยนะครับ ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ยินดีตอบ และให้คำปรึกษาครับ ....ท.ทิวเทือกเขา


001birdsnow001
linethai

Copyright © 2009 www.kasetsomboon.org และ www.kasetsomboon.com All rights reserved.
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 15
Your IP: 54.227.97.219
,
Now is: 2021-12-01 10:29
เรามี 91 บุคคลทั่วไป ออนไลน์