ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

กว่าจะมาเป็นจังหวัดพะเยา

PDFพิมพ์อีเมล

phayao
คลิ๊กชมวีดีโอประวัติความเป็นมาของจังหวัดพะเยาได้ที่ภาพข้างบนได้เลยครับ

28 สิงหาคม 2520  พะเยาถูกยกฐานะให้เป็นจังหวัด ผ่านมาถึงวันนี้ พะเยามีอายุครบ 31 ปี  เป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย   โดยมีนายสัญญา  ปาลวัฒน์วิไชย   เป็นผู้ว่าฯคนแรก ศาลากลางจังหวัดชั่วคราวตั้งอยู่ที่”อาคารโรงเรียนสตรีพะเยา”

มีเรื่องตลกจากนักข่าวอาวุโสคนหนึ่งเล่าว่า ก่อนวันทำการหนึ่งวัน  โต๊ะเก้าอี้สักตัวที่จะให้ผู้ว่าฯและหัวหน้าส่วนราชการนั่งทำงานยังไม่มี  มีเสียงหึ่งเต็มเมืองว่า มีผู้หวังดีคนหนึ่งอาสาไปเรี่ยไรจากพ่อค้าและธุรกิจมืดมาซื้อ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า  เส้นทางที่เมืองพะเยากว่าจะมีฐานะเป็นจังหวัดได้นั้น ต้องผ่านมรสุมใหญ่ด้านกฎหมายมาไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

สาเหตุสำคัญมาจากความติดขัดปัญหาการเมืองภายใน ระหว่างคนหน้าเขา(กลุ่มอำเภอพะเยา-ดอกคำใต้-แม่ใจ)

กับ คนหลังเขา(กลุ่ม อำเภอเชียงคำ-จุน-ปง-เทิง-ป่าแดด ในขณะนั้น) กล่าวคือ นักการเมืองฝ่ายโซนหน้าเขา เสนอที่ตั้ง”ศาลากลาง”ไว้อยู่ที่อำเภอเมืองพะเยา

ในขณะที่นักการเมืองโซนหลังเขา ให้ตั้ง “ศาลากลาง” ไว้ที่อำเภอเชียงคำ พูดภาษาชาวบ้าน คือ มีนักการเมือง 2 โซน  แข่งขันกันตั้งจังหวัดขึ้น  ในชื่อ “จังหวัดพะเยา” และ “จังหวัดเชียงคำ”

โดยร่างเป็นพระราชบัญญัติการจัดตั้งจังหวัด เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้น ซึ่งกว่าจะผ่านการพิจารณาออกมาได้  ต้องใช้เวลานานหลายปี โดยอำเภอพะเยาถือเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมและศักยภาพมากที่สุด จึงได้ชื่อ “จังหวัดพะเยา” และมี “ศาลากลาง”ไว้ในพื้นที่สมปรารถนา หลายคนวิเคราะห์ เรื่องนี้ว่า  เป็นเพราะเมืองพะเยามี “กว๊านพะเยา”

บาง คนพูดติดตลกว่า เป็นเพราะเชียงคำไม่มีร้านข้าวมันไก่ นัยของคำว่า ร้านข้าวมันไก่ คงมาจากการสำรวจร้านค้าและความเจริญมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเวลานั้น พะเยา คือ ชุมทางการขนส่ง การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า  แต่ไม่ว่าพะเยาจะผ่านอุปสรรคขวากหนามกว่าจะมาเป็นจังหวัดได้นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับว่า  หลังจากที่เรามีศาลากลางเป็น “ศูนย์บริหารราชการจังหวัด”แล้ว

กว่า 30 ปีทีผ่านมา  พะเยาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  เศรษฐกิจ  การศึกษา วัฒนธรรม รวมถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อประชาชนชาวพะเยา อย่างไรบ้าง

สัญลักษณ์ของ “ศาลากลางจังหวัด” มีความหมายต่อคนพะเยามากน้อยแค่ไหน? ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอันเป็นเหมือน “ธงชัย”ที่จะนำเมืองพะเยาก้าวไปข้างหน้า ซึ่งกำลังจะถูกร่างขึ้นบนศาลากลาง จะกำหนดชีวิตคนพะเยาให้มีคุณภาพชีวิตได้จริงหรือไม่ (ปี 2552-2555)คนพะเยาจะมีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของตนเองอย่างไร

“พะเยา รัฐ”ในฐานะสื่อท้องถิ่น   ขอนำท่านย้อนหลัง  นิ่งดู  และเดินไปสู่อนาคต มองปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  และจะติดตามนำเสนอต่อไป เพื่อช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ ช่วยกันพัฒนาสังคมเมืองพะเยาให้น่าอยู่ เราพร้อมแล้วที่จะเป็นสื่อกลางของทุกความคิดเห็น นับแต่นี้เป็นต้นไป

……………………..

มุมมองด้านพัฒนาสังคม
สุภาพร ถิ่นวัฒนา / มูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา

เมื่อ มองเข้าไปที่ศาลากลางจังหวัดครั้งใด  ก็คิดถึงตัวแทนของชนชั้นปกครอง  ซึ่งในส่วนของจังหวัดพะเยามีอยู่สองช่วงที่มีโอกาสได้เดินเข้าไป คือ ก่อนหน้านั้นที่เป็น “ศาลาหลังเก่า” และ “ศาลากลางหลังใหม่” ที่มีความอลังการกว่าเดิม

พูดถึงศาลากลาง ก็ต้องเอ่ยถึงผู้ว่าฯ  โดยความรู้สึกส่วนตัวคิดว่า ที่ศาลาหลังเก่าเราเคยได้ร่วมทำงานกับผู้ว่าฯคนเก่าๆ ซึ่งในช่วงเวลานั้น ผู้ว่าฯมีการพบปะใกล้ชิดกับประชาชนมาก และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเยอะ  ต่างกันกับเมื่อมีศาลากลางหลังใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาจังหวะทางการเมืองแบบซีอีโอ  โดยบทบาทหน้าที่ผู้ว่าฯเองก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมาก  โดยเฉพาะสองสามท่านที่ผ่านออกไป

ไม่รู้ว่า ชาวบ้านเขาคิดถึงศาลากลางเป็นอะไร แต่ทุกครั้งเราจะเห็นว่าประชาชนที่เดือดร้อนมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ ต้องยกขบวนไปร้องกันที่ศาลากลาง  แสดงให้เห็นว่า ศาลากลางคือ ตัวแทนของชนชั้นปกครองที่ชัดเจนที่สุด

ล่าสุดมีเห็นเกษตรกรผู้ปลูกขิงมารวมตัวประท้วงที่ศาลากลาง ซึ่งก็เป็นปัญหาเดิมๆเรื่องราคาตกต่ำ  มีตัวแทนในศาลากลางจังหวัดมารับหนังสือ แต่ชาวบ้านกลับไม่ได้รับคำตอบอะไร ทิ้งกองขิงไว้สองสามกอง

อย่างไรก็ตาม  สำหรับผู้ว่าฯ คนใหม่ปัจจุบัน  ต้องยอมรับว่า ช่วยทำให้ศาลากลางจังหวัดกลับมามีความน่าสนใจขึ้น  อาจจะเป็นเพราะท่านเติบโตมาจากสายงานพัฒนาชุมชน ไม่เป็นมหาดไทยมาก  ท่านมีมุมมองที่แตกต่างจากผู้ว่าฯคนอื่นๆ พอสมควร  โดยเฉพาะด้านสังคม   สังเกตว่า ระยะนี้ประชาชนหลายกลุ่มมีโอกาสเข้าไปใช้พื้นที่ในศาลากลางมากขึ้น   มีการประชุมกลุ่มองค์กรต่างๆ ท่านผู้ว่าฯก็มีความสนใจและติดตามเข้าร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  ที่ประชาชนจะได้มีโอกาสไปใช้ศาลากลางบ่อยๆ  อย่างน้อยก็ได้แสดงความคิดเห็น ได้รับรู้รับฟังสิ่งที่ราชการกำลังจะคิดจะทำหรือทำไปแล้ว

สำหรับคนทำ งานในศาลากลาง  น่าจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ ผู้บริหารที่มาแล้วไป บุคลิกก็มีหลายแบบ  อีกกลุ่มเป็นข้าราชการประจำ ซึ่งน่าจะมีถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ที่เคยอยู่พะเยามาไม่น้อยกว่า 10-20 ปี  สำนึกของความเป็นคนพะเยาน่าจะมีพอสมควร  แต่ก็มีหลายแบบ  แบบที่เอานายว่า  รู้หมด นายใหม่มาก็สนองนายใหม่ได้  ชงเรื่องที่ผู้ว่าฯสนใจได้  หรือแบบที่ถูกกลืนไปก็มี

ในส่วนวีธีคิดของผู้ว่าคนปัจจุบัน มองจากยุทธศาสตร์ 4-5 ด้านที่ท่านนำเสนอ น่ารับฟังมาก แม้จะเน้นไปทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ละเลยประเด็นทางสังคมหรือคุณภาพชีวิต  ยังเปิดให้องค์กรภาคประชาชนเข้าไปร่วมทำแผน  ห่วงอย่างเดียวคือการลงมือปฏิบัติ  กลัวข้อความสวยๆ ที่เขียนลงไปในแผนนั้นผู้ปฏิบัติแต่ละคนจะเข้าใจไม่เหมือนกัน เช่นคำว่า “มีรายได้พอดีกับรายจ่าย”

ในอนาคตการบริหารจังหวัดจะถูกยกระดับเป็น เหมือน “กรม”  ผู้ว่าฯ มีอำนาจหรือบทบาทเทียบเท่าอธิบดี   เข้าใจว่า ศาลากลางในอนาคต  น่าจะต้องมียุทธศาสตร์และแผนพัฒนาหรือโครงการต่างๆ ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ถ้าไม่วางรากฐานตรงนี้ให้แน่นและแม่นยำ  ก็มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราทั้งจังหวัดเช่นกัน

มุมมองด้านการเมือง การพัฒนา
ไพรัตน์ ตันบรรจง/นายก อบจ.พะเยา

ผมมองว่ามีการ เปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นความเจริญเติบโตของเมือง ถนนหนทางพัฒนาสัญจรได้สะดวก ติดต่อกับจังหวัดเพื่อนบ้านสะดวก

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ ความเป็นคนพะเยาที่รักสงบ  มีวิถีชีวิตที่พอเพียง ทำการงานไปตามหน้าที่  ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้โอ้อวดโฆษณาใคร  เราอยู่ของเราแบบนี้มานานแล้วนะ

ดูลึกๆ สังคมพะเยาเปลี่ยนไปมาก

แต่ในความเป็นเมืองพะเยานั้นไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ตัวเอง จึงทำให้จังหวัดพะเยาเป็นเมืองที่สงบ คนพะเยาชอบความสงบ

มุมมองด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม
สุรัตน์ เจียตระกูล / ผอ.โรงเรียนพะเยาพิทยาคม

“ผม มองว่า 31 ปีที่ผ่านมา  มันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับจังหวัดพะเยาค่อนข้างมาก  โดยเฉพาะด้านการศึกษา  ประการแรก คือ การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง  จากเดิมแบ่งเป็นกลุ่มประถม กลุ่มมัธยม ต่อมาก็รวมเป็นเขต สพฐ. ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้ก็มีทั้งดีและเสีย

ประการที่สอง เด็กมีโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาในระดับต่างๆ มากขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น   และ มีการใช้ระบบไอซีทีเข้ามาช่วย  ประการที่สาม ครูมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเป็นผู้สืบค้นหรือค้นคว้า มากกว่าเดิม

ประการสำคัญที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน คือ การมีมหาวิทยาลัยมาตั้งในพื้นที่จังหวัดพะเยา เด็กของเรามีทางเลือกในการศึกษามากขึ้น  ได้ยกระดับความรู้สูงขึ้นมา  โอกาสอื่นๆ ก็ตามมา ซึ่งผมเชื่อว่าการศึกษาจะช่วยให้เด็กของเราไม่หนีท้องถิ่น  เราจะไม่มีตำนานดอกคำใต้ เมื่อได้เข้าสู่วงจรการศึกษา

ผมคิดว่า แต่เดิมเราเคยตั้งความหวังว่า พะเยาจะเป็นเมืองแห่งการศึกษา  ตอนนี้มันเป็นไปแล้ว  เพียงแต่ว่า มันเป็นแต่โครงสร้างหรือมีแต่สิ่งปลูกสร้างหรือเปล่า  ดังนั้นคนพะเยาเราจะทำอย่างไรให้มหาวิทยาลัยที่เรามีอยู่  หรือคนที่จบจากมหาวิทยาลัยในแต่ละปีนับหมื่นคน  ออกมารับใช้ท้องถิ่น หรือสามารถนำเอาบุคลากรที่มีความรู้ในมหาวิทยาลัยมาช่วยให้เกิดงานวิจัยองค์ ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ใช่มาตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อดูดเอาทรัพยากรของท้องถิ่นไปฝ่ายเดียว

สำหรับ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  จังหวัดพะเยาในช่วง 30 ปีทีผ่านมา ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมได้ดีอยู่  ผู้คนส่วนใหญ่รักและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม  อาจจะมีบางส่วนที่คิดทำลายบ้าง แต่น้อยลง  เพราะชาวพะเยามีกระแสต่อต้านหรืออ่อนไหวต่อเรื่องนี้มาก

ในส่วนตัว ของผม คิดว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองพะเยาน่าจะยังคงมุ่งมั่นให้เป็นเมืองเกษตรกรรม  มากกว่าด้านการท่องเที่ยว หรืออื่นๆ  เราอาจจะเติมให้เป็นเมืองการศึกษา เมืองดนตรี  เมืองอะไรก็แล้วแต่ เพิ่มเข้ามาไม่เสียหายหรอก   แต่สิ่งหนึ่งคือ เราหนีบริบทของสังคมเกษตรกรรมไม่ได้ เพราะประชากรและพื้นที่รวมถึงทรัพยากรต่างๆ เราเหมาะที่จะเมืองเกษตรกรรม เราต้องไม่ทิ้งมัน

ต้องยอมรับความจริงว่า ทุกที่ทุกจังหวัด เราเลือกนักบริหารหรือเลือกผู้ว่าฯไม่ได้  ผู้ว่าฯทุกคนมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย  ผมเชื่อว่าทุกท่านมีความตั้งใจ  มีความรู้และประสบการณ์  เพียงแต่ว่าจังหวะ  หรือความเข้าใจในบริบทของเมืองพะเยาในเวลานั้นอาจจะมีไม่มาก  บางท่านมาแบบก้าวกระโดด  อยากทำอะไรหวือหวา  คิดโครงการแบบไม่ฟังเสียงประชาชน  จึงต้องเสียเงินเสียทองไปจำนวนไม่น้อย”

มุมมองด้านเศรษฐกิจ
กู้เกียรติ ดำรงวิริยะนุภาพ/หอการค้าจังหวัดพะเยา

คน พะเยาดีใจมากที่ได้ยกระดับเป็นจังหวัด  เราคาดหวังกันว่า บ้านเมืองจะดีขึ้น  การค้าขายต้องดีขึ้น  หน่วยราชการ  เจ้าหน้าที่  ตำรวจ  การศึกษา  มีคนเพิ่มขึ้นมา  งบประมาณก็ตามมา  มองจากภาพโครงสร้างแล้วดี

อย่างไรก็ตามสังคมเมืองพะเยายังต้องอิงฐาน รากที่มาจากการเกษตร  เพราะประชากร 70-80 เปอร์เซนต์ของเราเป็นเกษตรกร  ที่ผ่านมาก็มีความพยายามจะผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดันราคา สินค้าเกษตรให้สูงขึ้น  แต่มันก็ยังไม่สู้จะดีมากนัก  อีกด้านหนึ่งก็พยายามหาช่องทางด้านโอทอป  ประสานพาณิชย์และพัฒนาสังคม ช่วยกันจัดงาน ดึงผู้ประกอบการให้มีกิจกรรมพิเศษบ่อยขึ้นถี่ขึ้น แต่มันก็ยังเป็นไปได้ช้า

ในส่วนของการท่องเที่ยว  ก็ยังเป็นโจทย์ที่เราพยายามที่จะแก้ปัญหา ทำอย่างไรจะให้คนมาเที่ยว  เพื่อหารายได้ในจุดนี้   เพราะพะเยาเป็นจังหวัดมาหลายสิบปีแล้ว ก็ต้องยืนด้วยลำแข้งลำขาของตนเองให้ได้

ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันพะเยาของเรามีปัญหาสังคมและครอบครัวมีสูงขึ้น  พ่อไปทางแม่ไปทาง  หลายครอบครัวยังอดยากปากแห้ง  ยิ่งช่วงนี้ค่าใช้จ่ายแพงแต่ค่าแรงถูก  อีกด้านหนึ่งเราก็เลี้ยงลูกหลานให้ใช้จ่ายเงินอย่างไม่ถูกต้อง  ซึ่งทางแก้ก็ต้องร่วมมือกันทำอย่างไรจะให้เศรษฐกิจดีขึ้น   พ่อแม่จะได้กลับมาดูลูกหลานตนเองบ้าง  ถ้าทำให้เศรษฐกิจดี  สังคมครอบครัวก็อบอุ่นตามมา

มุมมองแบบชาวบ้านๆ
ปู่หลน : ชาญณรงค์  พูนวิริยาภรณ์

ผมมีความรักและเจ็บปวดกับการจัดตั้งจังหวัดพะเยามามากพอสมควร  ตอนนั้นทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์  เขียนรายงานเกี่ยวกับการตั้งจังหวัดพะเยา  ได้รับความสนใจจากผู้อ่านจำนวนมากทั่วทั้งประเทศ  เพราะประเทศไทยมีการเว้นว่างการตั้งจังหวัดมาหลายปี  โดยเฉพาะคนในจังหวัดก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้มาก

ผมคิดว่าตอนนั้นเรามีศาลากลาง มีผู้ว่าฯแล้ว  มันเป็นความหวังที่จะทำให้บ้านเราได้รับการดูแลพัฒนาอย่างเอาใจใส่จากหน่วย งานของรัฐ รวมถึงเราจะมี ส.ส.หรือนักการเมืองของเราเอง  เศรษฐกิจการค้าคงจะดีขึ้น

ผมจำได้ว่า  ช่วงเวลานั้นเราใช้อาคารโรงเรียนสตรีพะเยาเป็น “ศาลากลาง” ชั่วคราวอยู่ถึง 2-3 ปี  จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ ผมคิดว่าจังหวัดพะเยาของเรามีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะตัวศาลากลาง  เปลี่ยนแปลงเฉพาะตึก  แต่คนที่นั่งบริหารหรือทำงานในศาลากลางไม่เคยเปลี่ยน

ผมเองก็ไม่รู้ว่า…ประชาชนอย่างเราจะไปพึ่งราชการได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาปัญหาต่างๆของจังหวัดพะเยาไม่เคยถูกนำมาแก้ไขอย่างถูกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาที่ดินทำกินของราษฎร ปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ปัญหาแหล่งน้ำที่มีการบริหารจัดการไม่เป็นระบบ ปัญหาการศึกษาและปัญหาสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะปัญหาสำคัญ คือ ปัญหาความยากจน  ปี 2549 เรามีประชากร 5 แสนกว่าคน  ปี 51 เราเหลือ 4.8 แสนคน  ที่หายไปคืออพยพย้ายถิ่นฐานหนีไปทำงานตั้งรกรากที่อื่น  เพราะไม่มีงานทำ  องค์กรท้องถิ่น  นักการเมืองและหน่วยข้าราชการทั้งจังหวัดเราสนใจแต่เรื่องทำถนน ขุดลอก แต่อาชีพความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ได้รับการเหลียวแล

ให้ผมพูดตรงๆ  ก็คือ 31 ปีที่ผ่านมา ผมผิดหวังมากๆ และจะผิดหวังมากไปอีก ถ้าวันนี้เราไม่สามารถทำให้ศาลากลางเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้


“เชวง  วงศ์ใหญ่” สส.พะเยาหลายสมัย
“เชวง วงศ์ใหญ่” หรือที่คนพะเยา-เชียงรายรู้จักและขนานนามว่า “ควายหงานต่งลอ” นับเป็นนักการเมืองรุ่นลายคราม ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองพะเยามาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก  ท่านเป็นหนึ่งในคนการเมืองที่มีส่วนผลักดันให้เมืองพะเยากลายเป็นจังหวัด คำบอกกล่าวของเขาในวันนี้ ในวัยอายุ 79 ปี จึงกลายเป็นประวัติศาสตร์การเริ่มสร้างบ้านแปงเมืองพะเยา ซึ่งมีความลำบากยากเข็ญ

เริ่มต้นการเมืองก่อนที่พะเยาจะกลายเป็นจังหวัด

ผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เริ่มไต่เต้าจากสมาชิกสภาจังหวัด จากนั้นช่วงปี 2490 จึงเริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในเขต อ.เชียงคำ อ.เทิง อ.เชียงของ และ อ.จุน ซึ่ง ตอนนั้น พะเยา เป็นเพียงอำเภอหนึ่งซึ่งถือเป็นเมืองหน้าด่านของจังหวัดเชียงราย ตอนนั้นคนเชียงรายเริ่มรู้จักผมในนาม ส.จ.ที่ เปิดโปงคอรัปชั่น การก่อสร้างที่ กิ่งอำเภอเชียงแสน นั่นทำให้ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็น ส.ส.ในสมัยแรก

สมัยการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็น ส.ส. ต่ออีกหนึ่งสมัย ซึ่งในสมัยนี้เองที่ผมได้มีโอกาสผลักดันให้มีการแบ่งเขตยกฐานะพะเยาให้กลาย เป็นจังหวัด ซึ่งคนที่รับผิดชอบในการยื่นเรื่องตอนนั้น คือ พล.ต.ต.สง่า กิตติขจร ตอนนั้นท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ส่วน ส.ส.ก็มีการยื่นเรื่องให้มีการยกฐานะพะเยาให้กลายเป็นเอกเทศจากจังหวัด เชียงราย อีกไม่นานนักหลังการแยกเป็นจังหวัดพะเยา ผมก็ได้รับการเลือกจากประชาชนให้เป็น ส.ส.อีก 3 สมัย

พะเยายุคเริ่มต้นกับปัจจุบันต่างกันมากแค่ไหน

เหมือน ฟ้ากับดิน เพราะสมัยก่อนบ้านเมืองของเราลำบากยากเข็ญมากเรื่องถนนหนทาง เรื่องน้ำ เรื่องปัจจัยในการพัฒนาล้วนแต่ล้าหลัง ตอนผมเป็น ส.ส. ต้องต่อสู้อย่างมากกว่าจะได้โครงการพัฒนาลงมาสู่จังหวัดตนเอง การเมืองก็เล่นกันรุนแรง ตอนนั้นผมต่อสู้กว่าจะได้แต่ละโครงการ แต่ก็มีโครงการหนึ่งที่ผมไม่สามารถทำได้ คือโครงการ “ฝายอิงลอด” ซึ่งเป็นโครงการเหมืองฝายเพื่อกักน้ำอิงให้เป็นแหล่งน้ำการเกษตรให้กักลุ่ม อาชีพทำนาที่ทุ่งลอ

คือต้องบอกว่า บ้านเราการเดินทางถนนหนทางมันลำบาก ผมไปหาเสียงต้องขี่เกวียน ปั่นจักยาน สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรกเลยหลังจากได้เป็น ส.ส. คือ ต้องสร้างทางเพราะมันเป็นตัวเชื่อมต่อเดินทาง กลายเป็นเส้นทางการค้าขายซึ่งสมัยก่อนมันสำคัญมาก ตอนนั้นผมก็ดึงหลายโครงการให้กับจังหวัดพะเยา อย่างเช่น เส้นทาง พะเยา – เชียงคำ, พะเยา – เชียงม่วน, พะเยา – เทิง ฯลฯ

อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็น เรื่องน้ำ เพราะจังหวัดพะเยาเป็นเมืองเกษตร ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา หลายคนต้องรอน้ำฝน การที่หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งมีเหมืองฝาย มันมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเขาจะได้มีแหล่งน้ำไว้ใช้ในการเกษตร เหมืองฝายก็กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมพยายามสร้างในตอนนี้

โครงการที่ผมสร้างดูเหมือนล้าหลังนะ แต่พะเยาตอนที่แยกเป็นจังหวัดใหม่ๆ มันก็ล้าหลังจริงๆ

ศักยภาพของพะเยาเป็นอย่างไร

ถ้ามองไปในตอนเริ่มต้น ผมบอกตามตรงว่าไม่เห็นแววว่าจังหวัดพะเยาจะไปในทิศทางใดได้ มันไม่สามารถพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้เลย พะเยาในอดีตเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น คือ บ้านเราเมืองเรามันเป็นเมืองผ่าน เราต้องเข้าใจ มันไม่มีทางที่จะเจริญเหมือนเชียงราย เชียงใหม่ มันไม่มีโอกาสเจริญรวดเร็วแบบเมืองจีน การค้าการขายของคนพะเยาก็ไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่ อ.เมืองเหมือนจังหวัดอื่น

คือต้องยอมรับว่า ถ้าเป็นเรื่องเศรษฐกิจการค้าขาย จังหวัดพะเยายังเชื่อมต่อกับจังหวัดเชียงรายอย่างแนบแน่น พ่อค้าแม่ค้า ปัจจุบันยังสั่งซื้อของที่เชียงราย ลำปาง อ.เมืองก็เลยกลายเป็นเพียงเมืองผ่าน

แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรภูมิใจ คือ เมืองพะเยาเป็นเมืองที่สงบ ไม่ค่อยมีเรื่องราวใดใหญ่โต ผู้คนก็ทำมาหากินกันไป ซึ่งเขาก็อยู่กันได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องเดือดร้อนอะไรมากมาย ผมว่าเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ คือถ้าจะเทียบเวลาในช่วง 31 ปีที่ผ่านมา  พะเยาก็เป็นเหมือนละอ่อน ทำยังไงมันก็ไม่โต แต่การเป็นเด็กของเราเป็นเรื่องดี เพราะวัยเด็ก เป็นวันที่มีความสุขที่สุด

…………………

ทองคำ เขื่อนทา ผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่ 5

ทองคำ เขื่อนทา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่ 5 ของจังหวัดพะเยา  ท่านถือเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารและพัฒนาเมืองพะเยา ซึ่งในโอกาสครบรอบ 31 ปีจังหวัดพะเยา ทองคำ เขื่อนทา จะได้มาบอกเล่าเรื่องราวการพัฒนาเมืองพะเยาในยุคแรก

หลังปลดเกษียณยังใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดพะเยา

ผมมีความผูกพันกับจังหวัดพะเยามานาน ตั้งแต่เริ่มรับราชการก็วนเวียนอยู่แถวจังหวัดพะเยา ซึ่งหลังจากที่พะเยาถูกยกฐานะเป็นจังหวัด ผมก็มีโอกาสเข้ามาทำงานเป็นปลัดจังหวัดพะเยาอยู่หลายปี จากนั้นก็ถูกย้ายไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ลำปาง สุดท้ายก็ย้ายมารับราชการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาในปี พ.ศ.2532  จนป่านนี้ผมอายุ 79 ปี หลังปลดเกษียณแล้ว ผมก็ยังอยู่ที่จังหวัดพะเยา

ตอน ที่ผมเป็นผู้ว่าฯ มีการปรับรูปแบบการทำงานกันหลายอย่าง เพราะสมัยก่อนรูปแบบการปกครองเป็นแบบรวมศูนย์ ไม่มีการประจายอำนาจเหมือนปัจจุบัน ความกระตือรือล้น ด้านการเมืองการปกครองของคนในท้องถิ่นจึงมีน้อย คนที่เข้ามาทำงานเป็นผู้ว่าฯก็ต้องเดินทางเข้าหาประชาชนเพื่อเอาปัญหาไป แก้ไข คือ ต้องมีการทำงานเชิงรุก

พะเยาในอดีตและปัจจุบันต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างอย่างแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงเป็นที่งบประมาณ เพราะสมัยก่อน องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้งบประมารการบริหารที่น้อยมาก ปีงบประมาณหนึ่งได้งบฯแค่ 20 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องมาแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนการบริหารและการพัฒนา แต่สมัยก่อนมันต่างกับปัจจุบันก็ตรงค่าครองชีพมันต่ำ น้ำมันราคาลิตรละไม่กี่บาท การทำไร่ทำงานยังมีการใช้ควายไถนากันอยู่

ถ้าเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา พะเยามีการพัฒนาอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการพัฒนามันก็มีหลายด้านถ้าเทียบกับปัจจุบัน ที่เห็นอย่างชัดเจนเลยคือ การพัฒนาของสื่อมวลชน สื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาด้านความคิดของประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความกระตือรือล้น

สมัยก่อนเมืองพะเยามีทีวีไม่กี ช่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นของภาครัฐ เป็นของตำรวจ ทหาร เนื้อหาสาระในการถ่ายทอดก็จะเป็นข่าวการประชาสัมพันธ์ ประชาชนก็เลยไม่ให้ความสนใจในข่าวสาร มัวแต่ไปดูละครกัน แต่ปัจจุบัน มันแตกต่าง การนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนมีหลายรูปแบบ ทั้งเชิงลึกเชิงกว้าง ช่องทางก็มีหลากหลาย ทั้งทีวี วิทยุ มีทั้งสื่อท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชนหันมากระตือรือล้นกับเหตุบ้าน การเมือง บทบาทของภาคประชาชนในจังหวัดมันก็เลยมีมากขึ้นตามลำดับ

ความแตกต่างด้านปากท้องของประชาชน

ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าฯจังหวัดพะเยาจำได้ว่า ประเทศไทยมีประชากรอยู่ประมาณ 45 บ้านคน จังหวัดพะเยามีประชากรเพียงไม่กี่แสนคน เพราะเพิ่งแยกออกมาเป็นจังหวัดได้ไม่นาน สมัยก่อนพะเยาเป็นเมืองที่งดงามมาก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพด้านเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ บ้านเมืองก็มีป่าอุดมสมบูรณ์มาก แต่ปัจจุบันบ้านเมืองมันเปลี่ยนไป สิ่งแรกที่เห็นชัดคือความหลากหลายด้านการประกอบอาชีพ รวมทั้งมีการถ่ายเทของจำนวนประชากร มีคนออกไปทำงานต่างจังหวัดมากขึ้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม่ประชากรของจังหวัดพะเยาถึงลดลง เพราะว่าคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทำงานเป็นชาวไร่ชาวนาเหมือนสมัยก่อน

ส่วนผลิตภัณฑ์ของชุมชนก็มีการพัฒนาไปไกล เพราะปัจจุบันเรามีสินค้า โอทอป ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสมัยก่อนถือเป็นเรื่องที่ดีมาก มันเป็นการส่งเสริมอาชีพในชุมชน  แต่หากเราเอาสินค้าโอทอปของพะเยาไปเทียบกับจังหวัดใกล้เคียงยังถือว่าห่าง ชั้น  ทั้งนี้เพราะสินค้าของพะเยายังขาดเอกลักษณ์ เมื่อเอาสินค้าโอทอปมาเทียบกันในแต่ละจังหวัด สินค้าของพะเยายังไม่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับจังหวัดอื่น เผลอๆ คุณภาพยังด้อยกว่า ดังนั้นเราควรสร้างเอกลักษณ์ในตัวสินค้าพะเยาให้มากกว่านี้

พะเยาเป็นเมืองท่องเที่ยวได้นานเท่าใด

สมัยก่อน ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาถือว่าด้อยมาก สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นที่รู้จักมีอยู่ไม่กีแห่ง  เช่น กว๊านพะเยา วัดพระเจ้าตนหลวง ดอยบุษราคัม ตอนนั้นยังจำได้ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพิ่งมีการประชาสัมพันธ์ภูชี้ฟ้าเป็นช่วงแรกๆ ซึ่งจังหวัดพะเยาก็ได้ผลประโยชน์ไปด้วยเพราะมีพื้นที่เป็นเขตติดต่อ

พูดกันตามตรง จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่ปลุกยากมากเรื่องการท่องเที่ยว เพราะจังหวัดพะเยาเป็นเมืองผ่าน แต่ละพื้นที่การท่องเที่ยวไม่มีการกระจุกตัว คือลองคิดในแง่ความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว เวลาที่เราเข้ามาเที่ยวจังหวัดหนึ่ง เราก็อยากมาเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากนัก วันเดียวสามารถท่องเที่ยวไปได้หลายๆสถานที่ แต่จังหวัดพะเยาสถานที่ท่องเที่ยวมันไม่มีการกระจุดตัว การท่องเที่ยวจึงมีการเติบโตอย่างช้าๆ ไม่สามารถเทียบชั้นกับจังหวัดอื่น อย่าง เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

อนาคตเมืองพะเยาควรเป็นอย่างไร

การจัดให้จังหวัดพะเยาเป็นเมืองน่าอยู่ ถือว่า มีความเหมาะสมมากที่สุดแล้ว เราต้องพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดี เพราะบ้านเราพื้นฐานไม่ใช่การท่องเที่ยว ไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรม เพราะเมืองอุตสาหกรรมต้องมีน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งแม้ว่าพะเยาจะมีน้ำอิง มีกว๊านพะเยา แต่การเป็นเมืองอุตสาหกรรต้องมีน้ำในจำนวนมาก หากเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กก็คงได้ แต่ปัจจุบันพะเยาก็มีปัญหาเรื่องน้ำ

น้ำในกว๊านพะเยาเริ่มมีสารพิษ สารเคมีมากขึ้น มันก็เกิดเป็นปัญหาเรื่องสุขภาพของคนเมืองพะเยาตามมา เพราะ แหล่งน้ำที่มาทำประปา น้ำก็มาจากกว๊านพะเยา เราคงต้องมาทบทวนเรื่องบทเรียนการพัฒนากว๊านพะเยากันใหม่ หากต้องการรักษาสภาพน้ำในกว๊านพะเยาไว้

31 ปีจังหวัดพะเยาเติบโตมาถึงไหน

ถ้าเปรียบเทียบการพัฒนาจังหวัดพะเยาเป็นคน ในช่วง 31 ปีที่ผ่านมา จังหวัดพะเยาถือว่ายังเรียนไม่จบ ม.3 ยังถือว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พะเยามีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจากนี้หากต้องการพัฒนาจังหวัดพะเยาให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เราต้องมีความชัดเจน บอกไปเลยว่าเราเป็นเมืองน่าอยู่ ทำทุกอย่างให้เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองอุตสาหกรรม เมืองท่องเที่ยวไม่ต้องไปคิด มุ่งหน้าไปที่การพัฒนาคนให้ถึงที่สุด ดึงจุดเด่นที่เรามีอย่าง ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ทำให้มันดีขึ้น ส่วนข้อด้อยอย่างเรื่องความร่วมมือภาคประชาชน หรือความร่วมมือจากนักธุรกิจก็ค่อยๆพัฒนากันไป


ขอขอบคุณ ข้อมูล จาก พะเยารัฐ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็ปไซต์ของเราก่อนนะครับ คลิ๊กอ่านได้เลย


บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2
12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3
13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4
14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5
15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6
16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7
17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8
18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book






ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา


ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้
โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 4. ติดตามโครงสร้างอ่างฯ สำนักข่าว
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 5. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ
3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3




ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่
1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1




หาก ท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้ ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้
1. ทาง Face Book ส่วนตัว นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา 5. อีเมลล์ ส่วนตัว อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
2. ทาง Face Book หมู่บ้าน รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ 6. อีเมลล์ หมู่บ้าน อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
3. ทาง Face Book เพื่อนๆ
Kasetsomboon City 7. Skype kasetsomboon999
4. ทาง MSN อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน 8. Line Dan


ท่านสามารถอ่านบทความและเนื้อหาต่างๆของเว็ปไซต์นี้ ผ่านหัวข้อต่างๆดังนี้

ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ
1. บทนำ 8. บทความสำนึกรักบ้านเกิด 15. รวมลิงค์ต่างๆ
2. ข้อตกลงก่อนชม 9. บทความคติธรรมคำคม 16. เว็ปบอร์ด
3. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ 10. บทความวัฒนธรรมประเพณี 17. ติดต่อเรา
4. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ 11. รวมรูปภาพ 18. ฟังเพลงคำเมืองบ้านเฮา
5. บทความทั่วไป 12. ฟังวิทยุออนไลน์ 19. อ่านข่าวย้อนหลัง
6. บทความให้ความรู้ 13. ราคายางพาราวันนี้ 20. บันทึกการเดินทาง
7. บทความเกี่ยวกับศาสนา 14. แผนที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ 21. เกี่ยวกับผู้จัดทำ


ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

อย่า เพิ่งเบื่อกันก่อนนะครับ นี่แค่เป็นการเกริ่นเริ่มต้นของบทความ ยังมีต่ออีกเยอะ จะหาเวลามาพิมพ์ พร้อมอัพเดทภาพประกอบให้น่าสนใจ มีข้อแนะนำติชม หรือ ช่วยกันตรวจปรุ๊พ แล้วส่งไปที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน จักขอบพระคุณยิ่ง


เพื่อ การพัฒนาปรับปรุงเว็ปไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ขอร้องให้ทุกท่านที่เข้ามารับชมเว็ปไซต์ของเรา ทำตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็ปเราด้วยนะครับ ใครที่ไม่เข้าใจกฎของเรา คลิ๊กไปอ่านที่นี่ได้นะครับ ข้อตกลงในการรับชมเว็ปไซต์ของเรา หรือ อ่านบทนำและวัตถุประสงค์ของการจัดทำเว็ปไซต์ ก่อนนะครับ


จากใจ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



* หมายเหตุ

วัน เวลาเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ขอร้องคนบ้านเฮาใส่ใจ๋ ช่วยกั๋นดูแลฮักษาไว้ หื้อลูกหื้อหลาน ได้สืบสานตำนานฮีตฮอยบะเก่ามะเกื้อ (ใครมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ช่วยส่งเมล์ ไปบอกกันหน่อยนะครับ ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ยินดีตอบ และให้คำปรึกษาครับ ....ท.ทิวเทือกเขา


001birdsnow001
linethai

Copyright © 2009 www.kasetsomboon.org และ www.kasetsomboon.com All rights reserved.

Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 18
Your IP: 54.227.97.219
,
Now is: 2021-12-01 09:52
เรามี 198 บุคคลทั่วไป ออนไลน์