ผิดพลาด
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFolder::files: ไม่มีโฟลเดอร์ดังกล่าวในพาธนี้:
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21
  • JFTP::connect: Could not connect to host "kasetsomboon.org" on port 21

ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2

PDFพิมพ์อีเมล

001
ติดตามรับชมภาพบรรยากาศพิธีสืบชะตาแม่น้ำญวน และ บรรยากาศหน้าบริเวณหน้าผาแดงได้ โดยคลิ๊กที่ภาพข้างบนครับ

ก่อนที่จะได้เล่าเรื่องดอยผาขามหรือดอยผาข่ามต่อ ผมจะได้อธิบายถึงลักษณะของภูเขาหรือดอยดังกล่าวตามหลักทางวิชาการกันก่อนนะครับ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ของอุทยาน แห่งชาติภูซาง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ดินบริเวณป่าน้ำหงาวฝั่งซ้ายในท้อง ที่ตำบลตับเต่า ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาว ในท้องที่ตำบลภูซาง ตำบลทุ่งกล้วย ตำบลร่มเย็น ตำบลแม่ลาว อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขา มีความอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์นานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ป่า และภูเขาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 284.8 ตารางกิโลเมตร หรือ 178,049.62 ไร่ ได้ประกาศจัดตั้งเป็น "อุทยานแห่งชาติภูซาง" เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2543

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาติดชายแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีความสูงตั้งแต่ 440-1,548 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำลาว น้ำหงาว น้ำเปื๋อย น้ำบง น้ำญวน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของอำเภอเชียงคำ

ลักษณะภูมิอากาศ อุทยานแห่งชาติภูซาง จะมีฤดูกาล 3 ฤดู คือ

ฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม
ฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน-เดือนมกราคม
ฤดูร้อน เดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน

พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า สภาพป่าโดยทั่วไปประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบเขา พันธุ์ไม้มียาง ยางขาว ยางแดง ตะเคียน ยมหอม จำปีป่า จำปาป่า กระบาก ตะแบก มะหาด ประดู่ แดง สัก เสลา ส้าน มะค่าโมง ตะคร้อ สมอพิเภก กระบก ก่อ มะม่วงป่า และไผ่ และสัตว์ป่ามีเลียงผา กวาง เก้ง ลิง หมูป่า กระจง ค่าง ชะนี กระต่าย แมวป่า เม่น อีเห็น ชะมด กระรอก หมาใน และนกชนิดต่างๆ

namlai
ภาพประกอบจากเว็ปไซต์ คลิ๊กชมภาพสถานที่จริงที่ภาพได้เลยครับ
ถ้ำน้ำดั้น ตั้งอยู่ในหุบเขาบนดอยผาขามหรือผาข่าม ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร เป็นถ้ำหินปูนขนาดกลาง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก ลักษณะเด่นของถ้ำน้ำดั้นคือ บริเวณปากถ้ำจะมีลำธารขนาดใหญ่ ลำห้วยน้ำดั้น ไหลแล้วหายลงไปในถ้ำ และสายน้ำดังกล่าว ก็จะไหลออกมาจากลำห้วยน้ำดั้น ด้านหน้าหน่วยอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติภูซาง 1 ผาแดง ไหลไปบรรจบกับลำน้ำญวน พื้นที่แห่งนี้ในอดีตนั้นเคยเป็นสถานที่หลบซ่อนของผู้ที่มีความคิดฝักฝ่ายด้านการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อยู่เป็นเวลานานหลายปี เพราะเป็นสมรภูมิรบที่โดดเด่น สามารถมองเห็นข้าศึกศัตรูก่อนที่จะเข้ามาโจมตีตน

ถ้าพระ ตั้งอยู่บนบริเวณดอยผาช่อ ด้านทิศเดียวกันกับบริเวณถ้ำผาแดงและถ้ำน้ำลอด ปัจจุบัน ได้ปิดปากถ้ำไปแล้ว เนื่องจาก ในอดีตมีชาวบ้านนิยมพากันไปขุดพระและแอบเอาของเก่าโบราณ รวมทั้งพระเครื่องออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้ำพระแห่งนี้เชื่อกันว่า เป็นที่เก็บสะสมของเก่าของคนสมัยโบราณ ครั้งเมื่อเกิดสงครามและสถานการณ์ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทำให้ชาวบ้านพากันตื่นกลัวกัน ก็เลยเอาทรัพย์สมบัติพากันไปเก็บไว้ในถ้ำดังกล่าว ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์สงบ ชาวบ้านที่รู้ข่าวก็พากันำปแย่งชิงและขโมยทรัพย์สมบัติดังกล่าว ทำให้ต้องมีการปิดปากถ้ำไว้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

014
ท่านสามารถคลิ๊กชมภาพบรรยากาศภายในถ้ำผาแดงและบรรยากาศโดยรอบ โดยคลิ๊กที่ภาพข้างบนนี้ได้เลยครับ
ถ้ำผาแดง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีความลึกประมาณ 450 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่และกว้างขวางมาก แต่ก็ยังมีเหวมีหลุมอยู่พอสมควร ต้องเดินอย่างระมัดระวังหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าสะพานไม้ที่ข้ามมีคนเคยเปลี่ยนหรือยัง ถ้ายังก็ฝากถึงผู้ดูแลด้วยนะครับ ถ้ำผาแดงอยู่บนภูเขาหินปูนซึ่งยังมีถ้ำอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำน้ำลอด เป็นถ้ำขนาดเล็กที่มีธารน้ำไหล การเดินทางจากอำเภอเชียงคำใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1210 จนถึงพระธาตุดอยคำ แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปทางหลวงจังหวัดเขที่ 1345 เป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภซ.1 (ผาแดง) แล้วเลี้ยวขวาตรงบ้านปางถ้ำ ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา อีกประมาณ 800 เมตร ก็จะถึงวนอุทยานถ้ำผาแดง และถ้ำน้ำลอด บรรยากาศโดยรอบเย็นสบาย สามารถเล่นน้ำในลำน้ำญวนได้ด้วย น้ำใสสะอาด เย็นสบาย

namlod

ทางเข้าปากถ้ำน้ำลอดนั้น ทางเข้ามีขนาดเล็กต้องมุดก้มศีรษะเข้าไป แต่พอเข้าไปแล้วจะกว้างขวางมาก ชมภาพคลิ๊กได้เลยครับ
namlod2
ภาพข้างล่างนี้ได้นำมาจากเว็ปไซต์ ไม่เกี่ยวกับถ้ำน้ำลอดของจริง แต่จินตนาการผู้เขียนคิดว่าข้างในถ้ำลอดที่มีน้ำตกลงมาน่าจะสวยกว่านี้
ต้องฝากผู้เกี่ยวข้องสำรวจให้ได้นะครับ เพื่อเป็นข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สืบต่อไป

ถ้ำน้ำลอด
อยู่ห่างจากถ้ำผาแดงประมาณ 30 เมตร เป็นถ้ำขนาดเล็ก ทางเข้ามีขนาดเล็ก ต้องก้มศีรษะเข้าไป เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว สามารถเดินทางได้สะดวก เพราะถ้ำจะเริ่มกว้างและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทางเดินสะดวก เมื่อเดินทางไปจนสุด จะเจอธารน้ำไหล และได้ยินเสียงน้ำตก ยังไม่เคยมีใครเข้าไปจนสุดธารน้ำไหล ผู้เขียนเคยเข้าไปประมาณ 10 กว่าครั้ง ก็ไม่เคยถึงสักที เคยเดินลุยน้ำไปได้ประมาณสิบกว่าเมตร น้ำเริ่มลึก และไม่มั่นใจว่า จะมีหลุมหรืออะไรอยู่ข้างใน อีกทั้งไฟที่ส่องก็ไม่สว่างเพียงพอ ก็เลยต้องรีบออกมา ถ้ามีเรือท้องแบน น่าจะลองสำรวจดู เผื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเทียวในอนาคต ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ความลึกของถ้ำประมาณ 250 เมตรและมีระดับน้ำลึกประมาณ 0.5-1 เมตร

มาถึงเรื่องที่ผมจะเล่านะครับ เรื่องราวของดอยผาขามหรือดอยผาข่าม นั้นเป็นภูเขาที่ตั้งสูงตะหง่านหากมองจากพื้นดิน เกือบสุดลูกหูลูกตา บนหลังภูเขา ก็มีบรรดานักพิชิตความสูง ทั้งพระสงฆ์และนักสำรวจ ต่างพากันขึ้นไปให้ถึงยังจุดสูงสุดของภูเขา ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่จะเดินขึ้นไปถึง ก็ต้องเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางต่างๆ กว่าจะถึงแล้วปักธงชัย นั่นคือ ได้ปักธงชาติไทย และ ธงพระพุทธศาสนาไว้บนยอดดอยผาขาม ดังที่บอกไว้ตอนต้นว่า มีคอกม้า คอกวัว คอกควาย ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ปั้นแต่งขึ้น หรือ อาจจะเป็นฝีมือมนุษย์ที่ได้สร้างขึ้นมา เพื่อใช้สำหรับเป็นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงของบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่า มีความฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น และที่ผมยังไม่เคยไปนั้น พ่ออุ้ยแก้ว ซึ่งเป็นปู่ของข้าพเจ้า ปัจจุบันท่านได้ละสังขารไปแล้ว แต่คุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะท่านเป็นคนเริ่มก่อตั้งบ้านเกษตรสมบูรณ์ของเราเป็นครอบครัวแรก ได้เล่าให้ผมได้ฟังว่า ในสมัยตอนเป็นหนุ่ม พ่ออุ้ยแก้ว ได้ขึ้นไปบนยอดผาขามบ่อยครั้ง แล้วได้ไปพบหลุมแห่งหนึ่งบริเวณหลังผาขามออกไปไกลเหมือนกัน และบริเวณแห่งนี้มีน้ำไหลลงรูเป็นจำนวนมาก ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันยังคงมีอยู่หรือเปล่า วานผู้รู้ทั้งกรมป่าไม้และนักสำรวจ หากท่านได้ขึ้นไปลองไปสำรวจให้ทีนะครับว่า ยังมีน้ำไหลลงรูอีกหรือเปล่า และน้ำไหลลงรูที่ว่านี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีน้ำไหลออกมาจากดอยผาขามลูกนี้อย่างไม่ขาดสาย ไหลลงมารวมอยู่ตรงที่คนในพื้นที่เขาเรียกว่า "ห้วยน้ำดั้น" หมายความว่า น้ำได้ไหลออกมาจากหุบเขานั่นเอง ซึ่งน้ำดังกล่าวหลายท่านเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์มาก ตอนสมัยเป็นเด็กยามใดที่ตามพ่อไปหาไม้ ก็นิยมไปดื่มน้ำบริเวณนี้ แต่ปัจจุบันทางการและกรมโยธา ได้ตัดถนนลาดยางคอนกรีตขึ้นสู่หมู่บ้านปางถ้ำ ไม่แน่ใจว่าน้ำยังไหลอยู่หรือเปล่า

namdun
ภาพประกอบจากเว็ปไซต์ เพื่อให้ท่านมองเห็นภาพ

และตรงบริเวณห้วยน้ำดันนี้เอง ก็มีเรื่องเล่าต่างๆนานา เช่น บริเวณกลางหุบเขาหรือในดอยผาขามนั้นมีถ้ำน้ำเยอะแยะเต็มไปหมด ยังไม่มีใครเคยสำรวจ ก็ฝากไปถึงผู้เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ตำนานพ่ออุ้ยแม่อุ้ย ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า ข้างในเป็นเมืองลับแล เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด และสัตว์ที่อยู่ในตำนาน เช่น ช้างน้ำ ก็คงมีอยู่เยอะมาก เรื่องนี้ผมเชื่อได้ เพราะ พ่อของผมเอง เคยไปดื่มน้ำที่นี่ แล้วเมื่อก้มลงดื่มน้ำ ก็พบงาของสัตว์ประเภทหนึ่ง เป็นงาเล็กๆ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าช้างน้ำ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเหมือนช้าง แต่มีขนาดเล็กมาก พ่อจึงได้เก็บมาไว้บูชา ชาวบ้านต่างรู้ดีว่า สรรพคุณของงาช้างน้ำนั้น ถือว่า แม้จะเป็นสัตว์เล็ก แต่มีพลัง มีอำนาจเหนือสัตว์ทั้งปวง ช้างน้ำเป็นสัตว์วิเศษที่สัตว์ใหญ่ยังหวาดกลัว หากผู้ใดได้ครอบครองซากช้างน้ำแล้ว เมื่อเข้าไปในป่าแล้วจะปลอดภัย สัตว์ป่าดุร้ายจะไม่มีมาคุกคาม แม้แต่ผีสาง ก็ไม่กล้าเข้าใจ

ตามตำนานและลักษณะโดยทั่วไปแล้ว ช้างน้ำ เป็นความเชื่อตำนานที่มีมาแต่โบราณ และหลายต่อหลายครั้งก็มีหลักฐานสมัยใหม่ที่ช่วยให้เกิดคำร่ำลือถึงการมีอยู่ ของเจ้าช้างน้ำปริศนาตัวนี้ ช้างน้ำนี้เชื่อว่าอาศัยอยู่ในแถบชนบทชานเมือง อาศัยอยู่ตามแม่น้ำลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง ที่ห่างไกลจากชุมชนและผู้คน หรือลึกเข้าไปในป่าเขา เชื่อว่าว่าตลอดชีวิตของช้างพวกนี้ จะใช้ชีวิตอยู่แต่ในน้ำ (และนั่นเป็นสาเหคุหนึ่งที่ทำให้มันถูกเรียกว่าช้างน้ำด้วย ส่วนขนาดของมันก็จะสูงใหญ่เพียงประมาณ 3-4 นิ้วเท่านั้น ทำให้มันถูกเรียกว่าช้างจิ๋วนั่นเอง เชื่อกันว่างาของเจ้าช้างน้ำนี้แฝงไปด้วยพิษอันร้ายกาจชนิดที่ว่าทำเอาคนเรา เสียชีวิตได้เลยทีเดียว และพิษที่บรรจุไว้ในงาของมันก็มีอยู่ในปริมาณที่มากและคงอยู่ทนนานขนาดที่ ว่าตัวช้างตายไปนานแล้วก็ยังมีพิษร้ายอยู่ที่งาอีกเป็นเวลานานเลยทีเดียว มีเพียงนักล่าผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์มากพอเท่านั้นจึงสามารถสังเกตและ ค้นหาเจ้าช้างน้ำนี่เจอ โดยสังเกตจากงาจิ๋วของมันที่โผล่พ้นน้ำออกมา ขณะที่นักเดินทางที่ไม่ทันระวังตัวเดินผ่านถิ่นที่อยู่ของช้างน้ำนี้กลับจะ พบกับจุดจบจากพิษร้ายใต้ฝ่าเท้าของตน ไม่ว่าจากการเหยียบหรือสัมผัสพิษจากงาของมันโดยตรงหรือไม่ก็ตาม เชื่อกันว่าหากเจ้าช้างน้ำนี้อยู่ในสภาพที่ไม่คุ้นเคย คือถูกจับตัวไปขังในกรงหรือสถานที่อื่น ๆ นอกแหล่งน้ำของมัน มันก็มักจะเสียชีวิตลงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่เกินวัน ทำให้นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนเชื่อว่าทำให้ไม่มีใครมีช้างน้ำตัวเป็น ๆ ไว้ในครอบครองได้ และสิ่งเดียวที่หลงเหลือมาให้คนได้พบเห็นและร่ำลือก็มีเพียงซากแห้งของเจ้า ช้างน้ำนี้เท่านั้น จากนั้น พ่อก็ได้เก็บมาบูชาอยู่เป็นเวลาหลายปี ไปที่ไหนก็มีความสงบปลอดภัย พ่อก็ยังเคยเอามาโชว์ให้ผมดู ปรากฏว่าเรื่องเหล่านี้ได้เล่าลือไปถึงหูของหลายคน มีอยู่วันหนึ่งมีคนจะมาขอชม และจะขอบูชา แต่ปรากฏว่า พอพ่อเปิดห่อผ้าที่พ่อห่อไว้อย่างดีออกมาดูปรากฏว่า มันได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยและสาเหตุ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนนะครับ แต่คนแถวบ้าน และคนล้านนามักจะมีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้อยู่ไม่น้อย

hasdiling2

หลังจากได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำพอสมควรแล้ว ผมก็จะได้โยงเรื่องที่ได้กล่าวตั้งแต่ตอนต้นบทความในหัวข้อเรื่อง ดอยผาขามตำนานสอนใจ ก็เกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องพระสุธนมโนราห์นี่เอง ตอนสมัยผมเป็นเด็ก ก็มักจะมีผู้เฒ่าผู้แก่ พ่ออุ้ยแม่อุ้ย ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับดอยผาขามนี่เอง โดยได้เริ่มเล่าว่า

ในอดีตกาลนานมาแล้ว ได้มีนกหัสดีลิงค์ ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ลำตัวเป็นนก มีปีก มีหางอย่างนกแต่มีหัวเป็นช้างมีลำตัวที่ใหญ่อีกทั้งมีกำลังเทียบเท่าช้าง ๕ เชือกมารวมกัน มีขนาดใหญ่มากเท่าเรือนหรือบ้านหลังหนึ่งเลยทีเดียว กล่าวกันว่า นกมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักตัวเยอะมาก จับที่ต้นไม้ต้นไม้ก็หัก ดังนั้น นกเหล่านี้ จะไปจับยังสถานที่ที่เป็นภูเขา ตามตำนานเล่าว่า นกตัวนี้ บินไปเกาะหลายที่ เช่น ตำนานที่จังหวัดน่าน บอกว่า ไปจับบนภูเขาลูกหนึ่งจนทำให้ภูเขายุบไปเลย ซึ่งทางภาคเหนือเรียกว่า ตู๊บ ภูเขาหรือดอยลูกนี้จึงได้ชื่อว่า ผาตู๊บ หรือ ภูเขายุบนั้นเอง อันเป็นสาเหตุที่นกนี้ไปเกาะนั่นเอง

อดีตกาลมีเรื่องเล่าว่า นกหัสดีลิงค์ ได้คาบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของเจ้าชายคนหนึ่ง บินไปจับตรงที่ยอดดอยผาขาม แต่ผาขามไม่ยุบ เพราะในสมัยก่อนเขาเรียกว่าดอยผาข่าม หมาย ถึงดอยที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพันนั่นเอง เจ้าชายคนนี้เป็นคนที่เก่งและก็มีธนูวิเศษอยู่คันหนึ่ง ซึ่งกล่าวกันว่า ธนูนี้ จะต้องใช้คนถึงพันคนยกถึงจะยกขึ้น แต่ด้วยบุญญาบารมีและวาสนาของเจ้าชายองค์นี้ จึงสามารถยกได้เพียงลำพังพระองค์เดียวเท่านั้น และเชื่อกันว่า พระองค์สามารถยิงธนูได้ไกล และมีความแม่นยำมาก สามารถยิ่งไกลข้ามเมืองเลยก็ว่าได้ เมื่อเจ้าชายพระองค์นี้ ติดตามพญานกยักษ์มาถึงดอยผาช่อ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับดอยผาขามปัจจุบัน เป็นที่ตั้งของวนอุทยานแห่งชาติภูซาง บริเวณถ้ำผาแดงปัจจุบัน แล้วเจ้าชายก็มองเห็นนกยักษ์ เกาะอยู่ที่หน้าผาขามแห่งนี้ พระองค์จึงได้ยกธนูขึ้น และเล็งศรไปที่นกยกตัวนี้ แต่พอกำลังจะยิงลูกศรธนูไปนั้น นกก็กระพือปีกเตรียมที่จะบินหนีไป แต่กระนั้นก็ยังหลบไม่พ้นลูกศรธนูของเจ้าชายองค์นี้ ลูกธนูได้ยิงไปแฉลบตรงบริเวณข้อเท้าของนกยักษ์ แล้วลูกธนูก็พุ่งตรงเข้าไปสู่กลางดอยผาขามนั่นเอง กล่าวกันว่า โดยปกติ ถ้าเจ้าชายองค์นี้ยิงลูกธนูไปถูกของสิ่งไหน สิ่งนั้นก็จะเละเป็นจุลเลย แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของดอยดังกล่าว จึงไม่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เพียงแต่เป็นรอยเท่านั้น ซึ่งดอยนี้ จึงได้ชื่อว่า ดอยผาข่าม นั่นเอง และปัจจุบันรอยธนูดังกล่าว ก็ยังปรากฏเป็นรูโป๋ ตรงกลางดอยผาขาม แล้วมองดูลักษณะ เหมือนกับรอยเท้าของนกยักษ์ปรากฏติดกับหน้าผาด้วย ถ้าท่านได้เดินทางไป ก็ลองสังเกตดูแล้วจะเห็นอย่างที่ผมได้เล่าไว้ เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังได้โยงใยไปถึงนกยักษ์ตัวนี้ เมื่อโดนยิงแล้ว นกยักษ์ตัวนี้ก็ยังไม่ปล่อยหญิงนางดังกล่าว ก็ยังใช้กรงเล็บจับหญิงดังกล่าวบินหนีไป ทั้งที่ตัวของมันก็ถูกยิงแฉลบเข้าที่ข้อเท้า และเลือดของนกยักษ์ ก็ไหลหยดออกมาเป็นทาง นกได้บินไปทางทิศตะวันตกไปทางดอยหรือภูเขาลูกหนึ่ง เลือดของนกได้เริ่มไหลมากขึ้น และไหลหยดเป็นทาง ณ ภูเขาลูกนี้ ต่อมาภูเขาลูกนี้ จึงได้ชื่อว่า ดอยผาแดง นั่นเอง จากนั้น นกยักษ์ ก็ได้บินไปเรื่อยๆ จนถึงภูเขาลูกหนึ่ง นกยักษ์ดังกล่าวเริ่มจะหมดแรง และได้ทิ้งร่างของหญิงคนนี้ไว้ที่ภูเขาลูกหนึ่ง และต่อมาภูเขาลูกนี้ ก็ได้ชื่อว่า ดอยนาง นกยักษ์ตัวนี้ ดังที่ได้บอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า มีลักษณะเหมือนนกแต่มีหัวเป็นช้าง สุดท้ายนกตัวนี้ ก็ได้บินไปตายที่ภูเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็ได้เรียกภูเขาลูกนี้ว่า ดอยผาช้าง นั่นเอง เรื่องราวได้จบลง ตรงที่เจ้าชายได้ตามไปจนพบศพของหญิงคนรัก แล้วอกแตกตาย เพราะเสียใจที่หญิงคนรักมาตายจากนั่นเอง

เราจะเห็นว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ของเรา ช่างเป็นผู้ที่มีปัญญา และสามารถโยงเรื่องราวของภูเขา ให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นคติธรรมสอนใจพวกเราได้เป็นอย่างดี ในตอนแรกผมก็กึ่งเชื่อไม่เชื่อ แต่อีกอย่างหนึ่ง ก็ทำไม ชื่อภูเขาเหล่านั้น จึงได้ชื่อเช่นนั้น ทั้งดอยผาข่าม ดอยผาแดง ดอยผาตู๊บ ดอยนาง และภูเขาเหล่านี้ ก็อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย ก็ห่างกันไม่มากเกินที่จะไปถึง  และที่ทำให้ผมทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือ ลักษณะของภูเขาที่เกิดขึ้น ก็มีรูปร่างรูปทรงลักษณะตามคำบอกเล่าทุกประการนี่สิ ทำให้ผมยิ่งเชื่อว่า ทุกที่ทุกแห่งต่างก็มีตำนาน มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเป็นมิใช่น้อย

แล้ววันหลังจะได้ เล่า เกี่ยวกับตำนานของภูเขาแต่ละลูก ในเขต ตำบลร่มเย็นของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็น ดอยปู่ง่าว (โง่) ดอยม่อนกองข้าว ดอยผากันวี ดอยกิ่วนาค เป็นต้น ก็คอยติดตามกันต่อไปแล้วกัน

ท.ทิวเทือกเขา
28 ก.ย. 53


ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของดอยผาขาม (ดอยผาข่าม) ตำนานสอนใจ ได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่






1. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 1 6. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 2
2. ดอยผาขามตำนานสอนใจ ตอนที่ 2 7. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 3
3. ตำนานพระสุธนมโนราห์ ตำนาน 8. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 4
4. ตำนานนกหัสดีลิงค์ ตำนาน 9. เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 5
5 เบื้องหลังความงดงามดอยผาขาม ตอนที่ 1




ท่านสามารถติดตามอ่านเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างอ่างเก็บน้ำญวนได้ โดยคลิ๊กที่หัวข้อแต่ละตอนได้ครับ

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่






1. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 1 3. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 3
2. กว่าจะมาเป็นแม่น้ำญวน ตอนที่ 2 4. ความเป็นมาของโครงการฯ บทนำ


หรือ หากท่านมีเวลาว่าง ท่านก็สามารถอ่านบทความของเว็ปมาสเตอร์ได้ที่นี่ครับ มีหลายเรื่องหลายตอนให้ท่านได้เลือกอ่าน ก็อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเจริญใจ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างก็อย่าได้ว่ากันนะครับ ไม่มีเจตนาใดใดแอบแฝง สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขออนุโมทนาด้วยนะครับ หรืออยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิด หรืออะไรที่เป็นประโยชน์ มีสาระสร้างสรรค์ ก็ขอเชิญท่านแอดผมไปเป็นเพื่อนได้หลายช่องทางครับ ติดต่อผมได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อที่ใช้ได้เลยครับ

ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้ ที่ ช่องทางการติดต่อ ชื่อที่ใช้






1. ทาง Face Book ส่วนตัว นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา 5. อีเมลล์ ส่วนตัว อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
2. ทาง Face Book หมู่บ้าน รวมพลคนเกษตรสมบูรณ์ 6. อีเมลล์ หมู่บ้าน อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
3. ทาง Face Book เพื่อนๆ
Kasetsomboon City 7. Skype kasetsomboon999
4. ทาง MSN อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน 8. Line Dan


บทความบันทึกการเดินทางของเว็ปมาสเตอร์ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา
คลิ๊กอ่านได้เลยครับ มีทั้งหมดตอนนี้ 14 ตอน

ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่ ที่ ชื่อเรื่อง ตอนที่






1. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 1 11. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 11
2. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 2
12. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 12
3. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 3
13. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 13
4. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 4
14. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 14
5. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 5
15. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
6. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 6
16. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
7. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 7
17. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
8. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 8
18. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
9. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 9 19. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book
10. บันทึกการเดินทางของ นายตัวดี ตอนที่ 10 20. ภาพบันทึกการเดินทางของ นายตัวดี Face Book












ขอบคุณนะครับ ที่ติดตามอ่านบทความของผม นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



ท่านสามารถอ่านบทความและเนื้อหาต่างๆของเว็ปไซต์นี้ ผ่านหัวข้อต่างๆดังนี้

ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ ที่ หัวข้อ






1. บทนำ 8. บทความสำนึกรักบ้านเกิด 15. รวมลิงค์ต่างๆ
2. ข้อตกลงก่อนชม 9. บทความคติธรรมคำคม 16. เว็ปบอร์ด
3. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ 10. บทความวัฒนธรรมประเพณี 17. ติดต่อเรา
4. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ 11. รวมรูปภาพ 18. ฟังเพลงคำเมืองบ้านเฮา
5. บทความทั่วไป 12. ฟังวิทยุออนไลน์ 19. อ่านข่าวย้อนหลัง
6. บทความให้ความรู้ 13. ราคายางพาราวันนี้ 20. บันทึกการเดินทาง
7. บทความเกี่ยวกับศาสนา 14. แผนที่บ้านเกษตรสมบูรณ์ 21. เกี่ยวกับผู้จัดทำ


ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้ เพื่ออ่านเป็นไฟล์ pdf คลิ๊กตรงหัวข้อได้เลยครับ
1. รวมประวัติอำเภอเชียงคำ ดาวน์โหลด 4. ประวัติบ้านเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
2. หน้าปกหนังสือ ดาวน์โหลด 5. ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์ ดาวน์โหลด
3. คำนำสารบัญ ดาวน์โหลด 6. คำสอนสุภาษิตล้านนา ดาวน์โหลด

อย่า เพิ่งเบื่อกันก่อนนะครับ นี่แค่เป็นการเกริ่นเริ่มต้นของบทความ ยังมีต่ออีกเยอะ จะหาเวลามาพิมพ์ พร้อมอัพเดทภาพประกอบให้น่าสนใจ มีข้อแนะนำติชม หรือ ช่วยกันตรวจปรุ๊พ แล้วส่งไปที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน จักขอบพระคุณยิ่ง


เพื่อ การพัฒนาปรับปรุงเว็ปไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ขอร้องให้ทุกท่านที่เข้ามารับชมเว็ปไซต์ของเรา ทำตามกฏระเบียบข้อตกลงของเว็ปเราด้วยนะครับ ใครที่ไม่เข้าใจกฎของเรา คลิ๊กไปอ่านที่นี่ได้นะครับ ข้อตกลงในการรับชมเว็ปไซต์ของเรา หรือ อ่านบทนำและวัตถุประสงค์ของการจัดทำเว็ปไซต์ ก่อนนะครับ


จากใจ นายตัวดี ท.ทิวเทือกเขา



* หมายเหตุ

วัน เวลาเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ขอร้องคนบ้านเฮาใส่ใจ๋ ช่วยกั๋นดูแลฮักษาไว้ หื้อลูกหื้อหลาน ได้สืบสานตำนานฮีตฮอยบะเก่ามะเกื้อ (ใครมีข้อมูลที่ดีกว่านี้ ช่วยส่งเมล์ ไปบอกกันหน่อยนะครับ ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ยินดีตอบ และให้คำปรึกษาครับ ....ท.ทิวเทือกเขา


001birdsnow001
linethai

Copyright © 2009 www.kasetsomboon.org และ www.kasetsomboon.com All rights reserved.
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

รวมภาพต่างๆ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
Online (20 minutes ago): 2
Your IP: 18.208.159.25
,
Now is: 2019-10-18 23:44
เรามี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์