แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 01 กรกฏาคม 2010 เวลา 09:39 เขียนโดย Dan วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2009 เวลา 16:52
ประวัติวัดเกษตรสมบูรณ์
![]()
1. ประวัติความเป็นมา :![]()
ในตอนแรกนั้นการทำบุญงานประเพณีหรือกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ชาวบ้านบ้านเกษตรสมบูรณ์ ก็ยังคงไปทำบุญกันที่วัดดอนมูล หรือบ้านโจ้โก้เก่า เมื่อมีผู้คนพากันอพยพครอบครัวมาอยู่ยังหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์แห่งนี้เพิ่มมากขึ้น และประชากรก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทางชาวบ้าน จึงมีการประชุมตกลงกันเพื่อที่จะขออนุญาตทางการ ที่จะทำให้ชุมชนของตนเองตั้งขึ้นเป็นหมู่บ้านแห่งใหม่ โดยที่จะเลือกผู้นำขึ้นมาเพื่อปกครองหมู่บ้านของตนเอง เมื่อทางมติที่ประชุมได้เห็นสมควรแล้ว จึงได้แจ้งให้ทางราชการทราบ และตั้งชื่อชุมชนหรือหมู่บ้านนี้ว่า บ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 15 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รหัสไปรษณีย์ 56110 เนื่องจากเห็นว่าสภาำพของหมู่บ้าน เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งด้านข้าวปลาอาหาร ที่ทำกิน มีแม่น้ำไหลผ่าน สามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี เมื่อได้ชื่อหมู่บ้านแล้ว ชาวบ้านได้พากันเลือกผู้ใหญ่ใหม่ โดยได้รับสมัครผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเป็ฯผู้ใหญ่บ้าน มีผู้เข้าร่วมสมัครจำนวน 2 คน คือ นายเหลา รุ่งเรือง และ นายอินแสวง มาสุข ปรากฏว่า หลังการลงคะแนนเลือกตั้งโดยที่ทางการมาดำเนินการในการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านให้ ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ได้เลือกให้ นายอินแสวง มาสุข เป็นผู้ใหญ่บ้าน ปกครองบ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 15 ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา เป็นคนแรก และทางการ ก็ได้แต่งตั้งให้ นายอินแสวง มาสุข เป็นผู้นำหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. 2533
เมื่อได้รับการตั้งให้เป็นหมู่บ้านที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามที่ทางราชการกำหนดแล้ว ประกอบกับหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ของเราก็มีประชากรมากพอสมควร อีกทั้งการเดินทางไปทำบุญและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่วัดดอนมูลก็มีระยะทางค่อนข้างไกล ผู้สูงอายุ ก็ไม่ต้องการที่จะเดินทางไกล เพราะไปลำบาก อีกทั้งถนนหนทางในสมัยนั้น โดยเฉพาะฤดูฝนก็เดินทางลำบาก เพราะต้องผ่านหน้าป่าช้าประมาณ เกือบ 1 กิโลเมตร ชาวบ้านจึงได้มีการประชุมและตกลงกันว่าจะสร้างวัดใหม่ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้เป็นวัดประจำหมู่บ้านของตนเอง เมื่อมีมติที่จะสร้างวัดขึ้นมา จึงได้พากันปรึกษาว่าจะสร้างที่ไหนกันดี ทางมติที่ประชุมจึงได้ตกลงที่จะเลือกที่ดิน ซึ่งเป็นที่ว่างเปล่า ไม่มีโฉนดที่ดิน แต่เป็นที่จับจองทำกินของชาวบ้าน ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน เพื่อที่จะทำการก่อสร้างเป็นวัดกัน
เมื่อหาสถานที่ได้แล้ว จึงได้ช่วยกันหาปัจจัย เพื่อที่จะทำการซื้อที่ดินดังกล่าว จากเจ้าของที่ดินที่ได้จับจองกันไว้แต่เดิม จึงได้จัดผ้าป่าสามัคคีกันขึ้น ซึ่งจากการนำโดยกลุ่มหนุ่มสาวที่ไปทำงานที่กรุงเทพมหานครและที่อื่นๆ เมื่อได้ปัจจัยมาพอสมควร จึงได้มีการตกลงซื้อที่ดินดังกล่าวมาเป็นสมบัติของหมู่บ้านเกษตรสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเป็นวัด และเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา

ชาวบ้านเกษตรสมบูรณ์ ต่างร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2534
เมื่อได้สถานที่ที่จะสร้างเป็นวัดกันแล้ว จึงได้เริ่มสร้างวัดเมื่อปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสร้างวัดด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยคงทนถาวร ชาวบ้านจึงสร้างด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา ด้วยการช่วยกันลงทุนลงแรง ไปหาวัสดุอุปกรณ์ที่พอจะหาได้จากธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ หญ้าคา ใบไม้ (ใบตองตึง) ไม้รวก ต้นไม้ ไม้บง เป็นต้น ฯลฯ ที่พอจะหาได้จากภูเขาใกล้ๆหมู่บ้าน มาช่วยกันก่อสร้างวัด โดยช่วยกันลงมือไม่มีค่าจ้างกันแต่อย่างใด ทั้งเด็กเล็ก คนหนุ่มสาว พ่อบ้านแม่เรือน ผู้เฒ่าผู้แก่ ต่างก็ช่วยกันด้วยจิตศรัทธาที่มั่นคงต่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง1

สำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์หลังแรก ที่สร้างขึ้นด้วยศรัทธาของชาวบ้านเกษตรสมบูร์ ปี พ.ศ. 2534
ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นมาจำนวน 2 หลังด้วยกัน หลังแรกทำเป็นวิหารมุงด้วยใบหญ้าคา มีลักษณะโครงสร้างคล้ายอุโบสถ ล้อมรอบด้วยไม้ไผ่ที่นำมาสับ ๆ (ทางภาคเหนือเรียกว่า "ฟาก") และหลังที่สอง ได้สร้างเป็นกุฏิที่ำพักสงฆ์ มีลักษณ์คล้ายๆบ้านติดพื้นดิน มี 4 ห้องนอน มุงด้วยใบหญ้าคาและล้อมด้วยไม้ฟากเช่นกัน (เสียดายที่ไม่มีภาพให้ชม จะพยายามหามาให้ชมกัน) เมื่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างพอที่จะเป็นสำนักสงฆ์แล้ว ชาวบ้านก็ได้พากันไปอาราธนานิมนต์ หลวงพ่อคำปัน (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วด้วยโรคประจำตัว) ท่านเป็นคนบ้านแวนโค้ง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่จังหวัดน่าน ให้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ พร้อมทั้งได้นิมนต์สามเณรมาพร้อมท่านอีก 1 รูป เมื่อท่านมาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ท่านก็ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของสาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เทศนาสั่งสอนญาติโยมและลูกหลานของชาวบ้าน ให้ดำเนินรอยตามบาทของพระศาสดา สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เป็นที่เคารพรักศรัทธาต่อชาวบ้านเป็นอย่างมาก และได้มีลูกหลานของชาวบ้านได้เข้ามาอยู่กับท่านโดยมาเป็นเด็กวัด "ขะโยม" เพื่อคอยดูแล ปรนนิบัตท่าน ท่านก็ได้เมตตาสอนให้ท่องบทสวดมนต์ และ ให้ท่องคำการขอบรรพชาเป็นสามเณร ให้ได้จนคล่อง ท่านปฏิบัติศาสนกิจอยู่จำพรรษาืั้ ที่สำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์แห่งนี้เป็นเวลา 1 พรรษา ท่านก็ได้ขอลาพระประธาน และชาวบ้านที่เคารพศรัทธาในตัวท่าน กลับไปจำพรรษาที่วัดแวนโค้ง อ.เชียงคำ ซี่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน จนกระทั่งท่านได้มรณภาพลงด้วยโรคประจำตัวของท่าน2

พระประธานองค์แรกของวัด ปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) มีขนาดหน้าตักกว้า ๙ นิ้ว
ชาวบ้านเรียกว่า พระพุทธเมตตามมหาลาภ บริจาคโดย พ่ออุ้ยคำ เมืองพรหม

พระครูขันติวชิรธรรม เจ้าคณะตำบลร่มเย็นในสมัยนั้น (ปัจจุบัน เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเชียงคำ)
หลังจากที่สำนักสงฆ์ว่างลง เนื่องจากไม่มีพระภิกษุมาจำพรรษา ณ อารามแห่งนี้ ท่่านหลวงพ่อพระครูขันติวชิรธรรม เจ้าคณะตำบลร่มเย็นในสมัยนั้น (ปัจจุบัน พ.ศ. 2552 ท่านได้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอเชียงคำ) ท่านได้เมตตาแวะเวียนมาเยี่ยม และให้ความดูแลเอาใจใส่และให้ความอนุเคราะห์แก่สำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์เป็นอย่างดี

พิธีกรรมการบรรพชาสามเณร ของประเพณีล้านนา

สามเณรสงกรานต์ มาุสุข "แดน" และ สามเณรวุฒิพงษ์ หอมนาน "น้อยโรง"
สามเณรรุ่นแรกของวัด"
หลังจากที่หลวงพ่อคำปัน ท่านได้ขอลาชาวบ้านที่เคารพศรัทธาและนับถือท่านกลับไปบ้านเกิดของท่าน ทำให้สามเณรที่ติดตามท่านมาจากจังวัดน่าน และเด็กวัด 2 คน "ขะโยม" ก็ได้เดินทางไปพร้อมกับท่านด้วย ทำให้สำนักสงฆ์ว่างลงไม่มีใครอาศัยอยู่ มีเพียงผู้เฒ่าผู้แก่ ไปนอนเฝ้าสำนักสงฆ์อยู่หลายคืน ดังนั้น ชาวบ้านจึงมีความคิดที่จะนำลูกหลานของชาวบ้านเอง เข้ามาบรรพชาเป็นสามเณรให้ประจำอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เมื่อที่ประชุมตกลงกันแล้ว ก็ได้พากันนำขบวนไปติดตามหาเด็กวัด 2 คน ที่ติดตามหลวงพ่อคำปันไป ซึ่งท่านได้พาไปฝากอยู่หลายที่ ทั้งที่ วัดผาหลัก อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย ที่วัดอาจารย์เมืองใจ และที่วัดดงสุวรรณ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา และสุดท้ายท่านก็ำพามาบ้านเกิดของท่านที่บ้านแวนโค้ง โดยได้พักอยู่ที่วัดแวนโค้ง ตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยที่ขบวนรถของชาวบ้านได้มาเจอเด็กวัดทั้งสองที่วัดแวนโค้ง และขอตัวกลับไปยังสำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์ เพื่อที่จะให้บรรพชาเป็นสามเณร และช่วยดูแลรักษาสำนักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่บรรพชาเป็นสามเณรรุ่นแรกของสำนักสงฆ์แห่งนี้คือ สามเณรวุฒิพงศ์ หอมนาน "น้อยโรง" ปัจจุบันลาสิกขาแล้ว และสามเณรสงกรานต์ มาสุข "ตุ๊แดน" และได้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำการบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 โดยพระเถรานุเถระมาร่วมพิธีกรรมทางศาสนา งานบรรพชาสามเณรในครั้งนี้ ดังนี้
| ๑. | พระครูสุวรรณเจติยารักษ์ | ตุ๊อุ้ยพรหม |
เจ้าอาวาสวัดบ้านปุ |
ต.เจดีย์คำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันมรณภาพแล้ว | |
| ๒. | พระครูโอภาสบุญเขต | ตุ๊ลุงข่อง | เจ้าอาวาสวัดโจ้โก้ | ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันมรณภาพแล้ว | |
| ๓. | พระอาจาร์ปอน จิตฺตสุโข | ตุ๊อุ้ยปอน | เจ้าอาวาสวัดสบสา | ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันมรณภาพแล้ว | |
| ๔. | พระอาจารย์บุญมา | ตุ๊ลุงมา | เจ้าอาวาสวัดห้วยสา | ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันมรณภาพแล้ว | |
| ๕. | พระอาจารย์วิชัย ปิยธมฺโม | ตุ๊ลุงปื้อ | เจ้าอาวาสวัดร้องเก่า | ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันมรณภาพแล้ว | |
| ๖. | พระอธิการจเร กิตฺติวณฺโณ | ตุ๊ปี้พล | เจ้าอาวาสวัดร้องใหม่ | ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา | ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาส | |
| ๗. | พระมหานำพล เมธาวชิโร | ตุ๊ปี้นง | วัดพระบาทตากผ้า | ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน | พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1 ปัจจุบันลาสิกขาแล้ว อยู่ที่รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา |
![]() |

กุฏิที่พักสงฆ์หลังใหม่ที่สร้างขึ้นแทนกุฏิหลังเก่าที่มุงด้วยหญ้าคา
พ.ศ. 2536 - พ.ศ. 2539 หลังจากที่ พระสมพร อัคคปัญโญ ได้มาอยู่ยังสำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์แล้ว ท่านเป็นพระที่ขยันขันแข็ง ได้ทำหน้าที่เจ้าสำนักสงฆ์เป็นอย่างดี ได้ปฏิบัติศาสนกิจมิได้ขาด เป็นที่รักของชาวบ้าน นอกจากนั้นแล้วท่านยังได้นำคณะสามเณรและเด็กวัด ร่วมกันทำความสะอาด ตัดต้นไม้ ขุดตอต้นยูคาลิปตัสออก ทำให้วัดสะอาดสะอ้านน่าอยู่ บรรยากาศวัดขณะนั้นเต็มได้ด้วยต้นเฟื้องฟ้าที่ออกดอกสวยงาม ต่อมาท่านก็ได้รวบรวมญาติโยม จัดงานทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี ได้รวบรวมปัจจัย ทั้งจากผู้ผู้มีจิตศรัทธา และการบริจาคของชาวบ้าน ได้นำคณะศรัทธาชาวบ้าน สร้างกุฏิที่พักสงฆ์ และสร้างศาลาการเปรียญ เพื่อใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทดแทนกุฏิหญ้าคาหลังเก่า และอุโบสถหญ้าคา ซึ่งชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อสร้างศาลาการเปรียญเสร็จเรียบร้อย ท่านก็ได้ลาสิกขา3

ศาลาการเปรียญ สำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ที่ พระสมพร อัคคปัญโญ นำญาติโยมสร้าง

พระอธิการจเร กิตติวัณโณ เจ้าวาสวัดเกษตรสมบูรณ์ รูปปัจจุบัน พ.ศ. 2541- ปัจจุบัน
พ.ศ. 2541 - ปัจจุบัน เมื่อพระชัด แจ้งสว่าง ได้ลาสิกขาออกไปแล้ว ก็ว่างจากการมีพระภิกษุอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทำให่ชาวบ้านได้ประชุมตกลงกันที่จะไปอาราธนาพระสงฆ์ให้มาอยู่จำพรรษาให้ได้ และเป็นที่โชคดีของชาวบ้าน ที่ได้ทราบข่าวว่า ทางวัดร้องใหม่ ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้มีพระภิกษุจำนวน 2 รูป ทำให้ชาวบ้านได้ไปอาราธนา พระอธิการจเร กิตติวัณโณ นามสกุล แว่นไหว ซึ่งเดิมทีท่านเป็นคน บ้านห้วยอ้อ ต.ปาน อ.ลอง จ.แพร่ บิดาชื่อนายศรีนวล แว่นไหว มารดาชื่อนางแก้ว แว่นไหว ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดร้องใหม่ ให้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์ ท่านก็ได้รับอาราธนาด้วยความเต็มใจ และตั้งสัจจะอธิษฐานว่า ขออยู่พัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ ณ ที่นี้จนสิ้นลมหายใจ"

อุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นแทนอุโบสถหญ้าคาหลังเก่า นำการสร้างโดย พระอธิการจเร กิตติวัณโณ

บรรยากาศอุโบสถ ยามเช้ามืด ภาพนี้ถ่ายเมื่อ เช้าวันพญาวัน วันที่ 15 เม.ย. 2552
เมื่อพระอธิการจเร กิตติวัณโณ ได้ย้ายมาจำพรรษายังวัดเกษตรสมบูรณ์แห่งนี้ ท่านก็ได้ตั้งใจพัฒนาดูแลรักษาวัดเป็นอย่างดี และได้นำคณะศรัทธาชาวบ้านเกษตรสมบูรณ์ และท่านผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป สร้างอุโบสถขึ้นมาหลังหนึ่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางคณะสงฆ์ และใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2548 ก็สำเร็จเสร็จสิ้น แต่ยังไม่สามารถที่จะผูกพัทธสีมาได้ เนื่องจากกำลังอยู่ในขั้นตอนของพระราชทานวิสุงคามสีมาอยู่

ภาพด้านในอุโบสถหลังใหม่ และในปัจจุบัน ได้อัญเชิญพระประธานมาอยู่ด้วยกันถึง 3 องค์

พระประธานที่อัญเชิญมาอยู่ใหม่องค์ซ้ายมือ องค์กลางอัญเชิญมาจากศาลาการเปรียญ
เมื่อสร้างอุโบสถเสร็จแล้ว พระอธิการจเร กิตติวัณโณ ก็ได้นำคณะศรัทธาญาติโยม นำโดย นายเหลี่ยม รุ่งเรือง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเกษตรสมบูรณ์ ได้ไปอัญเชิญพระประธาน ซึ่งพระเดชพระคุณ พระราชพัฒนโสภณ เจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามวรวิหาร แขวบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ท่านได้จัดสร้างโดยได้เชิญเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์" ได้เสด็จมาทรงเป็นพระธานในพิธีเททองหล่อ ณ วัดชิโนรสารามวรวิหาร เมื่อเสร็จแล้วได้พระราชทานตามวัดต่างๆ ทางวัดเกษตรสมบูรณ์เราก็ถือว่าโชคดี ที่ได้รับพระราชทานพระประธานมาไว้ที่วิหารวัดของเรา

บรรยากาศการอัญเชิญพระประธานจากกรุงเทพ โดย เครื่องบินของกองทัพอากาศ

มีรถตำรวจนำขบวน

เดินทางมาถึงสนามบินกองทัพบกดอนเมือง

บรรยากาศภายในสำนักสงฆ์เกษตรสมบูรณ์ ต้นศรีมหาโพธิ์ ปลูกเืมื่อปี พ.ศ. 2536
![]() |
บรรยากาศด้านหลังวัดยามเช้ามืด

ศาลาหอฉัน สร้างโดยคณะญาติโยมผ้าป่าจากกรุงเทพมหานคร

สถูปเจดีย์บรรจุอัฐิของพระวิชัย ปิยธัมโม "ตุ๊ลุงปี้อ"
รองเจ้าอาวาสวัดเกษตรสมบูรณ์ ท่าน มรณภาพเมื่่อปี พ.ศ. 2550

หอกลองชั่วคราว รอวันสร้างหอกลองจริงด้านหน้าวิหารในอนาคต

กุฏิหลังใหม่ที่สร้างขึ้น แต่ยังไม่แล้วเสร็จ

ฐานชุกชีใหม่ที่สร้างขึ้นถวายโดยคณะผ้าป่า คุณแม่เฮียง แซ่เจีย คุณสุัภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และ คุณธนพร พิชญาจิตติพงษ์ เป็นจำนวนปัจจัยทั้งสิ้น 431,219 บาท ทางวัดเกษตรสมบูรณ์ ก็ต้องขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ศาลาหอฉัน คณะผ้าป่า คุณแม่เฮียง แซ่เจีย คุณสุัภชัย วิวัฒนะประเสริฐ และ คุณธนพร พิชญาจิตติพงษ์ ทางวัดเกษตรสมบูรณ์ ก็ต้องขออนุโมทนาบุญมา ณ โอกาสนี้ด้วย
2. สภาพทั่วไปของหมู่วัดเกษตรสมบูรณ์ :
เป็นสำนักสงฆ์ที่ความสงบร่มรื่น มีวิวทิวทัศน์สวยงามใกล้ภูเขา เป็นสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นอย่างดียิ่ง
3. อาณาเขตติดต่อ :
| ทิศเหนือ | ติดต่อกับ | หมู่บ้าน และติดที่ดิน น.ส. ๔ จ. ของ นายเป็ง สุทธะอาษา | |
| ทิศใต้ | ติดต่อกับ | สวนมะขาม ที่ดิน น.ส. ๓ ของ ส.อบจ..ต่วน ใจสุข | |
| ทิศตะวันออก | ติดต่อกับ | ทางสาธารณะประโยชน์ ทางหลวงชนบท |
|
| ทิศตะวันตก | ติดต่อกับ | หมู่บ้าน และสวนลำไย ที่ดิน น.ส. ๔ จ. ของนางสาวแสงดาว กิตติวงศ์ |
4. มีเนื้อที่โดยประมาณ 7 ไร่ ๒ งาน
5. จำนวนประชากรพระภิกษุสามเณรในวัด :
ปัจจุบันปี พ.ศ. 2552 มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษา พระภิกษุ 3 รูป สามเณร 3 รูป
Comments